<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการแนะศึกษาบทเรียนก่อนดันโครงการยักษ์ &#039;ผันน้ำโขง&#039; โวยไร้ส่วนร่วม-จี้บิ๊กป้อมทบทวนอีไอเอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64 - นายสันติภาพ ศิริวัฒนไพบูลย์ อาจารย์สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมชลประทานกำลังผลักดันโครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล ซึ่งอยู่ในขั้นตอนจัดทำรายงานการประเมนผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(กก.วล.) แต่ได้รับการคัดค้านจากภาคประชาชนอย่างหนัก ว่าอยากให้รัฐบาลศึกษาและเรียนรู้ความผิดพลาดจากอดีต เช่น โครงการโขง ชี มูล ซึ่งไม่คุ้มค่าและต้องสูญเสียงบประมาณอีกจำนวนมหาศาลในการแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติภาพกล่าวว่า การที่โครงการโขง เลย ชี มูล มีเป้าหมายเอาน้ำจากแม่น้ำโขงมาให้คนอีสานแล้วบอกว่าจะทำให้ชาวบ้านได้อยู่ดีกินดีนั้น อยากถามว่าแล้วทำไมคนภาคกลางที่ทำนากันได้ปีละ 3-4 ครั้ง จึงยังไม่มีใครรวยและไม่ได้อยู่ดีกินดี เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งการใช้ปุ๋ยใช้สารเคมี แถมยังเกิดมหกรรมทุจริตมากมาย ดังนั้นการได้น้ำมาจึงไม่ใช่หลักประกันที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น ทำไมภาครัฐถึงไม่มองในเรื่งภูมิปัญญาท้องถิ่น การทำเกษตรผสมผสานหรืการออกแบบปลูกพืชตามความเหมาะของพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่าเหตุผลลึกๆ ในการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ทั้งผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล หรือโครงการโขง เลย ชี มูน คืออะไร นักวิชการรายนี้กล่าวว่า น่าจะเป็นเรื่องของความต้องการใช้เงินมากกว่า เพราะภาครัฐเชื่อว่าโครงการขนาดใหญ่เหล่านี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการก่อสร้าง รวมถึงเป็นเรื่องทางการเมืองซึ่งใกล้การเลือกตั้ง หากไม่ทำกันตอนนี้ก็ไม่รู้ทำกันตอนไหน แต่จะเกี่ยวพันกับการคอรัปชั่นด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะทุกฝ่ายต้องช่วยกันตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทัศนคติของคนที่รับผิดชอบโครงการใหญ่ๆ เหล่านี้ เขาไมได้ต้องการกระบวนการการมีส่วนร่วมสักเท่าไหร่ คนนั่งหัวโต๊ะเป็นทหารเขาก็ใช้อำนาจที่มีอนุมัติ การจัดทำ EIA จึงไม่รอบคอบ ยกตัวย่างเขาจะขุดอุโมงค์ขนาดใหญ่นับร้อยกิโลเมตร ถามว่าชาวบ้านที่มีที่ดนที่อุโมงค์ผ่านรู้เรื่องแล้วหรือยัง ถ้าชาวบ้านยังไม่รู้เรื่องเลยแล้วคุณจะไปประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมกันอย่างไร เพราะการมีส่วนร่วมยังทำไม่ครบ ถ้าในอดีตเขาต้องกลับไปแก้ไขใหม่ โดยเฉพาะโครงการมูลค่านับแสนล้านเช่นนี้ คณะผู้ชำนาญการที่พิจารณาต้องรอบคอบ แต่นี่ กก.วล.ที่เหมือน คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดน้อย เมื่อนำเรื่องเข้าสู่ ครม.ใหญ่ก็ผ่าน ผมไม่รู้ว่าใน กก.วล.มีการแทรกแซงทางการเมืองหรือไม่&amp;rdquo; นายสันติภาพ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ภาคประชาชนจำนวน 649 รายชื่อ และ 88 องค์กร นำโดยเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน ได้มีจดหมายเปิดผนึกส่งถึง พล. อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อคัดค้านรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 โดยเห็นว่าเป็นการดำเนินการทำรายงานที่ไม่ชอบธรรม ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างรอบด้านจากประชาชนที่จะได้รับผลกระทบ พร้อมกับมีข้อเรียกร้องให้มีการทบทวนรายงานอีไอเอ ฉบับดังกล่าวอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รายงานฯ นี้ ไม่เข้าใจและไม่ได้กล่าวถึงมิตินิเวศวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งโครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล ใช้งบประมาณจำนวนมาก และมีผลกระทบโดยตรงต่อชุมชนจำนวนมาก ดังนั้น การประเมินผลกระทบฯ ควรคำนึงถึงและให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง&amp;rdquo; เนื้อหาในจดหมายระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรมชลประทาน ได้ทำการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) &amp;nbsp;และการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) โครงการบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วเสร็จเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 โดยการพัฒนาระยะที่ 1 แล้วเสร็จเมื่อเดือนเมษายน 2560 แต่อย่างไรก็ดี คณะผู้ชำนาญการได้พิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ (คชก.) ได้พิจารณารายงานเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564 และมีมติให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. และกรมชลประทาน ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขรายงานดังกล่าว และ สทนช. จะต้องจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมตามมติของ คชก. จนกว่าจะผ่านการพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ &amp;nbsp;กุหลาบวงษ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน กล่าวว่า การตัดสินใจของรัฐบาลที่รับฟังข้อมูลด้านเดียว และมีธงอยู่แล้วที่จะผลักดันโครงการโขง เลย ชี มูล ดังนั้น การจัดเวทีรับฟังความเห็นต่างๆ จึงเป็นแค่พิธีกรรมที่อ้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งสิ่งที่เป็นข้อกังวลและคำถามของคนอีสานต่อกรณีโครงการผันน้ำ โขง เลย ชี มูล คือ โครงการผันน้ำ โขง เลย ชี มูลนี้มีความคุ้มค่าหรือไม่ที่จะลงทุนหลายหมื่นล้านบาท หรือเป็นแค่การผลาญงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การผันน้ำโขงจะเอาน้ำมาจากที่ไหนผันเข้ามาในภาคอีสาน เพราะเราก็ทราบกันอยู่แล้วว่าประเทศจีนสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงกักน้ำไว้ตอนบน และ สปป.ลาว สร้างเขื่อนไซยะบุรีกักน้ำไว้เพื่อปั่นไฟฟ้าขายให้กับประเทศไทย ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงยิ่งลดน้อยลงไปอีก และ สปป.ลาว กำลังมีแผนที่จะสร้างเขื่อนสานะคาม ที่อยู่ห่างจากชายแดนไทย อ.เชียงคาน จ.เลย ประมาณ 2.5 กิโลเมตร คาดว่าถ้าสร้างเสร็จจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล และปริมาณน้ำที่จะลดลงอีก&amp;rdquo; นายสุวิทย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน กล่าวต่อว่า &amp;nbsp;ปัจจุบัน สทนช. ก็กำลังผลักดันโครงการสร้างเขื่อนปากชม (ผามอง) ที่บริเวณบ้านคกเว้า ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย กั้นแม่น้ำโขงระหว่างพรมแดนประเทศไทยและ สปป.ลาว เพื่อกักน้ำและยกระดับน้ำให้สูงขึ้นเพื่อให้น้ำเข้าปากแม่น้ำเลย แต่ประชาชนในพื้นที่คัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลควรชะลอโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล ออกไปก่อน และให้มีการศึกษาการจัดการน้ำโครงการ โขง ชี มูล ที่ผ่านมา ในด้านผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม และให้มีการศึกษาร่วมกันระหว่างภาคประชาชน และหน่วยงานรัฐต่อทางเลือกในการจัดการน้ำที่เหมาะสม และสอดคล้องกับระบบนิเวศภาคอีสาน&amp;rdquo; ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขงอีสาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ขณะนี้รัฐบาล โดยกรมชลประทาน กำลังเร่งรัดผลักดันโครงการผันน้ำข้ามลุ่มขนาดใหญ่ อาทิ โครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้แก่เขื่อนภูมิพล (แนวส่งน้ำแม่น้ำยวม) ซึ่งเป็นเฟสแรก ที่จะผันน้ำจากแม่น้ำยวม ลุ่มน้ำสาละวิน ปริมาณราว 1,800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มายังลุ่มน้ำปิง-เจ้าพระยา มูลค่าโครงการกว่า 7 หมื่นล้านบาท โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว นอกจากนี้ยังผลักดันโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล มูลค่าเบื้องต้นกว่าแสนล้านบาทเพื่อส่งน้ำมายังภาคอีสานและภาคกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119525</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, ผันน้ำโขง, สิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211012/image_big_6165403537b04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
