<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอป..สั่งง่ายกินด่วน  วิถีใหม่..ร้ายกว่าที่คิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;&amp;ldquo;ให้ความรู้ที่ถูกต้องเรื่องโภชนาการ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;text-align:center&quot;&gt;รับมือยุคสั่งอาหารออนไลน์แบบสุขภาพดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันแอปพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์มีส่วนกระตุ้นให้ผู้บริโภคมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้รายได้ตัวเลขของธุรกิจสั่งอาหารเดลิเวอรีทั้งอเมริกาและยุโรปเติบโตขึ้นจากที่แล้วประมาณ 50% ทั้งนี้ กลุ่มผู้บริโภคที่นิยมสั่งอาหารฟาสต์ฟู้ดผ่านแอปพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์ เป็นกลุ่มของคนอายุ 18-34 ปี ที่มีพฤติกรรมชอบรับประทานนอกบ้าน และอาหารไม่ชอบเข้าครัวปรุงอาหารกินเอง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจนั้น จากการสำรวจข้อมูลขององค์การด้านอาหารในอเมริกาและอังกฤษ พบว่าคนหนุ่มสาวในกลุ่มอายุดังกล่าวจะมีอายุที่สั้นลงจากคนวัยพ่อแม่ ซึ่งเกิดขึ้นจากการบริโภคอาหารที่สั่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเป็นการกระตุ้นให้คนกินเยอะมากเกินไป และถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10-20 ปีที่ผ่านมา ปัญหาการบริโภคอาหารของคนคือ การกินอาหารแปรรูปมากเกินไป แต่ปัจจุบันแอปพลิเคชันสั่งอาหาร 24 ชั่วโมง กลายเป็นสิ่งที่กระทบต่อสุขภาพของคนในยุคโซเชียล ทั้งที่ความจริงแล้วจุดประสงค์ของการสั่งอาหารเดลิเวอรีนั้นคือเรื่องความสะดวกในการบริโภค โดยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการออกไปซื้ออาหาร แต่ไม่ใช่กระตุ้นให้คนรับประทานอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารขยะ อย่างพิซซ่าฮัท และแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งอุดมไปด้วยน้ำตาล เกลือ และไขมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนให้เห็นว่า การหันมาปรุงอาหารเองที่บ้าน โดยเน้นเป็นอาหารที่ทำง่ายๆ และมีประโยชน์ เช่น ซุป สลัดผัก กินเนื้อไม่ติดมัน (เนื้อสันใน) ข้าวกล้อง มันฝรั่ง และผักสดล้างสะอาด หรือจะเลือกปรุงเมนูอาหารที่เลือกใช้ผักเป็นส่วนประกอบหลักในอาหาร อาทิ อาหารไทย อาหารเวียดนาม และอาหารญี่ปุ่น ทั้งนี้ พฤติกรรมของการสั่งอาหารเดลิเวอรีที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพนั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลในต่างประเทศจะต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือบริโภคอาหารขยะที่ได้จากสั่งซื้อตลอด 24 ชั่วโมงนั้นน้อยลง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต่างจากฝั่งทางเอเชียเอง อย่างประเทศฮ่องกง แอปพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์เป็นสิ่งที่ทำร้ายสุขภาพของคนหนุ่มสาว และยังทำให้ประเพณีการปรุงอาหารกินเองที่บ้านเริ่มจะหายไป โดยเฉพาะการปรุงอาหารจีนท้องถิ่นของคนฮ่องกง และเปลี่ยนไปกินอาหารที่ขายอยู่ในเมืองมากขึ้น ความสะดวกของแอปพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์ ทำให้คนหนุ่มสาวชาวฮ่องกงให้ความสนใจเกี่ยวกับอาหารสะดวกซื้อมากขึ้น นั่นจึงทำให้อาหารจีนดั้งเดิมเริ่มหายไป จึงส่งผลให้นักวิชาการด้านโภชนาการในฮ่องกงออกมาสะท้อนเรื่องนี้ เพื่อคนหนุ่มสาวตระหนักเกี่ยวกับการใช้บริการสั่งอาหารสะดวกซื้อ หรือพูดง่ายๆ คนหนุ่มสาวจะซื้ออาหารสะดวกซื้อกลับมากินที่บ้านมากขึ้น นั่นจะทำให้คนรุ่นใหม่ไม่กระตือรือร้นที่จะปรุงอาหารกินเอง ซึ่งวัฒนธรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่หนุ่มสาวฮ่องกงควรอนุรักษ์เอาไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านนั้น แอปพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์เพียงเจ้าเดียวในฮ่องกงมียอดใช้บริการสูงคิดเป็น 500 เปอร์เซ็นต์ นั่นจึงส่งผลให้ฮ่องกงมีร้านมากขึ้นถึง 500 แห่งทั่วประเทศ ทำให้การสืบทอดอาหารจีนสูตรดั้งเดิมนั้นเริ่มหายไป เพราะคนวัยหนุ่มสาวนิยมสั่งอาหารมาบริโภคที่บ้านมากขึ้น หากย้อนกลับไปที่ปลายศตวรรษที่ 19 หรือประมาณ 65 ปีที่ผ่านมานั้น ฮ่องกงมีการจำหน่ายอาหารสำเร็จรูปคือ แผงขายอาหารริมทาง ที่เป็นอาหารจานด่วนราคาถูก อย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวผัด และโจ๊กเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สง่า ดามาพงษ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.สง่า ดามาพงษ์ ที่ปรึกษากรมอนามัยและผู้ทรงคุณวุฒิจาก สสส. บอกว่า &amp;ldquo;สำหรับเรื่องของการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันในยุคนี้ อันที่จริงแล้วมันมีทั้งผลดีและผลเสีย เหมือนเหรียญ 2 ด้าน อีกทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นเราไม่สามารถทานกระแสของมันได้ อีกทั้งเราก็ไม่สามารถหวนกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมได้ ทั้งนี้ ก็เพื่อไม่ให้ขัดกับบริบท หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อาจารย์ขอสะท้อนเรื่องการสั่งอาหารเดลิเวอรีทั้งมุมดีและมุมเสีย โดยเฉพาะในช่วงที่โควิด-19 ระบาด ซึ่งเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กระแสการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าพูดถึงแง่ดีในช่วงโควิด-19 ระบาดที่ผ่านมานั้น หลายคนที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน นิยมทำอาหารกินเอง เพราะทุกคนกลัวติดโควิด-19 แต่พอโรคโควิด-19 เริ่มดีขึ้น จึงทำให้การสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ได้รับความนิยม ซึ่งตรงนี้เป็นข้อดีของการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี เพราะมันประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปซื้ออาหาร และที่สำคัญเราได้กินอาหารที่เราชอบ แต่ทุกอย่างนั้นล้วนมีข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวเอง ซึ่งแอปพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์ก็ตาม ซึ่งคล้ายกับระบบไอทีต่างๆ ก่อนหน้านี้ เพราะคนจะมองว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดต่างๆ ที่เราสั่งมาบริโภคอาจจะมีเกลือ น้ำตาล ไขมันในปริมาณที่สูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า ถ้าเราเดินเข้าไปร้านอาหารฟาสต์ฟูดที่ขายแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งอันที่จริงแล้วก็ยังมีเมนูเพื่อสุขภาพอื่นๆ ในร้านขายอาหารขยะเหล่านี้ เพียงแต่ว่าเราจะต้องรู้จักสั่งเมนูเพื่อสุขภาพไปรับประทาน หรือหากเราไปนั่งร้านอาหารตามสั่งทั่วไป แต่เราเลือกสั่งอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารที่มันจัด หวานจัด ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพเหมือนกัน ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการปลูกฝังทักษะความรอบรู้ด้านโภชนาการให้กับเด็กเยาวชนและผู้บริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทักษะความรอบรู้ด้านโภชนาการ เช่น หากอาจารย์จะสั่งเมนูผัดกะเพราไข่ดาว ก็จะเลือกที่จะเพิ่มแครอตและถั่วฟักยาวเข้าไป เพราะบางครั้งใส่ใบกะเพราอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ที่สำคัญก็จะเพิ่มลงไปในแอปพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์ว่าไม่ใส่ผงชูรส ซึ่งเหล่านี้มันอยู่ที่ตัวเราจะเลือกครับ ดังนั้นแอปพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์ก็ควรที่จะดีไซน์ให้ผู้บริโภคสามารถสั่งอาหารเดลิเวอรีที่ตัวเองชอบแบบสุขภาพดีได้จริงๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำถามที่ว่าหากคนส่วนใหญ่เลือกที่จะสั่งอาหารผ่านออนไลน์มากขึ้น จะทำให้คนหนุ่มสาวและวัยรุ่นเรียนรู้การเข้าครัวน้อยลง และทำให้เมนูอาหารไทยต่างๆ เช่น น้ำพริก หรือแม้แต่แกงส้มนั้นหายไป ทั้งที่เป็นอาหารยอดนิยมลดลงหรือไม่ ตรงนี้ก็ต้องย้อนกลับไปที่เราจะสามารถช่วยกันผลักดันเพื่อทำ 2 เรื่องนี้ให้ไปด้วยกันได้ ทั้งผู้บริโภคที่มีทักษะความรอบรู้ด้านโภชนาการ หรือทักษะในการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และในส่วนของคนสร้างแอปพลิเคชันเองก็ต้องครีเอตรูปแบบแอปพลิเคชันให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้มากที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปรึกษากรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;หากเรายังไม่มีการรณรงค์หรือเพิ่มทักษะเกี่ยวกับความรอบรู้ด้านโภชนาการที่ถูกต้อง ก็อาจเป็นไปได้ว่าในอนาคตนั้น พฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนอาจจะเปลี่ยนแปลงไป เช่น การกินผัก ผลไม้น้อยลง และหันไปบริโภคอาหารจากบริการสั่งอาหารออนไลน์แทน ดังนั้นทางออกในการแก้ปัญหาเรื่องนี้จำเป็นต้องมีนักวิชาการเข้ามาทำงานวิจัยเกี่ยวกับแอปพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์ ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นข้อมูลให้คนทราบว่าการบริโภคอาหารของคนไทยนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ทั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนเรื่องการบริโภคอาหารที่ถูกต้องและปลอดภัยให้กับคนไทย เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะการบริโภคอาหารให้ถูกต้องครบ 5 หมู่ ยังถือเป็นหลักในการดูแลสุขภาพที่สำคัญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรชะลอวัยและฟื้นฟูสภาพ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ปัจจุบันนั้นวัฒนธรรมการสั่งอาหารออนไลน์เริ่มเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก ทั้งจีน ไต้หวัน ฮ่องกง รวมถึงประเทศไทย และเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนไทยนั้นสั่งอาหารออนไลน์ เพราะว่าผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคา และยังสามารถเลือกอาหารที่จะรับประทานได้ค่อนข้างหลากหลายและตรงกับรสนิยม แต่นั่นจะทำให้เราบริโภคอาหารไม่หลากหลาย ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่หากเราไม่ชอบกินอาหารแบบนี้ เราก็สามารถเลือกกินอาหารอย่างอื่นแทนได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งสำคัญสำหรับการบริโภคอาหารของคนรุ่นใหม่ ซึ่งรวมถึงคนที่มีอายุมากที่อยู่ในยุคนี้ ประการสำคัญจะต้องมีความรู้เรื่องโภชนาการที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อให้คนเลือกบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะหากปัจจุบันมีโปรโมชั่นการขายที่ชูเรื่องของการลดแลกแจกแถม นั่นหมายความว่าอาหารกลุ่มนี้มีไขมัน น้ำตาล และเกลือสูง ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคทั่วโลกเป็นโรค &amp;ldquo;อ้วนลงพุง&amp;rdquo; โดยเฉพาะการที่หากกินอาหารแล้วนั่งดูทีวีหรือเล่นเกม กระทั่งเข้านอนทันที นั่นหมายว่าหลังบริโภคอาหารแล้ว เราไม่มีกิจกรรมย่อยอาหาร จึงเป็นสาเหตุของโรคอ้วนที่กล่าวไว้ข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในปัจจุบันการที่ผู้บริโภคสามารถสั่งอาหารออนไลน์มารับประทานเวลาใดก็ได้นั้น มันทำให้คนกินอาหารไม่ตรงกับนาฬิกาชีวภาพ จึงเป็นสาเหตุของโรค NCD นั่นเอง ซึ่งคำว่านาฬิกาชีวภาพนั้นคือ การรับประทานอาหารเช้าอย่างเต็มที่ เพราะอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนการเผาผลาญอาหารออกมา กระทั่งตอนเย็นการเผาผลาญพลังงานก็จะหยุดลง จึงเป็นเหตุผลว่าเราควรกินอาหารมื้อเย็นให้น้อยลง และต้องงดกินอาหารที่มีไขมันสูง งดอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลลงในมื้อเย็น แต่ยังสามารถบริโภคอาหารที่มีโปรตีนและผัก ผลไม้ได้ นอกจากนี้หลังกินอาหารมื้อเย็นแล้วควรเดินออกกำลังกายเป็นเวลา 10 นาที เพื่อให้น้ำตาลในกระแสเลือดสูบฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อ นั่นจะทำให้น้ำตาลในเลือดของเราลดน้อยลง ก็จะช่วยป้องกันโรคอ้วนลงพุง หรือโรค NCDs (โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) ต่างได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ บอกอีกว่า &amp;ldquo;ถ้าเราทุกคนช่วยกันรณรงค์เกี่ยวกับการบริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ เพราะปัจจุบันการพูดถึงเวลเนสมากขึ้น หรือการมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงจะต้องประกอบด้วยหลายมิติ ทั้งกินดี อยู่ดี ออกกำลังกายดี และนอนดี ดังนั้นเราจะเห็นว่ามีบล็อกเกี่ยวกับสุขภาพต่างๆ ออกมาพูดถึงเรื่องการดูแลสุขภาพในมิติต่างๆ หรือแม้แต่ผู้ผลิตแอปพลิเคชันสั่งอาหารออนไลน์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชอบเรื่องความสะดวกสบายในการบริโภคอาหารนั้น ก็อาจจะต้องมีการตระหนักในเรื่องการอาหารที่หวานจัด เค็มจัดและมันจัดให้มากขึ้น เพราะในร้านอาหารสะดวกซื้อในต่างประเทศเองก็ได้มีการปรับเปลี่ยน คือการเน้นเพิ่มอาหารที่ไฟเบอร์มากขึ้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายจะต้องช่วยกันรณรงค์ครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84497</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์, สง่า ดามาพงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201120/image_big_5fb7a17687dc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยเก๋ากินเจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เลือกเมนูแป้งน้อย-กากใยอาหารสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้สูงอายุกินเจว่าดีต่อสุขภาพแล้ว แต่ถ้าจะให้ดีมากกว่านั้น ต้องรับประทานอาหารเจอย่างถูกสุขลักษณะด้วยเช่นกัน เพราะหากบริโภคแล้วนั่งนอนอยู่กับที่ โดยปราศจากการเคลื่อนไหวร่างกาย อาจเสี่ยงต่อของโรคอ้วน ไขมันเกิน หรือแม้แต่กระตุ้นอาการของโรคเบาหวานให้กำเริบได้ โดยเฉพาะคนวัยเก๋าท่านใดที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว เพื่อให้ช่วงเทศกาลถือศีลกินผักนี้ ทำให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพที่ดีและจิตใจผ่องใส ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส จากศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ รพ.บำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกินเจแบบสุขภาพดีไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ อธิบายว่า &amp;ldquo;อันดับแรกนั้นต้องทำความเข้าใจว่า เทศกาลกินเจนั้นคือช่วงระยะเวลาที่คนต้องถือศีลกินผัก งดเว้นจากการบริโภคเนื้อสัตว์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการล้างพิษให้กับร่างกายได้เช่นกัน เพราะก่อนที่สัตว์จะเสียชีวิตเพื่อนำมาเป็นอาหารที่คนบริโภคนั้น จะเกิดความเครียดซึ่งสะสมอยู่ในร่างกาย ดังนั้นช่วงเทศกาลกินเจจึงเป็นทั้งช่วงที่ละเว้นจากเนื้อสัตว์ อีกทั้งทำให้จิตใจเบิกบาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(หลังบริโภคอาหารเจที่มีแป้งและน้ำตาลเยอะ ควรเดินย่อยอาหารเพื่อออกกำลัง และเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงานของกล้ามเนื้อ โดยที่ไม่สะสมต่อร่างกาย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เหตุผลที่ว่าทำไมอาหารเจจึงมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบหลักนั้น เนื่องจากคนโบราณเวลาที่รับประทานอาหารมักจะต้องการพลังงาน ดังนั้นน้ำมันจึงเป็นแหล่งพลังงานที่ดีที่สุดของคนสมัยนั้น เรียกได้ว่าเป็นภูมิปัญญาคนยุคเก่าใช้น้ำมันเป็นแหล่งทดแทนพลังงานให้กับร่างกาย แต่ปัจจุบันเรารู้กันดีว่าการบริโภคน้ำมันในปริมาณมากๆ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงควรกินแบบพอประมาณ นอกจากนี้ อาหารเจที่เรากินก็มักจะมีแป้งเยอะ และหากกินมากๆ แป้งก็จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล และน้ำตาลก็จะเปลี่ยนเป็นไขมัน ทั้งนี้เพื่อให้การกินเจเป็นไปแบบฉลาด และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมอแนะนำว่า 1.เลือกอาหารจำพวกแป้งที่ทำจากข้าวไม่ขัดสี เช่น กินข้าวกล้อง เพราะจะมีไฟเบอร์อยู่ครึ่งหนึ่ง (กากใยอาหารช่วยย่อย) และมีแป้งอยู่ครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ ไฟเบอร์ที่อยู่ในข้าวกล้องนั้นจะป้องกันไม่ให้น้ำตาลดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณที่มากจนเกินไป ขณะเดียวกันก็ช่วยย่อยไปด้วยในตัว ส่วนวิธีการหุงข้าวกล้องให้รับประทานง่ายในช่วงเทศกาลกินเจนั้น แนะนำให้ใส่น้ำลงไปมากกว่าเดิมเล็กน้อย หรือปรุงเป็นเมนู &amp;ldquo;ข้าวต้มข้าวกล้อง&amp;rdquo; ก็ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ หากใครที่ต้องการบริโภคขนมปังเจ ก็ขอให้เลือกชนิดที่ทำจากแป้งหลายสี (ข้าวกล้องหรือธัญพืช) ไม่บริโภคขนมปังเจที่ทำจากข้าวขัดสี ให้หลีกเลี่ยงการปรุงเมนูอาหารเจที่เน้นการทอด เพราะมีสารที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระสูง ทำให้แก่ง่าย ซึ่งไม่เหมาะกับคนสูงวัย ดังนั้นจึงแนะนำให้บริโภคเป็นเมนูนึ่ง ต้ม ตุ๋น แทน เช่น &amp;ldquo;เมนูจับฉ่าย&amp;rdquo; ที่ควรบริโภคเนื่องจากในเมนูนี้จะผักรวมกันหลายชนิด และมีวิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์สูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เพิ่มรสชาติให้กับอาหารเจ ปรุงเมนูจากโปรตีนเกษตรให้มีรสเผ็ดแซ่บกลมกล่อม)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผศ.นพ.พันธุ์ศักดิ์ บอกอีกว่า การบริโภค &amp;ldquo;โปรตีนเกษตร&amp;rdquo; นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างปลอดภัย เนื่องจากมีส่วนผสมของถั่วเหลืองเป็นหลัก ซึ่งมนุษย์สามารถบริโภคได้ อีกทั้งไม่มีแป้ง ที่สำคัญการปรุงเมนูอาหารจากโปรตีนเกษตรนั้นสามารถพลิกแพลงให้มีรสชาติ อย่างการใส่พริกลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติให้กับอาหาร หรือถ้าหากซื้ออาหารเจบริโภคควรเลือกร้านที่ปรุงอาหารเจจากโปรตีนเกษตรที่ใช้สีผสมอาหารจากธรรมชาติ เพราะอย่าลืมว่าการบริโภคอาหารเจที่ดีจะต้องอุดมไปด้วยโปรตีน เกลือแร่ แป้งน้อย และมีไฟเบอร์สูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แนะนำว่าหลังการบริโภคอาหารเจทุกมื้อ ผู้สูงอายุควรเดินให้ได้ประมาณ 10 นาที เพื่อช่วยย่อยอาหาร และเนื่องจากการบริโภคอาหารเจที่มีแป้งและน้ำตาลอยู่ในอาหาร แต่การเดินออกกำลังกายเบาๆ ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นอาหารของกล้ามเนื้อ โดยที่ไม่ไปสะสมอยู่ที่ร่างกาย หรือผู้สูงอายุอาจใช้วิธีกินอาหาร 12 ชั่วโมง หลักจากนั้นก็ให้งดอาหารเป็นเวลาอีก 12 ชั่วโมงเช่นกัน ซึ่งตรงนี้จะทำให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมน (ฮอร์โมนที่ช่วยซ่อมแซมร่างกาย) ซึ่งจะป้องกันความชราได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับข้อควรระวังในผู้สูงอายุที่บริโภคอาหารเจนั้น สำหรับคนสูงวัยที่เป็นโรคเบาหวาน ถ้าหากกินแป้งและน้ำตาลเยอะในช่วงนี้ ก็แนะนำให้ไปพบแพทย์บ่อยขึ้น หรือวิธีที่ง่ายที่สุดคือ การลดกินแป้งให้น้อยลง กินผักให้เยอะขึ้น ซึ่งการบริโภคผักในช่วงกินเจนั้นสามารถนำไปปรุงเป็นเมนูนึ่ง ต้ม หรือตุ๋น หรือจะนำน้ำต้มผักไปบดรวมกับข้าวและนำไปตุ๋นอีกทอดหนึ่ง ก็จะได้เป็นน้ำซุปผักและข้าวที่อร่อย มีโปรตีนอาหารสูง ที่สำคัญกินแล้วย่อยง่าย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47062</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d933eda0a85e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;2ข้อปฏิบัติ&quot;เพื่อสุขภาพที่ดี  สว.ไม่ควรละเลยในหน้าฝน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา&amp;rdquo; นอกจากเป็นช่วงที่ผู้สูงอายุมักเข้าวัดทำบุญบ่อยขึ้น อีกทั้งเป็นช่วงที่บ้านเราเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว คนวัยเก๋าจำเป็นต้องดูแลสุขภาพให้มากขึ้นควบคู่กันไป เพราะเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคหวัดและเป็นลมจากการเดินทางออกจากบ้านได้ค่อนข้างง่ายกว่าวัยอื่น เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของคนวัยนี้ทำงานน้อยลง จากอายุที่เพิ่มมากขึ้น นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ รพ.บำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล มาให้คำแนะนำการดูและสุขภาพไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพ.พันธ์ศักดิ์ บอกว่า &amp;ldquo;ช่วงวันอาสาฬหบูชาและเทศกาลเข้าพรรษานั้น เป็นช่วงที่บ้านเราฝนตกชุก ประกอบกับภูมิคุ้มกันผู้สูงอายุก็จะทำให้ได้ลดน้อยลงจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงค่อนข้างเสี่ยงต่อการเป็น &amp;ldquo;โรคหวัด&amp;rdquo; มากกว่าปกติ ทั้งนี้ แนวทางในการดูแลสุขภาพโดยรวมของคนสูงวัยนั้น เริ่มจาก &amp;ldquo;การรักษาสุขภาพทั่วไป&amp;rdquo; คือ การดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะการที่ผู้สูงอายุขาดน้ำจะทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ไม่ดี และเป็นผลทำให้ผู้สูงอายุหน้ามืดเวลาที่ลุกขึ้น แต่การดื่มน้ำที่เหมาะสมสำหรับคนสูงวัยนั้น หมอแนะนำว่าควรหมั่นจิบน้ำบ่อยๆ และเข้าห้องน้ำเป็นระยะ ซึ่งส่วนมากผู้สูงอายุมักจะเป็นกังวลเวลาที่ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยๆ ทำให้ไม่ชอบดื่มน้ำและทำให้ต้องกลั้นปัสสาวะ ตรงนี้จะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้นการดื่มน้ำเป็นระยะก็จะทำให้เข้าห้องน้ำเป็นระยะ จะช่วยป้องกันอาการเป็นลมหน้ามืดได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ป้องกันการวูบเป็นลมขณะลุกนั่ง และช่วยให้เลือดไหลเวียนดี หลังตื่นนอนตอนเช้าแนะนำให้ผู้สูงอายุลุกนั่งช้าๆ บนที่นอนเป็นเวลา 30 วินาที และบิดซ้ายขวา 30 วินาที รวมถึงนั่งห้อยขา 30 วินาที ก่อนลงจากเตียง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สิ่งหนึ่งที่ลูกหลานลืมไม่ได้ คือการให้ผู้สูงอายุรับประทานวิตามิน B รวม และวิตามิน C หรือกินอาหารทะเลที่มีแร่ธาตุสังกะสี จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ผู้สูงวัยรู้สึกสดชื่นมากขึ้น ที่สำคัญต้องรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อท้องร่วงท้องเสีย ซึ่งอันตรายมากสำคัญคนสูงวัย ที่สำคัญต้องไม่รับประทานมากเกินไป เพราะนั่นจะทำให้แน่นท้องและย่อยยาก ที่สำคัญจำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอกรณีที่จะต้องตื่นขึ้นไปไหว้พระทำบุญ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันภาวะหน้ามืดขณะที่ลุกขึ้น แนะนำว่าเวลาที่ผู้สูงอายุตื่นนอนตอนเช้านั้น ถ้าจะให้ดีควรค่อยๆ ลุกนั่งจากที่นอนอย่างช้าๆ โดยใช้เวลาประมาณ 30 วินาที จากนั้นเมื่อลุกนั่งแล้วก็ให้พลิกตัวหันไปทางซ้ายและขวาเป็นเวลา 30 วินาที ต่อด้วยการนั่งห้อยขาเป็นเวลา 30 วินาที เพื่อให้ระบบโลหิตไหลเวียนได้ดี และทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงหัวใจได้ดี ก็จะช่วยป้องกันการลุกขึ้นยืนหรือนั่งโดยไม่วูบเป็นลมนั่นเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ร่มไม้เท้า&amp;rdquo; อุปกรณ์ที่เป็นขาที่ 3 ของผู้สูงวัยช่วยป้องกันการหกล้ม ซึ่งคุณตาคุณยายควรพกพาเวลาออกไปทำธุระนอกบ้านในช่วงหน้าฝน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกสิ่งหนึ่งที่อยากแนะนำคือการ &amp;ldquo;ถือไม้เท้าที่ดีไซน์เป็นร่ม&amp;rdquo; ซึ่งถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่เป็นขาที่ 3 ของผู้สูงวัยก็ว่าได้ เพราะนอกจากช่วยประคอง ทำให้เดินได้อย่างมั่นคงไม่ล้มแล้ว ร่มยังใช้ป้องกันแสงแดดได้อีกด้วย เพราะคนสูงวัยส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยชอบถือร่มไม้เท้า เพราะกลัวถูกมองว่าแก่ นอกจากนี้เวลาไปไหนมาไหนในช่วงหน้าฝนที่มีอาการชื้นและร้อนสลับกัน ก็ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่หนาจนเกินไป อีกทั้งช่วยระบายอากาศได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(เพื่อป้องกันการติดเชื้อโรคจากผู้อื่น ผู้สูงอายุควรสวมหน้ากากอนามัย และหมั่นล้างมือให้สะอาดเป็นประจำหรือพกแอลกอฮอล์เช็ดเวลาที่ต้องสัมผัสสิ่งของร่วมกับผู้อื่น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการดูแลสุขภาพในช่วงหน้าฝนและเทศกาลงานบุญนั้น &amp;ldquo;การป้องกันโรคติดต่อจากผู้อื่น&amp;rdquo; ก็เป็นสิ่งที่คนสูงวัยให้ความตระหนัก และอย่าคิดว่าไม่เป็นไร โดยเฉพาะการได้รับเชื้อโรคหวัดจากลมหายใจในสถานที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก หรือเวลาที่ต้องออกไปข้างนอก และสัมผัสสิ่งของต่างๆ ร่วมกับคนทั่วไป ตลอดจนการรับประทานอาหารนอกบ้าน ก็จำเป็นต้องล้างมือให้สะอาด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายและติดเชื้อโรคจากผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การป้องกันการได้รับเชื้อโรคหวัดจากการหายใจรดกันนั้น คือการใส่หน้ากากอนามัยปิดปากและจมูกเวลาที่ต้องออกไป ในสถานที่พลุกพล่านที่มีคนเยอะ เช่น ห้างสรรพสินค้า วัด เป็นต้น ที่สำคัญผู้สูงอายุควรพกแอลกอฮอล์สำหรับเช็ดมือเวลาไปจับสิ่งของร่วมกับผู้อื่น ก็จะทำให้ไม่มีเชื้อโรคหวัดติดอยู่ที่มือของเรา และเชื้อแบคทีเรียไม่แพร่ไปสู่ผู้อื่น ที่สำคัญเวลาไปรับประทานอาหารนอกบ้านก็ควรล้างมือให้สะอาด จะช่วยป้องกันเชื้อไข้หวัดได้ทางหนึ่ง ดังนั้นถ้าผู้สูงอายุสามารถทำได้ 2 ข้อที่บอกมา เวลาจะไปไหนมาไหนก็สบายมากครับ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41534</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d346064161f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูแลสุขภาพจากเรื่องใกล้ตัว เทคนิครับมืออากาศร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากปัญหาฝุ่นควันพิษเริ่มเบาบางลง สภาพอากาศเริ่มร้อนก็กำลังตามมาทดสอบสมรรถภาพของทุกคนในสังคม ดังนั้นการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุในช่วงอุณหภูมิขยับสูงขึ้น เพื่อเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเต็มตัว ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะแสงแดดที่ร้อนระอุเป็นตัวการสำคัญซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ทั้งความอับชื้นในร่างกาย ตลอดจนปัญหาผิวพรรณที่มีตัวการจากรังสียูวี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ รพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ข้อมูลการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในช่วงฤดูร้อนไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นพ.พันธ์ศักดิ์ ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;เมื่อเริ่มเข้าสู่หน้าร้อน การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ทั้งนี้ เริ่มจากการดูแลสุขภาพในช่วงเข้าสู่หน้าร้อนของผู้สูงอายุ ให้เริ่มจาก &amp;ldquo;ชุดชั้นในที่ใส่ต้องแห้งโล่งโปร่งสบาย&amp;rdquo; ดังนั้นต้องบอกผู้สูงอายุว่าอย่าใส่ชุดชั้นในที่อับแน่น และอย่าใส่กางเกงรัดแน่น และถ้าจะให้ดีกับสุขภาพนั้นควรเลือกใส่กางเกงผ้าฝ้ายที่มีขากว้าง หรือใส่กระโปรงผ้าฝ้าย ก็จะทำให้ไม่ร้อน หรือร่างกายสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี และหากผู้สูงวัยอาบน้ำหลังกลับจากข้างนอก ประกอบกับต้องนอนห้องแอร์เย็น แต่การที่ท่านห่มผ้าก็จะทำให้มีเหงื่อซึม ดังนั้นหลังตื่นนอนควรอาบน้ำในช่วงเช้าอีกสักครั้ง เพื่อความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(หน้าร้อนผู้สูงอายุควรเลี่ยงอาหารไขมันสูง ที่เป็นสาเหตุของการสร้างอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้น)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเรื่องอาหารการกินนั้น อย่ากินอาหารหมักดอง เพราะจะมีแบคทีเรียไม่เป็นมิตรอยู่จำนวนมาก และมักจะเติบโตได้ดีในช่วงอากาศร้อน ที่สำคัญอย่ากินอาหารค้างคืน เพราะเสี่ยงต่อการอาการท้องเสียท้องร่วงได้ง่าย ถ้าจะให้ดีนั้นควรกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ และมีส่วนผสมของผักผลไม้สดที่ล้างทำความสะอาดให้ดีแล้ว อันนี้ช่วยได้ และให้ &amp;ldquo;หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง&amp;rdquo; หรือกินแล้วทำให้รู้สึกร้อนขึ้น แต่ให้กินอะไรที่ทำให้รู้สึกเย็น เช่น แกงจืดฟักแฟง ในส่วนของการใช้ครีมกันแดดนั้น ส่วนตัวแล้วหมอแนะนำว่าผู้หญิงควรใช้ครีมกันแดด เพราะหลักๆ แล้วการได้รับแดดที่ปลอดภัย คือแสงยูวีในตอนเช้าและตอนเย็น ประกอบกับส่วนใหญ่เรามักไปสัมผัสในช่วงเวลากลางวัน แต่ทั้งนี้การใช้ครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสียูวีไม่ให้ทำร้ายผิวของคุณ แต่ข้อเสียทำให้ร่างกายขาดวิตามินดี เนื่องจากเป็นวิตามินที่สำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันต่อกระดูกและกล้ามเนื้อ ตลอดจนฮอร์โมนต่างๆ พูดง่ายๆ ว่าดีไปทุกอย่าง ฉะนั้นเมื่อเราไม่สามารถได้รับแสงแดดได้ตลอดเวลา เราก็ควร &amp;ldquo;รับประทานวิตามินดี&amp;rdquo; ให้เหมาะสม ที่สามารถหาได้ในไข่แดง, เนื้อปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู, เห็ด, ชีส ที่ลืมไม่ได้ในช่วงอากาศร้อนก็ยังแนะนำว่า ควรใส่หมวกและทาครีมกันแดด เนื่องจากผิวของผู้สูงอายุค่อนข้างบาง ที่สำคัญควรหมั่นจิบน้ำเพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุของการช็อกหมดสติจากภาวะความร้อนและเหงื่อออกมากเกินไป&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29495</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190219/image_big_5c6bfb237d955.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มองโลกบวก-ใช้เมตตานำชีวิตหลักอายุยืนสุขภาพกายใจแข็งแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่แค่ลุคส์ที่ดูหนุ่มกว่าวัย แต่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และสำเนียงการพูดคุยที่ฉะฉาน สุภาพ จึงถือเป็นเอกลักษณ์ของ ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสจากศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ รพ.บำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล ที่หลายครั้งเราคุ้นกันดีกับบทบาทหน้าที่วิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพในโอกาสต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันก่อนมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณหมอวัย 66 ปี ถึงการดูแลสุขภาพให้ดูอ่อนเยาว์ งานนี้เจ้าตัวแอบกระซิบว่า หลักการดูแลร่างกายให้แข็งแรงใช้หลัก &amp;ldquo;คิดดีและมอบสิ่งดีๆ ให้ผู้อื่น&amp;rdquo; เมื่อนั่นความสุข ความสบายใจ ก็จะกลับมาสู่ตัวเอง นี่เองจึงทำให้ดูสดใสกว่าอายุจริง สำหรับใครที่อยากหนุ่มแน่นไปตลอดกาล สามารถนำเคล็ดลับของคุณหมอไปใช้กันได้แบบไม่สงวนลิขสิทธิ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์เล่าว่า เคล็ดลับชะลอวัยของเจ้าตัวนั้น ใช้หลักการสำคัญคิดถึงดูแลสุขภาพ โดยการรู้ตัวเองมีจุดอ่อนและจุดแข็งตรงไหน จากนั้นก็จะปิดจุดอ่อนและเปิดจุดแข็งในตัวเรา ซึ่งผมมองว่าถ้าอายุยืนนั้น กลางวันเราต้องทำงาน แต่กลางคืนเราควรที่จะพักผ่อน เพราะร่างกายของเราออกแบบให้เป็นแบบนี้ เราจึงจำเป็นต้องทำตามนาฬิกาชีวิตที่ได้รับการออกแบบมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่มและตื่นตี 5 พอลุกขึ้นมาก็กินอาหารเช้าแบบเต็มที่ ส่วนมื้อเย็นนั้นผมกินน้อยลง โดยเฉพาะแป้งและน้ำตาล นั่นจึงทำให้ระบบของการสร้างฮอร์โมน สารอาหารที่ครบถ้วนให้ร่างกาย นอกจากนี้ ผมเคยพูดเป็นประจำว่า การที่เราจะมีสุขภาพดีต้องอารมณ์ดี ผมจึงมองโลกในแง่บวก ไม่คิดร้ายใคร และช่วยเหลือทุกคนที่ช่วยได้ ทั้งหมดนี้จะกลับมาสู่เรา ทำให้เราใช้ชีวิตด้วยความเมตตา เพราะอยากให้คนอื่นมีสุข และยินดีเมื่อคนอื่นมีความสุข นั่นจะทำให้ใจของเราสบาย และเมื่อใจสบายเราก็จะนอนหลับสนิท นี่เองจึงเป็นผลให้กระบวนการซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนตัวผมชอบใช้ชีวิตแบบแอคทีฟ หรือทำชีวิตให้มีชีวาโดยการทำตัวให้ไม่หยุดนิ่ง และไม่ปล่อยให้ตัวเองว่าง เพราะเมื่อยิ่งอายุมาก เราจะคิดลบ ดังนั้นจึงพยายามเอาเรื่องดีๆ ไปให้คนโน่นคนนี่ และคนก็จะมาเชิญเราไปพูดเป็นวิทยากรเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่เป็นประจำ จึงทำให้ชีวิตเรามีความหมาย ไม่ใช่การนั่งอยู่เฉยๆ และมองว่าวันๆ ใกล้ตายแล้ว นั่นจึงทำให้ชีวิตมีความหวังที่จะมอบสิ่งดีๆ กับคนอื่น นั่นก็จะทำให้สิ่งดีๆ ย้อนกลับมาหาตัวเราเอง เพราะตามหลักความจริงแล้ว การที่คุณทำอะไรให้ใคร สิ่งเหล่านั้นมันก็จะสะท้อนกลับมาสู่ตัวเราเสมอ หลักการมีแค่นี้เองครับ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่สูตรสำเร็จของการมีสุขภาพดีอย่าง &amp;ldquo;การออกกำลังกาย&amp;rdquo; ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ บอกว่า ก็ให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยเจ้าตัวใช้การทำงาน เป็นการเอกเซอร์ไซส์ไปในตัว โดยเฉพาะเวลาที่ทำงาน แทนที่จะให้ลูกน้องเดินมาหา แต่เจ้าตัวจะเดินไปเขา ที่สำคัญหลังตื่นนอนตอนเช้าและรับประทานอาหารก็จะไปเดินเล่น และหากมีเวลาว่างก็จะจูงหมาเดิน ตรงนี้ไม่เพียงเจ้าของจะได้สุขภาพที่ดี แต่สุนัขเองก็มีความสุข เพราะเนื่องจากร่างกายของมนุษย์ถูกออกแบบให้เดิน ไม่ใช่การนั่งและนอน ถ้าเราทำอย่างนั้นก็จะเป็นตัวเสริมให้สุขภาพดีและแข็งแรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถ้าถามว่าเข้าวัดไหม บอกเลยว่าผมไปวัดทุกครั้งที่มีโอกาส ที่สำคัญหมอจะหมั่นเจริญศีลภาวนา เวลาตื่นเช้า ก็จะสวดมนต์พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานว่า วันนี้ขอให้เจอกับสิ่งดีๆ และขอให้ตัวเองทำสิ่งดีๆ กับคนอื่น และเมื่อถึงตอนเย็นที่กลับบ้าน ก็ตั้งจิตอธิษฐานอีกว่า สิ่งดีๆ ที่ทำในวันนี้ก็ขอให้กลับไปสู่บิดามารดา และสุดท้ายก็ขอให้ผมมีความสุข นั่นจึงทำให้หมอนอนหลับสบายจากกิจวัตรประจำวันที่ทำ มันก็คือการแผ่เมตตาโดยเฉพาะเรื่องดีๆ ไปให้ผู้อื่น ทั้งที่เรายังมีชีวิตอยู่ครับ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคล็ดลับอายุยืนและดูอ่อนกว่าวัยที่ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ปรับหลักคิดค่ะ. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10667</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์, รพ.บำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล, สงวนลิขสิทธิ์, สุขภาพไวทัลไลฟ์, ฮอร์โมน, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b153e2e271fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
