<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับยาลดอ้วน กินแล้วตาย มีหมอร่วมมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย.ร่วมกับหลายหน่วยงาน จู่โจมจับอดีตนางแบบแม็กซิมตัวการขายยาอันตรายลดอ้วน &amp;quot;สวยสังหาร&amp;quot; จ้างหมอตามคลินิกสั่งยาจาก อย.ตามระเบียบ แล้วนำไปขายทางโลกออนไลน์ รวมทั้งส่งให้ผู้ค้ารายย่อย ประชาชนหลงเชื่อ บางรายกินจนเสียชีวิต พบมีเงินหมุนเวียนร้อยล้าน ยึดทรัพย์แล้ว 43 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช้ามืดวันที่ 11 มีนาคมนี้ พ.ต.อ.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบก.ปส.1 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นำกำลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดปฏิบัติการ &amp;ldquo;สยบไพรี 62/9 ยาสวย...สังหาร&amp;rdquo; ปิดล้อมตรวจค้น 33 เป้าหมายทั่วประเทศ โดยในกรุงเทพฯ ตรวจค้นทั้งหมด 13 จุด ที่น่าสนใจคือที่บ้านเลขที่ 778/71 ซอย 12/2 หมู่บ้าน The Plant Exclusique ซอยพัฒนาการ 42 แขวงและเขตสวนหลวง ของ น.ส.วิไลรัตน์ อุตทอง เจ้าของบ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาประกอบด้วย 1.นางกัญญนันทน์ ธัญธรเตชสิทธิ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 45/2562 ลงวันที่ 26 ม.ค.2562 ข้อหา ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เฟนเตอร์มีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.น.ส.วิไลรัตน์ อุตทอง อดีตนางแบบแม็กซิม ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 193/2562 ลงวันที่ 18 ก.พ.2562 ข้อหา ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เฟนเตอร์มีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 4 (ไดอาซีแพม, คลอราซีเพท) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลการตรวจยึดของกลาง 1.ยาแผนปัจจุบันจำนวนกว่า 2 แสนเม็ด 2.กล่องพัสดุภัณฑ์จำนวนหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการตรวจยึดทรัพย์สิน ประกอบด้วย บ้านจำนวน 2 หลัง มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 19,500,000 บาท คอนโด 1 ห้อง มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 1,700,000 บาท รถยนต์ 6 คัน มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 15,050,000 บาท รถจักรยานยนต์ 3 คัน มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 750,000 บาท ทองคำแท่ง, ทองคำรูปพรรณ, นาฬิกา, โฉนดที่ดินและเงินสด มูลค่าประมาณ 3,200,000 บาท ทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่าประมาณ 3,500,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 43,700,000 บาท และจากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ต้องหามีรายได้หมุนเวียนจากการกระทำผิดกฎหมายประมาณ 50-100 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการ อย. นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. ร่วมกับศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ศอปส.ตร.) นำโดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศอปส.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าว โดย นพ.ธเรศกล่าวว่า&amp;nbsp;อย.ได้ตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบนำยาลดความอ้วนที่จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตัวยา Phentermine (เฟนเตอร์มีน) ชื่อการค้า&amp;nbsp;Duromine (ดูโรมีน) และ Panbesy (แพนบีซี่) ออกนอกระบบ จึงได้ประสานความร่วมมือ บช.ปส.ในการสืบหาตัวผู้กระทำความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มนายทุนร่วมมือกับแพทย์ในเครือข่ายซึ่งส่วนใหญ่เป็นแพทย์คลินิก ลักลอบนำวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวออกจากระบบการควบคุมของ อย. โดยไม่ได้มีการจ่ายให้แก่ผู้ป่วยในสถานพยาบาลที่เป็นสถานที่รับอนุญาต แต่ส่วนหนึ่งมีการขายผ่านทางอินเทอร์เน็ต และอีกส่วนหนึ่งขายให้กับผู้ค้ารายย่อยนำไปขายต่อผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ ไอจี&amp;nbsp;และเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ มีการส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น จีน แคนาดา ฟิลิปปินส์ เป็นต้น การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการสมคบ ร่วมกันแบ่งหน้าที่กันทำงาน เพื่อเอาวัตถุออกฤทธิ์ออกนอกระบบโดยอาศัยใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของแพทย์เป็นใบเบิกทางนำมาหลอก อย. ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20&amp;nbsp;ปี และปรับตั้งแต่&amp;nbsp;400,000-2,000,000&amp;nbsp;บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ อย.กล่าวว่า ยาลดน้ำหนัก หรือยาลดความอ้วน มักจะประกอบไปด้วยยาหลายชนิดเพื่อให้เห็นผลเร็วในการลดน้ำหนัก เช่น ยาลดความอยากอาหาร ยาไทรอยด์ฮอร์โมน ยาขับปัสสาวะ และยาระบาย ซึ่งการรับประทานยาเหล่านี้ด้วยกันอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายได้ สำหรับยาลดความอยากอาหาร &amp;ldquo;เฟนเตอร์มีน&amp;rdquo; เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทและทำให้เกิดการติดยาได้ ดังนั้นจึงถูกจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ภายใต้ พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีการควบคุมการขายโดย อย. และจะขายให้เฉพาะสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2&amp;nbsp;เพื่อจ่ายให้กับผู้ป่วยที่แพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยแล้วเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยานี้ควรใช้ในระยะสั้น คือ&amp;nbsp;4-6&amp;nbsp;สัปดาห์ ไม่เกิน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;สัปดาห์ หรือ 3 เดือน เนื่องจากมีผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง กระวนกระวาย หัวใจเต้นเร็ว หากใช้ไปนานๆ อาจถึงขั้นติดยาได้ หรือทำให้น้ำหนักที่ลดลงคืนกลับมาอีก นอกจากนี้ยังอาจพบอาการอื่นๆ อีก เช่น ปากแห้ง อาเจียน ท้องผูก เหงื่อออก ตื่นเต้น&amp;nbsp;ม่านตาขยาย ประสาทหลอน อาจทำให้เกิดโรคจิตได้ ในรายที่มีอาการรุนแรงจะพบว่ามีไข้สูง เจ็บหน้าอก&amp;nbsp;การไหลเวียนของเลือดล้มเหลว ชัก โคม่า และตายได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธเรศย้ำว่า การรับประทานยาลดความอ้วนเฟนเตอร์มีนติดต่อกันเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการทางจิตและประสาทได้ คล้ายกับคนเสพยาบ้า ดังนั้นจึงต้องใช้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์เท่านั้น ประชาชนไม่ควรหาซื้อมารับประทานเอง เพราะมีผลข้างเคียงที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้ การรักษาโรคอ้วนที่ดี ประหยัด และปลอดภัยที่สุด คือการลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารอย่างถูกวิธี&amp;nbsp;การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31084</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญญนันทน์ ธัญธรเตชสิทธิ์, นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์, นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์, ผอ.ศอปส.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน, พ.ต.อ.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c866bcc6f9cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
