<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039; เตือนรับมือภาวะผึ้งแตกรัง &#039;คนงาน-ผู้ป่วยโควิด&#039; เดินทางกลับต่างจังหวัด หลังประกาศล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า
สถานการณ์ทั่วโลก 27 มิถุนายน 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 357,532 คน รวมแล้วตอนนี้ 181,526,379 คน ตายเพิ่มอีก 7,058 คน ยอดตายรวม 3,932,126 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ บราซิล อินเดีย โคลอมเบีย รัสเซีย และอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 5,718 คน รวม 34,488,957 คน ตายเพิ่ม 147 คน ยอดเสียชีวิตรวม 619,333 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 49,851 คน รวม 30,232,320 คน ตายเพิ่ม 1,256 คน ยอดเสียชีวิตรวม 395,780 คน อัตราตาย 1.3%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 64,134 คน รวม 18,386,894 คน ตายเพิ่มถึง 1,463 คน ยอดเสียชีวิตรวม 512,735 คน อัตราตาย 2.8% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 2,128 คน ยอดรวม 5,768,443 คน ตายเพิ่ม 12 คน ยอดเสียชีวิตรวม 110,951 คน อัตราตาย 1.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 21,665 คน รวม 5,430,753 คน ตายเพิ่ม 619 คน ยอดเสียชีวิตรวม 132,683 คน อัตราตาย 2.4% ระลอกสามนี้มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อาร์เจนติน่า อิตาลี และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โคลอมเบียติดเชื้อใหม่ทำสถิตินิวไฮ 33,594 คน สูงกว่าระลอกแรกกว่า 3 เท่า และมากกว่าระลอกที่ผ่านมา 1.6 เท่า ตายเพิ่มเกือบเจ็ดร้อยคน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะแซงอิตาลีขึ้นเป็นอันดับ 9 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ แอฟริกา เอเชีย อย่างชิลี โบลิเวีย แอฟริกาใต้ แซมเบีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา บังคลาเทศ เนปาล ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่ม ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน และมองโกเลียที่ยังหลักพัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ไต้หวัน เวียดนาม ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ลาว นิวซีแลนด์ และฮ่องกง ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ภาพรวมประจำสัปดาห์ ทั่วโลกมีติดเชื้อเพิ่มขึ้น 0.6% แต่เสียชีวิตลดลง 3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนการติดเชื้อรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นนั้น เห็นชัดเจนในทวีปแอฟริกา อเมริกาเหนือ ยุโรป และโอเชียเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำนวนการเสียชีวิตนั้นเพิ่มขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ และแอฟริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไทยเรา สถิติติดเชื้อรายสัปดาห์เพิ่มถึง 22% และเสียชีวิตเพิ่ม 38% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ราชกิจจานุเบกษาประกาศเมื่อคืนนี้ โดยปิดแคมป์คนงานในพื้นที่กทม.และปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2564 เป็นเวลาหนึ่งเดือน ทั้งนี้มีการปรับให้ร้านอาหารขายแบบนำกลับเท่านั้น และงดกิจกรรมรวมกลุ่มเกิน 20 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มี 3 ประเด็นหลักที่ต้องเตรียมรับมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;quot;ปรากฏการณ์ผึ้งแตกรัง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิดในสองกลุ่มหลักคือ คนงานจากแคมป์ และผู้ติดเชื้อที่ไม่มีเตียงในกทม.และปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังเห็นจากข่าวตั้งแต่วันก่อน คนงานจำนวนไม่น้อยเริ่มกระจายทยอยออกต่างจังหวัด หรือกลับถิ่นฐาน ตามแบบแผนพฤติกรรมมนุษย์ที่คาดการณ์ได้ เพราะตกอยู่ในภาวะ Risk taking for loss&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉกเช่นเดียวกับผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่รอเตียงเป็นเวลานาน ก็เริ่มหาทางไปรับการดูแลรักษาในต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ควรพิจารณา:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- แต่ละจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ควรเตรียมระบบในการตรวจตราคนที่เดินทางมาจากต่างถิ่น และให้กักตัวเพื่อสังเกตอาการ หรือนำสู่ระบบการตรวจคัดกรองโรค หรือดูแลรักษา เพราะหากหลุด จะพบกับการระบาดแบบดาวกระจายในช่วงต้นถึงกลางเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- โรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ ควรเตรียมแผนจัดสรรทรัพยากรคนเงินของและหยูกยาให้พร้อมรับมือ ทั้งในกรณีการระบาดปะทุแบบดาวกระจายจากแคมป์คนงาน และในกรณีที่จะมีผู้ติดเชื้อจากพื้นที่ระบาดหนักเดินทางไปขอรับการดูแลรักษา สิ่งที่ต้องเตรียมให้มากคือ การแบ่งทีมงานเผื่อสลับเวลาเกิดปัญหาการติดเชื้อจากการปฏิบัติงาน เตรียมระบบการตรวจคัดกรองโรคให้เพียงพอ และที่สำคัญคือ อุปกรณ์ป้องกัน และยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- จังหวัดที่มีความเป็นเมืองสูง ควรถึงเวลาที่จะระดมทรัพยากร จัดระบบการตรวจคัดกรองโรคให้สามารถทำได้มากและต่อเนื่อง และควรเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ตรวจได้ฟรี ไม่ติดกฎเกณฑ์เรื่องอาการหรือประวัติเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;quot;The weakest link ในกทม.และปริมณฑล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะมีการประกาศมาตรการเข้มข้น คล้ายกึ่งล็อคดาวน์ก็ตาม แต่ประเมินแล้วยากที่จะควบคุมการระบาดได้ในเวลาสั้น เพราะจุดอ่อนสำคัญที่สุดคือ ระบบการตรวจคัดกรองโรคที่ยังมีจำกัด ไม่ครอบคลุม เข้าถึงได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนการติดเชื้อในระลอกสามของเราตอนนี้มีมาก และปล่อยไว้ยาวนานต่อเนื่อง จึงกระจายไปทั่ว ไม่ใช่เฉพาะจุดเสี่ยงกิจกรรมเสี่ยงกิจการเสี่ยงอีกต่อไป ความเป็นจริงนั้นย่อมเห็นชัดเจนว่าทุกคนในสังคมมีโอกาสติดเชื้อได้โดยไม่รู้ตัว&amp;nbsp;
หากไม่มีระบบบริการตรวจคัดกรองโรคที่มากพอ ง่ายพอ เข้าถึงได้ การติดเชื้อแพร่เชื้อย่อมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งในที่พักอาศัยในลักษณะบ้านเรือน หอพัก แฟลต คอนโด หรือชุมชนแออัด รวมไปถึงในที่ทำงานและสถานประกอบกิจการต่างๆ
ดังนั้นถึงทำมาตรการกึ่งล็อคดาวน์ไปหนึ่งเดือน ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก็จะยังไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ควรพิจารณา:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กทม.และจังหวัดปริมณฑล ควรทุ่มทรัพยากรเพื่อจัดระบบบริการตรวจคัดกรองโรคให้มีศักยภาพมากกว่าที่มีในปัจจุบัน ทำในหลายรูปแบบ ทั้งการตรวจในสถานพยาบาลรัฐและเอกชน จุดให้บริการตรวจในชุมชน รถเคลื่อนที่ และอาจต้องจัดทีมเพื่อดำเนินการ knock the door and do the test ในพื้นที่ที่จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- รัฐควรปลดล็อคกฎเกณฑ์การตรวจคัดกรองโรค ให้ทุกคนในประเทศ ทั้งไทยและต่างชาติ สามารถรับบริการตรวจได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่มีอาการ มีประวัติเสี่ยงหรือไม่เสี่ยงก็ตาม ทั้งนี้โปรดตระหนักไว้ว่า โดยปกติแล้วไม่มีใครอยากไปโดนแยงจมูกให้เจ็บตัวแน่นอน การตรวจให้มากและเร็วจะช่วยให้เจอคนที่ติดเชื้อและนำสู่การดูแลรักษาเพื่อตัดวงจรการระบาดและช่วยรักษาชีวิตคนได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;quot;การกักตัวที่บ้าน (Home isolation)&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเตียงไม่พอในกทม.และปริมณฑล เพราะมีคนติดเชื้อจำนวนมาก ทำให้มีหลายหน่วยงานพยายามคิดวางแผนจะให้ทำการกักตัวที่บ้าน หรือ home isolation
ก่อนตัดสินใจ จำเป็นจะต้องวางแผนให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในกทม.และปริมณฑล ที่มีความเป็นเมืองสูง การทำ Home isolation คงทำได้แค่บางบ้านที่มีพื้นที่ แต่หากไม่มีพื้นที่พอ แยกอยู่แยกกินแยกสุขาแยกนอนไม่ได้ คงจะต้องเน้นใส่หน้ากาก หมั่นถามไถ่สังเกตอาการสมาชิกในบ้าน และจัดบริการตรวจคัดกรองโรคให้ทุกคนในบ้านเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดว่าหากเราต้องทำมาตรการกักตัวที่บ้านจริงๆ ไทยเราคงจะมีโอกาสระบาดหนักทีเดียวครับ คงต้องช่วยกันประคับประคองหารูปแบบที่เหมาะสม
ความรู้ปัจจุบัน โอกาสเฉลี่ยในการติดในบ้าน 30%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ควรพิจารณา:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- วางแผนการนำส่งผู้ติดเชื้อที่ยังไม่มีเตียงรักษา ไปยังจังหวัดอื่นๆ ที่ยังพอมีทรัพยากรรองรับ ทั้งนี้ต้องแน่ใจว่ามีทรัพยากรที่จำเป็นอย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการทำ home isolation หัวใจสำคัญที่สุดคือ การจัดบริการตรวจคัดกรองโรคให้แก่ทุกคนในบ้านหรือที่อาศัยร่วมกัน การจัดอุปกรณ์ป้องกัน ทั้งหน้ากาก และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด/ฆ่าเชื้อ ให้แก่ประชาชนและผู้ติดเชื้ออย่างเพียงพอ และระบบสนับสนุนในชุมชน เรื่องอาหารการกินและน้ำดื่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกนี้ยาวและหนักมาก ขอให้เราเป็นกำลังใจให้กันและกัน มีพลังใจในการต่อสู้กับโรคระบาดนี้ ป้องกันตัวและสมาชิกในครอบครัวอย่างเต็มที่
ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107761</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ผึ้งแตกรัง, ผู้ป่วยโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ad1596dcec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039; พบสัญญาณไม่ดี &#039;โควิด&#039; ทำคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทั่วโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค. 2564 &amp;nbsp;ศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า &amp;nbsp;สถานการณ์ทั่วโลก 2 พฤษภาคม 2564...
พรุ่งนี้คาดว่าอาร์เจนติน่าจะเกินสามล้าน เป็นประเทศที่ 11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 790,576 คน รวมแล้วตอนนี้ 152,782,404 คน ตายเพิ่มอีก 12,492 คน ยอดตายรวม 3,205,542 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดยังคงเดิมคือ อินเดีย บราซิล อเมริกา ตุรกี &amp;nbsp;และฝรั่งเศส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 41,489 คน รวม 33,145,463 คน ตายเพิ่ม 657 คน ยอดเสียชีวิตรวม 590,700 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่มมากถึง 392,562 คน รวม 19,549,656 คน ตายเพิ่ม 3,688 คน ยอดเสียชีวิตรวม 215,523 คน อัตราตาย 1.1%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 60,013 คน รวม 14,725,975 คน ตายเพิ่มถึง 2,150 คน ยอดเสียชีวิตรวม 406,437 คน อัตราตาย 2.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 25,670 คน ยอดรวม 5,642,359 คน ตายเพิ่ม 192 คน ยอดเสียชีวิตรวม 104,706 คน อัตราตาย 1.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุรกี ติดเพิ่ม 28,817 คน รวม 4,849,408 คน ตายเพิ่ม 373 คน ยอดเสียชีวิตรวม 40,504 คน อัตราตาย 0.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เนปาล ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนปาลตอนนี้เป็นระลอกสาม ขึ้นเร็วกว่าระลอกสอง เริ่มมาตั้งแต่ต้นเมษายน ล่าสุดติดเพิ่มไปวันเดียวกว่า 5,700 คน ยอดรวมตอนนี้สูงถึง 328,893 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่หลักร้อยถึงพันกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ออสเตรเลีย เวียดนาม และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกงติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วโลกติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นไปถึงเกือบ 5.8 ล้านคน มากกว่าสัปดาห์ก่อน 1%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตายเพิ่มไปอีกกว่า 94,000 คน มากกว่าสัปดาห์ก่อนถึง 8% ตัวเลขนี้เป็นสัญญาณไม่ดี เพราะอาจบ่งถึงทั้งเรื่องความรุนแรงของโรค และขีดจำกัดของระบบสุขภาพในการดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนติดเชื้อสูงสุดต่อวันในระลอกล่าสุดของโลกนั้น ตอนนี้มากกว่าระลอกก่อนหน้านี้ตอนปลายปีก่อนถึงต้นปีนี้ ประมาณ 7.1% และอาจมีแนวโน้มสูงขึ้นได้อีกเพราะยังเป็นช่วงขาขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...การระบาดที่เกิดขึ้นทั่วโลกนั้นรุนแรงมาก ก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตคนจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายต่อหลายประเทศ เวลาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว มักมีสาเหตุจากปัญหาในกลไกนโยบายสุขภาพ ท่องเที่ยว และเดินทาง หลายประเทศได้ทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน และปรับเปลี่ยนนโยบายและมาตรการ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบ และกอบกู้ความเชื่อมั่นศรัทธา สร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ทั้งนี้เป้าหมายหลักในการปรับเปลี่ยน ก็เพื่อปกป้องสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของทุกคนในสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สำหรับประเทศไทยเรานั้น ตอนนี้ระบาดยังกระจายไปทั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเป็นอย่างยิ่งที่เราทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ป้องกันตนเองและครอบครัวอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็นจริงๆ ใช้เวลาน้อยๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากเสมอ ปิดปากปิดจมูก ใส่สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า จะป้องกันได้ดีขึ้น...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พกเจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์ติดตัว ใช้ล้างมือบ่อยๆ ทุกครั้งหลังจับต้องสิ่งของสาธารณะ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระวังสุขาสาธารณะ ปิดฝาก่อนชักโครก ล้างมือทุกครั้ง และใส่หน้ากากเสมอ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งดตะลอนท่องเที่ยว พบปะสังสรรค์...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระวังขนส่งสาธารณะ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ควรแยกตัวจากสมาชิกในครอบครัว และรีบไปตรวจรักษา...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยเหลือแบ่งปันคนที่ทุกข์ยากกว่าเรา ตามสมควร...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองสัปดาห์นี้สำคัญมาก...
ประเทศไทยต้องทำได้
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101479</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, โควิด -19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210427/image_big_60876f1f83695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระ โพสต์เตือนไม่ควรเที่ยวช่วงนี้ พบโควิดปะทุหลายจุด ย้ำวัคซีนไม่ใช่กระสุนวิเศษปัดเป่าโรคภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เมษายน 2564 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า &amp;nbsp;เตือนอย่างจริงจังนะครับ... ไม่แนะนำให้ไปเที่ยวช่วงนี้ &amp;nbsp;หากเลื่อนได้ควรเลื่อน... ด้วยความห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อีกโพสต์ ระบุว่า สถานการณ์ทั่วโลก 4 เมษายน 2564... ทะลุ 131 ล้านไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดว่าอีกสองวันโปแลนด์น่าจะแซงโคลอมเบียขึ้นเป็นอันดับที่ 11 ของโลกได้ ตอนนี้ติดเชื้อต่อวันไต่ระดับขึ้นมาถึงราวสามหมื่นคนต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 536,516 คน รวมแล้วตอนนี้ 131,327,017 คน ตายเพิ่มอีก 8,154 คน ยอดตายรวม 2,858,125 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 64,730 คน รวม 31,381,702 คน ตายเพิ่ม 790 คน ยอดเสียชีวิตรวม 568,496 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 41,218 คน รวม 12,953,957 คน ตายเพิ่มถึง 1,827 คน จำนวนเสียชีวิตต่อวันมากที่สุดในโลก ยอดเสียชีวิตรวม 330,193 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 92,998 คน รวม 12,484,127 คน กราฟการระบาดระลอกสองของอินเดียครั้งนี้มีความชันกว่าระลอกแรก การติดเชื้อต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากจำกันได้ ระลอกแรกเค้ามีสถิติสูงสุดถึง 97,859 คนต่อวัน ณ วันที่ 16 กันยายน 2563 แต่ระลอกสองนี้มีโอกาสที่จะทำลายสถิติเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ยังไม่มีรายงานเพิ่ม ยอดรวมตอนนี้ 4,741,759 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 9,021 คน รวม 4,572,077 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร อิตาลี ตุรกี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุรกีติดเชื้อเกินสี่หมื่นต่อวันอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้จำนวนติดเพิ่มต่อวันเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากอินเดีย และอเมริกา ทั้งนี้เค้ามีประชากรทั้งสิ้น 84.3 ล้านคน จัดเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรสูงอันดับที่ 17 ของโลก หากระบาดเช่นนี้ต่อไป ถือเป็น epicenter ตรงแถบยูเรเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่หลักร้อยถึงพันกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ไทย สิงคโปร์ และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง เวียดนาม และออสเตรเลีย ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ย้ำอีกครั้งว่า การระบาดในไทยยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ปะทุในกลุ่มที่หลากหลาย กระจายหลายพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูตามเนื้อผ้า ก็เป็นไปตามธรรมชาติของการระบาดที่เกิดจากการไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้ในช่วงปลายปีก่อนถึงต้นปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งหากไม่ทบทวนนโยบายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ จะยิ่งมีโอกาสทำให้เกิดการระบาดหนักหน่วงตามมาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เวลานี้ไม่ใช่เวลามาโปรโมทการท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และนำจากต่างประเทศเข้ามา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดที่เราเห็นตอนนี้ทั้งตลาดต่างๆ หลายต่อหลายจังหวัด สถานบันเทิง สถานศึกษาระดับมหาวิทยาลัย และกระจายมาถึงโรงพยาบาล/คณะแพทย์ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เห็นชัดเจนว่าเดินตามรอยของประเทศอื่นๆ ที่เคยมีระบาดรุนแรงมาแล้ว และอาจไม่จำกัดอยู่เท่านี้ สถานที่อื่นมีโอกาสเกิดเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องช่วยกันระวัง ป้องกันอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงาน งานบวช งานศพ งานวัด กิจกรรมมหรสพ ร้องเพลง คอนเสิร์ต งานจัดประชุม งานแสดงสินค้า งานประกวดต่างๆ ตลอดจนร้านอาหารที่แออัด ขนส่งสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญมากอีกเรื่องคือ ไม่ควรเอาการฉีดวัคซีนไปเป็น gimmick ที่ทำให้คนในแต่ละพื้นที่หลงเข้าใจผิดว่าวัคซีนที่ได้รับอยู่นั้นเป็นกระสุนวิเศษ ที่จะปัดเป่าโรคภัยจากตนเอง ครอบครัว และชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะวัคซีนแต่ละชนิดที่ใช้กันในแต่ละประเทศนั้น มีสรรพคุณที่แตกต่างกัน บางชนิดสรรพคุณสูง ป้องกันติดเชื้อได้ ประเทศนั้นหากได้แจกจ่ายอย่างครอบคลุม ก็มีโอกาสที่จะฟื้นตัวได้สูงกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากประเทศใด ใช้วัคซีนที่ไม่ได้มีสรรพคุณสูง ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ รวมทั้งยังแจกจ่ายได้ไม่มาก ก็ไม่ควรใช้เป็น gimmick ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อเปิดรับการท่องเที่ยว เพราะขัดต่อหลักการทางวิชาการแพทย์ การดึงดันที่จะดำเนินนโยบายดังกล่าวจะนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อการระบาดซ้ำรุนแรงได้ในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นประชาชนในแต่ละประเทศก็จำเป็นต้องรู้เท่าทันสถานการณ์ และหมั่นหาความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อที่จะตัดสินใจประพฤติปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะทุกชีวิตล้วนมีคุณค่า โรคนี้ไม่ใช่โรคกระจอก เอาไม่อยู่แน่นอนหากประมาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและปรารถนาดี
สวัสดีวันอาทิตย์ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98248</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_604577b122b6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2021 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระชี้โควิดระบาดซ้ำอ่วมทั่วโลกย้ำวัคซีนพาสปอร์ตไม่เวิร์กจี้รัฐบาลคิดให้ดีก่อนเปิดรับนักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค. 2564 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ทั่วโลก 21 มีนาคม 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แทบทุกทวีปกำลังเข้าสู่&amp;quot;การระบาดซ้ำ&amp;quot; โดยมีจำนวนประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดรวมทะลุ 123 ล้านไปแล้ว บราซิลกำลังจะมียอดเกิน 12 ล้าน ตุรกีกำลังจะแตะ 3 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 568,618 คน รวมแล้วตอนนี้ 123,404,656 คน ตายเพิ่มอีก 9,106 คน ยอดตายรวม 2,720,991 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 59,330 คน รวม 30,477,631 คน ตายเพิ่มอีก 910 คน ยอดตายรวม 554,794 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 79,069 คน รวม 11,950,459 คน วันเดียวตายเพิ่มสูงถึง 2,438 คน มากที่สุดในโลก ขณะนี้ยอดเสียชีวิตรวม 292,752 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 43,815 คน รวม 11,598,710 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 9,632 คน รวม 4,447,570 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 5,587 คน รวม 4,291,271 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน ตุรกี และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย แนวโน้มการติดเชื้อเพิ่มขึ้นชัดเจน ส่วนใหญ่หลักร้อยถึงพันกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ และไทย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนสิงคโปร์ กัมพูชา และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่จีน ฮ่องกง และเวียดนาม ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...วิเคราะห์ภาพการระบาดของโลกตอนนี้ คงต้องบอกว่าเป็นช่วงเวลาของการระบาดซ้ำอย่างพร้อมเพรียง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั่วโลกทั้งประเทศที่อยู่ท็อปเทนอย่าง บราซิล อินเดีย ฝรั่งเศส อิตาลี ตุรกี เยอรมัน ต่างกำลังประสบปัญหาระบาดซ้ำรุนแรงขึ้นมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศอื่นๆ ในทุกทวีปก็เช่นกัน ทั้งทวีปเอเชีย ยูเรเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือและใต้ รวมถึงบางประเทศในทวีปแอฟริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า หากมีการเปิดประเทศเพื่อให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกัน จะโดยใช้วัคซีนพาสปอร์ต และ/หรือลดวันกักตัวก็ตาม จะมีโอกาสเกิดการระบาดซ้ำซากกันไปอย่างต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์แต่ละประเทศนั้นยังระบาดกันรุนแรง สายพันธุ์ไวรัสที่กลายพันธุ์ก็มีความต่างกัน รวมถึงชนิดของวัคซีนที่ใช้ก็มีสรรพคุณที่แตกต่างกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งหากประเทศใดมีการใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพจำกัด ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ และมีสรรพคุณในการป้องกันการเจ็บป่วยน้อย รวมถึงไม่สามารถป้องกันไวรัสที่กลายพันธุ์ต่างๆ ได้ จะประสบกับหายนะการระบาดอย่างหนักหน่วงได้
ล่าสุดมีข่าวสำคัญสองเรื่องคือ นายกรัฐมนตรีของปากีสถานติดเชื้อโควิด-19 แม้จะเพิ่งได้รับวัคซีนไปเมื่อสองวันก่อน ซึ่งหากประเมินตามหลักวิชาการแพทย์ คาดว่าท่านคงได้รับเชื้อมาก่อนหน้าที่จะได้รับการฉีดวัคซีน และวัคซีนที่เพิ่งได้รับนั้นก็ยังไม่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ทัน เพราะโดยปกติแล้วต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าภูมิจะค่อยๆ ขึ้นมา คงต้องเป็นกำลังใจให้ท่านปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกเรื่องคือ เดนมาร์กรายงานมีผู้ที่เสียชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งคน และอีกหนึ่งคนก็ป่วยระยะวิกฤติจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันและเลือดออกในสมอง หลังได้รับวัคซีนเดิมที่เคยเพิ่งเป็นข่าวหยุดการฉีดในประเทศกลุ่มยุโรป อย่างไรก็ตามทางการเดนมาร์กกำลังทำการสืบสวนรายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะมีความสัมพันธ์กับวัคซีนหรือไม่ คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หวังใจว่าจะดีขึ้นโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเมืองไทยเรา สถานการณ์ระบาดยังกระจายไปอย่างต่อเนื่อง ขอให้พวกเราป้องกันตัวอย่างเคร่งครัดนะครับ หากติดเชื้อต่อวันหลักร้อยไปเรื่อยๆ เช่นนี้ ธรรมชาติการระบาดของทั่วโลกชี้ให้เราเห็นว่าจะคงที่ได้ราว 7 สัปดาห์บวกลบนิดหน่อย แล้วจะมีโอกาสระบาดซ้ำรุนแรงเกิดขึ้นได้ แต่หากเราไม่ป้องกันอย่างเคร่งครัด การระบาดซ้ำย่อมเร็วขึ้นกว่าที่คาดการณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ยืนยันว่า ไม่ใช่เวลาเหยียบคันเร่งด้านการท่องเที่ยวต่างชาติครับ ตราบใดที่ระบบการตรวจคัดกรองยังจำกัด การระบาดภายในประเทศยังมีอย่างต่อเนื่อง ตัดวงจรระบาดไม่ได้ แถมวัคซีนที่มีก็มีน้อยชนิด ปริมาณน้อย ไม่ครอบคลุม และสรรพคุณก็จำกัดกว่าวัคซีนอื่นๆ ที่ประเทศพัฒนาแล้วมีใช้กัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร ลดละเลี่ยงการเดินทางตะลอนท่องเที่ยวพบปะสังสรรค์ เลี่ยงที่แออัดที่ชุมนุมที่อโคจร และคอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบาย ควรหยุดเรียนหยุดงาน แล้วรีบไปตรวจรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้วยรักและปรารถนาดีเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96749</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, วัคซีนพาสปอร์ต, โควิดระบาดซ้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b1aa39fb23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระย้ำไทยยังไม่ปลอดภัยจากโควิดจับตาเชื้อกลายพันธุ์3สายพันธุ์น่าห่วง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ก.พ. 2564 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;ldquo;Thira Woratanarat&amp;rdquo; ระบุว่าสถานการณ์ทั่วโลก 14 กุมภาพันธ์ 2564...วันแห่งความรัก...
ทั่วโลกทะลุ 109 ล้านไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 380,679 คน รวมแล้วตอนนี้ 109,061,814 คน ตายเพิ่มอีก 11,476 คน ยอดตายรวม 2,403,138 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 103,421 คน รวม 28,090,926 คน ตายเพิ่มอีก 5,603 คน ยอดตายรวม 492,038 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 12,188 คน รวม 10,904,738 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 44,299 คน รวม 9,809,754 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 14,861 คน รวม 4,057,698 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักร ติดเพิ่มอีก 13,307 คน รวม 4,027,106 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลายหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ อิสราเอล อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น&amp;nbsp;
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มแบบทรงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ และไทย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนฮ่องกง &amp;nbsp;เมียนมาร์ และเวียดนาม ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่จีน สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่คาดการณ์กันว่าไวรัสโควิด-19 ที่กลายพันธุ์นั้นมีอย่างน้อย 3 สายพันธุ์ที่ต้องจับตามองคือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง สายพันธุ์สหราชอาณาจักรที่เรียกว่า B.1.1.7 ตอนนี้แพร่ไปหลายสิบประเทศทั่วโลก และคาดการณ์ว่าจะเป็นต้นเหตุของการระบาดสาม มีการแพร่ไปอเมริกาตั้งแต่ปลายธันวาคม 2563 กระจายไปหลายสิบรัฐทั่วประเทศ และคาดว่าจะเป็นสายพันธุ์ที่ครองการระบาดในอเมริกาในอีกไม่กี่เดือนนี้ นอกจากนี้มีการวิจัยในอังกฤษพบว่าแพร่เร็วกว่าสายพันธุ์เดิมราว 50% และรุนแรงหรือทำให้เสียชีวิตมากขึ้นกว่าเดิมราว 35%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง สายพันธุ์แอฟริกาใต้ที่เรียกว่า B.1.351 มีตำแหน่งการกลายพันธุ์บางตำแหน่งที่คล้ายของสหราชอาณาจักร และตอนนี้มีแพร่ไปหลายประเทศนอกแอฟริกาใต้ ตรวจพบว่าแพร่ไปอเมริกาตั้งแต่มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ที่เป็นห่วงกันมากคือ การดื้อต่อวัคซีนที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะแอนติบอดี้ต่อเชื้อที่ถูกกระตุ้นโดยวัคซีนหลายตัวที่มีอยู่นั้น ขึ้นในระดับน้อยกว่าสายพันธุ์เดิม และประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการก็ลดลงกว่าสายพันธุ์เดิม ขณะนี้จึงมีความพยายามไปปรับวัคซีนให้สามารถครอบคลุมสายพันธุ์แอฟริกาใต้ให้ดีขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะปรับและนำไปทดสอบก่อนนำมาใช้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม สายพันธุ์บราซิลที่เรียกว่า P.1 ตรวจพบครั้งแรกในนักท่องเที่ยว 4 คนที่เดินทางจากบราซิลไปญี่ปุ่น และมีการพบในอเมริกาตั้งแต่ปลายมกราคมที่ผ่านมา ทั้งนี้สายพันธุ์นี้มีการเปลี่ยนแปลงยีน 17 ตำแหน่ง โดย 3 ตำแหน่งเกิดขึ้นที่โปรตีนส่วนหนามของไวรัสบริเวณที่ใช้จับกับเซลล์ของคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม สหราชอาณาจักร กำลังหาทางคิดค้นวัคซีนที่นอกจากมีการกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อโปรตีนส่วนหนามของไวรัส (spike protein) แล้ว จะมีการใส่โปรตีนส่วนที่เป็นเปลือกหุ้มสารพันธุกรรมของไวรัส ที่เรียกว่า nucleocapsid protein เข้าไปด้วย โดยหวังว่าจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่สามารถจัดการกับสายพันธุ์ใหม่ๆ ในอนาคตของไวรัสได้ ทั้งนี้เพราะมีความรู้กันว่า แม้ไวรัสจะกลายพันธุ์ แต่มักเปลี่ยนแปลงลักษณะโปรตีนส่วนหนาม โดยไม่ค่อยได้เปลี่ยนแปลงส่วนของเปลือกหุ้มสารพันธุกรรมของไวรัส เท่าที่ทราบมา ตอนนี้ผ่านการวิจัยในห้องทดลองและสัตว์แล้ว ผลในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันนั้นพบว่ามีระดับแอนติบอดี้ที่ดีพอๆ กับวัคซีนที่มีใช้ในปัจจุบัน แต่มีระดับภูมิคุ้มกันระดับเซลล์ที่สูงกว่า ทั้งนี้กำลังจะวิจัยในคน ดูแล้วมีความหวัง คงต้องเอาใจช่วยกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิเคราะห์สถานการณ์การระบาดของไทยและเพื่อนบ้าน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในแถบอาเซียนตอนนี้ หากไม่นับประเทศลาวและบรูไน ที่มีจำนวนการติดเชื้อน้อยมากตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าประเทศที่คุมโรคได้ดีที่สุดคือ สิงคโปร์ แม้จะเพลี่ยงพล้ำในระลอกแรกจนมีการติดเชื้อมาก แต่หลังจากสิงหาคม 2563 เป็นต้นมา คุมการระบาดได้ดีมาก ด้วยมาตรการที่เข้มงวด ชัดเจน ทันเวลา รวมไปถึงการจัดซื้อจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพประสิทธิภาพสูงให้แก่ประชาชนของเค้า
สำหรับไทยเรานั้น ผมขอเรียนย้ำตรงๆ ว่า สถานการณ์ปัจจุบันไม่ปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเป็นที่เราทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด ต้องป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใช้ชีวิตอย่างมีสติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกระลอกสองนี้ยาว ยังไม่จบง่ายๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จะพบว่า มีแนวโน้มที่เราจะมีคนติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว หรือไม่ได้รับการตรวจอีกจำนวนมากทีเดียว แถมล่าสุดยังมีทั้งเทศกาลตรุษจีนในเมืองที่แออัด มีการชุมนุม มีการเดินทางกันต่างๆ นานา โอกาสเห็นการปะทุของการระบาดนั้นมีได้แน่ ช่วงที่อาจเห็นได้คือตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่สามไปจนถึงปลายเดือนครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลดละเลี่ยงการกินดื่มในร้าน ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลดละเลี่ยงการพบปะสังสรรค์และท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอยสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากไม่สบายคล้ายหวัด ให้รีบไปตรวจรักษา อย่าปล่อยไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันแห่งความรัก...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักตัวเอง รักคนรัก รักครอบครัว...ต้องป้องกันตัวเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิด...ติด...ไม่ใช่แค่คุณ
Happy Valentine&amp;#39;s Day...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, เชื้อโควิดกลายพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6f2b37dab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2020 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2020 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี่ยงคุมไม่อยู่ &#039;หมอธีระ&#039;ชี้การแพร่ระบาดโควิดในไทยอันตรายเพราะมาในรูปแบบซูเปอร์สเปรดเดอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค. 2563 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ลงบนเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ทั่วโลก 27 ธันวาคม 2563...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซียทะลุสามล้านคนไปแล้ว และพรุ่งนี้แอฟริกาใต้จะแตะล้านคนเป็นประเทศที่ 18 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 494,918 คน รวมแล้วตอนนี้ 80,650,547 คน ตายเพิ่มอีก 7,687 คน ยอดตายรวม 1,763,976 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 181,851 คน รวม 19,379,991 คน ตายเพิ่มอีกถึง 1,565 คน ยอดตายรวม 339,690 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 18,574 คน รวม 10,188,392 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่มถึง 17,246 คน รวม 7,465,806 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 29,258 คน รวม 3,021,964 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้สื่อไต้หวันได้ลงข่าวว่า วัคซีน Sputnik-V ของรัสเซียที่บอกว่าป้องกันได้ 91% นั้นมาจากการวิเคราะห์ผลระหว่างวิจัยโดยมีการติดเชื้อรวม 78 คนจากคนที่ทดลอง 23,000 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนอาสาสมัครน้อยกว่าวัคซีนของฝั่งอเมริกา นอกจากนี้ยังพบว่ากำลังประสบปัญหาเรื่องยังไม่ได้สิ้นสุดการวิจัยระยะที่สามเพื่อพิสูจน์ผลการป้องกัน ที่ตอนแรกจะรับอาสาสมัคร 40,000 คน แต่ทางรัฐบาลได้ประกาศฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงไปล่วงหน้า ทำให้หาอาสาสมัครเข้าร่วมการวิจัยได้ช้าลงกว่าเดิม และทางการแพทย์ก็กังวลว่าอาจขัดต่อหลักจริยธรรมการวิจัยหากไม่ให้วัคซีนแก่อาสาสมัครที่ถูกสุ่มไปอยู่ในกลุ่มที่ได้วัคซีนหลอก ล่าสุดเค้าประกาศลดจำนวนอาสาสมัครลงเหลือ 31,000 คน คงต้องติดตามดูต่อไปว่าผลจะเป็นเช่นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 3,093 คน รวม 2,550,864 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝั่งอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;
แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชีย ก็ยังมีติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เมียนมาร์ ติดเพิ่มหลายร้อย ส่วนจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนามติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ช่วงนี้ดูลดลง เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 734 คน ตายเพิ่มอีก 27 คน ตอนนี้ยอดรวม 121,280 คน ตายไป 2,579 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1%
ระบาดระลอกสามครั้งนี้ในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง เล่นเอาหนักหนาสาหัส ล่าสุดฮ่องกงยังติดเพิ่มกว่าครึ่งร้อยทุกวัน ในขณะที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้นั้นติดกันหลักพัน ทำให้คาดว่าฮ่องกงคงจะสู้ศึกไปถึงกุมภาพันธ์ ส่วนอีกสองประเทศน่าจะยาวไปถึงปลายมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ประเทศไทยก็ดูน่าวิตกมากครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะลักษณะการติดเชื้อนั้นไม่ใช่สะเก็ดไฟกระจายไปตามที่ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มันเป็นแบบการแพร่ใหญ่หลายเหตุการณ์พร้อมกัน อย่างที่เราเรียกเชิงเทคนิคว่า Superspreading events&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นที่เห็นในบิ๊กไบค์ปาร์ตี้ และที่ระบาดจากบ่อนมาสู่ครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่เคยบอกไปว่าการระบาดซ้ำ ระลอกสอง หรือระลอกใหม่ก็ตามใจคุณจะเรียกนั้นจะเกิดขึ้นเร็ว แรง หาต้นตอได้ยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และมักจะมีปัญหาการแพร่ระบาดหลายกลุ่ม (multiple clusters) และการแพร่ระบาดใหญ่หลายเหตุการณ์ (multiple superspreading events)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเห็นสองสัญญาณนี้เมื่อไหร่ ให้บอกตัวเองไว้เลยว่าอันตราย และจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเข้มข้นทันที เพราะเป็นสัญญาณว่ากำลังจะคุมไม่ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาทองของไทยที่จะบรรเทาการระบาดซ้ำให้เบากว่าหรือใกล้เคียงระลอกแรก มีราว 4 สัปดาห์คือถึงประมาณกลางมกราคม 2564 ตอนนี้เหลือไม่ถึงสามสัปดาห์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผมเป็นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทุกจังหวัดที่มีการรายงานเคสติดเชื้อ จะสีอะไรก็ตาม ผมคงจะเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่า เราคงต้องปกป้องบ้านเกิดของเราอย่างเต็มที่ ลดละเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น, ใส่หน้ากาก 100% ขณะออกนอกบ้าน, เพิ่มปริมาณการตรวจคัดกรองโรคให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งเบิกได้หรือจ่ายเองก็ควรทำ, ปิดกิจการเสี่ยงทั้งหมด, การกินการดื่มในร้านต้องขอให้งด และซื้อกลับบ้านแทน, และถึงเวลา&amp;quot;อยู่บ้าน...หยุดเชื้อ...เพื่อบ้านเกิดของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าไม่ทำ ณ ตอนนี้...ก็ไม่รู้จะทำตอนไหนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล่อยไว้...จะคุมไม่อยู่ครับ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88076</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมไม่อยู่, ซูเปอร์สเปรดเดอร์, ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039;ชี้ไทยเข้าสู่การระบาดโควิด19ระลอกสองกระทุ้งปรับรัฐมนตรี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค. 63 รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ทั่วโลก 20 ธันวาคม 2563...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตุรกีและสหราชอาณาจักรเป็นสองประเทศล่าสุดที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเกิน 2 ล้านคน ขณะนี้มีแล้วทั้งหมด 7 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 645,337 คน รวมแล้วตอนนี้ 76,503,023 คน ตายเพิ่มอีก 11,454 คน ยอดตายรวม 1,689,438 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 214,280 คน รวม 18,019,430 คน ตายเพิ่มอีก 2,441 คน ยอดตายรวม 322,443 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ตุลาคม อเมริกามีติดเชื้อรวม 8 ล้านคน ผ่านไปเพียงสองเดือน เพิ่มขึ้นอีกถึง 10 ล้านคน เฉลี่ยเดือนละ 5 ล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 26,834 คน รวม 10,031,659 คน , บราซิล ติดเพิ่มถึง 37,730 คน รวม 7,200,708 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่มอีก 28,209 คน รวม 2,819,429 คน &amp;nbsp;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 17,565 คน รวม 2,460,555 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และอาร์เจนตินา ส่วนใหญ่ติดกันหลายพันถึงหลักหมื่นต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงอิหร่าน บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลายหมื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย รอบทะเลบอลติก และแถบยูเรเชียยังไม่ดีขึ้น ติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฮ่องกง และเมียนมาร์ ติดเพิ่มหลักร้อยจนถึงเฉียดพัน ส่วนจีน สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่เวียดนามยังมีติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สถานการณ์ในเมียนมาร์ เมื่อวานติดเพิ่มขึ้นอีก 989 คน ตายเพิ่มอีก 26 คน ตอนนี้ยอดรวม 115,187 คน ตายไป 2,424 คน อัตราตายตอนนี้ 2.1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมทั่วโลกนั้นยังเจอการระบาดอันหนักหน่วง หลายประเทศกลับมาล็อคดาวน์อีกครั้ง เพราะมาตรการที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมานั้นไม่ถูกเวลา แถมการไม่เข้มงวดเรื่องพฤติกรรมการป้องกันในประชาชน ทำให้เกิดระบาดซ้ำ ซึ่งหนักกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คริสตมาสและปีใหม่ที่จะถึงนี้ ถือเป็น Blue Christmas and Blue New Year เพราะหลายประเทศจะต้องฝ่าฟันกับการระบาดที่หนักหน่วง ทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร อิตาลี ตุรกี รวมถึงอื่นๆ ในทวีปยุโรป สแกนดิเนเวีย อเมริกา อเมริกาใต้ และเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเมืองไทยนั้น ชัดเจนว่าเรากำลังประสบกับปัญหาการระบาดระลอกที่สองครับ ขณะนี้อยู่ในช่วงต้น และมีโอกาสขยายวงรุนแรงกว่านี้ในอีก 4-8 สัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากคุมไม่ได้ คาดว่าเราจะมีจำนวนการติดเชื้อสูงสุดต่อวันราว 940 คน สูงกว่าเดิม 5 เท่า และจะยาวนานประมาณ 88 วัน นานกว่าเดิม 2 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเวลาทองในการควบคุมโรคระลอกสองนี้ หากวิเคราะห์ตามประเทศอื่นๆ เราน่าจะมีเวลาที่จะต้องจัดการให้ได้ภายใน 1 เดือน...ใครบอกว่าจะปิดเคสภายใน 1 สัปดาห์นั้น บอกตรงๆ ว่า เป็นไปไม่ได้ และไม่ควรอยู่ในตำแหน่งอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากศึกนี้ต้องการคนที่ดี มีความรู้ความสามารถกว่านี้ เพื่อมาต่อสู้กับโรคระบาดที่รุนแรงที่สุดในศตวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงสายๆ จะเขียนคำแนะนำสำหรับประชาชนมาให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตอนนี้ สิ่งที่รัฐควรทำอย่างยิ่ง มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง ศบค.ควรแสดงบทบาทเป็นหลักในการจัดการปัญหาโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง ลดบทบาทของศบศ.ลง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นได้ใช้แน่นอน หากถึงเวลาที่เหมาะสม ส่วนตัวแล้วคาดว่าควรชะลอไปถึงช่วงมีนาคมปีหน้า แล้วค่อยงัดแผนมาปรับใช้ตามสถานการณ์อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม ปรับคณะรัฐมนตรีทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงนโยบายสุขภาพท่องเที่ยวและเดินทาง เพื่อนำคนอื่นที่ดีมีความสามารถมาบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ ประกาศพื้นที่เสี่ยงระดับภาค เพื่อให้ประชาชนได้ทราบ และวางแผนชีวิต ปรับตัว ระมัดระวังเรื่องการเดินทางสู่พื้นที่เสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้า รณรงค์ให้ทุกคนในประเทศใส่หน้ากาก 100%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หก รณรงค์ให้ทุกคนในประเทศให้มาตรวจโควิด หากสงสัยว่ามีประวัติไปในพื้นที่เสี่ยง ไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่ก็ตาม และในกรณีที่ใครมีอาการคล้ายไข้หวัด ขอให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือจุดบริการตรวจโควิดด้วย แม้จะไม่มีประวัติเสี่ยง เนื่องจากขณะนี้มีการติดเชื้อในประเทศแน่นอน แต่ไม่ทราบจริงๆ ว่าใครติดใครไม่ติด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้พวกเรารักตัวเอง รักครอบครัว ป้องกันตัวเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ด้วยรักต่อทุกคน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87379</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับคณะรัฐมนตรี, ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f05230a5ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
