<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เบื้องหลังกว่าจะเป็น &#039;ยาฟาวิพิราเวียร์สูตรน้ำเชื่อม&#039; เพื่อผู้ป่วยโควิดเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2ต.ค.64- อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมมือกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และภาคเอกชน พัฒนายาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์สำหรับเด็กและผู้ป่วยโรคโควิด-19 ตำรับแรกในประเทศไทยซึ่งคว้ารางวัล Prime Minister Award ประเภท Innovation for Crisisประเภทหน่วยงานภาครัฐ ในงานสตาร์ตอัพและอินโนเวชัน ไทยแลนด์เอ็กซ์โป 2021 (SITE 2021) จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19ในประเทศไทยที่มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากส่งผลให้การเข้าถึงยาที่ใช้ในการรักษาผู้ติดเชื้อมีความจำเป็นมากขึ้นยาฟาวิพิราเวียร์ (favipiravir) เป็นหนึ่งในยาที่ใช้รักษาโรคโควิด-19ตามแนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษาและป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการระบาดของโรคโควิด 19ที่ผ่านมาทำให้เกิดข้อจำกัดในการเข้าถึงยาของผู้ป่วยเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2564ได้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ และเภสัชกรภาคอุตสาหกรรม นำโดย ศ.นพ.นิธิ &amp;nbsp;มหานนท์ และ ภญ.ศุภศิล สระเอี่ยม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ และ ผศ.ภก.ดร.วรสิทธิ์ วงศ์สุทธิเลิศภาควิชาอาหารและเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรวมถึงความร่วมมือจากเภสัชกรภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ภญ.ดร.อริยาขุนวิไชย ภญ.พร้อมพร จำนงธนาโชติ ภญ.ดร.วัลลภา เหมือนนุ่มและภก.ดร.จิรวิร์ ปวิตรปก เพื่อหาทางออกในการเข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์โดยอาศัยองค์ความรู้ทางด้านเภสัชกรรมหลายศาสตร์จากเภสัชกรหลายภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ และ รศ.ภก.ดร.วรสิทธิ์ วงศ์สุทธิเลิศ จากภาควิชาอาหารและเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ผู้พัฒนายาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์สำหรับเด็ก เปิดเผยว่าในช่วงที่โรคโควิด 19 มีการระบาดอย่างหนักคนไข้ผู้ใหญ่ที่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ในปริมาณที่ใช้สำหรับ 5 วัน จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000 &amp;ndash; 5,000 บาทต่อคน ดังนั้น คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯจึงได้นำเสนอแนวคิดในการพัฒนาตำรับยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถเตรียมยาให้ผู้ป่วย &amp;nbsp; ในขณะที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์มีตัวยาสำคัญของฟาวิพิราเวียร์อยู่แล้วทำให้สามารถดำเนินโครงการได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงเวลานั้นประมาณการว่าผู้ป่วยเด็กที่จำเป็นจะต้องใช้ยาในการรักษาอาจจะมีจำนวนมากขึ้น ยาตำรับน้ำเชื่อมจะช่วยให้ผู้ป่วยเด็กสามารถได้รับยาในขนาดที่ถูกต้อง และสะดวกต่อการรับประทานจึงเป็นที่มาของการเริ่มต้นพัฒนาตำรับยาฟาวิพิราเวียร์ในรูปแบบน้ำเชื่อม สำหรับการเตรียมยาภายในโรงพยาบาล (Hospital preparation)แม้ว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน จำนวนผู้ป่วยโควิด 19กลุ่มเด็กจะลดลงบ้างแล้ว ก็ยังมีความจำเป็นอยู่มากเนื่องจากยังไม่มียาฟาวิพิราเวียร์ในรูปแบบน้ำเชื่อมออกจำหน่ายในท้องตลาด &amp;nbsp; การพัฒนาสูตรตำรับ ในสถานการณ์ฉุกเฉินจะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาได้ง่ายและเร็วขึ้นด้วยต้นทุนที่ไม่แพง&amp;rdquo; ผศ.ภก.ดร.บดินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนปริมาณการใช้และการควบคุมคุณภาพการผลิตตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ ต้านเชื้อไวรัสโควิด 19สูตรโรงพยาบาลจุฬาภรณ์นี้ &amp;nbsp;มีลักษณะเป็นยาน้ำเชื่อมสีส้มใสปราศจากน้ำตาล แต่งรสและกลิ่นราสเบอรี่มี 2 ขนาด คือ ขนาด 800 มิลลิกรัม &amp;nbsp;ใน 60 มิลลิลิตร และขนาด 1,800 มิลลิกรัมใน 135 มิลลิลิตร รูปแบบของยาน้ำเชื่อมนี้จะช่วยให้เกิดความสะดวกสำหรับการให้ยาในเด็กหรือผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการกลืนยา โดยให้ผู้ป่วยรับประทานยาขณะท้องว่าง วันละ 2 ครั้ง ห่างกันทุก 12ชั่วโมง ปัจจุบัน มีการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในกลุ่มเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 2เดือนขึ้นไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ยาฟาวิพิราเวียร์ในรูปแบบน้ำเชื่อมนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะในผู้ป่วยเด็กเท่านั้นยานี้ยังสามารถให้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่โดยจะใช้ยาในปริมาณที่แตกต่างกัน ระยะเวลาที่ใช้อย่างน้อย 5 วัน ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้รักษาด้วยส่วนผลข้างเคียงของยาตำรับนี้ จะเหมือนยาฟาวิพิราเวียร์ในรูปแบบเม็ด เช่น ต้องมีการปรับขนาดยาในผู้ป่วยที่มีการทำงานของตับบกพร่องในระดับปานกลางถึงรุนแรง เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;เรื่องการควบคุมคุณภาพเป็นสิ่งที่ทีมผู้วิจัยให้ความสำคัญอย่างมากเรามีการกำหนดข้อกำหนดมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ยา (drug product specification) ของสูตรตำรับ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ยา ที่ได้มีปริมาณตัวยาสำคัญอยู่ในช่วงที่ต้องการมีการควบคุมปริมาณสิ่งเจือปน(impurity)การควบคุมปริมาณสารกันเสีย(preservative)รวมถึงเรื่องคุณสมบัติทางกายภาพและเคมี(physical/chemical properties)นอกจากนี้มีการศึกษาความคงตัวของผลิตภัณฑ์ยาเพื่อให้มั่นใจว่ายามีความคงตัวตลอด อายุไขของยา&amp;rdquo;ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การเข้าถึงยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวีย สำหรับผู้ป่วยเด็ก ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ กล่าวว่าปัจจุบันมีการกระจายยาตำรับนี้ไปในหลายโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาฟาวิพิราเวียร์รูปแบบน้ำเชื่อมได้นอกจากนี้ยังสามารถลงทะเบียนรับยาผ่านทางเว็บไซต์https://favipiravir.cra.ac.th โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆหรือติดต่อยังโรงพยาบาลจุฬาภรณ์โดยตรงทั้งนี้ผู้ป่วยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้นเนื่องจากมีผลข้างเคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118517</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, คณะเภสัช จุฬาฯ, ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ, ยาฟาวิพิราเวียร์สูตรน้ำเชื่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211002/image_big_6157d993f1742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัคซีนไฟเซอร์1ขวดฉีดได้ 6 โดส สุดบอบบางห้ามเคาะ โดนแสงไฟนานๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

28ก.ค.64-&amp;nbsp; คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายพิเศษ Chula Pharma Talk เรื่อง &amp;ldquo;ประเด็นสำคัญในการเก็บและการเตรียมวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิด mRNA ของ Pfizer-BioNTech&amp;rdquo; &amp;nbsp;เตรียมวัคซีนไฟเซอร์ ก่อนฉีด ผศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือการบันทึกเวลาและข้อมูลในทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนจบ สำหรับก่อนการผสมวัคซีนเพื่อฉีด จะต้องนำออกมาไว้ในตู้เย็นธรรมดา2-8 องศา โดยจะใช้เวลาในการละลาย 3 ชั่วโมง หรือนำมาละลายในอุณหภูมิห้อง 25 องศา จะใช้เวลาละลาย 30 นาที &amp;nbsp;จากนั้นทำการกลับขวดขึ้นลงช้าๆ 10 ครั้งเพื่อตรวจเช็ค ห้ามเขย่าเด็ดขาด &amp;nbsp;โดยการนำวัคซีนออกจากความเย็นแล้วจะต้องใช้งานเลย ไม่สามารถนำกลับเข้าไปแช่เย็นได้อีก และจะต้องทำการผสมวัคซีนเลยภายใน 2 ชั่วโมง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ดร.ณัฏฐดา กล่าวว่า สำหรับส่วนการผสมจะใช้น้ำเกลือหรือแล้วในขวดเดิมด้วยสารละลายโซเดียมคลอไรด์ 9 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร (0.9%) ชนิดฉีด ปริมาตร 1.8 ml (ในกรณีนี้น้ำเกลือที่เหลือจากการใช้ไม่สามารถใช้ผสมวัคซีนในขวดต่อไปได้อีก ต้องทำการทิ้งทันที) แล้วต้องค่อยกดเติมน้ำเกลือเข้าไปในขวดจนครบ 1.8 ml &amp;nbsp;และอย่าถอนเข็มทันทีต้องดูดอากาศกลับขึ้นมาในไซริงค์อีกอย่างน้อย 1.8 ml เท่าเดิมเพื่อไม่ให้เกิดแรงดันย้อนกลับ มีความจำเป็นต้องใช้เข็มฉีดยาชนิดเล็กกว่า 21 gauge หรือเข็มฉีดยาที่มีปลายแคบกว่า เพราะจุกยางที่ครอบวัคซีนจะต้องถูกจิ้มอีกจำนวน 13 ครั้ง และใช้ไซริงค์ที่ 3 ml เมื่อทำการผสมเสร็จจะต้องทำการกลับขวดขึ้นลงช้าๆ 10 ครั้งอีกรอบ

วัคซีนพร้อมฉีด &amp;nbsp;หลังวัคซีนที่ผสมเรียบร้อยแล้วจะมีประสิทธิภาพอยู่ได้ 6 ชั่วโมง ทั้งนี้วัคซีนไฟเซอร์ 1 ขวด จะสามารถผสมฉีดวัคซีนได้จำนวน 6 โดส โดสละ 0.3 ml &amp;nbsp;ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ไซริงค์ที่มีขนาด 1 ml หรือ 3 ml และจะต้องใช้เข็มอันเดียวกันกับที่ใช้ผสมวัคซีน หากใช้ไซริงค์ขนาดใหญ่กว่าอาจจะได้ไม่ครบจำนวน 6 โดส และห้ามนำเศษที่เหลือจากแต่ละขวดมารวมกันเพื่อให้ได้ 1 โดสเด็ดขาด อีกข้อควรระวังในระหว่างฉีดคือฟองอากาศ โดยการไล่ฟองอากศนั้น คือ ห้ามถอดเข็มออกมา เคาะ และไม่ควรแท็บบริเวณไซริงค์ เนื่องจากวัคซีนมีความบอบบาง อาจจะทำโครงสร้างยาเสียหาย แต่จะใช้วิธีการไล่ฟองอากาศขณะที่เข็มอยู่ในขวดแล้วดูดไปมาจนไม่ฟองอากาศ และให้รีบฉีดวัคซีนทันทีภายใน 30 นาที &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รายละเอียดการเก็บ-ขนส่ง และข้อสังเกตฉลากกำกับวัคซีน ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ว่า เบื้องต้นฉลากของวัคซีนไฟเซอร์จะมี 2 รูปแบบ ที่ไม่เหมือนกันแต่เป็นชนิดเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าวัคซีนชนิดนี้ถูกส่งมาจากที่ไหน โดยหากนำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกาจะมีชื่อติดข้างขวดว่า Pfizer-BioNTech COVID-19 vaccine แต่เมื่อขายในแถบประเทศยุโรปและประเทศอื่นๆจะมีใช้ชื่อการค้าว่า COMIRNATY จากการคาดเดาวัคซีนไฟเซอร์ที่ไทยจะนำเข้า 20 ล้านโดส อาจจะอยู่ภายใต้ชื่อ COMIRNATY ส่วนวัคซีนที่ได้รับบริจาค 1.5 ล้านโดส อาจจะต้องรอดูว่าฉลากจะเป็นรูปแบบไหน ทั้งนี้ตามที่ขึ้นทะเบียนไว้วัคซีนไฟเซอร์มีอายุ 6 เดือน โดยที่ฉลากและกล่องจะระบุวันที่ผลิต แต่จะไม่มีวันหมดอายุ มีระบุเพียงเดือนและปี ลักษณะคือ เดือน 2 ตำแหน่ง/ปี ค.ศ. 4 ตำแหน่ง เช่น 12/2021 ดังนั้นวันหมดอายุจะคือ วันสุดท้ายของเดือนนั้นๆ

ผศ.ภก.ดร.ปดินทร์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ส่วนของการขนส่งวัคซีนจะถูกขนส่งบรรจุในกล่องแบบ Thermal shipping container ใน 1 กล่องจะมีวัคซีนบรรจุอยู่จำนวน 195 ขวด กล่องชนิดนี้สามารถเก็บรักษาวัคซีนในความเย็นอุณภูมิต่ำกว่า - 60 องศา ด้วยน้ำแข็งแห้งหรือดรายไอซ์ และจะต้องมีการเติมน้ำแข็งแห้งอย่างถูกเวลาเพื่อรักษาความเย็น ดังนั้น การบริหารจัดการเก็บวัคซีนเมื่อถูกส่งมาในขณะที่อุณหภูมิ - 60 องศาจะต้องย้ายไปเก็บรักษาในตู้เย็น โดยมี 2 ตัวเลือก คือ 1.เก็บในตู้เย็นธรรมดาในอุณหภูมิ 2-8 องศา วัคซีนจะมีอายุ 1 เดือน(31 วัน) 2.สามารถเก็บไว้ที่ ตู้แช่(freezer) ในอุณหภูมิ -25 ถึง -15 องศา วัคซีนจะมีอายุ 2 สัปดาห์ และห้ามย้ายวัคซีนจาก อุณหภูมิ 2-8 องศา ไปที่อุณหภูมิ -25 องศา หรือ -60 องศา เพราะวัคซีนจะไม่สามารถใช้งานได้ นอกจากนี้วัคซีนยังไม่ทนความร้อน หรือสัมผัสแสงไฟในห้องให้น้อยที่สุด และหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและแสงอัลตราไวโอเลตโดยตรง ดังนั้นการนำวัคซีนออกจากที่เย็นโดยอยู่ในที่แสงไฟธรรมดาได้แต่ต้องเป็นขั้นตอนการเตรียมและฉีดวัคซีนเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111409</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีนไฟเซอร์, ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ, ผศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100fcd72e012.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
