<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ยูเอ็น&quot;จ่อปลดล็อก&quot;สารCBD&quot;ออกจากยาเสพติด  ลุ้นไทยประกาศตาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17.ธ.ค.61- ยูเอ็นเตรียมปลดล็อก &amp;quot;สาร CBD&amp;quot; ที่มีมากในกัญชง ออกจากสารเสพติดใน 2-3 เดือน เหตุไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หลายประเทศใช้เป็นอาหารเสริม ลุ้นไทยปลดล็อกตาม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) กล่าวถึงแนวคิดการให้เกษตรกรปลูกกัญชา ว่า ส่วนตัวตนคิดว่า หากจะให้ชาวไร่ปลูก อยากให้ปลูก &amp;quot;กัญชง&amp;quot; เพื่อเอาสาร CBD มากกว่า เนื่องจากแนวโน้มตลาดโลกก็ไปทางสาร CBD มาก เพราะสามารถนำไปใส่หรือผสมได้ในหลายอย่างหลายผลิตภัณฑ์ ขณะที่กัญชาไทยจะมีสาร THC สูง สาร CBD น้อย และเสี่ยงต่อการนำไปเสพ จึงคิดว่าควรจะปลดล็อกให้ปลูกกัญชง เพียงแต่สายพันธุ์กัญชงกับพื้นที่ที่จะปลูกนั้นต้องศึกษาวิจัย เช่น ดินแหล่งไหนปลูกแล้วจะได้ CBD มาก หรือดินแห่งไหนที่ไม่ค่อยมีโลหะหนัก เป็นต้น ซึ่งการปลูกกัญชงนั้นจะต้องปลูกให้ได้สาร CBD สูง และสาร THC น้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.วิเชียร กีรตินิจกาล อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้วิจัยพัฒนาสายพันธุ์กัญชาทางการแพทย์ให้แก่ อภ. กล่าวว่า ทั่วโลกแยกกัญชงกับกัญชา โดยดูจากสาร THC สำหรับประเทศไทยกำหนดให้กัญชงต้องมีสาร THC ไม่เกิน 1% &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาไม่เกิน 0.3% ยุโรปไม่เกิน 0.2% สวิตเซอร์แลนด์ไม่เกิน 1% อิตาลีไม่เกิน 0.6% ออสเตรเลียแล้วแต่รัฐ เช่น บางรัฐไม่เกิน 1% บางรัฐไม่เกิน 0.3% แต่สุดท้ายแล้วหากเราต้องการผลิตสาร CBD เพื่อส่งออกตามที่ทั่วโลกต้องการ ก็ต้องมีสาร THC ต้องต่ำกว่า 0.3% เพราะตลาดทั่วโลกต้องการเช่นนั้น และประเทศไทยอาจจะต้องแก้กฎระเบียบของเราให้ THC ต่ำกว่า 0.3% และต้องไม่มีโลหะหนักด้วย ถ้ามากกว่านี้จะถือว่าเป็นกัญชา ซึ่งกัญชาติดปัญหายาเสพติด เพราะตัว THC ซึ่งออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ส่วน CBD ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.วิเชียร กล่าวว่า ล่าสุดสหประชาชาติ (UN) เตรียมจะปลดล็อกสาร CBD ออกจากสารเสพติด ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว นายวิโรจน์ สุ่มใหญ่ สมาชิกคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ ยูเอ็น ได้มาประชุมร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ก็บอกว่า 2-3 เดือนนี้ ยูเอ็นจะพิจารณาเรื่องการปลดล็อก CBD ออกจากสารเสพติด ซึ่งไทยอยู่ในประเทศสมาชิกก็ต้องปฏิบัติตาม คิดว่าไม่ช้าเมืองไทยก็ต้องปลดล็อก ซึ่งในต่างประเทศ สาร CBD เป็นอาหารเสริม ใส่ทุกชนิด ทั้งในเครื่องดื่ม อาหารสุนัข เครื่องสำอาง ตลาดถือว่าใหญ่มาก แต่การผลิต CBD ต้องระมัดระวัง เพราะเหมือนกัญชาที่มีโลหะหนักได้ ซึ่งสาร CBD แหล่งใหญ่อยู่ในประเทศจีน แต่ผลิตภัณฑ์ของจีนทั่วโลกก็เริ่มกังวล เพราะว่ามีโลหะหนักปะปน เพราะฉะนั้นหลายส่วนที่จะปลูกกัญชงเพื่อให้เป็น CBD ก็ต้องระวังในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.วิเชียร กล่าวว่า การปลูกกัญชงมี 3 ประเภท คือ 1.กัญชงไฟเบอร์ที่เน้นเอาเยื่อใย 2.กัญชงซีดเฮมพ์ (Seed Hemp) เพื่อเอาเมล็ด เพราะมีน้ำมันโอเมกา 3 และโอเมกา 6 ซึ่งมีประโยชน์ และ 3.กัญชง CBD สูง ทั้งนี้ ประเทศจีนตลาด CBD ใหญ่เขาปลูกเป็นไฟเบอร์เพื่อเอาเยื่อใย และเอายอดที่มีสาร CBD ไม่เยอะ แต่เขาปลูกเป็นแสนไร่มาสกัดเรียกว่า ใช้ประโยชน์ทั้งสองส่วน ถ้าหากเมืองไทยจะเริ่มปลูกกัญชงก็อาจใช้รูปแบบของจีนได้ ซึ่งตนมองว่ากัญชงเป็นพืชที่ดีมาก เพราะเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต้องมีอุตสาหกรรมมารองรับที่จะเอากัญชง ซึ่งทำได้หลายอย่าง ทั้งสี เสื้อผ้า ปาร์ติเกิลบอร์ด ส่วนยอดก็เอามาสกัด เช่นนี้เราจะใช้ได้ทั้งต้น หรือหากจะปลูกกัญชงที่มี CBD สูงเลย เพื่อเอาดอกมาทำ ก็อยู่ที่การตัดสินใจ ส่วนการปลูกกัญชา CBD นั้น บางประเทศไม่ยอม เพราะสาร CBD มาจากกัญชาถือว่าเป็นยาเสพติด ซึ่งกฎหมายเราจะกำหนดว่า สาร CBD ต้องมาจากกัญชงหรือไม่ หรือจากกัญชาก็ได้ ตรงนี้ต้องแล้วแต่กฎหมาย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, นพ.โสภณ เมฆธน, ผศ.ดร.วิเชียร กิรตินิจกาล, ยูเอ็น, สาร CBD</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c17524f79fd1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
