<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ.- เออาร์วี หนุน ‘จุฬาฯ-ใบยา’ ลงนาม MOU สนับสนุน 30 ล้านบาท พัฒนาวัคซีนโควิดของคนไทย คุณภาพเทียบเท่าต่างชาติ คาดสำเร็จปี 65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 -- นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอไอ แอนด์ &amp;nbsp;โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงการสนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิดโปรตีนซับยูนิตจากใบยาสูบ &amp;ldquo;จุฬาฯ-ใบยา&amp;rdquo; กับ รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย ประธานมูลนิธิ ซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ และ ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงงานต้นแบบการผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุด้วยพืช ซึ่งดำเนินการโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;และบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.สผ. มีภารกิจหลักในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานแก่ประเทศ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ปตท.สผ. ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับวิกฤตเคียงข้างคนไทยและบุคลากรทางการแพทย์ โดยได้สนับสนุนทั้งนวัตกรรมและงบประมาณให้กับโรงพยาบาล สถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ มาตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาวัคซีนจุฬาฯ-ใบยาครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวที่มีความสำคัญระดับชาติ ซึ่ง ปตท.สผ. ยินดีเป็นอย่างยิ่งในการร่วมสนับสนุน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ทั้งงบประมาณ องค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมให้การค้นคว้าวิจัย ทดลอง ผลิตวัคซีนจุฬาฯ-ใบยาครั้งนี้ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยมีวัคซีนต้านโควิดที่มีคุณภาพทัดเทียมกับต่างประเทศ สร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งในการป้องกันเชื้อโรค รวมทั้ง ยังเป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จและความสามารถของประเทศไทยในการพึ่งพาตนเองได้อย่างชัดเจน โดย เออาร์วี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ปตท.สผ. จะนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาร่วมในการพัฒนาและผลิตวัคซีนจุฬาฯ-ใบยาครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo; นายพงศธรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นวัตกรรมอื่นๆ ซึ่ง ปตท.สผ. โดยเออาร์วี ได้พัฒนาขึ้นร่วมกับพันธมิตร เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ได้แก่ เตียงและรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแรงดันลบ ชุดอุปกรณ์ระบบตรวจวัดอุณหภูมิตู้เก็บวัคซีนโควิด-19 และควบคุมห่วงโซ่ความเย็น หุ่นยนต์ CARA นำส่งเวชภัณฑ์และอาหาร หุ่นยนต์ Xterlizer ฆ่าเชื้อโรคอัตโนมัติด้วยแสงยูวี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย ประธานมูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ กล่าวว่า &amp;ldquo;มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ ขอขอบคุณ ปตท.สผ. และ เออาร์วี ที่ให้การสนับสนุน ร่วมเป็นพันธมิตรในภารกิจครั้งสำคัญนี้ เราเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนทางการเงินให้แก่ใบยา ไฟโตฟาร์ม ให้สามารถศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อคิดค้นและผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ให้กับคนไทยได้สำเร็จจนข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้และด้วยแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเดียวกันนี้ที่เราคนไทยเป็นเจ้าของเองตั้งแต่ต้นน้ำจะช่วยสร้างความมั่นคงให้ระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างแท้จริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน วัคซีนจุฬาฯ-ใบยา กำลังอยู่ระหว่างทดสอบในมนุษย์ เฟสที่ 1 เบื้องต้นประมาณ 100 คน ในขนาดโดส &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;10 ไมโครกรัม 50 ไมโครกรัม และ 100 ไมโครกรัม ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าภายในไตรมาส 3 ของ ปี 2565 จะสามารถผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากฝีมือคนไทยในประเทศได้เองสูงสุด 5 ล้านโดสต่อเดือน หรือ 60 ล้านโดสต่อปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116015</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาฯ-ใบยา, ชนิดโปรตีนซับยูนิตจากใบยาสูบ, ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์, นายพงศธร ทวีสิน, บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), บริษัท เอไอ แอนด์  โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด, บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด, ปตท.สผ., ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ, พัฒนาวัคซีนโควิด-19, มูลนิธิ ซียูเอ็นเทอร์ไพรส์, รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย, ลงนาม MOU, ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์, สนับสนุนงบประมาณ, หุ่นยนต์ CARA, หุ่นยนต์ Xterlizer, อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เออาร์วี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61383719b21a2.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกความหวัง!“วัคซีนใบยา”จุฬาฯเตรียมทดลองในคนก.ย.นี้  เผยทำรุ่นเชื้อกลายพันธุ์แล้ว  คาดได้ฉีดกลางปี 65  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ก.ค.64- เภสัชฯ จุฬาฯ เตรียมทดสอบ &amp;ldquo;วัคซีนใบยา&amp;rdquo; ป้องกันโควิด-19วัคซีนสัญชาติไทยแท้โดย &amp;ldquo;ใบยาไฟโตฟาร์ม&amp;rdquo;สตาร์ท อัพสังกัดจุฬาฯสร้างต้นแบบโรงงานผลิตวัคซีนจากพืชสำหรับใช้ในมนุษย์แห่งแรกในเอเชีย วางแผนพิสูจน์ประสิทธิภาพกับอาสาสมัครภายในเดือนกันยายน 2564พร้อมกับวิจัยวัคซีนรุ่น 2 รองรับไวรัสกลายพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัคซีนใบยา&amp;rdquo; ป้องกันโควิด-19 ผลิตจากใบพืชเป็นผลงานสตาร์ทอัพแห่งจุฬาฯ บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด(ภายใต้ CU Enterprise) โดยสองนักวิจัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ และรองศาสตราจารย์ ดร.วรัญญู พูลเจริญ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ โดยวัคซีนใบยาเป็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด subunit vaccine ซึ่งต่างประเทศมีการผลิตวัคซีนชนิดนี้มานานแล้วโดยผลิตจากหลายแหล่งเช่น พืช แมลง ฯลฯ ขณะที่หลายประเทศผลิต subunit vaccine จากใบพืช เช่น แคนาดา และเกาหลีใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา CEO และ Co-founder บริษัท ใบยาไฟโตฟาร์ม จำกัด เผยว่า วัคซีนใบยาใช้ใบยาสูบสายพันธุ์ดั้งเดิมจากออสเตรเลียทำหน้าที่เสมือนโรงงานผลิตชิ้นส่วนของไวรัสซึ่งเป็นไวรัสที่ไม่ก่อให้เกิดโรคเมื่อฉีดวัคซีนใบยาเข้าไปในร่างกาย วัคซีนจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเราหากติดเชื้อโควิด-19 ก็จะป้องกันได้ &amp;nbsp;โดย Timeline วัคซีนใบยา &amp;nbsp;พร้อมทดสอบกันยายนนี้ ภายหลังได้รับวัคซีนต้นแบบตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการทดสอบวัคซีนใบยากับสัตว์ทดลอง เช่น หนูขาวและลิง &amp;nbsp;ซึ่งแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2563 โดยพบว่าวัคซีน &amp;nbsp;สามารถกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในสัตว์ทดลองได้ผลสูงหลังจากนั้น ในเดือนตุลาคม 2563 จึงเริ่มสร้างโรงงานต้นแบบการผลิตวัคซีนที่ อาคารจุฬาพัฒน์ 14 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2564 โรงงานเนื้อที่ 1,200 ตร.ม. มีกำลังการผลิตวัคซีนเดือนละ 1 - 5 ล้านโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;สิงหาคม 2564 เราจะเปิดรับอาสาสมัครเพื่อทดสอบวัคซีนกลุ่มแรกจำนวน 50 คน อายุ 18- 60 ปีโดยอาสาสมัครต้องมีสุขภาพแข็งแรงและไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนการทดสอบวัคซีนจะเริ่มในเดือนกันยายนอาสาสมัครจะได้รับการฉีดวัคซีนจำนวนสองเข็ม เว้นระยะเวลาห่างกัน 3 สัปดาห์เมื่อทดสอบกับอาสาสมัครกลุ่มแรกเสร็จเราก็จะทดสอบวัคซีนกับอาสาสมัครกลุ่มอายุ 60&amp;ndash;75 ปี ต่อไป&amp;rdquo; ผศ.ภญ.ดร.สุธีรากล่าว และคาดว่าวัคซีนใบยาจะพร้อมฉีดให้คนไทยช่วงกลางปี 2565ในราคาต้นทุนโดสละ 300 - 500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะนักวิจัยยังได้พัฒนาวัคซีนใบยารุ่นที่ 2เพื่อรับมือการกลายพันธุ์ของเชื้อ โควิด-19ซึ่งคาดว่าจะพร้อมทดสอบกับอาสาสมัครปลายปี 2564โดยจะปรับปรุงศักยภาพของวัคซีนในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันดีขึ้นด้วยวัคซีนใบยาโดยนักวิจัยไทยเพื่อคนไทย
ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา ย้ำทิ้งท้ายถึงคุณค่าของโครงการวิจัยนี้นั่นคือวัคซีนใบยาเป็นวัคซีนฝีมือคนไทยโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใช้นักวิจัยคนไทยกว่า 50 ชีวิตและผู้สนับสนุนอีกนับร้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การผลิตวัคซีนโควิดได้เองส่งผลให้ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านสุขภาพสามารถต่อยอดงานวิจัย ไปใช้ประโยชน์เพื่อประชาชนได้และเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมยาในประเทศไทยด้วย&amp;rdquo; ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ และรองศาสตราจารย์ ดร.วรัญญู พูลเจริญ สองนักวิจัยวัคซีนใบยา จากจุฬาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ร่วมบริจาคเพื่อพัฒนาวัคซีนใบยาผู้สนใจบริจาคเพื่อสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนใบยาโปรดดูรายละเอียดได้ที่https://www.cuenterprise.co.th/ หรือ Facebook: CUEnterprise&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110448</URL_LINK>
                <HASHTAG>#จุฬาฯ, #โควิด19, ดร.วรัญญู พูลเจริญ, บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด, ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ, วัคซีนใบยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f69b1603d41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุฬาฯโชว์ผลสำเร็จวัคซีนโควิด จากใบยาสูบ ได้ผลดีแม้เชื้อกลายพันธุ์&quot;หมอธีระวัฒน์&quot;เผยดีเอ็นเอคนไทยมี&quot;ของดี&quot;ป้องกันและทำลายเชื้อโควิดได้เอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11ก.ย.63-จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนาวิชาการ Chula The Impact ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ &amp;quot;จุฬาฯ - ใบยาวัคซีน นวัตกรรมไทย ไขวิกฤติ Covid-19&amp;quot;นำเสนอความก้าวหน้าการผลิตวัคซีนป้องกัน Covid-19 จากใบยาสูบ โดยบริษัท &amp;quot;ใบยา ไฟโตฟาร์ม&amp;quot; บริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่ได้รับการบ่มพาะจาก CU Innovation Hub &amp;nbsp;โดยมี &amp;nbsp;ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดีจุฬาฯ ศนพ.ธีรวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ รพ. จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ ผศ.ภญ.ดร.ธีร เตชคุณวุฒิ อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ และ CEO &amp;amp; Co Founder บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ผู้ร่วมคิดค้นวัคซีนป้องกันCovid-19 จากใบพืชตระกูลยาสูบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ กล่าวถึงความคืบหน้าของวัคซีนป้องกัน Covid-19 จากใบพยาสูบ สปีซีส์ &amp;quot;N, benthmion&amp;quot; ผลงานจากบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ว่าปัจจุบันได้พัฒนวัคซีนป้องกันโควิด ต้นแบบ 6 ชนิด &amp;nbsp;วัคซีนต้นแบบชนิดแรก &amp;quot;Baiya SARS-COV-2 Vax 1&amp;quot; ได้รับการนำไปฉีดในสัตว์ทดลองและดำเนินการเสร็จสิ้นในขั้นตอนของการทดลองในสัตว์ทดลองทั้ง 2 ชนิด ได้แก่หนูขาวและลิง ซึ่งผลที่ได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจสามารถกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันในสัตว์ทดลองทั้ง 2 ชนิด ได้ในปริมาณสูงจากการฉีดวัดชีนเพียง 2 ครั้ง โดยขั้นตอนต่อจากนี้ จะมีการทดสอบวัคซีนในหนูอีกครั้ง เพื่อทดสอบความเป็นพิษหรือผลข้างเคียงต่ออวัยวะต่าง ๆ โดยละเอียด จากการทดสอบดังกล่าว ทำให้จะสามารถกำหนดปริมาณ และขนาดของวัคซีนที่จะนำไปใช้ศึกษาในมนุษย์ต่อไปได้ ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบภูมิคุ้มกันของลิงหลังจากได้รับวัคซีนไปแล้ว 6 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าลิงยังคงมีแอนติบอดี้ต่อเชื้อโควิด19 อยู่หรือไม่ ซึ่งจะนำไปสู่ข้อสรุปว่าวัคซีนดังกล่าวนี้ สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ในระยะยาวได้เป็นผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.นพ.ธีระวัฒน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า ผลการทดสอบวัคซีน จากใบยาสูบ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากการทดลองในลิง ฉีดไป2เข็ม เมื่อดูจากเซลล์และน้ำเหลือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่าทั้งในหนูและลิงสามารถยับยั้งไวรัสได้สูงพอๆกับการทดลองที่มีการรายงานในต่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และวัคซีนดังกล่าวยังมีผลกระตุ้นระบบหน่วยความจำในร่างกาย เนื่องจากไวรัสโควิด เมื่อติดเชื้อจากร่างกาคนไปสู่อีกคน เช่น คนติดเชื้อคนแรกเป็นไวรัสเบอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;1 แต่มีการติดเชื้อไปเรื่อยๆ จนถึงเบอร์ 15&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ถือว่าเป็นลูกหลานของไวรัสเบอร์แรก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าหน่วยความจำจำไม่ได้ วัคซีนก็จะไม่มีผลในการป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ถ้าวัคซีนไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่เป็นตัวยับยั้งไวรัส เหมือนกับเราได้พาสปอร์ต&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่พบว่า ภูมิคุ้มกันนี้ อาจอยู่ในร่างกายไม่นานไม่กี่เดือน แล้วก็จะลดลง หรือไม่มีแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;อันนี้ตรวจจากน้ำเหลืองได้ ถ้าภูมิคุ้มกันลดลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ฉะนั้นก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อใหม่ได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;หน่วยความจำ จึงมีความสำคัญมากกว่าน้ำเหลือง เช่น ถ้าฉีดวัคซีนไปแล้ว 4 เดือนภูมิคุ้มกันลด&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อได้รับเชื้อไวรัสใหม่ หน่วยความจำก็จะถูกปลุกขึ้นมา ต่อสู้กับไวรัสทันที&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งคุณสมบัตินี้มีในวัคซีนใบยาสูบที่เรากำลังทำวิจัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ การทดลองในคน ที่จะมีขึ้นกลางปี64 หรือในอีก 9เดือนข้างหน้าถือว่า สร้างโอกาสให้คนไทย เพราะขณะนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั่วโลกกำลังทดสอบวัคซีน แต่ไม่รู้ว่าปลอดภัยหรือไม่ และครอบคลุมพันธุกรรมไวรัสที่ผันแปรหรือไม่ เพราะไวรัสโควิด เมื่อเข้าตัวมนุษย์ และไปสู่อีกคนจะมีการผันแปรพันธุกรรมให้ไม่เหมือนเเดิม ถ้าวัคซีนโควิดจำลูกหลานตัวเองไม่ได้ ฉีดแล้วก็ไม่มีผลการในการป้องกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จูงมือเชื้อเข้าเซลล์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เม็ดเลือดขาวในคนก็จะถูกกระตุ้น ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ตรงนี้ถือว่าอันตราย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น หน่วยความจำจึงมีความสำคัญมาก ซึ่งพบว่าคนที่หายจากโควิด หลังจากนั้น60วันต่อมา แขนขาเกิดอัมพาต&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตากรอกไม่ได้ ซึ่งเกิดในต่างประเทศหลายราย และในไทย1ราย ตอนนี้รักษาอยู่ที่รพ.จุฬาฯส่วนสาเหตุที่ป่วยภายหลัง เพราะโควิด ส่งผ่านล่อลวงร่างกาย ให้คิดว่าเส้นประสาทเป็นเชื้อโรค จึงทำลาย เส้นประสาท ดังนั้น วัคซีนที่ผลิตออกมาจะต้องป้องกันตรงนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เพราะฉะนั้น การที่เรารอให้โลกผลิตวัคซีนออกมาก่อน แล้วค่อยทดลองในคนของเราในอีก 9เดือน ข้างหน้าถือว่าเป็นเรื่องดี เพื่อที่เราจะมีโอกาสพัฒนาวัคซีนได้เต็มที่ ดังนั้น ระหว่างนี้ &amp;nbsp;ประเทศไทยจะต้องไม่มีการระบาด ถ้าระบาดเราคงไม่มีทางเลือก ที่่จะเข็นวัคซีนออกมา ซึ่งจะอันตรายต่อผลข้างเคียง เราจึงต้องรักษาไม่ให้การ์ดตก ต้องรักษาระยะห่าง &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่สำรวจของ ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล รองอธิการบดีจุฬา ฯ พบว่าคนไทยมีของดีในตัว ซึ่งต้องยอมรับว่าไทยมีการติดเชื้ออยู่ระดับหนึ่งโดยไม่มีอาการ &amp;nbsp;ทีมของจุฬาฯ ได้ติดตามผู้ติดเชื้อในต่างจังหวัดกลุ่มหนึ่งตั้งแต่เดือนเมษายน-เดือนกันยายน ซึ่งพบคนกลุ่มนี้ ว่ามีการติดเชื้อแต่ไม่ได้แสดงอาการ และเชื้อหายไปเอง &amp;nbsp;ซึ่งสันนิษฐานว่าคนไทยน่าจะมีของดีอยู่ในตัว หรือได้รับเชื้อโควิด มาตั้งแต่สมัยปู่ย่ามาก่อน พอได้รับเชื้อ เชื้่อไม่เข้าร่างกายหรือถูกทำลายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; เรื่องนี้ เราไม่ได้มีพูดลอยๆ มีหลักฐานในพื้นที่หนึ่ง ซึ่งนักวิจัยต่างประเทศกำลังจับตา ว่าเรามีภูมิคุ้มกันหรือไม่ เพราะว่าคนไทยไม่เหมือนยุโรป สหรัฐอเมริกา หรือคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ ฉะนั้น เรามีของดี จึงต้องรักษาของดีไว้&amp;quot; ศ.นพ.ธีระวัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล กล่าวว่า ทุกขั้นตอนของการพัฒนาวัคซีนเราได้วางแผนหารือร่วมกั สถาบันวัคซีนแห่งชาติ องค์กรอาหารและยา (อย.) และคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อให้ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ตามมาตรฐานที่สามารถใช้เพื่อการวิจัยในมนุษย์ ระยะที่ 1 ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้หากแต่ในขั้นตอต่อไปนั้น ยังอยู่ระหว่างการเจรจจัดหาโรงงานผลิตวัคซีนที่ได้มาตรฐาน ซึ่งหากบรรลุข้อตกลงจะนำไปสู่การพัฒนาโรงานผลิตวัคซีนจากใบพืชแห่งแรกของประเทศไทยและอาเซียน&amp;quot;ขอได้รับความขอบคุณจากศูนย์สื่อสารองค์กรจุฬาๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านผศ.ภญ.ดร.สุธีรา &amp;nbsp;กล่าวเสริมว่า การทดลองในมนุษย์ จะต้องมีการออกแบบวิธีการประเมินผล ซึ่งต้องหารือกับศ.นพ.ธีระวัฒน์ ซึ่งในช่วง 9เดือนนี้ จะต้องมีองค์ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับวัคซีนออกมาแน่ ซึ่งจุดที่เน้นในการทดลองคือความปลอดภัย &amp;nbsp;ส่วนการผลิตวัคซีนได้หารือกับทางไพล็อต แพลนท์ ของม.มหิดล ซึ่งหวังว่าสิ้นปีหน้าเราจะมีวัคซีนใช้เอง และแม้ว่าในระหว่างนี้ ที่เรายังทดลองไม่สำเร็จและในโลกมีวัคซีนออกมา เราก็จะยังเดินหน้าวิจัยต่อ เพราะเชื่อว่าคนทั้งโลก 6-7พันล้านมีความต้องการวัคซีน วัคซีนที่ประเทศอื่นผลิตอาจจะไม่มาถึงเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;วัคซีนจากใบยาสูบมีจุดแข็ง ตรงที่ใช้พืชที่ไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม การผลิตง่าย ด้วยการใส่พันธุกรรมไวรัส เพื่อให้พืชผลิตโปรตีนออกมาแล้วเราสกัดโปรตีนนั้น มาเป็นวัคซีน &amp;nbsp;เราเชี่ยวชาญด้านเกษตร สามารถปลูกพืชนี้ได้เป็นพันเป็นหมื่นต้นได้ จึงได้เปรียบไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ เราทำเองตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และสามารถผลิตได้มาก เพียงแค่ในพื้นที่ปลูก 50 ตามรางเมตร ก็สามารถผลิตวัคซีนได้ 1.5หมื่นโด๊ส ถึง 2แสนโด๊ส จึงมั่นใจว่าเราจะสามารถขยายการผลิตได้&amp;quot;ผศ.ภญ.ดร.สุธีรากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77161</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ใบยา ไฟโตฟาร์ม&quot;, #จุฬาฯ, #วัคซีน, Chula The Impact, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ, ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล, โควิดกลายพันธุ์, ใบยาสูบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b68ff18b49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
