<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2019 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2019 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พงศ์พร&#039;เกษียณปีนี้! เทวัญยังไม่ได้หาผอ.พศ.คนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค. 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำคณะรัฐมนตรี เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช ที่ห้องประชุมมหาเถรสมาคม อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ว่า การเข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราชครั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลของคณะรัฐมนตรี และวันเดียวกันมีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ด้วย แต่ตนไม่ทราบว่าจะมีการพิจารณาเรื่องอะไร เพราะเป็นเรื่องของ มส.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. จะเกษียณอายุราชการในปีนี้ จะมีการต่ออายุราชการ หรือจะแต่งตั้งคนใหม่หรือไม่ นายเทวัญ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการหารือกันถึงเรื่องนี้ เพราะยังพอมีเวลาอีกเดือนกว่าๆ ค่อยมาพิจารณาว่าใครจะเหมาะสม โดยจะต้องหารือกันก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44473</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเทวัญ ลิปตพัลลภ, ผอ.พศ., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, มส., เกษียณอายุราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190828/image_big_5d6614c6cc718.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27122</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039;มอบ&#039;ผอ.พศ.&#039;เยียวยาพระสงฆ์มรณภาพ - บาดเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.62- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงการดูแลพระสงฆ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการ พศ. รายงานผลการประชุมเหตุการณ์ให้คณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) รับทราบ โดยเบื้องต้นได้มอบให้ ผอ.พศจ.ในพื้นที่เข้าไปดูแล โดยสิ่งที่ให้ดูแลเฉพาะหน้ามี 2-3 เรื่อง ได้แก่ 1.การจัดงานศพของพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ จ.นราธิวาส ให้เรียบร้อยและสมเกียรติ ในฐานะที่เป็นพระนักพัฒนาและเสียสละในการดูแลกิจการพระพุทธศาสนา ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า 2.ให้ดูแลพระที่บาดเจ็บจำนวน 2 รูป และ 3.ให้ดูแลเรื่องการเยียวยาทั้งหมด กองทุนใดที่สามารถช่วยเหลือได้และเป็นสิทธิของพระที่มรณภาพหรือบาดเจ็บ เพื่อเสริมกำลังใจให้กับพระสงฆ์ให้ยังคงทำหน้าที่ในพื้นที่ โดยเฉพาะพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และให้ประสานหน่วยงานความมั่นคงเพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย อาทิ ชุดลาดตระเวน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.) เป็นต้น ส่วนในระยะกลางและระยะยาว มีพระราชดำริจากสมเด็จพระสังฆราชว่าให้คณะสงฆ์ได้ดูสิ่งที่ขาด และเป็นปัญหาอุปสรรค สิ่งที่วัดวิตกกังวล จะต้องเข้าไปดูแล เช่น เรื่องเสนาสนะ วัดที่อาจมีปัจจัยไม่ครบถ้วน โดยต้องมีการปรับแผนการใช้งบประมาณของ พศ. ให้พิจารณาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่เร่งด่วนลำดับแรกในการจัดงบประมาณเพื่อซ่อมแซมสิ่งที่เป็นกายภาพ โดยขณะนี้ พศ. อยู่ระหว่างดำเนินการเรื่องงบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเบื้องต้นพระสงฆ์สามารถออกบิณฑบาตได้หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในพื้นที่ คณะสงฆ์ประสงค์ที่จะทำกิจของสงฆ์ให้ครบถ้วนตามพระธรรมวินัย เราก็ต้องการให้พระสงฆ์ทำตามกิจของสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะที่กำกับดูแล พศ. ประเมินว่าจุดประสงค์ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบคืออะไร นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าสาเหตุและเบื้องหลังเป็นอย่างไร ขอให้เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง ตนเองทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ สิ่งที่ต้องการคือการมีมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลคณะสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่ &amp;nbsp;รวมถึงอยากให้มีการบูรณาการระหว่าง พศ.ในพื้นที่ กับหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเรื่องนี้ตนเองได้พูดคุยและขอหน่วยงานความมั่นคงไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าจะถูกเชื่อมโยงไปกับเรื่องศาสนา นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า โดยพื้นฐาน ทุกศาสนาสอนให้คนทำความดี เรื่องความรุนแรงอาจเกิดขึ้นเฉพาะกลุ่มบุคคล แต่การใช้ความรุนแรงไม่ใช่เรื่องที่ดี และไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม ฉะนั้นทุกฝ่ายต้องยืนอยู่บนหลักของการทำความดี อย่างไรก็ตาม ตนเองทราบว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยงานความมั่นคง ได้ตระหนักถึงเรื่องการดูแลคุ้มครองวัด และรับทราบว่าได้ดำเนินการดูแลเรียบร้อยแล้ว &amp;nbsp;มีการเพิ่มมาตรการ แต่ส่วนรายละเอียดต้องไปถามฝ่ายความมั่นคง ซึ่งฝ่ายความมั่นคงก็ได้ทำมาโดยตลอด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในเรื่องนี้ว่าให้ทำตามหน้าที่ให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27122</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อความไม่สงบชายแดนใต้, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, ผอ.พศ., พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์, ยิงพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b544d13af396.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองปราบบุกค้น10จุด จับ&#039;พนม&#039;-บิ๊กพศ.คดีเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นำหมายศาลเข้าทำการตรวจค้นจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด จำนวน 10 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หลังจากเจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้เข้าจับกุมคดีเงินทอนวัด ประกอบไปด้วยพระชั้นผู้ใหญ่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้อนุมัติออกหมายจับ10 ราย ประกอบด้วย 1.นายพนม ศรศิลป์ กทม. อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) 2.นายแก้ว ชิดตะขม จ.นครปฐม เป็น ผอ.พศ. จ.สมุทรสงคราม 3.น.ส.ประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. และ ผอ.พศ. จ.สมุทรปราการ 4.นายณรงค์เดช ชัยเนตร จ.ขอนแก่น ผอ.พศ. จ.สิงห์บุรี 5.นายชยพล พงษ์สีดา จ.อุบลราชธานี เป็น รอง ผอ.พศ. 6.นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ จ.นครปฐม เป็น ผอ.ส่วนบรูณะพัฒนาวัด 7.นายบุญเลิศ โสภา จ.นนทบุรี เป็น ผอ.พศ. จ.ลำปาง 8.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี จ.นครปฐม เป็น นักวิชาการศาสนา พศ.จ.นครปฐม 9.นางพรเพ็ญ กิติธรางกูร จ.สมุทรสาคร เป็นนักวิชาการศาสนา และ 10.นายเจษฎา วงศ์เฆม ธุรกิจส่วนตัว/รับเหมา โดยการเข้าจับกุมนั้น เป็นการเข้าจับกุมตามหมายจับใหม่และหมายจับค้างเก่า โดย 9 คน มีความผิดในข้อหาตามมาตรา157ปฏิบัติหน้าที่มิชอบและอีก1คน มีความผิดในข้อหาสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม ได้เข้าจับกุมบุคคลตามหมายจับทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด&amp;nbsp; โดยขณะนี้คุมตัวมาสอบปากคำที่กองปราบปรามแล้ว 6 ราย คือ&amp;nbsp; นายพนม นายแก้ว&amp;nbsp; นายบุญเลิศ นายชยพล นายพัฒนา และนางพรเพ็ญ ทั้งนี้มีรายงานว่านางสาวประนอม ได้เดินทางออกไปจากประเทศเมื่อช่วงเมื่อมิ.ย.และปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่าเดินทางกลับมาแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14496</URL_LINK>
                <HASHTAG>10จุด, กองปราบปราม, ผอ.พศ., พนม ศรศิลป์, เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b613a20cfc05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุจริตเงินทอนยังมีอีกเพียบ &#039;ผบ.ปปป.&#039; ลั่นตรวจสอบไปจนกว่าจะไม่พบวัดที่โกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.61 - ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนราชการฯ แจ้งวัฒนะ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนดำเนินคดีคดีทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 4 ว่า ขณะนี้ ปปป. อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มากกว่า 1 ล้านบาท ในช่วงปี ‭2555-2560‬ เบื้องต้นพบการกระทำความผิดบ้างแล้ว แต่ต้องรอให้พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ &amp;nbsp;(พศ.) เข้าร้องทุกข์กับ ปปป. ให้ชัดเจนก่อน โดยขณะนี้ยังไม่ได้มีการร้องทุกข์ใดๆ แต่ที่ผ่านมา ปปป. ได้มีการประสานข้อมูลกับสำนักงานพศ.มาโดยตลอด โดยล็อตนี้ยังคงดำเนินคดีกับข้าราชการกลุ่มเดิม ผู้ที่กระทำความผิดส่วนใหญ่ยังคงเป็นข้าราชการของสำนักงานพศ. ที่ดำรงตำแหน่งในช่วงปี ‭2555-2560‬ ซึ่งถูกดำเนินคดีไปแล้วจากคดีทุจริตเงินทอนวัดก่อนหน้านี้ เพราะเป็นผู้มีอำนาจในการเบิกจ่ายและโอนเงินในช่วงดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.กมล ระบุว่า ล็อตนี้อาจยังไม่ใช่ล็อตสุดท้ายที่จะถูกดำเนินคดี เพราะ ปปป. จะต้องตรวจสอบไปจนกว่าจะไม่พบวัดที่กระทำความผิด ส่วนกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)โอนสำนวนคดีเงินทอนวัด ล็อต 2 กลับมาให้ ปปป.ดำเนินการนั้น พล.ต.ต.กมล ระบุว่า ขอบคุณป.ป.ช. เพราะเป็นเรื่องที่ดีที่ ป.ป.ช. มองเห็นศักยภาพการทำงานของ ปปป. อีกทั้งยังเป็นอำนาจหน้าที่ที่ ปปป. จะดำเนินการได้ ซึ่งหลังจากรับสำนวนกลับมาแล้ว ปปป.ก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยการส่งสำนวนให้กับอัยการพิจารณาได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีเงินทอนวัด มีการดำเนินการไปแล้ว 3 ล็อต มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 340 ล้านบาท และเป็นการตรวจสอบทุจริตงบใน 3 งบประมาณ คือ งบบูรณะปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด &amp;nbsp;งบอุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา &amp;nbsp;และ เงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม โดยวัดสระเกศราชวรมหาวิหารที่ถูกดำเนินคดีในล็อตที่ 3 นี้ ถือเป็นการทุจริตงบสูงที่สุด กว่า 150 ล้านบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินทอนวัด, ปปป., ผอ.พศ., พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180531/image_big_5b0f69a331cc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2018 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พงศ์พร&#039; เข้าพบ &#039;สุวพันธุ์&#039; เดินหน้าล้างเหลือบพุทธศาสนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.61 - &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เดินทางเข้าพบนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล พศ. เพื่อรายงานการทำงานของ พศ. และความคืบหน้าการดำเนินการสอบสวนเรื่องการทุจริตเงินทอนวัด โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวถึงกรณีพระผู้ใหญ่ถูกดำเนินคดีเรื่องเงินทอนวัด ซึ่งกระทบศรัทธาของประชาชน ทาง พศ.จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ว่าจะทำให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องคดีว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะประชุมเรื่องทุจริตเงินทอนวัดล็อตที่ 3 ได้ประสานขอข้อมูลจาก พศ.หรือไม่ พ.ต.ท.พงศ์พร บอกว่า ยังไม่ทราบ แต่ถ้าขอมาจะให้ ซึ่งก่อนหน้านั้นมีหนังสือจาก ป.ป.ช.เพื่อขอพยานหลักฐานมาเป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสอบถามถึงเรื่องการดำเนินคดีกับพระผู้ใหญ่หลายรูปในขณะนี้ พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่สะดวกที่จะตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงภายหลัง พ.ต.ท.พงศ์พร เข้าพบ ว่า ได้เชิญ ผอ.พศ.มาเพื่อหารือเรื่องคดีเงินทอนวัดที่ดำเนินการไปแล้วในล็อตที่ 1 &amp;ndash; 3 ส่วนล็อตที่ 4 ยังไม่ได้คุยกัน ตอนนี้หลักการที่ให้ไปคือ ให้ทางกองบังคับการปรามปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไปดำเนินการตามหลักฐาน และอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ส่วน พศ.ให้ดำเนินการเกี่ยวกับข้าราชการที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังกำชับ พศ.ในเรื่องของการใช้งบประมาณในปี 2561 ให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ ซึ่งหลักเกณฑ์เดิมถือว่าดีอยู่แล้ว แต่ถ้าจำเป็นหรือเห็นว่ามีจุดอ่อนก็ขอให้พิจารณาดู เพื่อให้มันรัดกุมเพิ่มมากขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวพันธุ์ กล่าวด้วยว่าสำหรับ พศ.ได้เน้นให้เพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของการทำงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) โดยจะต้องทำงานร่วมกับเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ และพระสังฆาธิการระดับบนด้วย ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นคือ การใช้งบประมาณในเรื่องของการนำไปอุดหนุนวัด ทางพศ.จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ต้องดำเนินร่วมกับเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าจากนี้ทุกอย่างน่าจะดีขึ้นแล้ว ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับพระสงฆ์ให้ว่าไปตามกฎหมาย เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วน พศ.ทำหน้าที่ประสานและอำนวยความสะดวก และให้ข้อมูลที่ทางตำรวจต้องการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10309</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินทอนวัด, ผอ.พศ., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e1be567a7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10141</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยต่อล็อต 4 โกงเงินทอน 60 วัดทั่วประเทศความเสียหายเป็นร้อยล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.61&amp;nbsp;- รายงานข่าวจาก ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ในการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวักล็อตที่ 4 ช่วง พ.ศ.2554 -2559 ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวบสอบวัดที่เข้าข่ายมีการทุจริตโดยมีเป้าหมาย 60 วัดทั่วประเทศ ขณะนี้ทำการตรวจสอบไปแล้วประมาณ 60 เปอร์เซ็น หรือประมาณ 40 วัด พบเข้าข่ายทุจริต 26 วัด แบ่งเป็น โซนภาคเหนือ เข้าข่ายทุจริต 3 วัด โซนภาคใต้ เข้าข่ายทุจริต 4 วัด โซนภาคกลาง เข้าข่ายทุจริต 16 วัด โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าข่ายทุจริต 1 วัด และโซนภาคตะวันออก เข้าข่ายทุจริต 2 วัด ความเสียหายประมาณ 100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบเป้าหมายครบทั้งหมดแล้วจะได้มีการประชุมสรุปผลให้ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ทราบในวันที่ 29 พ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ต้องรอ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ( ผอ.พศ.) ในฐานะผู้เสียหาหรือตัวแทนหน่วยงานที่เสียหาย เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษให้พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ดำเนินคดีการทุจริตเงินทอนวัดล็อต 4 จากนั้นนำพยานหลักฐานทั้งหมดสรุปสำนวนส่งให้ ปปช.ดำเนินการตามขั้นตอน ไม่เกินเดือน ก.ย.61&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10141</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินทองวัด, ทุจริตโกงเงินทอนวัด, ปปป., ผอ.พศ., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0ac5a005590.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10022</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2018 06:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2018 06:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาอีกหลายวัดโกงเงินทอน &#039;ไพบูลย์&#039; จี้สอบข่าวรั่วเปิดทางพระ2รูปเผ่น!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวเมื่อวานนี้ถึงการจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด ว่าถือเป็นการบังคับใช้กฎหมายบ้านเมืองตามหลักกฎหมายไม่ว่าจะเป็นคน หรือพระสงฆ์ที่มีตำแหน่งเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ในกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ก็ตาม และการดำเนินการจับกุมถือเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้เจ้าอาวาสวัดอื่นจะต้องระมัดระวัง และอยู่ในความถูกต้อง ไม่กล้าที่นำเอาเงินวัดไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวว่าตนจะขอให้ติดตามคดีและขยายผลสอบสวนเรื่องเงินทอนวัดต่อไป เพราะยังมีอีกหลายวัดที่นำเงินงบประมาณแผ่นดินส่วนนี้ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เรื่องนี้สะท้อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกลับมาดูเรื่องการจัดทำบัญชีวัด และการจัดการเงินของพระภิกษุว่า ควรจะต้องจัดทำแบบเปิดเผยตรวจสอบได้ ให้ตรงตามพระธรรมวินัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะเดียวกัน ยังเป็นที่น่าสงสัยว่า พระทั้ง 2 รูป ที่ยังค้นหาตัวไม่เจอ รู้ได้อย่างไรว่า จะมีการจับกุม ผมเชื่อว่า จะต้องมีข่าวรั่วไปยังพระแน่นอน จึงขอให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย&amp;quot;นายไพบูลย์ กล่าวและตอบคำถามที่ว่าารบุกจับพระชั้นผู้ใหญ่ครั้งนี้ถือเป็นการสังคายนาวงการสงฆ์หรือไม่ ว่า เป็นการชะล้างการใช้กฎหมายกับเจ้าอาวาสระดับสูง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่ควรถึงเวลาต้องปฏิรูปคณะสงฆ์ ที่โครงสร้างมีปัญหาจนทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10022</URL_LINK>
                <HASHTAG>การจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่, ทุจริตเงินทอนวัด, ผอ.พศ., มหาเถรสมาคม, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180526/image_big_5b08a220ab34c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
