<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอยง&quot;ชี้โควิดปีนี้ลามหนัก กว่าปีที่แล้ว  10เท่า ห่วงหนุ่มสาวกลับบ้านสงกรานต์ พาเชื้อไปให้ญาติผู้ใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
7เม.ย.64-ในการสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด 19 ในประเทศ /ความคืบหน้าการฉีดวัคซีนโควิด 19 (สถานการณ์ภาพรวม/การระบาดในสถานบันเทิง) ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;ให้ข้อมูลสถานการณ์การแพร่ระบาดกลุ่มสถานบันเทิงในขณะนี้ว่า ถือว่าเป็น ซุเปอร์สเปรด ก็ได้ เพราะมีการพบผู้ป่วยที่มีต้นตอจากสถานบันเทิงออกไปหลายจังหวัด &amp;nbsp;สาเหตุที่มีการระบาดมาก เพราะเป็นสถานที่ปิด ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้ง่าย มีรายงานต่างประเทศพบว่าในพื้นที่ปิด เช่น ในผับ บาร์ หรือโบสถ์ ที่มีการร้องเพลง ตะโกน พูดคุยเสียงดังจะมีการแพร่กระจายเชื้่อทางอากาศ แม้จะไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกันเลย &amp;nbsp; ที่สำคัญ เมื่อมีการตรวจหาเชื้อโดยการ Swap &amp;nbsp;คอของผู้ติดเชื้อ 24 คน &amp;nbsp;ที่มาจากผับทองหล่อ พบว่ามีปริมาณไวรัสสูงมาก แต่ผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้กลับไม่มีอาการ และเชื้อที่ติดเป็นสายพันธุ์อังกฤษ หรือที่เรียกว่า B117 ทั้งหมด ไม่ใช่สายพันธุ์พื้นบ้าน เหมือนที่พบที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งสายพันธุ์อังกฤษจะสามารถแพร่กระจายเชื้่อได้เร็วมาก เร็วกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมถึง 1.7เท่า ซึ่งสายพันธุ์อังกฤษมีความน่ากลัว เพราะแพร่ระบาดเร็ว คาดว่าการระบาดปีนี้จะมากกว่าปีที่แล้ว 10 เท่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ ความเข้มข้นของมาตรการของรัฐในการรับมือกับสถานการณ์ของปีนี้ ยังห่างจากปีที่แล้ว 10 เท่า โดยปีที่แล้วที่มีทั้งการล็อกดาวน์ &amp;nbsp;มีเคอร์ฟิว ปิดโรงเรียน &amp;nbsp; บวกกับปีนี้มาเจอสายพันธุ์อังกฤษ ที่แพร่เชื้อเร็วกว่า 1.7เท่า ยิ่งทำให้เกิดการทวีคูณเข้าไปใหญ่ &amp;quot;ศ.นพ.ยงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.นพ.ยงกล่าวต่อว่า เมื่อเห็นตัวเลขแล้วอาจทำให้น่ากลัว ว่าหลังสงกรานต์ คนวัยหนุ่มสาวที่ติดเชื้อแต่มีอาการน้อย หรือไม่มีอาการ แต่พบไวรัสที่คอปริมาณมาก จะสามารถเดินทางไปโน่นไปนี่ได้ไกล โดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีไวรัสอยู่และอาจจะนำเชื้อไปให้ผู้ใหญ่ผู้สูงอายุในบ้าน ซึ่งมีความเสี่ยงถ้าเกิดติดเชื้อ ก็จะมีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยส่วนตัวผมห่วงเรื่องนี้อย่างมาก เพราะการเคลื่อนย้ายของประชากรก็คือการแพร่ของเชื้อโรค ซึ่งยังเป็นที่น่าแปลกใจว่าสายพัน.ธุ์อังกฤษหลุดมาได้ยังไง ทั้งๆที่เรามี บล์อก มีระบบState Quarantine การกักตัวผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ &amp;nbsp;ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้อยากให้พวกเราทุกคนชะลอการเดินทางออกไป เพราะสถานการณ์ปีนี้เรายังไม่สามารถล็อกดาวน์ได้ จึงควรต้องเคลื่อนย้ายของประชากรให้น้อยที่สุด หรือถ้าจำเป็นต้องไป ก็ต้องปฎิบัติตามมาตรการต่างๆ อย่างเคร่งครัด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นวัคซีนจะครอบคลุมสายพันธุ์อังกฤษได้หรือไม่ ศ.นพ.ยงกล่าวว่า เชื่อว่า 3 สายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์อังกฤษ แอฟริกา หรือบราซิล ที่แพร่เชื้อรวดเร็ว วัคซีนจะมีประสิทธิภาพลดความรุนแรงของโรคลงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สายพันธุ์อังกฤษแพร่เร็วมาก เดือนธันวาคมปีที่แล้ว พบว่าเกิดการระบาดสายพันธุ์อังกฤษในยุโรป ทั้งในเยอรมัน และฝรั่งเศส พบแต่สายพันธุ์อังกฤษ ที่แพร่ระบาดหนัก ทำให้เยอรมัน และฝรั่งเศส เจอระลอก 3 แต่ในอังกฤษ แม้จะมีสายพันธุ์นี้เยอะ แต่เขาฉีดวัคซีนเยอะที่สุดในยุโรป ทำให้สามารถลดอัตราการติดเชื้อและตายลงได้ &amp;nbsp;ต่างจากเยอรมัน ฝรั่งเศสที่ยังไม่กล้าฉีดวัคซีนเต็มที่ ทำให้เจอระบาดระลอกใหม่ และฝรั่งเศสต้องล็อกดาวน์ &amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98692</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ทองหล่อ, ผับ-บาร์, ยง ภู่วรวรรณ, สายพันธุ์อังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d9f9d7fe0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. กำชับข้าราชการห้าม ไปผับ บาร์ แม้อยู่นอกเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7เม.ย.64-นายสนิท แย้มเกสร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้หารือถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศปฏิบัติการตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อย่างเข้มงวดสูงสุด หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดให้ปฏิบัติการตามมาตรการของ ศบค.ในแต่ละพื้นที่อย่างเข้มงวดเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้ข้าราชการ และ บุคลากรของ สพฐ.ทุกคนต้องปฏิบัติตัวตามมาตรการของ ศบค. เช่น การเว้นระยะห่าง การสวมหน้ากากอนามัย และ การล้างมือ และ ไม่ให้ข้าราชการและบุคคลากรของสพฐ.ไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยง เช่น ผับบาร์ เป็นต้น แม้ว่าสถานที่เหล่านี้บางแห่งจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่จังหวัดควบคุมสูงสุดก็ตาม อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ทาง ศบค.จะมีการประชุมหารือถึงมาตรการต่างๆเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด หากมีแนวทางใดออกมา สพฐ.พร้อมที่จะให้หน่วยงานในสังกัดปฏิบัติตามอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้โรงเรียนต่างๆ อยู่ในช่วงปิดภาคเรียนเรียบร้อยแล้ว แต่ ทาง สพฐ.ก็ได้กำชับให้ทางโรงเรียนได้ติดตามและปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค.อย่างเต็มที่ รวมถึงเราได้เน้นย้ำให้ข้าราชการ บุคลากรของ สพฐ.ต้องปฏิบัติตามมาตรการของ ศบค.อย่างเข้มข้น รวมถึงไม่ให้เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง เพราะว่า หากเดินทางไปยังสถานที่เหล่านี้หากมีการระบาดขึ้นมา ต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วันจะส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานได้ &amp;rdquo;รองเลขาฯ กพฐ.กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98681</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., #โควิด-19, ผับ-บาร์, สนิท แย้มเกษร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d8b8fd95d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เสนอศบค.ประกาศ 5จังหวัด กทม.นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม เป็นพื้นที่สีแดง ผับบาร์เปิดไม่เกิน 3ทุ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;5 เม.ย.64- &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;นพ. โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวภายหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งมีนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ว่า ที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องการกำหนดพื้นที่ควบคุมโรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ตามมติของคณะกรรมการด้านวิชาการ ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ โดยเห็นชอบกำหนดปรับระดับพื้นที่ดังนี้ 1.พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 5 จังหวัด ได้แก่ กทม. ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และนครปฐมโดยร้านอาหารและสถานบันเทิงเปิดไม่เกิน 21.00 น. นั่งรับประทานอาหารได้ แต่งดดื่มสุราห้ามจำหน่ายจ่ายแจก ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และสถานที่ออกกำลังกายแข่งขันกีฬาเปิดได้ตามปกติ แต่ดำเนินการแบบนิวนอร์มัล เช่น สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง วัดอุณหภูมิ สแกนไทยชนะ จำกัดจำนวนคนเข้าพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;2.พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) มี 9 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ชุมพร ตาก ราชบุรี ชลบุรี สุพรรณบุรี นราธิวาส และกาญจนบุรี โดยร้านอาหารและสถานบันเทิงรับประทานอาหารและดื่มสุราได้ไม่เกิน 23.00 น. เล่นดนตรีได้ แต่งดเต้นรำ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และสถานออกกำลังกายเปิดตามปกติ &amp;nbsp;3.พื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด (สีเหลือง) มี 10 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา สระบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี ระนอง ระยอง สงขลา ยะลา และขอนแก่น โดยร้านอาหารและสถานบันเทิงรับประทานอาหารและดื่มสุราได้ไม่เกิน 24.00 น. เล่นดนตรีสดได้ แต่งดเต้นรำ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา สถานออกกำลังกายเปิดตามปกติ และ 4.พื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว) คือ 53 จังหวัด ทุกกิจการเปิดตามปกติตามที่กฎหมายควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า วันที่ 7 เมษายนจะเสนอ ศบค.ชุดเล็กเพื่อเห็นชอบและบังคับใช้ตามกฎหมายเป็นเวลา 2 สัปดาห์และประเมินสถานการณ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญมาก หากไม่ทำตามหรือยังไปปาร์ตี้ที่บ้านก็จะทำให้ควบคุมสถานการณ์ยาก โดยขอให้อย่านำตัวเองไปยังจุดเสี่ยง คือ สถานที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก มีความแออัด และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง คือ พบปะพูดคุยโดยไม่ใส่หน้ากาก ดื่มสุรา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับมติของคณะกรรมการด้านวิชาการ ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ คือ ให้กรมควบคุมโรคกำหนดพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และวางแผนเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง เน้นสถานบันเทิง ผับบาร์ โดยเฉพาะ กทม.และปริมณฑล ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะการกลับภูมิลำเนา ขอให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง โดยให้ อสม.เคาะประตูบ้านติดตามโดยเฉพาะผู้ทำงานสถานบันเทิงจาก กทม. และปริมณฑลและพิจารณานำวัคซีนมาใช้เพื่อการควบคุมโรคตามคำแนะนำคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร, โรงพยาบาลทุกแห่งซักประวัติคนไข้ต้องสงสัย โดยเฉพาะการไปเที่ยวสถานบันเทิง, ให้สถาบันบำราศนราดูร และสถาบันป้องกันและควบคุมโรคเขตเมืองเปิดบริการตรวจหาเชื้อโควิดทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98434</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., #โควิด-19, ผับ-บาร์, พื้นที่สีแดง, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606b04f2a4760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หมอจุฬาฯ&#039;แนะแนวป้องกันโควิดหลังปลดล็อค&#039;ผับ-บาร์-คาราโอเกะ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิ.ย.63-รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรื่องมาตรการสำหรับผับ...บาร์...คาราโอเกะ... ระบุว่า ไม่ได้มองแบบโลกสวย แต่มองตามความเป็นจริง เราคงต้องยอมรับว่า เห็นใจผู้ประกอบการ และคนทำงานกลางคืนอย่างยิ่ง และหากเราต้องปลดล็อคให้กิจการดำเนินการแล้ว วัตถุประสงค์หลักคือ อยากให้ทุกคน ทั้งคนทำงานกลางคืน ประชาชนที่มาใช้บริการ และตัวกิจการเองนั้น อยู่รอดปลอดภัยไปยาวๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจทย์หลักที่ต้องตีให้แตกคือ ความเสี่ยงหลักอยู่ที่อะไรบ้าง? กิจการต่างๆ ข้างต้น ถือเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ใช่แค่การดื่มด่ำกับดนตรี แต่มีการเต้น และอาจมีการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างคน ตั้งแต่กระซิบกระซาบ ตะโกน หรือกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันตามสถานการณ์ รวมถึงการแชร์ของกินของใช้กันระหว่างใช้บริการ ปัจจัยเสี่ยงหลักที่จะทำให้โรคระบาดคือ การใกล้ชิด แชร์ของกินของใช้ สัมผัสจับต้องคน หรือสิ่งของที่มีเชื้อแล้วนำเข้าสู่ร่างกาย และระหว่างใช้สุขา จะอ้วก หรืออื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัยหนุนเสริมที่จะทำให้ใกล้ชิดกัน สัมผัสกัน ขาดสติ คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติดต่างๆ และสิ่งแวดล้อมรอบตัว &amp;quot;ความเสี่ยงที่พอจะจัดการลดได้&amp;quot; 1. ทำความสะอาดจานชาม ช้อนส้อม ตะเกียบ แก้วน้ำ สถานที่ ที่นั่ง ราวจับ ไมโครโฟน และสุขาให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ 2. คัดกรองคน ทั้งคนทำงาน และคนมาใช้บริการ ด้วยกระบวนการมาตรฐาน วัดไข้ และใช้ระบบบันทึกรายละเอียดบุคคลเพื่อใช้ในการติดตามหรือเตือนให้ไปตรวจหากเกิดมีการตรวจพบคนติดเชื้อในวันเวลาที่มาใช้บริการ 3. จำกัดจำนวนคนในพื้นที่ 4. รักษาระยะห่างระหว่างวงดนตรี/นักดนตรี/นักแสดง กับลูกค้า และงดการจับมือ 5. วงดนตรี นักดนตรี นักแสดง ใส่เฟซชิลด์ แม้จะช่วยได้ไม่มากนักก็ดีกว่าไม่ใช้ 6. ลักษณะของเพลง: ควรเลี่ยงเพลงที่มี&amp;quot;เนื้อหา&amp;quot;ปลุกเร้าอารมณ์ทางเพศ หรือเน้นความรุนแรงและกระตุ้นให้เกิดการตะโกน แต่เรื่องทำนองเพลงนั้น งานวิจัยยังมีข้อถกเถียงกัน 7. เน้นนโยบายไม่แชร์ของกินของใช้ 8. เจ้าของกิจการควรจัดการเรื่องต่างๆ ที่ระบุไว้อย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดโรคระบาดจนทำให้กิจการต้องปิดอีกยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งที่ควรทำเพิ่มเติม และสำคัญอย่างมากคือ การส่งคนทำงานทุกคนไปตรวจคัดกรองโรค COVID-19 ทุก 1-2 สัปดาห์ ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านครับ &amp;quot;ความเสี่ยงที่จัดการไม่ได้หรือทำได้ยาก&amp;quot; 1. ความใกล้ชิด: จะให้คนมาเที่ยวไม่ใกล้ชิดกัน คงพูดเป็นการ์ตูน หากเป็นเช่นนั้นเค้าคงร้องหรือฟังเพลงและเต้นอยู่ที่บ้าน การรักษาระยะห่างคงเป็นไปได้ยาก 2. การสัมผัสจับต้องคน: มีคนมาเที่ยวจำนวนไม่น้อยมาหาสุนทรียะจากการอยู่สนิทชิดเชื้อกับคนที่ชอบหรือต้องตาต้องใจ ยกเว้นบางส่วนที่มาฟังเพลง หรือร้องเพลงจริงๆ 3. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มนั้น ในทางปฏิบัติแล้วยากในการควบคุมเรื่องปริมาณการดื่ม ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมสติ อารมณ์ และการยับยั้งชั่งใจ เพิ่มความกล้าได้กล้าเสียหรือทำเรื่องเสี่ยง 4. การจำกัดเวลา: คงยากที่จะจำกัดเวลาให้อยู่ในสถานบันเทิงแบบสั้น คงทำได้เพียงจำกัดเวลาการเปิดบริการให้เป็นไปตามปกติ แต่ไม่โต้รุ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น &amp;quot;ประชาชนที่มาใช้บริการ&amp;quot; ควรให้ความร่วมมือในการคัดกรองและให้รายละเอียดเพื่อติดตามตัวกรณีมีเหตุการณ์ติดเชื้อขึ้นในสถานที่นั้น โดยหลังกลับบ้านไปแล้ว ต้องตระหนักว่าได้ไปสัมผัสความเสี่ยงต่อ COVID-19 มา และควรสังเกตอาการด้วยตนเอง 14 วัน หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปรับการตรวจที่โรงพยาบาล
โดยสรุป กิจการเสี่ยงมากๆ เราควรใช้มาตรการร่วมกัน ระหว่างการลดความเสี่ยงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะจัดการได้ (Minimize manageable risks) กับการตรวจหมั่นตรวจสอบอาการของตนเอง เพื่อรีบตรวจรักษาได้ทันท่วงที (early detection and early treatment)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าลืม...ดำรงชีวิตประจำวันด้วยการใส่หน้ากาก...ล้างมือบ่อยๆ...อยู่ห่างๆ คนอื่นอย่างน้อย 1 เมตร...พูดน้อยลง...พบปะคนน้อยลงสั้นลง...เลี่ยงที่อโคจร...หมั่นเช็คอาการตนเองและคนในครอบครัว...
แล้วเราจะผ่านพ้นวิกฤติโควิดไปด้วยกันครับ ด้วยรักต่อทุกคน... ประเทศไทยต้องทำได้...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69302</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ผับ-บาร์, มาตรการป้องกัน, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5e4fae422a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
