<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จะชังชาติไปถึงไหน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีจริงนะ...ไม่ใช่เรื่องเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขบวนการชังชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกลียดรัฐบาลพอฟังได้ เพราะคนเกลียดรัฐบาลมี ทุกยุค ทุกสมัย ทุกรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คนเกลียดรัฐบาลยุคนี้เลยเถิดถึงขั้นชังชาติตัวเอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มองทุกเรื่องในชาติขวางหูขวางตาไปหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอถูกเรียกว่า &amp;quot;พวกชังชาติ&amp;quot; ก็พากันปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ใช่ ยืนกรานตัวเองเป็นแค่พวกชัง &amp;quot;รัฐบาลลุง&amp;quot; เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลืมไปว่าพฤติกรรมที่แสดงออก ด้อยค่าประเทศตัวเองทุกเรื่อง แม้เรื่องนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนมีความรู้ แต่หลับหูหลับตาชังชาติ ไม่สนใจถูกผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกตัวอย่าง &amp;quot;ชาญวิทย์ เกษตรศิริ&amp;quot; แชร์โพสต์ของใครก็ไม่รู้ ไม่ตรวจสอบที่มา ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ ไม่มีการพิจารณาในข้อเท็จจริงเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...ด่วน! ข่าวที่คนไทยต้องตะลึง ประเทศไทยครองอันดับ ๑ ประเทศที่มีราคาน้ำมันแพงที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับค่าแรงและรายได้ของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าแปลกใจครับ...นักประวัติศาสตร์ระดับชั้นเอกที่หนึ่งของประเทศไทย หลวมตัวไปแชร์โพสต์ลักษณะนี้โดยไม่ใช้สมองได้อย่างไรกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่างน่าตกตะลึง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความแบบนี้ในแง่ข้อเท็จจริง มันเป็นไปไม่ได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนแชร์ต้องตะขิดตะขวงใจบ้างว่า น่าจะเป็นเรื่องเท็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...ระดับผู้นำทางความคิด ผู้นำจิตวิญญาณชาวสามนิ้วเป็นแบบนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วเด็กๆ มวลชนสามนิ้วจะเป็นแบบไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าเป็นห่วงอนาคตของชาติจริงๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องน้ำมันราคาแพง เชิญด่าครับ แต่ต้องด่าให้ถูกเรื่องและถูกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปรียบเทียบราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลระหว่างไทยกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน วันที่ ๑๘ ตุลาคม ดูครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ของไทยลิตรละ ๒๘ บาทปลายๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์ ลิตรละ ๕๓ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สปป.ลาว ลิตรละ ๓๑.๕๐ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัมพูชา ลิตรละ ๓๐.๒๔ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์ ลิตรละ ๒๘.๖๙ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมา ลิตรละ ๒๖.๙๕ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมาเลเซีย ในฐานะผู้ส่งออกน้ำมัน ลิตรละ ๑๗.๔๒ &amp;nbsp;บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทีนี้ไปดูค่าแรงขั้นต่ำของแต่ละประเทศว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง เพราะโพสต์ข้างบนบอกว่า ประเทศไทยครองอันดับ &amp;nbsp;๑ ประเทศที่มีราคาน้ำมันแพงที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับค่าแรง และรายได้ของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ตามนี้ครับ...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์ ๒,๐๐๐ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทย ๓๐๐ บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์ ๓๐๐ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซีย ๒๗๐ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมา ๑๑๐ บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลาว ๘๐ บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัมพูชา ๗๕ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมา ลาว กัมพูชา ค่าแรงขั้นต่ำน้อยกว่าไทย แต่ราคาน้ำมันแพงกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็สรุปว่า &amp;quot;ชาญวิทย์&amp;quot; เฒ่าสามนิ้วแชร์เฟกนิวส์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และสามนิ้วเอาโพสต์ของ &amp;quot;ชาญวิทย์&amp;quot; ไปแชร์ต่อ เป็นลูกโซ่เชื่อเป็นตุเป็นตะว่าประเทศไทยเป็นขุมนรกของคนใช้น้ำมันจริงๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้ำมันแพงก็ว่าไปตามข้อเท็จจริง จะเรียกร้องให้รัฐบาลปรับลดภาษีสรรพสามิตร ลดเงินเข้ากองทุนน้ำมัน VAT ไม่ต้องมี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือจะให้รื้อโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่หมด ก็เชิญเรียกร้องครับเพราะสังคมนี้เป็นสังคมประชาธิปไตย เปิดกว้างเสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเอาแบบมาเลเซีย น้ำมัน ๑ ลิตรขายกันแบบเนื้อน้ำมันล้วนๆ ไม่มีภาษี ก็เรียกร้องกันไป แต่ก็ต้องแลกกับรัฐสูญเสียรายได้ปีละ ๒ แสนกว่าล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ยังไม่นับน้ำมันยิ่งถูก ยิ่งใช้กันเยอะ นำเข้าเยอะ รัฐก็สูญเสียรายได้เยอะตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดก็เป็นทางเลือกหากต้องการใช้น้ำมันราคาถูกลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่เอาความเท็จเข้าระบบคอมพิวเตอร์ สร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนี้เขาเรียกว่าไร้ความรับผิดชอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...คนชังชาติมีให้เห็นแทบทุกวัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันก่อนดาราชื่ออะไรนะ....เปิดประเทศก็ด่า ใครจะมาเที่ยว ไทยมีแต่โควิดเต็มเมือง ตอนปิดประเทศก็โวย ทำมาหากินไม่ได้ จะอดตายอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อะไรก็ได้ขอค้านไว้ก่อน ทั้งที่หลายเรื่องสังคมโดยรวมได้ประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ดูถูกดูแคลน ฝรั่งไม่มาหรอก ที่มาก็เอาเชื้อมาปล่อย ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัสเซลล์ โครว์&amp;quot; มากักตัวก่อนถ่ายทำหนัง พวกชังชาติก็ไหลไปเรื่อย เขามาแฉประเทศไทย มีแต่สายไฟเต็มเมืองไปหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...เฟซบุ๊กของ รัชดา ธนาดิเรก - รองโฆษกรัฐบาล &amp;nbsp;วานนี้ (๑๙ ตุลาคม) เขียนไว้น่าสนใจทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...ต่างชาติเลือกไทยเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ๗๑ เรื่อง &amp;nbsp;ทำเงินเข้าประเทศแล้วกว่า ๓.๔๕ พันล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;#กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานในปี ๒๕๖๔ &amp;nbsp;(มกราคม-ตุลาคม) มีบริษัทภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยรวม ๗๑ เรื่อง ในพื้นที่ ๒๙ จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า ๓,๔๕๒ ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจังหวัดที่มีการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศสูงสุด &amp;nbsp;๖ อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ ๓๕ เรื่อง ภูเก็ต ๑๐ เรื่อง &amp;nbsp;สมุทรปราการ ๘ เรื่อง ปทุมธานี ๖ เรื่อง พังงา ๕ เรื่อง และลำปาง สุราษฎร์ธานี นครนายก สมุทรสาคร นครราชสีมา &amp;nbsp;และเชียงราย ๓ เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเทศที่สร้างรายได้สูงสุดในการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในไทย ๕ อันดับ ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกากว่า ๒,๕๑๑ ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตบริหารพิเศษฮ่องกงกว่า ๒๘๖ ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิงคโปร์กว่า ๒๒๘ ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศสกว่า ๑๒๐ ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจีนกว่า ๘๕ ล้านบาท...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องน่าดีใจ ต่างชาติให้ความสนใจมาก ประเทศไทยจึงเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทำภาพยนตร์ในภูมิภาคนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายได้ที่เข้ามา ก็กระจายไปแทบทุกระดับชั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงแรมได้ พนักงานในโรงแรมก็ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านอาหารภัตตาคารได้ พนักงานตั้งแต่คนครัว ยันคนเก็บโต๊ะ ก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็มีพวกโรคจิตชังชาติรอเหยียบซ้ำ คอยจับผิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้ประเทศฉิบหายถึงจะสาแก่ใจ เพราะคิดว่านั่นคือวิธีไล่รัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต่างอะไรกับ เผาบ้านไล่หนู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่แหละพวกชังชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120236</URL_LINK>
                <HASHTAG>จะชังชาติไปถึงไหน, ผักกาดหอม, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff3197281d0b.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังเป็นของ &#039;ทักษิณ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามคาด...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีคนร้องยุบพรรคเพื่อไทย จากกรณีคลิป &amp;quot;ทักษิณ-หญิงอ้อ&amp;quot; แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าฟังจาก &amp;quot;วิษณุ เครืองาม&amp;quot; เพื่อไทยจะดูโล่งใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานนี้มือกฎหมายรัฐบาลยืนยันเอง คลิป &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; แจมงานเลี้ยง ส.ส.เพื่อไทย เป็นเพียงการพูดคุยธรรมดา โยนหินถามทาง หยั่งเสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณทักษิณเขาปฏิเสธมาแล้วไม่ใช่หรือว่า คุณหญิงพูดไม่เป็น หาเสียงไม่เก่ง แล้วครอบอะไร ไม่ครอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เข้าใจว่า เป็นการสนทนา ปราศรัย พูดจากันธรรมดา ในที่สาธารณะใครๆ ก็ทำได้ ไม่น่าจะถึงขั้นนำมาเป็นหลักฐานในการจะยุบพรรค เพราะไม่เช่นนั้นจะพูดอะไรกันก็ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางอย่างเป็นการออกความเห็น ถามมาตอบไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ไปเริ่มดำเนินการกันในพรรค จึงจะเข้าข่าย แต่ที่ที่เขาคุยกันอยู่นั้นไม่ใช่พรรค เป็นที่สาธารณะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปคือในความเห็นของ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; คลิปที่ว่า ไม่อาจนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เสียดาย ไม่ได้แสดงความเห็นที่ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; พูดช่วงท้ายคลิป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมีหลายแนวทาง รับรองว่าแต่ละแนวทางเนี่ย ส.ส.ที่คิดจะออก รับตังค์เขามาแล้ว ต้องเอาตังค์ไปคืน เที่ยวนี้ต้องชนะแลนด์สไลด์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะว่าชนะธรรมดา มันไม่ให้เป็นรัฐบาลหรอก ถ้าแลนด์สไลด์มันไม่กล้าเป็นรัฐบาล ต้องเอาแลนด์สไลด์ชนิดที่ไม่กล้าเป็นรัฐบาล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วแต่จะตีความครับ!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปประโยค &amp;quot;ผม&amp;quot; คือ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; เป็นประธาน พูดถึงแนวทางนำไปสู่การชนะการเลือกตั้งแบบด์สไลด์ เพื่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดเรื่้องการรับเงิน คืนเงิน ที่ใช้ในการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะบอกว่าพูดจาธรรมดาก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือจะไม่ธรรมดา มันก็ไม่ธรรมดา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลองเปลี่ยนจาก &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; เป็น &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; แล้วพูดประโยคเดียวกันนี้ในที่ประชุมพรรคพลังประชารัฐ ทั้งเรื่องเงิน เรื่องแลนด์สไลด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลังประชารัฐถูกร้องยุบพรรคอย่างรวดเร็วแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...ตอนนี้มี &amp;quot;คณะนักร้องประสานเสียง&amp;quot; ๓ คนแล้ว ที่รวบรวมเรื่องร้องยุบพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
นักร้องเสียงกระเส่า ขวัญใจแม่ยกแจ้งวัฒนะ &amp;quot;สิระ เจนจาคะ&amp;quot; ทำเรื่องนี้ผ่านคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่ตัวเองเป็นประธาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่ระเบียบวาระ เพื่อขอมติจากคณะกรรมาธิการ ในการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กกต. และบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปวิดีโอมาชี้แจง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ กกต.ต้องตอบว่า นี่คือการครอบงำพรรคการเมืองจากบุคคลภายนอกหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้างตามมาตรา ๙๒ (๓) ยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่น ซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม เพราะมีโทษถึงยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร เป็นเวลา &amp;nbsp;๑๐ ปีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ยังครอบคลุม ไปถึงคนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค เพราะถูกเว้นวรรคทางการเมือง ถูกตัดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งตลอดชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อมั่นว่าเรื่องนี้จะมีนักร้องระดับประเทศหลายต่อหลายคนเข้ายื่นหนังสือ เพื่อให้ศาลพิจารณายุบพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เป็นไปตามที่ &amp;quot;สิระ&amp;quot; เปิดหัวไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักร้องเสียงทองคนที่สอง &amp;quot;สนธิญา สวัสดี&amp;quot; ที่ปรึกษากรรมาธิการชุดที่ &amp;quot;สิระ&amp;quot; เป็นประธาน ฟันธงในคลิปเห็นชัดเจนว่ามีการเตรียมการทุกอย่างของพรรคเพื่อไทย โดยถือเป็นการครอบงำจากบุคคลภายนอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะนายทักษิณที่เป็นนักโทษหนีคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเชื่อว่าคลิปดังกล่าว ถือเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักอีก ๑ ชิ้นที่จะส่งให้ กกต.พิจารณาในเรื่องนี้ ให้ดำเนินการในขั้นตอนการยุบพรรคต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่สาม&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักร้องร้อยปาก &amp;quot;เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ&amp;quot; ร้องยุบพรรคเพื่อไทยมาหลายกรณีแล้ว และค้างอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายนี้บอกว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานและข้อเท็จจริงเพื่อร้องต่อ กกต. ในประเด็นที่ทักษิณ โทนี่ วูดซัม มีพฤติกรรมเข้าข่ายขัดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง &amp;nbsp;ที่ควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจาก ทักษิณ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพราะไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้ต้องโทษหนีคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากกรณีที่มีคลิปภาพนายทักษิณปรากฏและภายในงานยังมีกรรมการบริหารพรรค นำโดย นายสมพงษ์​ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นต้น ร่วมอยู่ด้วย แม้นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าและแกนนำภาคอีสานของพรรคเพื่อไทย จะระบุว่าเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ใช่การประชุม แต่ภาพที่ปรากฏนั้นมีความชัดเจนอย่างยิ่ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คลิปที่สื่อมวลชนเผยแพร่ เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคมนั้น ก่อนหน้านั้นมีการเผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดียมาก่อนหน้านั้นแล้ว เดิมคิดว่าไม่มีอะไร แต่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่พบว่าพรรคเพื่อไทยได้นำสโลแกนใหม่ที่ว่า พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน และติดเป็นคำโฆษณาบนรถตุ๊กๆ และเตรียมเปิดตัวในการเลือกตั้ง อบต. ทำให้เป็นภาพชัดเจน ซึ่งชัดเจนมากกว่าครั้งที่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ หรือพรรคพลังประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปคือ มีคนร้องยุบพรรคเพื่อไทยแน่ๆ มากกว่า ๑ คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนาคต กกต.จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่อยู่ที่หลักฐานและการตีความกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบวนการยุบพรรคการเมืองกรณีนี้เริ่มต้นที่ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา ๒๘&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา ๙๒ เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทําการ อย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(๓) กระทําการฝ่าฝืนมาตรา ๒๐ วรรคสอง มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๗๒ หรือมาตรา ๗๔
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดําเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทําการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคการเมืองล่าสุดที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญยุบไปคือพรรคอนาคตใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเพื่อไทยจะถูกยุบหรือไม่ ตอบไม่ได้อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พฤติกรรมครอบงำพรรคเพื่อไทยของ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ไม่ใช่เรื่องใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีมาตั้งแต่ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแต่ครอบงำในต่างสถานะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ในสถานะนักโทษหนีคุกคดีโกง กดรีโมตจากดูไบคอนโทรลพรรคเพื่อไทยแทบทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วงใน ส.ส.เพื่อไทยต่างรู้ดีกันทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยามใดมีปัญหาเคลียร์กันไม่ลงตัว ก็พากันบินไปดูไบ ให้นายใหญ่ตัดสิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนี้เรียกว่าครอบงำพรรคหรือไม่แล้วแต่ กกต.จะพิจารณาในแง่กฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับข้อเท็จจริง พรรคเพื่อไทยยังเป็นของทักษิณ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือใครว่าไม่จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120126</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผักกาดหอม, ยังเป็นของ &#039;ทักษิณ&#039;, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff3197281d0b.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ในเงา &#039;พจมาน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองช่วงนี้มีเรื่องน่าตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ยุบสภา ลาออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่เรื่องเกาเหลาพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เป็นความเคลื่อนไหวในพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.ติดใจจะหาม &amp;quot;หญิงอ้อ&amp;quot; มานั่งหัวโต๊ะแบบเปิดเผย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...ดูเหมือนจะเป็นมหากาพย์เจ้าของพรรคตัวจริง ตระกูลชินวัตร ยังครอบงำทุกอณูเนื้อของพรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวบอกว่าช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส.ส.อุบลราชธานีรายหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ส่งคลิปวิดีโอเข้ากลุ่มไลน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยเป็นคลิปบรรยากาศงานเลี้ยง &amp;nbsp;ส.ส.และผู้บริหารพรรคที่จัดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นคลิปนายทักษิณ ชินวัตร วิดีโอคอลพูดคุยกับ ส.ส.ของพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาในคลิปเป็นช่วงที่ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานถามคำถาม &amp;quot;เกรียง กัลป์ตินันท์&amp;quot; รองหัวหน้าพรรค แกนนำ ส.ส.ภาคอีสาน จากอุบลราชธานี เป็นผู้สอบถามถึงความเป็นไปได้ในการให้ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้เหตุผลว่าหาก &amp;quot;คุณหญิงพจมาน&amp;quot; มารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค เชื่อว่าจะเป็นแม่เหล็ก ลูกน้องเก่าๆ จะกลับมาทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าคุณหญิง รับปากว่าจะมาเป็นหัวหน้าพรรค เจ้านายจะว่าอย่างไร&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือประโยคที่หัวหน้า ส.ส.อีสานถามไปยัง ทักษิณ &amp;nbsp;ท่ามกลางเสียงปรบมือ ส่งเสียงเชียร์ดังลั่นห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; ฟังคำถาม แล้วยิ้มก่อนตอบว่า คุณหญิงพจมานเป็นคนไม่ชอบการเมืองที่สุด แต่ที่ผ่านมาตกกระไดพลอยโจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณหญิงอาจจะอายุมากไปนะ และถ้าไม่จำเป็นอย่างยิ่งยวด คุณหญิงจะไม่ขอลงการเมือง เพราะไม่ชอบ สอง ปราศรัยไม่ถนัด ไม่ถนัดที่จะพูดต่อหน้าคนเยอะๆ เป็นคนนั่งเป็นประธานในที่ประชุมได้ แต่ว่าไปขึ้นปราศรัย ขึ้นเวทีทักทายประชาชนทำไม่เป็น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงท้ายคลิป &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; เผยความในใจ แสดงความเป็นเจ้าของพรรคตัวจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมมีหลายแนวทาง รับรองว่าแต่ละแนวทางเนี่ย ส.ส.ที่คิดจะออก รับตังค์เขามาแล้ว ต้องเอาตังค์ไปคืน เที่ยวนี้ต้องชนะแลนด์สไลด์ เพราะว่าชนะธรรมดา มันไม่ให้เป็นรัฐบาลหรอก ถ้าแลนด์สไลด์มันไม่กล้าเป็นรัฐบาล ต้องเอาแลนด์สไลด์ชนิดที่ไม่กล้าเป็นรัฐบาล&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานข่าวบอกว่า หลังจากมีการแชร์คลิปวิดีโอนี้ได้ไม่นาน ก็ได้มีการลบคลิปออกจากกลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยไม่ทราบสาเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จริงก็มีสาเหตุอยู่ เพราะนี่คือการครอบงำพรรคการเมืองจากบุคคลภายนอก อาจเกิดหายนะได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายพรรคการเมือง ห้ามพรรคการเมือง ยินยอมให้คนที่ไม่ใช่สมาชิก ควบคุม ครอบงำ ชี้นำ กิจกรรมพรรคการเมือง จนขาดความเป็นอิสระ ทั้งทางตรง และทางอ้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎเหล็กนี้ไม่ใช่เล่นๆ เพราะมีโทษถึงยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร เป็นเวลา ๑๐ &amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎนี้ ยังครอบคลุม ไปถึงคนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค เพราะถูกเว้นวรรคทางการเมือง ถูกตัดสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งตลอดชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงบุคคลที่เคยถูกศาลพิพากษาถึงที่สุดสั่งยึดทรัพย์ เพราะทุจริต และทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. คุณลักษณะนี้ คือบุคคลต้องห้าม ที่จะเป็น ส.ส. และสมาชิกพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงได้มีการลบคลิปไง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในแง่ความผิด ถือว่าทำความผิดสำเร็จไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพูดถึง &amp;quot;คุณหญิงพจมาน&amp;quot; ในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เรื่องใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่ใช่การพูดเล่น หรือโยนหินถามทางไปเสียทีเดียว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะมันมีเรื่องจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอีกมาก นับตั้งแต่การเข้ามาเล่นการเมืองของ ทักษิณ เมื่อไป ๒๕๓๗ สังกัดพรรคพลังธรรมโน้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันมีเหตุผลในตัวมันเอง เมื่อ ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ เผ่นไปต่างประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เยาวภา&amp;quot; ไม่ใช่คนที่ไว้วางใจได้ที่สุดสำหรับ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; นั้นละไว้ในฐานที่เข้าใจกันแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็มีแต่ &amp;quot;คุณหญิงพจมาน&amp;quot; ที่เอา ส.ส.เพื่อไทยทั้งพรรคอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นการอธิบายเรื่องการเดินเกมของทักษิณในเพื่อไทยก็ไม่อาจอธิบายผ่านบทบาทคนอื่นได้นอกจาก &amp;quot;คุณหญิงพจมาน&amp;quot; คนเดียวเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งอำนาจและทุน ยังอยู่ในการบริหารจัดการโดย &amp;nbsp;&amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; และ &amp;quot;คุณหญิงพจมาน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากกลับไปดูคำให้สัมภาษณ์ของ &amp;quot;ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ&amp;quot; ที่ถูกตะเพิดพ้นเพื่อไทย จะเห็นความเชื่อมโยงในอำนาจภายในพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ย้ำว่าไม่ได้มีปัญหากับพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.ในพรรค &amp;nbsp;รวมถึงท่านทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร &amp;nbsp;ผู้ก่อตั้งพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มีปัญหากับ &amp;#39;ปีศาจในห้องแอร์&amp;#39; อักษรย่อ &amp;#39;พ&amp;#39; เป็นตัวแทนนายทุนพรรค แต่ตัวเองไม่ได้ออกมาสู้ ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด พยายามขัดขวางไม่ให้ผมได้อภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ และซักถามข้อมูลจนข้อสอบรั่ว หวังนำข้อมูลไปต่อรองเพื่อไปร่วมรัฐบาล เพื่อหวังเป็นรัฐมนตรี &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงแล้วท่านทักษิณมีโอกาสกลับประเทศไทยได้หลายครั้ง แต่เป็นเพราะคนกลุ่มนี้ ที่ทำการเมืองไม่เหมาะสม &amp;nbsp;ทำให้ไม่ได้กลับมาเพื่อหวังให้ตัวเองยังคงมีอำนาจ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศรัณย์วุฒิ&amp;quot; พูดถูก แต่พูดแค่บางส่วน!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะคนในพรรคเพื่อไทยรู้ดีว่า &amp;quot;พ.ปีศาจในห้องแอร์&amp;quot; &amp;nbsp;คืออำนาจในเครือข่าย &amp;quot;คุณหญิงพจมาน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นสิ่งที่ &amp;quot;ศรัณย์วุฒิ&amp;quot; พูด จึงเป็นการตอกย้ำว่า พรรคเพื่อไทยถูกครอบงำอย่างเต็มรูปแบบโดย ตระกูลชินวัตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่บอกนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ &amp;quot;คุณหญิงพจมาน&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อครั้งเป็นไทยรักไทย พลังประชาชน &amp;quot;คุณหญิงพจมาน&amp;quot; ก็นั่งหัวโต๊ะมาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทยยุคใหม่หลังต้องตกเป็นฝ่ายค้านนั้น โครงสร้างพรรคมีรูปแบบที่ไม่เป็นทางการซ่อนอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณหญิงพจมาน&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะคณะกรรมการโปลิตบูโร มีหน้าที่กำหนดทิศทางพรรค ก่อนกระจายงาน ส่งไม้ต่อให้กรรมการบริหารพรรครับไปดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกเท่ๆ ว่า...คณะกรรมการตัดสินใจทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการโปลิตบูโร มีบทบาทสูงมาก แม้กระทั่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ๒ ครั้งที่ผ่านมา ก็ถูกกำหนดผ่าน คณะกรรมการโปลิตบูโร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือเนื้อในของพรรคที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จริงการก่อเกิดคณะกรรมการโปลิตบูโร ได้ทำให้ก่อเกิดศึกในเพื่อไทยเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์&amp;quot; จากไปเพราะทนการเข้ามาควบคุมอย่างเป็นระบบของทีม &amp;quot;คุณหญิงพจมาน&amp;quot; ไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อไทยเข้าสู่โหมด &amp;ldquo;ดิสรัปชัน&amp;rdquo; มีกลุ่ม CARE ต้องไม่มีกลุ่ม &amp;quot;คุณหญิงสุดารัตน์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือมี &amp;quot;เจ๊&amp;quot; ก็ต้องไม่มีอีก &amp;quot;เจ๊&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔ ขุนพลคนสำคัญ ของกลุ่ม CARE อาทิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูมิธรรม เวชยชัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือกลุ่มขุนพลในร่มเงาของ &amp;quot;คุณหญิงพจมาน&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...ช่วงนี้เหมือนใกล้เลือกตั้ง พรรคการเมืองลงพื้นที่ชิงฐานเสียงกันฝุ่นตลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายพรรคประกาศชื่อแคนดิเดตนายกฯ อย่างไม่เป็นทางการไปบ้างแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เพื่อไทยยัง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลไม่ซับซ้อนแค่ &amp;quot;คุณหญิง&amp;quot; ยังไม่เคาะ แต่ตัวบุคคลมีแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; บอกเที่ยวนี้ต้องชนะแลนด์สไลด์ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ &amp;quot;พิธา ลิ้มเจริญรัตน์&amp;quot; ประกาศยึดภาคอีสาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับตาดูดีๆ รัฐบาลหน้า โอกาสตั้งรัฐบาลระหว่างเพื่อไทยกับก้าวไกลนั้นเป็นศูนย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุน่ะเหรอ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณหญิง&amp;quot; ไม่อยากตกกระไดพลอยโจน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120016</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผักกาดหอม, อ่านเอาเรื่อง, ในเงา &#039;พจมาน&#039;</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff3197281d0b.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเทศไทยเปิดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วานนี้ (๑๕ ตุลาคม) แฟนหนังฮอลลีวูดกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัสเซลล์ โครว์&amp;quot; ดาราเจ้าบทบาท เจ้าของรางวัลออสการ์ จากภาพยนตร์เรื่อง Gladiator ทวีตภาพบรรยากาศการเดินเล่นในกรุงเทพมหานครและภูเก็ตโชว์ให้แฟนคลับทั่วโลกเห็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข่าวบอกว่า...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซลล์ โครว์ อยู่ระหว่างการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง &amp;nbsp;The Greatest Beer Run Ever ซึ่งใช้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในโลเกชันของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังเรื่องนี้ดัดแปลงจากเรื่องจริงที่เขียนโดยโจแอนนา &amp;nbsp;มอลลี กับ จอห์น โดนาฮิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเรื่องราวของมิตรภาพที่อยู่เหนือสงคราม ซึ่งอิงจากชีวิตของโดนาฮิวนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี ๒๕๑๐ เขาได้ล่องเรือจากนิวยอร์กมาเวียดนาม เพื่อตามหาเพื่อนในวัยเด็ก ที่รับใช้ชาติมาเป็นทหารในสงครามเวียดนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนการเดินทางอันน่าทึ่งคือ มาเพื่อมอบเบียร์และกำลังใจแก่เพื่อนๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางฉากของสงครามอยู่ในดินแดนของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือเรื่องราวคร่าวๆ ของภาพยนตร์เรื่อง The &amp;nbsp;Greatest Beer Run Ever&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่น่าสนใจคือ &amp;quot;รัสเซลล์ โครว์&amp;quot; ขี่เครื่องบินมาลงที่ภูเก็ต กักตัวตามแผนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ก่อนจะได้รับอนุญาตให้เดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นตัวตนที่แท้จริงภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์หรือยังครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกี่ยวกับภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ทีแรกก็มองภาพแค่ว่า เป็นแผนดึงนักท่องเที่ยวมาภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นโครงการใหม่เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วสามารถเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องกักตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มมาตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่ประเทศไทยจะกลับมาเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ ๑ พฤศจิกายนตามที่นายกฯ ประกาศไปวันก่อน พร้อมมีเสียงกระแนะกระแหน ดูถูกดูแคลนตามมามากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่เห็นเป็นรูปธรรมวันนี้คือ กองถ่ายภาพยนตร์ฮอลลีวูด ใช้ช่องทางภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เดินทางเข้าประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องเข้าใจนะครับว่า &amp;quot;กองถ่าย&amp;quot; ไม่ได้มาคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เป็นหลักร้อยชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และภูเก็ตกลายเป็นประตูสู่ประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าฝรั่งหัวแดงทั่วโลกเห็น &amp;quot;รัสเซลล์ โครว์&amp;quot; เดินดุ่มๆ ในประเทศไทย แล้วจะคิดยังไง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยเปิดแล้วนี่หว่า!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นสิ่งที่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ดำเนินมา ในมุมกระตุ้นเศรษฐกิจถือว่าประสบความสำเร็จพอควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในมุมป้องกันการระบาดโควิด-๑๙ ก็ไม่ขี้เหร่ นักท่องเที่ยวในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ติดเชื้อต่ำมากและควบคุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนนี้ &amp;quot;น้องเทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ&amp;quot; นักกีฬาเทควันโด เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ๒๐๒๐ พร้อมโค้ชเช &amp;nbsp;คณะนักกีฬา ก็เดินทางกลับไทยผ่าน &amp;quot;ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือการตะโกนบอกโลกว่า ประเทศไทยพร้อมต้อนรับทุกคนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็สอดรับกับที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) &amp;nbsp;ร่วมกับเอกชน ดึง &amp;ldquo;ลิซ่า แบล็กพิงก์&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ลลิษา มโนบาล&amp;rdquo; &amp;nbsp;ศิลปินเคป๊อปชาวไทย และ &amp;ldquo;แอนเดรีย โบเซลลี&amp;rdquo; นักร้องโอเปราชื่อดังของโลกชาวอิตาลี มาร่วมกิจกรรมเคาต์ดาวน์ ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ๒๕๖๕ ที่ประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พิพัฒน์ รัชกิจประการ&amp;quot; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงที่ใช้งบ ๒๐๐ ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เอาจริงครับ มีการติดต่อประสานงานกับทางเอเจนซีของลิซ่าเรียบร้อยแล้วจะมาเคาต์ดาวน์ที่ภูเก็ต อีกท่านคือคุณแอนเดรีย น่าจะมาจัดที่กรุงเทพฯ นะ ดูดีที่สุดอาจจะขออนุญาตจาก กทม.ขอจัดที่สนามหลวงได้ไหม โดยมีฉากหลังเป็นวัดพระแก้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ธรรมดาครับที่จะมีคนคัดค้านว่า นำเงิน ๒๐๐ ล้านบาทเอาไปแจกชาวบ้านที่เดือดร้อนจะเป็นประโยชน์กว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้างดารานักร้อง ๒๐๐ ล้านเงินละลายหายในพริบตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีบางคนบอกว่าเอา ๒๐๐ ล้านไปปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยวดีกว่า ก็เป็นอีกแนวคิดหนึ่ง แต่หากเราไม่ปรุงแต่งการเปิดประเทศให้โลกได้รับรู้ ก็เท่ากับว่าเสียโอกาส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นเรื่องวิธีคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าคิดว่านี่คือหนึ่งในวิธีติดเครื่องยนต์ฟื้นการท่องเที่ยวของประเทศ และทำสำเร็จก็ถือว่าคุ้มค่า ๒๐๐ ล้านไม่ใช่เงินที่มากมายเลย เพราะเรากำลังพูดถึงผลลัพธ์ที่มีเม็ดเงิน หมื่นล้านแสนล้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าลืมนะครับโลกยุคใหม่ เราต้องสื่อสารในภาษาที่โลกเขาสื่อสารกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ &amp;quot;ลิซ่า&amp;quot; คือสิ่งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีดารา คนเคลื่อนไหวทางการเมือง หลายคนมองเจตนาภาพรวมที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ในแง่มุมที่หลากหลาย บางคนราวกับพวกชังชาติ บางคนอยากให้ประเทศดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูสักสองสามตัวอย่างครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวอย่างแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพชร-กรุณพล เทียนสุวรรณ ทวีตในทวิตเตอร์ &amp;nbsp;Petchkaroonpon@petchy66
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;....ถ้าต้องไปเที่ยวประเทศที่มีผู้ติดเชื้อหลักหมื่นต่อวัน คนตายหลักร้อย ฉีดวัคซีนครบไม่ถึง ๕๐% แถมมีเคอร์ฟิวและ &amp;nbsp;พรก.ฉุกเฉินที่บริษัทประกันไม่ครอบคลุมหากเกิดอะไรขึ้น ผับบาร์สถานที่ช็อปปิ้งปิดไปเกินครึ่งและยังมีน้ำท่วมเกือบทุกภาค คุณยังอยากไปเที่ยวกันอยู่มั้ยครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะจ้างศิลปินระดับโลกอีกกี่คนมันก็ไม่ได้ทำให้ประเทศไทยน่ามาท่องเที่ยวถ้ายังไม่มีวัคซีนดีๆ ฉีดให้ประชาชนอย่างทั่วถึงรวมถึงยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน จะให้นักท่องเที่ยวมาเสี่ยงติดโรคและโดนจับเพราะฝ่าฝืนเคอร์ฟิวเหรอครับ #ผนงรจตกม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกตัวอย่าง โบว์-ณัฏฐา มหัทธนา-Nuttaa Mahattana
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไอเดียนำลิซ่ามาเมืองไทยเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว ถ้าคิดเป็นมูลค่าโฆษณา คุ้มมากค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปกติหน่วยงานการท่องเที่ยวของประเทศต่างๆ จะมีงบประชาสัมพันธ์ แล้วก็เอาไปถ่ายทำซื้อพื้นที่โฆษณาออกช่องโทรทัศน์ต่างประเทศบ้างอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงินจำนวนเท่ากันเทียบกับการจ้างลิซ่าแล้วเกิด PR &amp;nbsp;values จากสื่อที่ติดตามลิซ่าและแฟนคลับที่จะต่อยอดไปอีกมหาศาล ย่อมคุ้มกว่าโฆษณารูปแบบอื่นมากอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่จะปั่นขึ้นไปได้ระดับไหนอยู่ที่การออกแบบโปรแกรม &amp;nbsp;เช่นถ้าดีลให้ลิซ่าทำ vlog ไปลงใน YouTube channel ของตัวเองได้ด้วย จะยิ่งได้ผลไปอีกไกล ซึ่งตรงนี้น่าจะเจรจาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปกติบางทีไปเที่ยวไหนนานๆ ที่เขาก็ทำอยู่แล้ว และมันจะได้ผลระยะยาว ไม่ใช่แค่ฤดูท่องเที่ยวปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวใจจึงอยู่ที่จะดีลมาได้ไหมในเวลาที่เหลือแค่นี้ และการดีลกับ YG ก็ยากมากๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าได้มาจริงๆ ก็อยู่ที่การออกแบบแคมเปญทั้งหมดจะเก็บได้แค่ไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(ในแง่ branding ประเทศ จะมีอีกหลายส่วนได้อานิสงส์ไปด้วยนอกจากการท่องเที่ยว อย่างตอนนี้แม้ยังไม่ได้จ้าง ตัว &amp;nbsp;MV Lalisa เองก็ทำให้แฟชั่นแบรนด์ไทยได้รับความสนใจลงสกู๊ปสื่อระดับท็อปทั่วโลกไปมากแล้ว)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานนี้ถ้าทำได้จริงๆ ไม่มีเสีย มีแต่จะคุ้มเฉยๆ หรือคุ้มสุดๆ เท่านั้น ปกติลิซ่าเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณามือถือ เสื้อผ้า &amp;nbsp;เครื่องเขียน คนจ้างยังคิดว่าคุ้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น &amp;#39;Devil is in the details.&amp;#39; หมายความว่าจะปังหรือจะพังอยู่ที่การออกแบบรายละเอียดจริงๆ และถ้าไม่ทันคราวนี้อย่าฝืน ยังมีโอกาสในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องมองว่านี่เป็นแผนประชาสัมพันธ์แบรนด์ไทยแลนด์ &amp;nbsp;ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวไทย และเป็นเรื่องเพื่อผลระยะยาว ไม่ใช่แค่งานเคาต์ดาวน์ค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นมั้ยครับว่าการวิจารณ์เชิงสร้างสรรค์สามารถเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าชื่นชมคือ &amp;quot;โบว์ ณัฏฐา&amp;quot; มีข้อเสนอแนะที่น่ารับฟัง เพราะมีประโยชน์กับประเทศโดยรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเห็นด้วยว่าแผนประชาสัมพันธ์ต้องทำในระยะยาว ไม่ใช่จบงานนี้ก็จบกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคนที่เอาแต่ค้านทุกเรื่อง เช่นกรณีของ เพชร-กรุณพล นั้น ก็น่าเห็นใจครับ เพราะน่าจะมีปัญหาเรื่องสติปัญญาอยู่พอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลามีข้อมูลข่าวสารออกมาจากรัฐบาลนั้นก็ควรจะฟังบ้าง เขาบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเต็มรูปแบบในวันที่ ๑ พฤศจิกายน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยสามัญสำนึกเปิดประเทศไม่มีใครเปิดภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่แล้ว เพราะตอนประกาศมันไม่ได้เกี่ยวกับการเมือง &amp;nbsp;แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการการระบาดของโควิด-๑๙&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อยกเลิกก็เพราะเหตุผลจากโควิด-๑๙ ไม่ใช่ทุกเรื่องเหมาเป็นการเมืองหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาถึงได้ด่าว่าพวกชังชาติไง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119848</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศไทยเปิดแล้ว, ผักกาดหอม, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff3197281d0b.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นี่คือภัยเงียบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับวัน....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โลกความเป็นจริง&amp;quot; ถูกกัดกร่อนด้วย &amp;quot;โลกโซเชียล&amp;quot; มากขึ้นทุกที &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำลังพูดถึงความเท็จครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพูดเท็จต่อหน้า เป็นความเลวร้าย ที่แม้จะทำลายความรู้สึกอย่างมากมายมหาศาล แต่สู้การเท็จในโซเชียลไม่ได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเท็จที่ถูกนำไปใส่ในโซเชียลมันไปเร็วและไกลยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง เพราะมันเป็นความเท็จระดับความเร็วแสง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมีอานุภาพทำลายล้างสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งคนเท็จสามารถทำลายคนทั้งประเทศได้ในพริบตา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกความเป็นจริงกำลังถูกทำลายโดยโลกโซเชียล หากปล่อยไปเช่นนี้สุดท้ายคือหายนะ เพราะการบิดเบือนความจริงเกิดขึ้นไม่เว้นวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจะเกิดภาวะยุ่งเหยิงจากความเท็จในโซเชียลที่ถูกนำออกมาให้ในโลกความเป็นจริงที่บิดเบี้ยว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปล่าสำบัดสำนวนครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนยุคก่อน ปล่อยข่าวด้วยการโปรยใบปลิว ครอบคลุมอย่างเก่งแค่ระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มายุคนี้ กดปุ่มเดียว ล้างสมองกันได้ทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายปีมานี้ เป็นระบบกว่าสมัยก่อนมาก มีคนพูด มีทีมเผยแพร่ มีมวลชนรอเสพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้ข้อมูลด้านเดียว ข้อมูลไม่ครบ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...วันก่อนมีข่าวเล็กๆ แต่ขยายผลแล้วไม่เล็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พิธา ลิ้มเจริญรัตน์&amp;quot; โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Pita Limjaroenrat - พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ระบุว่า
-------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...เมื่อ ATK จากจีนยี่ห้อก่อนเคยมีการท้วงว่าแปลผลผิดพลาด กรณีนี้ก็เช่นกันเป็นยี่ห้อเดียวกับที่ไทยจัดซื้อชุดตรวจ ๘.๕ ล้านชิ้น ยี่ห้อนี้ได้มีการถูกทักท้วงจากสหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ และอินเดีย ก็น่าจะต้องทำเหมือนกรณีแรกคือการตั้งกรรมการตรวจ อย. และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่าให้ผ่านมาได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามเดิมจึงกลับไปที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลว่าทำไมจึงไว้ใจบริษัทที่มีประวัติเช่นนี้ได้ รวมทั้งขอให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนด้วยบรรทัดฐานเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งไปกว่านั้น ไม่กี่วันที่ผ่านมา สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งงดใช้ชุดตรวจ ATK ยี่ห้อ LEPU หลังพบว่าไม่สามารถตรวจหาเชื้อในกลุ่มเสี่ยงสูงได้ ตรวจพบผู้ติดเชื้อ ๑๘๗ คน แต่เมื่อนำผู้ติดเชื้อทั้งหมดเข้าตรวจด้วย RT-PCR กลับพบผลบวกเพียง ๙๒ คนเท่านั้น จึงไม่เหมาะสมกับการนำมาใช้ตรวจกลุ่มเสี่ยงสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การซื้อวัคซีนก็ผิดพลาดแล้ว ยังมีเรื่องชุดตรวจอีกที่ซ้ำรอยกับวัคซีน รัฐบาลนี้ผิดแล้วผิดเล่า ผิดซ้ำผิดซาก ไม่เรียนรู้อะไรเลย เอาชีวิต ความเป็นความตายและเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชนไปเสี่ยง ทำเสมือนว่าไม่เคยเห็นหัวกันเลย!..&amp;quot;
---------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชีวิตของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ครับ หากรัฐบาลทำผิดซ้ำซาก ไม่เห็นค่าในชีวิตของประชาชน ก็ไม่สมควรให้อยู่บริหารประเทศต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ความจริงเป็นไปตามที่ พิธา พูดหรือเปล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จะเล่าต่อคือ เรื่องนี้ก็เหมือนการทำศึกครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในโซเชียลก็มีกองทัพที่ยังเชื่อในความทุกต้อง คอยตามเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวที่นักการเมืองปล่อยเรี่ยราดเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจ hailand FACT Today เขาทักท้วง พิธา ครับว่า ตกหล่นข้อมูล
------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;...เรื่องนี้ ทางผู้ปฏิบัติงานอธิบายแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเรื่องของการใช้ผิดวัตถุประสงค์ เขาห้ามใช้กับผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ก็ยังไปใช้กัน มันก็ต้องออกประกาศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือเรื่องนี้ ไม่ใหม่เลย ทางคุณหมอออกมาเคลียร์ปมแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช อธิบายว่า ตามมาตรฐานของชุดตรวจ ATK แบ่งเป็น ๒ ชนิด คือ สำหรับทางการแพทย์ (Professional Use) ที่ต้องให้แพทย์ใช้ตรวจเท่านั้น ด้วยวิธีแยงเข้าไปหลังโพรงจมูกซึ่งอยู่ต่อกับลำคอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และสำหรับประชาชนทั่วไป (Home Use) ด้วยการแยงเข้าไปในรูจมูกส่วนหน้า ซึ่งตามหลักการแล้วหากเป็นประชาชนเสี่ยงสูง สัมผัสผู้ติดเชื้อมา ไปถึงโรงพยาบาลก็ต้องใช้วิธีการตรวจด้วย RT-PCR เพื่อผลที่ชัดเจน หรือหากจะตรวจด้วยแอนติเจน ก็ต้องใช้แบบทางการแพทย์ โดยแพทย์เป็นผู้เก็บตัวอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พบโรงพยาบาลบางแห่งนำชุดตรวจ ATK แบบที่ประชาชนตรวจ มาตรวจให้กับผู้สัมผัสเสี่ยงสูง จึงต้องออกประกาศว่า หากเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ต้องใช้การตรวจแบบทางการแพทย์เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมอย้ำว่า ตัวชุดตรวจไม่มีปัญหาเลย แต่เอามาใช้กันผิดวัตถุประสงค์ มันก็ต้องออกประกาศให้ชัดว่าอะไร ทำได้ อะไรทำไม่ได้ แต่นายพิธาไม่พูดถึงเรื่องนี้ ดันไปละเลยรายละเอียดสำคัญแล้ววกมาด่าชุดตรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณพิธา รู้ไหม ชุดตรวจที่นาย ATK วิจารณ์นั้นได้รับการยอมรับในระดับสูง มีผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการจาก ๓ แหล่ง ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศไทย ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.สถาบัน BIOMEX GmbH Heidelberg ณ ประเทศเยอรมนี ได้มีผลการศึกษาและทดสอบเพื่อตรวจสอบผลิตภัณฑ์เอทีเค SARS-CoV-2 Antigen Rapid Test หลังจากออกสู่ตลาดโดยการใช้งานของบุคคลทั่วไปและบุคลากรทางการแพทย์ ในเดือนเมษายน ๒๕๖๔ ซึ่งมีผลการศึกษาและทดสอบตามลำดับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนี้ ในเดือนเมษายน ๒๕๖๔ พบว่าความไวในการวินิจฉัยคือร้อยละ ๙๑.๓๐ ความจําเพาะร้อยละ ๑๐๐ และเดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ พบว่าความไวในการวินิจฉัยคือร้อยละ ๙๕.๕ และความจําเพาะร้อยละ ๑๐๐
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้มีผลการศึกษาและทดสอบ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ พบว่าความไวในการวินิจฉัยคือร้อยละ ๙๒ ความจำเพาะร้อยละ ๙๙.๓
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล (รพ.) รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มีผลการศึกษาพบว่า มีความไวในการวินิจฉัยร้อยละ ๙๐ ความจำเพาะร้อยละ ๑๐๐ และความไม่จำเพาะร้อยละ ๐ ซึ่งผ่านตามเกณฑ์ทางกฎหมาย และเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนด รวมถึงสอดคล้องกับประกาศจาก อย.ประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างกว้างขวางในหลายประเทศ เช่น เยอรมนี, สวีเดน, เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์, โปแลนด์, อิตาลี, ฮ่องกง, ญี่ปุ่น เป็นต้น...
----------&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่บอกเหมือนทำสงคราม การใช้ข้อมูลมาอธิบายหักล้างเรื่องที่นักการเมืองบางคนบิดเบือนนั้น แม้จะมีการนำเสนอออกมาต่อเนื่อง แต่การเข้าถึงกลุ่มคนบางกลุ่มนั้นไม่ง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาวะเสพข้อมูลด้านเดียว ถูกสร้างขึ้นมาจนแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติของคนรุ่นใหม่ในโซเชียล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันมีความพยายามยัดเยียดชุดข้อมูลลงไปในเด็กระดับอนุบาล อย่างที่ขบวนการล้มล้างสถาบันฯ ทำผ่านหนังสือนิทานชุดวาดหวัง ที่เคยพูดถึงกันไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะทำงานชุดเฉพาะกิจตรวจสอบหนังสือนิทานชุดวาดหวัง ของกระทรวงศึกษาธิการ นำมุมมองแทพย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่วิเคราะห์ถึงหนังสือล้างสมองเด็กชุดนี้แล้วน่าตกใจครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี &amp;ldquo;หมอเดว&amp;rdquo; ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ให้ความเห็นว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หนังสือนิทานชุดนี้ ผู้จัดทำระบุไว้ว่าเหมาะเด็กในระดับอายุ ๕-๑๒ ปี โดยในข้อเท็จจริงทางการแพทย์เด็กที่มีอายุ ๖ ขวบปีแรกจะยังไม่สามารถแยกแยะโลกแห่งจินตนาการและโลกความเป็นจริงได้ หากได้รับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมก็อาจทำให้เด็กเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันสร้างสังคมคุณธรรมที่เป็นสังคมเชิงบวก เพื่อปลูกฝังสิ่งที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน และสร้างสื่อที่สร้างสรรค์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือภัยเงียบ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากปั่นหัวเด็กวัยรุ่นสำเร็จ เป้าหมายต่อไปคือ ล้างสมองตั้งแต่ยังเขียน ก.ไก่ ไม่เป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ตามไม่ทัน หายนะครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119761</URL_LINK>
                <HASHTAG>นี่คือภัยเงียบ!, ผักกาดหอม, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff3197281d0b.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119670</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัดโทษตัวเองบ้าง    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาใจยากเช่นเคย....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นเปิดประเทศ ดูจะไม่เป็นที่พออกพอใจของคนบางพวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนกลัวรัฐบาลสร้างผลงาน ได้หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนอดแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมต้องค้านกันทุกเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางจำพวกอาการหนัก ค้านเปิดประเทศ แต่ให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันส่อให้เห็นว่า ไม่มีความปรารถนาให้โควิดลด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่จะใช้เป็นเงื่อนไขไล่รัฐบาลต่างหาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ข้อเท็จจริงที่จับต้องได้ทันทีหลัง นายกฯ ออกทีวีประกาศเปิดประเทศวันที่ ๑ พฤศจิกายน คือ เงินบาทแข็งค่า &amp;nbsp;หุ้นขึ้นเขียวยกแผง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะไม่ใช่ปัจจัยที่จะนำมาพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เป็นเจตนาเชิงบวก ที่มีผลด้านจิตวิทยา ให้ผู้คนคิดบวกตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นอย่าเพิ่งรีบร้อนสรุปว่า เปิดประเทศเมื่อไหร่ติดเชื้อรอบใหม่แน่ สุดท้ายกลับไปทุกข์ทรมานกับการล็อกดาวน์เหมือนเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรายังมีเวลาเตรียมการอีกหลายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ละวันสถานการณ์จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ (๑๔ ตุลาคม) นายกฯ ลุงตู่ จะนั่งเป็นประธานประชุม ศบค.ชุดใหญ่ พิจารณาเรื่องที่ ศบค.ชุดเล็กเสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาทิ ปรับระดับสีใหม่ให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดหรือสีแดงเข้ม เหลือจำนวน ๒๔ จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือพื้นที่สีแดง จำนวน ๒๙ จังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ควบคุมหรือสีส้ม จำนวน ๒๔ จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสนอปรับเวลาเคอร์ฟิว จากเดิม ๔ ทุ่มถึงตี ๔ เป็น ๕ &amp;nbsp;ทุ่มถึงตี ๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรมในพื้นที่สีแดงเข้ม ให้สามารถจัดการประชุม รวมถึงงานประเพณีในศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ และสถานที่ลักษณะเดียวกันในห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า ๕๐ คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ควบคุมสูงสุด ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า &amp;nbsp;๑๐๐ คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่ควบคุม ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า ๒๐๐ คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พื้นที่เฝ้าระวังสูง ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า ๓๐๐ &amp;nbsp;คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และพื้นที่เฝ้าระวัง ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า ๕๐๐ &amp;nbsp;คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่จะเป็นการเปิดที่มากกว่าเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าลืมนะครับเราคลายล็อกมาตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน &amp;nbsp;ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ด้วยเงื่อนไขเคอร์ฟิว ๓ ทุ่มถึงตี ๔
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านอาหารไม่มีเครื่องปรับอากาศ นั่งบริโภคในร้านได้ &amp;nbsp;๗๕%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านอาหารมีเครื่องปรับอากาศ นั่งบริโภคในร้านได้ &amp;nbsp;๕๐%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งดการจำหน่ายและดื่มสุราในร้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดให้บริการได้ไม่เกิน ๒๐.๐๐ น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านเสริมสวย ร้านตัดผมหรือแต่งผม เปิดได้เฉพาะตัดผมเท่านั้น ไม่เกินคนละ ๑ ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้านนวด เปิดได้เฉพาะนวดเท้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลินิกเสริมความงาม เปิดจำหน่ายสินค้าเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงยังคงถูกล็อกเอาไว้ เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันกวดวิชา โรงภาพยนตร์ สปา ผับ บาร์ เพราะมีความเสี่ยงสูงมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การผ่อนคลายมาตรการดำเนินมาเป็นระยะ จนถึงจุดนี้เรามีผู้ติดเชื้อวันละหมื่นคน จากที่เคยติดเชื้อสูงถึง ๒ หมื่นกว่าคนต่อวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะเอาไงต่อ?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะรอให้มีคนติดเชื้อหลักร้อยหลักหน่วยต่อวันแล้วค่อยเปิดประเทศได้หรือเปล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วจะรับมือกับภาวะเศรษฐกิจที่ดำดิ่งอย่างหนักอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...คนเป็นรัฐบาลมีหน้าที่บริหารประเทศต้องคิดหลายขยัก หลายตลบ เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างสมดุล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่กลัวโควิดจนอดตาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือตายกันหมดเพราะไม่กลัวโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นการประกาศเปิดประเทศวันที่ ๑ พฤศจิกายน รับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดย ไม่ต้องกักตัว ตามเงื่อนไขฉีดวัคซีนครบโดส &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นวันที่ ๑ ธันวาคมเปิดผับ-บาร์ สถานบันเทิง &amp;nbsp;สามารถนั่งดื่มเหล้าในร้านอาหารได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือสิ่งที่ต้องทำ และเป็นความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงคนไทยทั้งชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายค้านฝ่ายแค้นพยายามยกเรื่องฉีดวัคซีนไม่ครอบคลุมพอ เราก็ยังมีเวลาอีกครึ่งเดือนกว่าในการเตรียมรับมือกับนักท่องเที่ยว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอีกกว่าเดือนครึ่งรับมือกับการเปิดผับ-บาร์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่อ่อนไหวต่อการระบาดของโควิด-๑๙ มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑ ธันวาคม ฉีดวัคซีนสะสม ๙๐ ล้านโดส ไม่น่าจะยากมากนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระแสโลกขณะนี้เปลี่ยนไปเยอะพอควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ป่วยรายวัน จะไม่ใช่ตัวตัดสินว่าจะคลายล็อก &amp;nbsp;หรือกลับมาล็อกดาวน์อีกครั้งหรือไม่ อีกต่อไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชาชนทั้งประเทศ หรือเกือบทุกคน สิ่งที่ตามมาคืออัตราการติดเชื้อจะลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่ติดเชื้ออาการจะไม่เยอะ จำนวนมากไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตราการตายจะต่ำ อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเราจะเข้าสู่ภาวะดังกล่าวในระยะอันใกล้นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันก็เป็นที่มาของการทำงานหลายอย่างไปพร้อมๆ กัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉีดวัคซีน กระตุ้นเศรษฐกิจ ล้วนต้องเดินหน้าไม่สามารถพักสิ่งหนึ่งเพื่อไปทำอีกสิ่งหนึ่งได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตราการเสียชีวิตของคนไทยจากโควิดล้านคนอยู่ที่ &amp;nbsp;๒๕๖ คน เป็นลำดับที่ ๑๓๐ ของโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้อยกว่าหลายชาติในยุโรป อเมริกา เยอะครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อเมริกา ล้านคน เสียชีวิต ๒,๒๑๒ คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบลเยียม ๒,๒๐๖ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังกฤษ ๒,๐๑๘ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศส ๑,๗๙๐ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนี ๑,๑๓๑ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือแม้กระทั่งประเทศเพื่อนบ้านของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซีย ๘๓๗ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินโดนีเซีย ๕๑๕ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์ ๓๖๐ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมา ๓๓๑ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ค่าเฉลี่ยของโลกอยู่ที่ ๖๒๖.๕ คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ยุโรป อเมริกา แทบจะไม่ให้ความสำคัญกับจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเหมือนก่อน และไม่ได้เอามาเป็นประเด็นหลักในการตัดสินว่าจะล็อกดาวน์หรือไม่อีกแล้ว เพราะการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอัตราการเสียชีวิตช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อไม่สูงเหมือนช่วงครึ่งปีแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นนี่คือทิศทางของโลกเกี่ยวกับการรับมือโควิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข้อกังวลเรื่องการเปิดผับ บาร์ รวมถึงแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านว่าอาจเป็นสาเหตุหลักของการระบาดรอบใหม่หลังเปิดประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งก็เป็นเรื่องน่าห่วงจริงๆ เพราะจะมีกลุ่มคนที่เห็นแก่ได้พร้อมที่จะทำผิดกฎหมายเมื่อมีโอกาส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เราก็ได้รับบทเรียนราคาแพงมาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากจะเกิดอีกครั้งนอกจากรัฐบาลต้องรับผิดชอบแล้ว &amp;nbsp;คนไทยที่ไร้วินัยและพาตัวเองไปเสี่ยงในผับ-บาร์ก็ต้องรับผิดชอบต่อส่วนรวมเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าเอาแต่โทษคนอื่น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119670</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผักกาดหอม, หัดโทษตัวเองบ้าง, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff3197281d0b.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>๕ ปีวันคล้ายวันสวรรคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (๑๓ ตุลาคม) ครบรอบ ๕ ปี วันคล้ายวันสวรรคต &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไป ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ เสด็จออกมหาสมาคมนอกพระนครครั้งแรก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนับเป็นการเสด็จออกมหาสมาคมครั้งสุดท้ายในรัชสมัยของพระองค์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำรัสแก่ปวงชนชาวไทยในการพระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ในศุภวารมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ ณ ท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน &amp;nbsp;จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอขอบพระทัย และขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิต พรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด รวมทั้งให้คำมั่นสัญญาโดยประการต่างๆ ข้าพเจ้าขอแสดงสนองพร และไมตรีจิตทั้งนั้น ด้วยใจจริงเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ้านเมืองของเราเป็นสุขสืบมาช้านาน เพราะเรามีความปึกแผ่นในชาติ และต่างบำเพ็ญกรณียกิจตามหน้าที่ให้สอดคล้องเกื้อกูลกัน เพื่อประโยชน์ของชาติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยทุกคนจึงควรจะตระหนักในข้อนี้ให้มาก และตั้งใจประพฤติตัวปฏิบัติงานให้สมฐานะและหน้าที่ เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ ความมั่นคงปลอดภัยของชาติบ้านเมืองไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้มีแต่ความผาสุก ร่มเย็นตลอดไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๗ เสด็จฯ ไปประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช โดยมีพระอาการไข้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดระยะเวลาที่ประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช จนถึงเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๕๙ พระอาการประชวรได้ดีขึ้นแลทรุดลงเป็นครั้งคราว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพระราชกรณียกิจครั้งสุดท้ายของพระองค์ คือ การพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ผู้พิพากษาประจำศาลต่างๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๘
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และการปรากฏพระองค์ครั้งสุดท้าย คือ การเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสภาพภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๙
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นพระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ จนเสด็จสวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๙ เวลา &amp;nbsp;๑๕.๕๒ น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิริพระชนมพรรษา ๘๘ ปี ๓๑๓ วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงครองราชย์ ๗๐ ปี ๑๒๖ วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...คนไทยส่วนใหญ่ในประเทศนี้ยังไม่ลืม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และระลึกถึงพระองค์อยู่เสมอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็มีคนไทยจำนวนหนึ่ง ปลุกขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ขึ้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขบวนการนี้เคลื่อนไหวผ่านพรรคการเมือง ผ่านมวลชน โดยใช้สื่อโซเชียล บิดเบือนข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดข้อมูลเดิมถูกทำให้ผิดเพี้ยน โดยนักการเมือง และนักวิชาการ ที่คั่งแค้นสถาบันพระมหากษัตริย์มานานหลายสิบปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยชุดข้อมูลใหม่ที่เพิ่งจะแต่งเติมช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ปั่นหัวคนรุ่นใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และได้ผล...เพราะถูกนำไปผสมโรงกับความไม่พอใจทางการเมือง บวกกับความขัดแย้งทางการเมืองที่มีอยู่เดิม &amp;nbsp;ประชาชนแบ่งเป็นเสื้อสี พรรคการเมืองแบ่งเป็นขั้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือความเปราะบางของสังคมไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นการเติมด้วยข้อมูลเท็จจึงไม่ใช่เรื่องยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเห็นได้ว่าเดือนตุลาคมปีนี้ มีการแต่งข้อมูลใหม่ๆ ขึ้นและเผยแพร่ในสื่อโซเชียล เพื่อโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นการเฉพาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือแม้กระทั่งข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับในหลวง ร.๙ เช่นโครงการหลวง โครงการพระราชดำริ ซึ่งคนในพื้นที่โครงการรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร แต่กลับมีการบิดเบือนพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ มีคนเชื่อโดยตั้งใจ และไม่ตรวจสอบข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ ๑๔ ตุลา ก็จะมีชุดข้อมูลบิดเบือนออกมาอีกเป็นระลอก หลังใช้ข้อมูลเท็จอธิบายเหตุการณ์ ๖ ตุลา ไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการรุ่นใหม่ ฟังนักวิชาการรุ่นเก่าที่เป็นปฏิปักษ์กับสถาบันฯ แล้วตีความเหตุการณ์ใหม่ นำเสนอไปสู่คนรุ่นใหม่ เข้ารกเข้าพงไปอย่างตั้งใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔ ปีที่แล้ว ประวัติศาสตร์เดินได้ในขณะนั้น คือ พลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร พูดในวันครบรอบ ๔๔ ปีเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการพูดที่อนุสรณ์สถาน ๑๔ ตุลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพูดของ พลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร ในฐานะนายตำรวจราชสำนักประจำ ยังตรึงความคิดผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้ &amp;nbsp;แม้ท่านจะจากไปแล้ว เมื่อปี ๒๕๖๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;....วันที่ ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ ผมมีตำแหน่งเป็นนายตำรวจราชสำนักประจำ หน้าที่ของผมไม่ได้เกี่ยวกับการบ้านการเมือง แต่เกี่ยวกับการถวายความปลอดภัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมพระราชินีนาถ &amp;nbsp;และพระบรมวงศานุวงศ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ท่านก็คงจะทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นเลี่ยงการเมืองไม่พ้น เพราะเหตุว่าพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นประมุขของประเทศ และเป็นพระมหากษัตริย์ที่อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับรัฐบาลจึงเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามปกติ บังคับหลีกเลี่ยงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนเที่ยงวันที่ ๑๓ ตุลาคม ผมได้รับคำสั่งให้ไปคอยรับผู้แทนของนิสิตนักศึกษาที่จะเข้าเฝ้าฯ พระเจ้าอยู่หัว ผมเพิ่งรู้ตอนนั้นว่าพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฝ้าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็ไปคอยรับผู้แทนนิสิตนักศึกษาเหล่านี้ที่ประตูพระวรุณอยู่เจน ผมคอยอยู่ตั้งแต่เที่ยงจนบ่ายสองโมงจึงมีผู้แทนนิสิตนักศึกษาจำนวนหนึ่งมาถึงที่ประตู แต่ปรากฏว่ามายังไม่ครบ ต้องรอจนถึงบ่ายสี่โมงถึงได้มากันครบ แต่ขาดไปคนหนึ่ง ที่ขาดไปคือ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็นำผู้ที่มาแล้วไปที่ศาลาดุสิดาลัย คอยอยู่จนกระทั่ง &amp;nbsp;๑๗.๓๐ น. พระเจ้าอยู่หัวจึงได้เสด็จลง ตอนเสด็จลงผมไม่ได้อยู่ที่ศาลาดุสิดาลัยด้วย ผมจึงไม่ทราบว่ารับสั่งว่าอะไรบ้าง &amp;nbsp;แต่มารู้ทีหลังว่าเขาเฝ้าฯ กันอยู่จนเกือบสองทุ่มจึงกลับออกมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ระหว่างที่อยู่ในวังกำลังจะออกจากสวนจิตรลดานั้น &amp;nbsp;ผมก็ได้ยินผู้แทนนิสิตนักศึกษาที่อยู่ในวังปรารภขึ้นบอกว่า เราถูกหักหลังเสียแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เขาก็บอกว่าคุณเสกสรรค์ซึ่งไม่ได้เข้าประชุมด้วย แล้วเป็นผู้ที่คุมการชุมนุมอยู่ข้างนอกได้ทำผิดข้อตกลงที่จะไม่เคลื่อนกำลังจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาที่ลานพระราชวังดุสิต เพราะกังวลว่าถ้ามาถึงตรงนั้นแล้วอาจจะเลยมาถึงวังสวนจิตรลดา ซึ่งเขาไม่ต้องการจะให้เกิดขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องและทำท่าว่าเหตุการณ์เริ่มไม่สงบ ผู้แทนนิสิตนักศึกษาก็ไม่ยอมออกจากวัง ผมก็ต้องรับหน้าที่ออกไปตามหาตัวคุณเสกสรรค์ให้เข้ามาในวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากมันนานมาแล้ว อาจจะนึกไม่ออก แต่ผมจำได้ว่าผมใช้รถตำรวจของกองปราบปราม แล้วพาผู้แทนนิสิตนักศึกษาขึ้นรถโฟล์กตู้เพื่อจะไปรับคุณเสกสรรค์ ที่หมายของเราคือลานพระราชวังดุสิต หวังว่าจะไปเจอคุณเสกสรรค์ที่นั่น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปถึงแล้วขบวนรถหลุด ตามกันไม่ทัน คนมันเยอะเหลือเกิน รถตำรวจที่ผมนั่งอยู่ไม่ทันรถตู้ที่ผู้แทนนิสิตนักศึกษานั่งมาด้วย เมื่อก่อนไม่มีโทรศัพท์มือถือ การติดต่อลำบากมาก &amp;nbsp;วิธีการหาตัวคุณเสกสรรค์คือต้องไปหาโทรศัพท์บ้านที่อยู่ใกล้เคียงหรือในวัด แล้วโทรไปอีกเครื่องที่เดาว่าอยู่ใกล้ตัวคุณเสกสรรค์ ลงท้ายหลังจากที่ทุลักทุเลกันอยู่เราก็ได้ตัวคุณเสกสรรค์เข้ามาในวัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณเสกสรรค์ในขณะนั้นเนื่องจากพูดปราศรัยติดต่อกันมา ๗ วัน ๗ คืน พูดเกือบไม่รู้เรื่อง เข้ามาถึงในวังแล้วเขาก็พบกันกับคุณธีรยุทธ บุญมี ซึ่งเป็นหัวหน้าของฝ่ายที่เข้าใจกันผิด ทั้งสองคนเถียงกันโดยมีผมคอยตะแคงหูฟังว่าเขาพูดอะไรกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อรู้ว่าเขาเข้าใจผิดเรื่องไหน เราซึ่งรู้เหตุการณ์ที่แท้จริงก็เป็นคนชี้แจงให้เข้าใจ คุณเสกสรรค์ป่วยมากถึงขนาดต้องให้หมอหลวงมาดูอาการ แล้วฉีดยาให้ ลงท้ายเขาก็พูดกันรู้เรื่อง &amp;nbsp;แต่ในขณะที่เขาพูดกันรู้เรื่อง ข้างนอกไม่รู้เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิสิตที่อยู่ข้างนอกที่มีคนมากระซิบว่าเขาจัดการคน &amp;nbsp;(นิสิตนักศึกษา) ในวังหมดแล้วคือคุณพีรพล ตริยะเกษม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะข่าวนี้เองทำให้คนที่ชุมนุมกันอยู่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเคลื่อนมาที่หน้าประตูพระวรุณอยู่เจนที่สวนจิตรลดา &amp;nbsp;เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คนจำนวนแสนมาชุมนุมกันอยู่ที่หน้าวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเป็นอย่างนั้นผมก็ขอร้องพวกที่อยู่ในวังที่พูดกันรู้เรื่องแล้วให้ไปเจรจากับคนที่อยู่ข้างนอกหน่อยว่าบัดนี้อะไรๆ ก็เรียบร้อยหมดแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งลงมาว่ารัฐบาลยอมปล่อยผู้ต้องหาทั้ง ๑๓ คนแล้ว แล้วก็ปล่อยตัวแล้ว นอกจากจะปล่อยแล้วยังมีข้อตกลงระว่างฝ่ายรัฐบาลกับผู้แทนนักศึกษาในวังเป็นลายลักษณ์อักษร และจะขอพระราชทานรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน ๒๐ &amp;nbsp;เดือน แทนที่จะเป็น ๓ ปีตามที่รัฐบาลเคยบอก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อขอร้องให้ผู้แทนนิสิตไปชี้แจง ผู้แทนนิสิตบอกว่าเดี๋ยวเขาไม่เชื่อ อยากได้คนในวังไปด้วย ตอนนั้นคนในวังที่เป็นผู้ใหญ่มี ๓ คน คนหนึ่งคือหม่อมราชวงศ์ทองน้อย ทองใหญ่ อีกคนคือพันเอก เทียนชัย จั่นมุกดา (ยศในเวลานั้น) &amp;nbsp;แล้วก็มีผม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราก็ถามว่ามี ๓ คน เลือกเอาว่าจะเอาใครไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณเสกสรรค์ชี้ว่าเอาพี่ ก็คือผม ที่เอาผมก็เพราะผมเคยเป็นนิสิตจุฬาฯ และผมเขียนหนังสือขาย เป็นดาราทีวีด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็ทิ้งปืน ทิ้งวิทยุไว้ในวัง ออกไปแต่ตัว คนที่พาผมออกไปยังที่ชุมนุมก็คืออาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวทีที่ใช้ปราศรัยหน้าวังเป็นรถสองแถวคันไม่ใหญ่นัก ใช้หลังคาเป็นที่ยืนพูด ผมก็ปีนขึ้นไปบนหลังคารถกับอาจารย์สมบัติ พูดผ่านเครื่องขยายเสียง ผมก็อัญเชิญพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวที่สำนักพระราชวังเขาบันทึกไว้ แล้วขึ้นไปอ่านให้ที่ชุมนุมฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็ขึ้นไปอ่านพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัว รายละเอียดเรื่องทั้งหมดอยู่ในหนังสือชื่อ เหตุเกิดในกรุงรัตนโกสินทร์ พิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ.๒๕๑๖
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็อ่านสำเนาพระราชดำรัสและแถมท้ายว่า เมื่อพระเจ้าอยู่หัวมีรับสั่งแบบนี้ เหตุการณ์ยุติลงแล้ว ผมเห็นว่าพวกเราสมควรยุติการชุมนุมและกลับบ้านกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมบอกว่าพระเจ้าอยู่หัวของท่านทั้งหลายไม่ได้บรรทมมา ๗ วัน ๗ คืนแล้ว เพราะเป็นห่วง รอฟังสถานการณ์บ้านเมือง พอผมพูดจบ ที่ประชุมก็ปรบมือกัน ใครก็ไม่ทราบเป็นต้นเสียงให้ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีพร้อมๆ กัน คนแสนคนร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกระหึ่มหันหน้าไปทางพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ผมคุกเข่าลงร้องไห้ด้วยความปีติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากความปีติอยู่ได้ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นเอง ผมกำลังปีนกลับลงจากหลังคารถสองแถว ได้ยินเสียงระเบิดตูมขึ้นทีหนึ่ง ปรากฏว่าเป็นนักเรียนอาชีวะคนหนึ่งพกระเบิดขวดในกระเป๋าแล้วระเบิดโดยอุบัติเหตุ ทีแรกได้ยินเสียงระเบิดก็ใจหายเลย นึกว่าจะเป็นสมรภูมิที่หน้าวัง แต่พอรู้ว่าเป็นแค่นั้นก็คิดว่าคงไม่มีอะไรมากกว่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ต่อมาอีกสักประเดี๋ยวเดียวก็ได้ยินเสียงตูม ตูม คราวนี้ไม่ใช่ระเบิดขวด แต่เป็นเสียงระเบิดแก๊สน้ำตา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนผู้ชุมนุมกำลังจะกลับโดยแยกย้ายกันเดินออกไปทุกทิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่ประสบเหตุปะทะกับตำรวจนั้นคือผู้ที่เดินกลับจากวังไปทางถนนราชวิถี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมมาทราบทีหลังว่าที่เกิดปะทะกันขึ้น เพราะตำรวจได้รับคำสั่งว่าให้ปิดทางไม่ให้ประชาชนผ่านทางนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่สั่งไม่ให้ประชาชนกลับบ้านจนเป็นเหตุให้ปะทะกันขึ้นคือ พล.ต.อ.ประจวบ สุนทรางกูร ขณะนั้นท่านเป็นรองอธิบดีกรมตำรวจ ผู้รับคำสั่งคือ พ.ต.ท.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น &amp;nbsp;(ยศในเวลานั้น) ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ต่อมาท่านได้เป็นอธิบดีกรมตำรวจ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเกิดการตีกันขึ้นก็เกิดข่าวปากต่อปากแจ้งว่าตำรวจฆ่านิสิตนักศึกษาที่หน้าวัง เท่านั้นเองการจลาจลก็กระจายออกไปทั่วกรุงเทพฯ นี่คือที่มาของมหาวิปโยคที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...นี่คือสิ่งที่คนรุ่นใหม่ควรเสพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119562</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผักกาดหอม, อ่านเอาเรื่อง, ๕ ปีวันคล้ายวันสวรรคต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff3197281d0b.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
