<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.โรงเรียนมอบตัวแล้ว หลังถูกแจ้ง 4 ข้อหา พร้อมเปิดใจยืนยันบริสุทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายสายัณร์ ชาลีผล อายุ 60 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา อ.เทพา จ.สงขลา โชว์อาวุธปืนหน้าเสาธงจากปัญหาส่วนตัวที่มีความสัมพันธ์กับนักเรียนหญิง ม.3 หลังจากที่ถูกแม่เด็กได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เทพา&amp;nbsp;ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ นายสายัณร์&amp;nbsp;ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เทพา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยได้ถูกแจ้งดำเนินคดีใน 4 ข้อหา คือกระทำชำเราเด็ก, พรากผู้เยาว์,กระทำอนาจารและ พกพาอาวุธปืน ก่อนที่จะได้รับการประกันตัวออกไปทันที โดยใช้ตำแหน่งทางราชการของบุคคลอื่นค้ำประกันแทนเงินสด ซึ่งมีวงเงินค้ำประกัน 5 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กรณีที่ถูกแม่เด็กเข้าแจ้งความนั้นผิด ตนไม่ทราบเพราะอยู่ในสำนวนการสอบสวน ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด แต่ตนก็ต้องปกป้องสิทธิ์ของตัวเองเพื่อให้ตัวเองได้รับความยุติธรรม แต่ถ้าข่าวที่ออกมาทำให้เขาได้รับความเสียหาย ตนก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ แต่อยากให้สังคมมีสติในการบริโภคข่าวสาร ควรให้ได้รายละเอียดครบทุกด้านว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก่อนที่จะตัดสินว่าใครผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาตลอด 30 ปีของการรับราชการ ตนทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถมาตลอดไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย และคิดเสมอว่า ลูกๆนักเรียนเป็นแก้วตาดวงใจเหมือนลูกตัวเอง&amp;nbsp;และการที่ตนยื่นใบลาออกไปก่อนหน้านี้เพราะมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ตนเสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตนเป็นคนมีระเบียบวินัยเป็นคนดีของสังคมและรับไม่ได้กับเรื่องนี้ และพร้อมที่จะกลับมาเป็นประชาชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ถูกมองว่าชักปืนหน้าเสาธงผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา กล่าวว่าความที่ไม่เคยชินกับการเสียบปืนไว้ที่เอว พอยืนพูดนานๆทำให้รู้สึกอึดอัดและลื่นและกางเกงของตนก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเสียบปืน พอขยับเด็กจึงเห็นและเกิดการแตกตื่นขึ้นมา เป็นการเข้าใจผิด ตนไม่เคยคิดร้ายใครโดยเฉพาะนักเรียน ซึ่งหลังจากที่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว พบว่ามีรายละเอียดมากหลังจากนี้ตนก็จะกลับไปดูและทบทวนข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อแล้วจะมาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92641</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, ผอ.ฉาว, ผอ.โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023c3287759f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92467</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ปกครองแห่ค้านไม่เอา ผอ.โรงเรียนคนใหม่​ หวั่นซ้ำรอยคนเดิมเพิ่งถูกขับไล่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนผู้ปกครองนักเรียน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมู่บ้าน ใน อ.ชำนิ&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ถือป้ายและปิดป้ายแสดงจุดยืนคัดค้านมาเอา ผอ.โรงเรียนคนใหม่&amp;nbsp;ที่ถูกร้องเรียนกล่าวหาสารพัดทั้งสร้างความแตกแยก&amp;nbsp;ใช้อำนาจกดขี่ครู นร. และบริหารไม่โปร่งใส&amp;nbsp;ทั้งหวั่นซ้ำรอย ผอ.คนเดิมที่เพิ่งถูกประท้วงขับไล่เพราะดื่มเหล้าเมา&amp;nbsp; ไม่พัฒนา ร.ร.ปล่อยให้ผู้ปกครองต้องจัดทำผ้าป่ารายได้พัฒนาโรงเรียนกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9&amp;nbsp;ก.พ.64 -&amp;nbsp;ตัวแทนผู้ปกครองนักเรียน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หมู่บ้าน มีบ้านโนนน้ำอ้อม,&amp;nbsp;บ้าน​โคกสะอาด&amp;nbsp;และบ้านหนองม่วง&amp;nbsp;ต.ชำนิ&amp;nbsp;อ.ชำนิ&amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;ได้ร่วมกันออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านไม่เอา ผอ.โรงเรียนคนใหม่&amp;nbsp;ด้วยการถือป้ายที่มีข้อความว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;เราไม่เอา ผอ.คนนี้&amp;nbsp;, ออกไปเราไม่ต้องการ , ทำไมโรงเรียนต้องได้แต่ ผอ.ที่ถูกร้องเรียน&amp;nbsp;และชาวบ้านไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่า ผอ.คนนี้ประวัติเป็นไง&amp;nbsp;เราไม่เอา..ออกไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าโรงเรียน&amp;nbsp;พร้อมทั้งติดป้ายที่ประตูทางเข้า-ออกโรงเรียนด้วยว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชุมชนโรงเรียนบ้านโคกสะอาด ไม่เอา ผอ.ที่ถูกร้องเรียนมา&amp;nbsp;เพราะเราเคยได้ ผอ.ที่ถูกร้องเรียนมาแล้ว ก็เกิดปัญหาสร้างภาพลักษณ์ไม่ดีแก่โรงเรียน&amp;nbsp;ทั้งส่งผลกระทบกับต่อการเรียนการสอนของลูกหลานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตัวแทนชาวบ้านที่ออกมาคัดค้านในครั้งนี้&amp;nbsp;บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า&amp;nbsp;ผอ.คนใหม่ที่จะย้ายมาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านโคกสะอาด&amp;nbsp;ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายเรื่อง&amp;nbsp;และมีพฤติกรรมบริหารงานไม่โปร่งใสด้วย&amp;nbsp;จึงเกรงว่าหากย้ายมาดำรงตำแหน่งที่นี่ก็จะมีพฤติกรรมเหมือนเดิมอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงอยากให้ทางผู้บังคับบัญชาได้พิจารณายกเลิกคำสั่งย้าย ผอ.คนดังกล่าวมาดำรงตำแหน่งที่โรงเรียนบ้านโคกสะอาดด้วย&amp;nbsp;แต่หากไม่สามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้&amp;nbsp;ชาวบ้านก็จะรวมตัวกันคัดค้านต่อไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนชาวบ้าน&amp;nbsp;บอกว่าที่ตัวแทนชาวบ้านและผู้ปกครอง ร่วมกันออกมาแสดงจุดยืนถือป้ายคัดค้านว่าไม่เอา ผอ.คนนี้ ย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็น ผอ.โรงเรียนคนใหม่ที่โรงเรียนบ้านโคกสะอาด&amp;nbsp;เนื่องจากเคยถูกร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมหลายอย่าง ทั้งสร้างความแตกแยกในชุมชน&amp;nbsp;และการบริหารที่ไม่โปร่งใส&amp;nbsp;จนถูกประท้วงขับไล่ออกจากโรงเรียนเดิม&amp;nbsp;เกรงว่าหากย้ายมาที่นี่ก็จะมีพฤติกรรมเหมือนเดิมทั้งกลัวจะซ้ำรอยกับ ผอ.คนเดิมที่เพิ่งถูกประท้วงขับไล่ออกไปเพราะมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมชอบเอาเวลาราชการไปดื่มสุรามึนเมา&amp;nbsp;เข้ากับชุมชนไม่ได้&amp;nbsp;ไม่พัฒนาโรงเรียนปล่อยให้ชาวบ้าน&amp;nbsp;ผู้ปกครองต้องทำผ้าป่าเพื่อหาเงินมาพัฒนาโรงเรียนกันเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92467</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ชาวบ้านประท้วง, ผอ.ฉาว, ผอ.โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_60222bd6205ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งย้าย ผอ.โรงเรียนชักปืนหน้าเสาธง รอตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง เผยโทรคุยปรับทุกข์คล้ายสั่งลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา อ.เทพา จ.สงขลา มีการเครียดจนถึงขั้นชักปืนหน้าเสาธงต่อหน้านักเรียนทั้งโรงเรียน จากปัญหาความสัมพันธ์กับนักเรียนหญิง หลังถูกผู้ปกครองของนักเรียน ม.3 เข้าแจ้งความเมื่อวานนี้&amp;nbsp;ล่าสุด&amp;nbsp;นายศังกร รักชูชื่น ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 16 พร้อมด้วย นายบรรจบ พิสุทธิพันธุ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้า และให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นทั้งที่ สภ.เทพา และที่ว่าการอำเภอเทพา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศังกร รักชูชื่น ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 16 เปิดเผยว่า เรื่องเกิดขึ้นมานานราวสัปดาห์ที่มีการพูดถึงพฤติกรรมระหว่างผู้อำนวยการโรงเรียนและเด็กนักเรียนหญิง ม.3 และในช่วงเมื่อคืนนี้ทางนายสายัณร์ ชาลีผล อายุ 60 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา ก็ได้โทรศัพท์มาหาตนเพื่อปรับทุกข์ และบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งตอนนั้นตนกำลังติดภารกิจอยู่ที่ จ.สตูล พร้อมกับนายสายัณร์ ก็พูดในลักษณะคล้ายกับการจะสั่งลา แต่ตนก็บอกให้ตั้งสติให้ และทุกปัญหามีทางออก ขอให้ใช้วิธีที่ถูก ที่ควรและการคิดสั้นก็เป็นสิ่งที่ผิดตามหลักศาสนาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งทราบว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสายัณร์ได้ขึ้นไปพูดหน้าเสาธงและกลายเป็นประเด็นขึ้นมาดังกล่าว จากการพูดคุยสอบถามกับทั้งนายสายัณร์ และ นายบรรจบ พิสุทธิพันธุ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา พบว่า ในช่วงเช้านายสายัณร์ได้ขอไปพูดหน้าเสาธง โดยบอกว่า อาจจะลาโรงเรียน 2-3 วัน และมีการพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกับขอโทษ และมีประโยคทิ้งท้ายว่า &amp;ldquo;ผอ.ได้ขอโทษเขาแล้วและจะทำเรื่องนี้ให้ดังกว่าที่เขาทำ&amp;rdquo; จากนั้นก็ได้เปิดเสื้อแจ็คเก็ตออกจนเห็นปืน แต่นายสายัณร์ยังไม่ทันได้ใช้มือจับปืน นักเรียนและครูก็พากันแตกตื่น ก่อนที่ทางรองผู้อำนวยการโรงเรียนจะรีบเข้าไปหา และขอเอาปืนมาเก็บไว้รอส่งให้กับทางตำรวจ และนายสายัณร์ก็ได้นั่งรถตู้ออกไปไม่นานหลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 16 เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งให้นายสายัณร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพา ย้ายไปช่วยราชการเอาไว้ก่อนที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 16 เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น และดำเนินการไปตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งตอนนี้ทาง นายสายัณร์ได้ขอเวลาอยู่กับครอบครัว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91991</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, ผอ.โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601bce58c2470.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 19:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.เร่งกู้ร่าง ผอ.โรงเรียนถูกน้ำป่าซัดจมหายกลายเป็นศพติดต้นไม้ในลำน้ำคาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.63 - หลังจากเจ้าหน้าที่ระดมค้นหาร่างนายนพดล แสนขวา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยเฮี้ย หมู่ 3 ตำบลห้วยเฮี้ย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ที่ถูกกระแสน้ำป่าจากลำน้ำคานพัดสูญหายไปเมื่อคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งวันนี้เจ้าหน้าที่ได้ระดมค้นหา โดยเฉพาะทหารจากมณฑลทหารบกที่ &amp;nbsp;39 ได้นำเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจ และพบศพนายนพดล&amp;nbsp;บริเวณลำน้ำคาน ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้บอกจุดพบศพแล้วให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน จะได้นำศพออกมาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้ พล.ต.ทวีศักดิ์&amp;nbsp;วงศ์ทวีทรัพย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 นำกำลังพลไปร่วมค้นหา&amp;nbsp;โดยให้การสนับสนุนอุปกรณ์การค้นหา และส่งกำลังพลทหารลงพื้นที่ค้นกับชุดในพื้นที่กับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ปภ.และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน&amp;nbsp;เบื้องต้นทราบว่า&amp;nbsp;นายนพดล พร้อมกับนายขวัญฟ้า เหมหลุด ซึ่งเป็นชาวบ้านในบ้านลาดคื้อ โดยได้พากันไปออกหาปลาในลำน้ำคาน ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตร&amp;nbsp;ปรากฏว่าในพื้นที่มีฝนตกและกระแสน้ำป่าไหลอย่างรุนแรง ส่งผลให้น้ำได้พัดทั้งสองคนลอยไปกับกระแสน้ำ&amp;nbsp;ส่วนชาวบ้านที่ไปด้วยสามารถว่ายขึ้นฝั่งเอาตัวรอดมาได้ ส่วน ผอ.ลอยไปกับกระแสน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังทราบข่าวจากนายขวัญฟ้า&amp;nbsp;ชาวบ้านที่เดินไปด้วย&amp;nbsp;ได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านแล้วจึงมีการระดมการค้นหาตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา&amp;nbsp;แต่ยังไม่พบตัว ผอ. กระทั่งเช้าวันนี้ได้เริ่มค้นหาอีกครั้ง&amp;nbsp;แต่พบเพียงถุงมือและย่ามของ ผอ.ติดอยู่กับกิ่งไม้ห่างจากจุดที่ค้นหาประมาณ 2 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายขวัญฟ้า&amp;nbsp;เปิดเผยว่าเย็นวานนี้ประมาณ 17.00 น.ตนกับ ผอ.นพดลได้ชวนกันไปหว่านแหหาปลาในลำน้ำคานห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตรโดยขี่รถจักรยานยนต์คนละคันออกจากตัวหมู่บ้านไปถึงบริเวณลำน้ำคานที่มีฝายกั้นน้ำได้เริ่มหว่านแหหาปลาและเดินข้ามฝายกั้นลำน้ำไป ช่วงนั้นในพื้นที่มีฝนตกบ้างและระดับน้ำที่เดินลุยยังอยู่ในระดับหัวเข่า จากนั้นจึงเดินหาปลาไปอีก กระทั่งขากลับประมาณ 23.00 น. ปรากฏว่ากระแสน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นใกล้ระดับเอวจึงชวนกันว่ายน้ำข้ามลำน้ำคานเพื่อกลับบ้าน ตนว่ายนำหน้า&amp;nbsp;ผอ.นพดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระแสน้ำไหลแรงมากแม้แต่ตนยังถูกน้ำพัดไปชนกับก้อนหินจนได้รับบาดเจ็บแขนขวาหลุด กระทั่งตนสามารถขึ้นฝั่งได้แต่ไม่เห็นตัว ผอ.เห็นเพียงแสงไฟบนศีรษะที่ติดไฟฉายไว้ ลอยไปกับกระแสน้ำ ตนได้วิ่งตามไปเรื่อยๆเรียกตะโกนร้องแต่ก็ไม่มีวี่แวว จากนั้นก็กลับมาในหมู่บ้านถึงประมาณเที่ยงคืนได้แจ้งผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านให้ช่วยกันไปค้นหาแต่ยังไม่พบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา พล.ต.ทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ ผบ.มทบ. 39 ได้รายงานให้แม่ทัพภาคที่ 3 ทราบ พร้อมขอการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ โดย ผบ.มทบ.39 ได้ขึ้นบินสำรวจตามเส้นทางลำน้ำคาน&amp;nbsp;ห่างจากจุดน้ำป่าทะลักหรือจุดเกิดเหตุ ประมาณ 3 กม. และพบร่างของ ผอ.โรงเรียนบ้านห้วยเฮี้ย เสียชีวิตอยู่ติดอยู่กับต้นไม้ภายในลำน้ำคาน สภาพไม่สวมเสื้อ หลังจากนั้น ผบ.มทบ.39 ได้จัดชุดเดินเท้าเข้าพื้นที่ และชุดรถมอเตอร์ไซค์วิบาก เพื่อเร่งนำศพ ผอ.โรงเรียนขึ้นมา&amp;nbsp;พร้อมรถโรงพยาบาลไปรับในจุดที่ใกล้ที่สุด โดยจะนำร่างผู้เสียชีวิตไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73326</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิษณุโลก, น้ำป่า, ผอ.โรงเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27fe6204969.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ให้ออก-ฟันอาญา ผอ.อนาจารป.6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ให้ออกจากราชการแล้ว ผอ.โรงเรียนทำอนาจารนักเรียนหญิงชั้น ป.6 สพฐ.สั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ขณะที่ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี ชี้มีโทษจำคุก 10 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 เมษายนนี้ นายบรรเจิด กลิ่นจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เพชรบูรณ์ เขต 2 ได้เรียกประชุมคณะกรรมการเร่งติดตามหาข้อเท็จจริงกรณีคลิปฉาวที่มีผู้โพสต์ลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หล่มสัก ทำอนาจารเด็กนักเรียนด้วยการล้วงมือเข้าไปในเสื้อของเด็ก เพื่อจับหน้าอกเด็กนักเรียน เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว พร้อมโพสต์คลิปวิดีโอ เป็นภาพชายสูงวัยยืนโอบกอดอยู่ด้านหลังนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่กำลังนั่งเล่นโน้ตบุ๊กอยู่ โดยชายคนดังกล่าวได้ใช้มือขวาล้วงเข้าไปในเสื้อคล้ายจะบีบหน้าอกนักเรียนหญิงคนดังกล่าวซึ่งพยายามปัดป้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบรรเจิดเปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำการตรวจสอบข้อมูลอยู่ เบื้องต้นเป็นคลิปเก่าตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งการตรวจสอบจะให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน เพื่อเสนอให้ทางศึกษาธิการจังหวัดดำเนินการหรือเสนอผู้มีอำนาจพิจารณาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หล่มสัก ยอมรับว่าชายในคลิปวิดีโอดูแล้วน่าจะใช่ตนจริงๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ทำอะไรหรือลวนลามเด็กอย่างที่เข้าใจกัน ภาพในคลิปที่เห็นเป็นบริเวณโต๊ะคอมพิวเตอร์ เด็กคนนี้เปิดคอมพิวเตอร์และดูคอมพ์ด้วยความสงสัย ตนจึงเดินไปบอกเด็กและกลับมานั่งโต๊ะ ไม่มีอะไรมากกว่านี้ ปัจจุบันเด็กคนนี้ไปเรียนที่โรงเรียนอื่นแล้ว ไม่เข้าใจว่าใครเป็นผู้นำคลิปมาเผยแพร่ และมีเจตนาอะไร หากรู้ว่าเป็นใครก็จะปรึกษาทนายดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก สภ.บ้านติ้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ว่า เมื่อวันที่ 20 เม.ย.63 ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบคลิปวิดีโอที่ปรากฏบนเพจเฟซบุ๊กหนึ่ง ระบุข้อความว่า บุคคลในคลิปวิดีโอคือผู้อำนวยการ และเด็กนักเรียนหญิงโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หล่มสัก โดยเป็นภาพเหตุการณ์ที่ผู้ชายกำลังกระทำอนาจารเด็กนักเรียนหญิง เจ้าหน้าที่จึงได้ออกสืบสวนหาข่าวเพิ่มเติม กระทั่งทราบตัวผู้เสียหาย จึงได้เชิญตัวเด็กและผู้ปกครองมาสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กหญิงรับว่าบุคคลในคลิปดังกล่าวคือตนจริง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ขณะที่ตนเรียนอยู่ชั้น ป.6 อายุเพียง 12 ปีเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า คดีดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง สอบสวนปากคำผู้เสียหายต่อหน้าพนักงานอัยการ นักสังคมสงเคราะห์หรือนักจิตวิทยา และผู้ปกครองหรือผู้ไว้วางใจ แล้วรับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด อยู่ระหว่างเรียกตัวมาเเจ้งข้อกล่าวหา โดยกรณีดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้รับรายงานเหตุดังกล่าวแล้ว &amp;nbsp;ศธ.จะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ภายหลังได้รับรายงานเรื่องนี้จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เพชรบูรณ์ เขต 2 สพฐ.ก็ได้รายงานผลการดำเนินการให้ รมว.ศึกษาธิการรับทราบทันที ซึ่งท่านให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก ที่ผ่านมาท่านได้ตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นการเฉพาะ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการดูแลเด็กให้มีความปลอดภัย เนื่องจากเห็นว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นอยู่เนืองๆ โดยมีนายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการ กพฐ.เป็นประธานศูนย์ และได้ลงไปดำเนินการร่วมกับ สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2 ตรวจสอบภาพและข้อเท็จจริงตามคลิปและภาพที่ปรากฏแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอำนาจกล่าวว่า ในเบื้องต้น สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2 ได้รายงานว่ามีคลิปนั้นจริง จึงได้สั่งย้าย ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หลุ่มสัก ไปประจำยัง สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2 แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการสอบสวน และให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้เก็บรวบรวมข้อมูลเสร็จภายในวันที่ 21 เม.ย.แล้ว และให้นำเสนอผลการสืบสวนต่อศึกษาธิการจังหวัดพิจารณาสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งตามกรอบเดิมต้องดำเนินการสอบสวนวินัยร้ายแรงให้แล้วเสร็จไม่เกิน 7 วัน ส่วนความผิดทางอาญาให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนของ สพฐ. เข้าไปดูแลเรื่องสภาพจิตใจของนักเรียนที่ได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์นี้ด้วย เช่น หากเปิดภาคเรียนแล้วเด็กจะมาเรียนอย่างไร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63858</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำอนาจารนักเรียนหญิง, ผอ.โรงเรียน, พื้นที่การศึกษาประถมศึกษา, มีโทษจำคุก 10 ปี, ออก-ฟันอาญา, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9ee833395d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
