<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หนึ่งล้านหลุมขนมครก&quot;เป้าหมายใหม่ ตามรอยศาสตร์พระราชา  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;
โครงการ &amp;ldquo;พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน&amp;rdquo;หรือการแก้ปัญหาดิน น้ำ ป่า คน และหยุดท่วม-หยุดแล้งยืน โดยการนำศาสตร์พระราชาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย ไปลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และโฟกัสไปที่แม่น้ำป่าสัก &amp;nbsp; ได้เริ่มต้นเข้าสู่การดำเนินโครงการระยะที่ 3 (ปีที่ 7-9 &amp;nbsp; )โดยมีบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนโครงการ&amp;nbsp;
ในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 &amp;nbsp;ยังคงวางแผนปฎิบัติการภายใต้แนวคิด &amp;nbsp;&amp;ldquo;แตกตัวทั่วไทย สานพลังสามัคคี&amp;rdquo; หรือการรวมพลังสร้างความเปลี่ยนแปลง ตามศาสตร์พระราชา นำทีมลงพื้นที่ อ. ภูหลวง จ. เลย ร่วมกันฟื้นฟูป่าต้นน้ำแถบเทือกเขาเพชรบูรณ์แหล่งกำเนิดแม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำสำคัญหลายสายที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยในภาคกลาง และชาวอีสานตอนบนตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน

&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.ยักษ์ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรืออาจารย์ยักษ์ ผู้ริเริ่มโครงการ &amp;nbsp;กล่าว ผลสรุป 6ปีที่ผ่านมา &amp;nbsp; ถือว่าโครงการมาไกลเกินเป้ามาก &amp;nbsp;จากจุดเริ่มแรกมองเห็นว่า ความเข้าใจในศาสตร์พระราชา ไม่ลึก ไม่กว้างพอ เป็นอุปสรรค หรือเป็นคอขวด ที่จะขยายความรู้ของในหลวง ร.9 ออกไป &amp;nbsp;ซึ่งผ่านไป 6ปี &amp;nbsp;ก็คาดว่ามีคนเข้าใจมากขึ้น &amp;nbsp;และความเข้าใจนี้ ได้ถูกำหนดในแผนยุทธศาสตร์เรื่องน้ำของประเทศแล้ว &amp;nbsp;แต่แผนก็ยังเป็นแค่แพลนนิ่ง ถ้าจะให้นำไปสู่การนำไปปฎิบัติได้ต้องออกแรงกันมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ในการเข้าสู่ระยะที่ &amp;nbsp;3 &amp;nbsp;จึงต้องเร่งสร้างคน ที่เป็นวิทยากรอบรม &amp;nbsp;สามารถออกแบบ คำนวณ &amp;nbsp;สามารถเป็นที่พึ่ง ของคนที่สนใจต้องการทำหลุมขนมครก ตามสูตร โคก หนอง นา ได้ &amp;nbsp;ใช้วิธีการเอามื้อสามัคคี หรือการลงแขกของชาวบ้านมาใช้ &amp;nbsp;เพราะขณะนี้ ศูนยฝึกที่กระจายตามพื้นที่ต่างๆ ยังขาดคนที่จะมาเป็นวิทยากร ซึ่งถ้าหากเร่งขยาย และคาดว่า ปฎิบัติการใน 3 ปีหลัง น่าจะทำได้ครบ 70 จังหวัดได้ &amp;nbsp;ครอบคลุมเชื่อมโยงทั้ง 25ลุ่มน้ำ ซึ่งเป็นการขยายตัวที่เร็วกว่า 2ระยะที่ผ่านมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้ การเร่งขยายผลระยะที่ 3 &amp;nbsp;อ.ยักษ์ กล่าวว่า ยังเพิ่มแรงกระตุ้นด้วยการทำการศึกษาวิจัย ใส่เข้าไปในโครงการ &amp;nbsp;ว่าผลลัพธ์การทำตามศาสตร์พระราชา ที่ได้เป็นอย่างไร เพื่อเป็นเครื่องช่วยยืนยันความสำเร็จ และจะเป็นแรงผลักขับเคลื่อนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เราทำวิจัยผลสำเร็จของโครงการ เช่น ที่ศรีไศล มีอยู่รายหนึ่ง หลังทำตามศาสตร์พระราชา รายได้เขาเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด ผลวิจัยแบบนี้ เราจะต้องนำไปแสดงให้คนที่ยังไม่ได้ทำได้เห็น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิตย์ กริชพิพรรธ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า &amp;nbsp;เชฟรอนภูมิใจที่มีส่วนร่วมขับเคลื่อนและสนับสนุนโครงการมาอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จเช่นนี้ &amp;nbsp;ด้วยการเป็นแกนนำภาคเอกชนทั้งพนักงานของเราเองและพันธมิตรในการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ และสืบสานพระราชปณิธานของ ในหลวงร. 9 &amp;nbsp;การดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างชัดเจน และพิสูจน์ได้ว่าการประยุกต์ &amp;lsquo;ศาสตร์พระราชา&amp;rsquo; ทั้งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ มาใช้ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถพลิกฟื้นพื้นที่แห้งแล้งให้กลับเขียวขจี ทำให้เกษตรกรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นจริง ปลดหนี้ได้ ที่สำคัญเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม &amp;nbsp;เชฟรอนจึงยังยืดหยัดที่สนับสนุนและมีความหวังที่จะเห็นการขยายตัว แตกตัวไปให้ครบทั้ง 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ
ผู้จัดการใหญ่ ฯกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ส่วนตัวยังมองว่า เป้าหมาย การทำหลุมขนมครก &amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำ 1แสนหลุม อาจจะไม่พอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ควรวางเป้าไว้ที่ 1ล้านหลุม &amp;nbsp;นับว่าเป็นการตั้งเป้าที่สูง แต่มองเห็นว่าถ้าเราทำscale เล็ก แสนหลุม จะไม่มีแรงขับเคลื่อนพอ ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ &amp;nbsp;ดังนั้น เป้าหมายเราจึงต้องเพิ่มไปที่ ล้านหลุม นอกจากนี้ ยังคิดว่าเป้าหมายล้านหลุม ขนมครก มีความเป็นไปได้ เพราะประเทศไทย ไม่ได้เป็นประเทศที่ขาดทรัพยากร เรามีน้ำจืด มีดินเพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ถ้าทำได้ ตามนี้ ความปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น เราไม่ควรเป็นประเทศยากจน อดอยาก หรือต้องพึ่งพิงคนอื่น โดยเฉพาะอาหาร เรามีทรัพยากรเหลือเฟือ แต่ขาดแค่การจัดการทีดีเท่านั้น ผมอยากให้เกษตรอินทรีย์ หรือ แนวคิดเรื่องโคก หนอง นา ไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นทางหลักทางหนึ่งของคนไทย ที่สามารถทำได้ &amp;nbsp;เพราะทุกวันนี้เกษตรเชิงเดี่ยวไม่สร้างกำไร ขนาดเกษตรกร ไม่คิดค่าแรงตัวเอง ก็ยังไม่มีกำไร แต่ถ้าคิดบวกเข้าไปก็คือขาดทุน &amp;nbsp;&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เขายังย้ำอีกว่าเรื่อง หลุมขนมครกเก็บน้ำ 1ล้านหลุม ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน พร้อมกับอธิบายวิธีคิดว่าถ้าครึ่งหนึ่งของประชากร หรือราว 30 ล้านคน 1ใน 5 ของคนกลุ่มนี้ ก็ประมาณ 6ล้านคน ทำตามศาสตร์พระราชา มีการทำโคก หนอง นา &amp;nbsp;การสร้างหลุมขนมครก 1 ล้านหลุมก็มีความเป็นไปได้ &amp;nbsp;ซึ่งนำไปสู่การสร้างแหล่งอาหารปลอดภัย ให้คนในประเทศเราเอง และต่างชาติที่เข้ามาเที่ยว เป็นมูลค่าที่ต่อยอดจากการท่องเที่ยว แนวคิดนี้ ต่างจากเรื่องเราให้บีโอไอ หรือส่งเสริมการลงทุนต่างชาติ ที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และคนไทยเป็นเพียงลูกจ้างต่างชาติที่นำเงินมาลงทุนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;การขับเคลื่อนอีกประการ คือ เราต้องมีตัวอย่างเยอะๆ คนที่ทำแล้วสำเร็จ อยู่ใกล้ๆ กัน เพื่อนบ้านเห็นแล้วก็อยากทำตาม &amp;nbsp;ก็จะเป็นแรงจูงใจอยากเปลี่ยนแปลง&amp;quot;อาทิตย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ. พิเชฐ โสวิทยสกุล

ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล &amp;nbsp;-อ.โก้ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการแก้ไขปัญหาประเทศ สจล. หนึ่งในภาคีเครือข่ายภาควิชาการ กล่าวถึง &amp;ldquo;โครงการวิจัย &amp;lsquo;การออกแบบเชิงภูมิสังคมไทย การติดตามและประเมินผลเพื่อบริหารจัดการน้ำและชุมชนอย่างมีส่วนร่วม&amp;rsquo; ของศูนย์บูรณาการเทคโนโลยีเพื่อการแก้ไขปัญหาประเทศ สจล. (ITOKmitl) ว่า ได้มีการลงพื้นที่เพื่อจัดเก็บข้อมูล รวมทั้งออกแบบและปรับปรุงการพัฒนาพื้นที่ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ให้เป็นระบบและได้มาตรฐานทางวิชาการ สามารถนำฐานข้อมูลมาประมวลผลในมิติต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม โดยมีพื้นที่วิจัยอยู่ใน 3 จังหวัด คือ อ. นาเรียง จ.อุดรธานี &amp;nbsp;อ.แม่ระมาด จ.ตาก และ อ.แม่ฮ่าง จ.ลำปาง จำนวน 30 ราย รวม 300 ไร่ แต่เนื่องจากมีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก จึงขยายพื้นที่วิจัยเป็น 40 ราย 400 ไร่ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศูนย์ฯ ได้ส่งข้อมูลเรื่องดินบางส่วนจาก 200 กว่าตัวอย่างใน 3 พื้นที่ให้แก่กรมพัฒนาที่ดินซึ่งสามารถวัดได้ละเอียดกว่า และได้รับผลตรวจกลับมาแล้วเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ขั้นตอนต่อไป คือ การนำข้อมูลทั้งหมดมาสรุปเป็นผลวิจัย ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากผลวิจัยที่เป็นตัวเลขสถิติ เราสามารถวัดความสำเร็จของโครงการด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องคน เพราะหัวใจของโครงการ คือ การสร้างคน การต่อยอดคนมีใจ เช่น ที่ อ.นาเรียง จ.อุดรธานี เครือข่ายเปิดศูนย์ฝึกและอบรมคนไปแล้ว 3 รุ่นๆ ละ 100 คนรวม 300 คน ที่ห้วยกระทิง แม่ระมาด จ.ตาก เครือข่ายเปิดศูนย์ฝึกและอบรมไปแล้ว 2 รุ่น ส่วนที่แม่ฮ่าง จ.ลำปาง แม้จะไม่ได้มีการเปิดศูนย์ฝึก แต่มีความสำเร็จในรายบุคคล &amp;nbsp;นอกจากนี้เครือข่ายยังตระเวนสอนการออกแบบพื้นที่ในหลายจังหวัด เช่น จ.น่าน จ.พะเยา จ.แพร่ จ.สุโขทัย &amp;nbsp;แม้ว่าเราจะใช้มาตรฐานเดียวกันในการวัดความสำเร็จของทั้ง 3 พื้นที่ไม่ได้ เพราะแต่ละพื้นที่มีบริบททางสังคมต่างกัน &amp;nbsp;แต่ถือได้ว่าเราประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในแง่ของคุณภาพดิน อ.โก้ เล่าว่า 2ปีได้เก็บตัวอย่างการวิจัย ทั้งดิน น้ำ ใช้เครื่องมือตรวจวัดดิน เจอเรื่องอัศจรรย์ใจ เพราะปรากฎว่าไม่เจอค่า NPK หรือสารอาหารสำคัญของพืชในดิน แต่เมื่อดูจากต้นไม้ที่ปลูกกลับพบว่าโตเอาๆ แต่ถึงอย่างนั้น ก็จะต้องนำดินมาตรวจให้แน่ชัดอีกครั้ง เพื่อให้ได้คำตอบว่าการทำเกษตรแบบใช้สารเคมี ไม่ใช่คำตอบของการทำเกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประเด็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ผศ.พิเชษฐ์ กล่าวว่า งานวิจัย พื้นที่จุดหนึ่ง 10ไร่ จะมีผลตอบแทน 8.4หมื่นบาท เราก็เลยคำนวณว่า ถ้าทำ1ล้านจุด ก็จะมีผลตอบแทน ประมาณ 8หมื่นล้าน ซึ่งเป็นการคิดจากปีแรก แต่ปีที่2รายได้จะขยายขึ้นเรื่อยๆ แต่บางคน ที่ไปเก็บข้อมูลพบว่ามีรายได้ 1.8แสนบาท/ปี จากเมื่อก่อนที่ปลูกข้าวโพด 10 ไร่ได้แค่ 4หมื่น/ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ลุงกาลี แกมีพื้่นที่ 57ไร่ ทำข้าวโพดอย่างเดียวได้ 4หมื่น แต่พอมาทำเกษตรทฤษฎีใหม่ &amp;nbsp;10 ไร่แกก็ได้ 8.4 หมื่นแล้ว ส่วนอีก 47ไร่ อาจจะได้ป่าเพิ่มขึ้น เพราะเขาไม่ต้องทำเยอะ ทำตามกำลังแค่ 10ไร่ &amp;nbsp;เหนื่อยน้อยลง แต่รายได้เพิ่มขึ้น &amp;nbsp; ถ้าทำเราแบบนี้ 1ล้านจุด ใช้เงินลงทุนแค่ 1.16แสนล้าน &amp;nbsp; 10ปีก็คืนทุนแล้ว ความสูญเสียน้ำท่วมปี54 มูลค่า 1.44 ล้านล้าน จะไม่เกิดขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อ.โก้ บอกอีกว่าในการวิจัย ถ้าสามารถเก็บตัวเลขได้7-8พันแปลง ก็จะรู้ตัวเลขเก็บน้ำได้เท่าไหร่ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ยืนยันแนวคิดเกษตรพอเพียง ที่ใครก็เถียงไมได้ &amp;nbsp;แต่การทำวิจัย ต้องใช้่เวลาและกำลังคน ต้องเข้าไปเก็บข้อมูล บางหมู่บ้านเช่นที่แม่แจ่ม เชียงใหม่ กว่าจะเก็ยได้ทั้งหมู่บ้าน ต้องใช้เวลาเดินไม่ต่ำกว่า 2วัน นอกจากนี้ ยังมีคนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธกส.ต้องการให้สอนเรื่องการคิดคำนวณ ออกแบบพื้นที่ เพื่อนำไปสอนต่อชาวบ้าน นับเป็นภาระการขับเคลื่อนที่ยุ่งเหยิงพอสมควร
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ

นายไตรภพ โคตรวงษา ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และตัวแทนสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง เครือข่ายภาควิชาการกล่าวว่า ระยะที่ 3 ยังคงใช้กลยุทธ์การ &amp;lsquo;เอามื้อสามัคคี&amp;rsquo; หรือ การลงแขกตามประเพณีดั้งเดิมของคนไทยมาเป็นกลวิธีในการขับเคลื่อน และขยายผลให้ครอบคลุม 25 ลุ่มน้ำทั่วประเทศไทยตามเป้าหมายที่โครงการตั้งไว้ &amp;nbsp;นอกจากขยายฐานในวงกว้างพร้อมกับสร้างความเข้มแข็งในเชิงลึก &amp;nbsp;ฟื้นฟูลุ่มน้ำไปพร้อมๆกับ การเร่งสร้างผู้นำและเสริมศักยภาพให้แก่คนเหล่านี้เพื่อให้เป็นแม่ทัพในลุ่มน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กิจกรรมแรกเอามื้อสามัคคีปีที่ 7 ที่เริ่มกิจกรรมที่จ.เลย ในวันที่ 1 สิงหาคม 2562 เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำป่าสักที่จะจัดขึ้นที่ อ.ภูหลวง &amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการ จ.เลย กล่าวว่า เลย ตั้งอยู่ทางตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา จึงเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ ได้แก่ ต้นน้ำเลย ลำน้ำพุง ลำน้ำพอง และแม่น้ำเหือง มีเนื้อที่ทั้งหมด 6,562,289 ไร่ มีสภาพป่าคงเหลือ 2,119,436 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 32.30 ของพื้นที่ แนวโน้มในการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของพื้นที่ป่ามีลักษณะคงที่&amp;nbsp;แสดงว่าไม่มีการบุกรุกพื้นที่แปลงใหญ่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ถ้าส่งเสริมให้ประชาชนปลูกต้นไม้ในพื้นที่ของตนเองในลักษณะปลูกสวนป่าเพื่อเศรษฐกิจ จะทำให้ จ.เลยมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นได้ และยังเป็นการส่งเสริมอาชีพให้ราษฎรได้อีกทางหนึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ จังหวัดได้มอบหมายสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเลย ร่วมกับ อ.ภูหลวง &amp;nbsp;อบต.เลยวังไสย์ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลย. 9 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ร่วมกันตรวจสอบเพื่อจัดกิจกรรมเอามื้อสามัคคีในแปลงที่ดินของนายแสวง ดาปะ บ้านศรีเจริญ ต.เลยวังไสย์ อ.ภูหลวง จ.เลย ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอยู่ระหว่างป่าภูหลวง และป่าภูหอ ที่กรมป่าไม้ได้มอบให้ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดูแล ส่วนกิจกรรมนำสื่อมวลชนชมต้นน้ำป่าสัก จะดำเนินกิจกรรมบริเวณจุดชมวิวสักหง่า บ้านหินสอ ต.ปลาบ่า อ.ภูเรือ จ.เลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศการแถลงทิศทางเข้าสู่ระยะที่ 3 เริ่มปีที่ 7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39842</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร, บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด, ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล, อาทิตย์ กริชพิพรรธ, “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d19695a903d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
