<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้การทหารปราบโควิด! นักวิชาการมึนตึ้บตั้ง&#039;บิ๊กเล็ก&#039;คุมศบค.ส่วนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณีมีคำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่องจัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด - 19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศบค.ส่วนหน้า) โดย พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการศูนย์ว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม&amp;nbsp; พอพูดถึงจังหวัดชายแดนใต้ ฝ่ายความมั่นคงจะเทกแอ็คชั่นมากเป็นพิเศษ เพราะยังคิดถึงเรื่องการจัดการปัญหาความไม่สงบ การตั้ง ศบค.ชุดนี้ ขึ้นมา ขอเรียกว่า ศบค.ชายแดนใต้ ก็คือภาพสะท้อนเรื่องการเอาทหาร ไปนำหมอ คุมโรค ซึ่งเป็นเรื่องพิลึกกึกกือ ผิดฝาผิดตัว อันที่จริง ปัญหาความไม่สงบ ก็ให้ทหารทำไป เพราะเป็นความถนัดของท่าน ส่วนเรื่องโรคระบาดก็ให้กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้นำ เพราะเป็นงานของแพทย์ พยาบาล แบบนี้ น่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.วันวิชิต กล่าวว่า ตอนคุมโควิด 19 ที่ กรุงเทพ และปริมณฑล ที่มีการตั้ง ศบค.กทม.ขึ้นมาดูแล ก็ใช้โมเดลเดียวกันกับที่กำลังจะใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ผลลัพธ์ก็เห็นกันอยู่ว่าเป็นอย่างไร เข็ดหรือไม่ เรื่องคุมโรค มันควรจะต้องเพิ่มอำนาจให้หมอ ให้เป็นผู้นำไปเลย เพราะมันเป็นงานเขา เขารู้ลึก รู้จริง แต่ความพยายามที่ผ่านมา คือการเพิ่มอำนาจให้กองทัพ ให้กองทัพไปสู้กับเชื้อโรค ยิ่งในพื้นที่ ที่มีความอ่อนไหวสูง มีความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นทุนเดิม มีเรื่องศาสนามาเกี่ยวข้อง อย่าง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ควรจะให้หมอ หรือทหารมาดูแลเรื่องสาธารณสุขมากกว่ากัน คำถามนี้ วิญญูชนมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่าคิดว่าทหารจะทำได้ทุกอย่าง ท่านต้องไว้ใจหน่วยงานอื่นๆ กระทรวงสาธารณสุขไทยไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว ทั่วโลกยอมรับความสามารถ มีของดี ต้องรู้จักใช้ นี่ไม่ใช่เรื่องความมั่นคง ท่านต้องถอยไปบ้าง&amp;quot; ผศ.วันวิชิต ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120041</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดนใต้, นักวิชาการ, บิ๊กเล็ก, ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง, ศบค.ส่วนหน้า, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616ccd0e1f363.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่-เสี่ยหนู&#039;คะแนนสูสี 7พรรคหนาวปชช.เอือม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซูเปอร์โพลจัดให้ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ชิงตำแหน่งคืนรัฐมนตรีขวัญใจประชาชน ชี้ทำบ้านเมืองสงบไม่วุ่นวาย ไม่มีจลาจลเหมือนบางประเทศ ขณะที่ &amp;quot;อนุทิน-มนัญญา&amp;quot; ควงกันรับรางวัลแบนสารพิษ ขึ้นแท่นรัฐมนตรีกล้า ท้าชน ปกป้องผลประโยชน์ประเทศชาติประชาชน ขณะที่ผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยขุดหลุมฝังฝ่ายค้าน สะท้อนทำงานถอยหลังเข้าคลอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง รัฐมนตรีคนใดขวัญใจประชาชน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,143 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม-2 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อถามถึงรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนเมื่อนึกถึงรัฐมนตรีทั้งคณะ พบ 5 อันดับแรก ได้แก่ ร้อยละ 42.9 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะรักลุงตู่ ทำบ้านเมืองสงบ ไม่วุ่นวาย ไม่มีจลาจลเหมือนบางประเทศ เป็นคนจริงจังจริงใจ ไม่หลอกลวง สอนประชาชนทำมาหากินมากกว่าขอกิน เสียสละยอมเหนื่อยแบกปัญหาคนทั้งประเทศ แต่ห่วงคนรอบข้างเป็นพิษและเสียงปริ่มน้ำไม่มั่นคง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองลงมาอันดับสอง คือร้อยละ 41.7 ระบุนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นรัฐมนตรีที่กล้าคิด กล้าทำ ยึดความถูกต้อง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ และดูแลรักษาสุขภาพของประชาชน กล้าชนกลุ่มนายทุนที่ทำธุรกิจสารพิษอันตราย ผลงานคือแบนสารพิษ ทำตามสัญญากฎหมายกัญชาเพื่อการแพทย์และยกระดับ อสม., อันดับสาม ร้อยละ 35.6 ระบุนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นคนเก่ง มือเศรษฐกิจชั้นนำของประเทศ วิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่มีประวัติด่างพร้อย พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจอุตสาหกรรม ดึงดูดการลงทุน รถไฟฟ้าความเร็วสูง ทำไทยแข่งขันประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในส่วนของรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนด้านภาพลักษณ์ กล้าคิด กล้าทำ กล้าชน ปกป้องผลประโยชน์ชาติคุ้มครองประชาชน กลับพบว่าอันดับหนึ่งได้แก่ ร้อยละ 40.7 นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ พรรคภูมิใจไทย นำหน้าแบบสูสี อันดับสองได้แก่ ร้อยละ 39.3 ระบุนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข พรรคภูมิใจไทย, อันดับสาม ได้แก่ ร้อยละ 32.1 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, อันดับสี่ ได้แก่ร้อยละ 27.4 ระบุนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พรรคภูมิใจไทย และอันดับห้า ได้แก่ ร้อยละ 18.5 ระบุนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว. การต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดลกล่าวว่า ผลโพลนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้นำจ่าฝูงใน ครม.ชุดนี้ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรี แต่อันดับสำคัญที่น่าจับตามองคือรัฐมนตรีขวัญใจประชาชนด้านภาพลักษณ์ที่กล้าคิดกล้าทำ กล้าชน ปกป้องผลประโยชน์ชาติและคุ้มครองประชาชนจนได้ใจคนทั้งประเทศ คือรัฐมนตรีหญิง นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ที่กล้าแบน 3 สารพิษ กล้าขัดผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุนจำนวนมาก จึงเป็นเหตุผลทำให้ฐานสนับสนุนของประชาชนต่อรัฐมนตรีหญิงท่านนี้พุ่งขึ้นแซงหน้ารัฐมนตรีหลายคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นนักการเมืองควรใช้หลักเอื้อมมือสุดแขนเข้าหาประชาชน คือทำอะไรทำให้สุดๆ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนแท้จริง ไม่ใช่มัวเงื้อจะฟันลังเลอยู่ตรงนั้น กลัวสูญเสียผลประโยชน์ส่วนตัว ฐานเสียงและพวกพ้อง&amp;quot; ผู้ช่วยศาสตราจาย์ ดร.นพดลระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงสาธารณสุข เป็นรัฐมนตรีที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 43.6 ตามมาด้วยอันดับ 2 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงกลาโหม คิดเป็นร้อยละ 25.4, อันดับ 3 นายอุตตม สาวนายน รมว.กระทรวงการคลัง, อันดับ 4 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงพาณิชย์, อันดับ 5 น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า คะแนนของนายอนุทินเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเราเชื่อมาเสมอว่าสังคมไทยแบ่งเป็น 2 ขั้วขัดแย้ง ผู้ที่ได้รับความนิยมควรจะเป็นตัวแทนของแต่ละฝ่าย แต่ปรากฏว่าคนที่ประชาชนเทคะแนนให้กลับเป็นนายอนุทินซึ่งวางตัวเป็นกลาง และเป็นคนทำงานจริง ทำงานลุย ให้สัมภาษณ์แต่เฉพาะเรื่องงาน ผสมกับเรื่องราวชีวิตส่วนตัวที่สื่อนำเสนอ ซึ่งสังคมให้ความสนใจ เช่นเรื่องการขับเครื่องบินรับ-ส่งอวัยวะช่วยเหลือสภากาชาดไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นจากผลโพลจึงเดาได้ว่าสังคมไทยกำลังเปลี่ยนไปแล้ว คือ ต้องการคนทำงานมาบริหารประเทศ มากกว่าการสาดโคลนใส่กัน ขณะที่ชีวิตส่วนตัวของคนที่ทำงานการเมืองก็ต้องเป็นมิติที่ดี เพราะนักการเมืองควรเป็นตัวอย่างที่ดีของประชาชน ไม่ใช่เป็นภาพสีเทาๆ ทั้งนี้ การทำงานมิได้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้น แต่ฝ่ายค้านก็ต้องทำงานด้วยการตรวจสอบเชิงคุณภาพ ต้องเอาข้อมูลมาจับให้มั่นคั้นให้ตาย แล้วประชาชนจะชื่นชอบ&amp;quot; &amp;nbsp;ผศ.วันวิชิตระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ดำเนินการสำรวจดัชนีการเมืองไทย โดยมีตัวชี้วัดรวม 25 ประเด็น ซึ่งตัวชี้วัดจะช่วยสะท้อนว่าการเมืองไทย ดีขึ้น แย่ลง หรือเหมือนเดิม โดยให้คะแนนเต็ม 10 ซึ่งในเดือนตุลาคมนี้เป็นการสำรวจดัชนีการเมืองไทยครั้งที่ 3 ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,528 คน (จำแนกเป็น กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 576 คน 22.78%, ภาคกลาง 515 คน 20.37%, ภาคเหนือ 397 คน 15.70%, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 679 คน 26.86% และภาคใต้ 361 คน 14.29%) ระหว่างวันที่ 23-31 ตุลาคม 2562 สรุปผลได้ ดังนี้ 1.ภาพรวมความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ &amp;ldquo;ดัชนีการเมืองไทย เดือน ต.ค.62&amp;rdquo; คะแนนเต็ม 10 ได้ 4.09 คะแนน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ประเด็นที่ &amp;ldquo;ดีขึ้น&amp;rdquo; กว่าเดือนที่แล้ว อาทิ จริยธรรม/วัฒนธรรมของคนในชาติ 4.97 คะแนน, การจัดการศึกษาสำหรับประชาชน 4.64 คะแนน ส่วน 3. ประเด็นที่ &amp;ldquo;แย่ลง&amp;rdquo; กว่าเดือนที่แล้ว อันดับหนึ่งคือการปฏิบัติงานฝ่ายค้าน 5.67 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบจากเดือน ก.ย.62 ที่อยู่ในระดับ 5.75 คะแนน อันดับสองข่าวสารที่เผยแพร่จากสื่อต่างๆ ให้ประชาชนได้รับรู้ อยู่ที่ 5.00 คะแนนเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้อยู่ที่ 5.06 และอันดับสาม ความสามัคคีของคนในชาติ ที่คะแนนตกลงมาที่ 4.77 คะแนนจากเดือนกันยายน 4.81 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการสำรวจดัชนีการเมืองข้อสุดท้ายคือข้อที่ 4 ข้อเสนอแนะทางด้านการเมือง ณ วันนี้ คือ อันดับ 1 มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;32.28%, อันดับ 2 เร่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน 23.90%, อันดับ 3 ปฏิรูปการเมืองให้มั่นคง มีเสถียรภาพ 20.22%, อันดับ 4 อยากให้ทุกกระทรวง ทุกฝ่ายทำงานอย่างเต็มที่ 19.20% และอันดับ 5 นักการเมืองสามัคคีกัน ร่วมมือร่วมใจทำงาน 15.02%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49449</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.นพดล กรรณิกา, ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน ชาญวีรกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed8dd4c2fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
