<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 15:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA เตือนอย่าหลงเชื่ออุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า แนะปรับวิธีใช้ไฟฟ้าประหยัดได้จริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยว่า MEA ห่วงใยประชาชนจากกรณีมีการหลอกลวงโฆษณาจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวอ้างว่าสามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าลงได้ โดยมีผู้ใช้ไฟฟ้าหลงเชื่อสั่งซื้อไปใช้งานเป็นจำนวนมาก ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวไม่สามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้จริงตามที่กล่าวอ้าง MEA ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่จำหน่ายพลังงานไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพดังกล่าว อีกทั้ง หากนำอุปกรณ์ดังกล่าวฯ มาใช้อาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าผิดปกติหรือกระทบต่อระบบจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งอาจมีความผิดตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่มีอยู่จริงนั้นจะนำมาใช้ในบางกรณีสำหรับภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น เป็นอุปกรณ์ที่มีราคาสูงซึ่งประหยัดไฟฟ้าในลักษณะเรียกเก็บค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ เช่น กิจการขนาดกลาง กิจการขนาดใหญ่ หรือกิจการเฉพาะอย่าง ดังนั้น ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยทั่วไปแทบจะไม่ได้รับประโยชน์จากการติดตั้งเครื่องประหยัดไฟฟ้าเหล่านี้ แต่สำหรับอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าที่จำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น อาจเข้าข่ายหลอกหลวงผู้บริโภค โดย MEA ตรวจสอบพบมี 3 ลักษณะคือ 1) เป็นกล่องหรือตู้ที่มีสายไฟสำหรับเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า ส่วนใหญ่ภายในเป็นเพียงตัวเก็บประจุ และประเภทที่ภายในไม่มีส่วนที่เป็นวงจรไฟฟ้าเลยมีเพียงวัสดุสำหรับถ่วงน้ำหนักบรรจุไว้เท่านั้น 2) เป็นอุปกรณ์สำหรับเสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าโดยตรง และ 3) เป็นบัตรสำหรับติดหรือแปะกับตู้จ่ายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม MEA ขอแนะนำวิธีการประหยัดไฟฟ้าที่เหมาะสมที่สุดและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ คือ การปรับเปลี่ยนวิธีการพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าโดยเปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเฉพาะเวลาที่ต้องการใช้งานและปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงการปรับตั้งค่าการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสม โดยเฉพาะการปรับตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส เนื่องจากการปรับตั้งอุณหภูมิที่ต่ำเกินไปจะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น ไม่ควรเปิด-ปิดตู้เย็นบ่อยครั้งจะส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นด้วย อีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้คือ การเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น หลอดไฟฟ้าชนิด LED เลือกใช้เครื่องปรับอากาศชนิดอินเวอร์เตอร์ ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือข้อแนะนำเพิ่มเติมสามารถติดต่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ MEA ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line: @meathailand, Twitter: @mea_news, และ MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79101</URL_LINK>
                <HASHTAG>Energize smart living, Energy for city life, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, ผาสุก สัมปุณณะโชติ, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f7444ba67154.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ห่วงใย เตือนภัยพายุฤดูร้อน &quot;โนอึล&quot; แนะนำวิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าช่วง 18-20 ก.ย. 63 นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่ กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 11 ลงวันที่ 18 กันยายน 2563 พายุระดับ 3 (โซนร้อน) &amp;ldquo;โนอึล&amp;rdquo; มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 18 - 20 กันยายน 2563 ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีลมแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากและอันตรายจากลมแรงได้นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า MEA มีความห่วงใยประชาชนให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน &amp;quot;โนอึล&amp;quot; ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดพายุฝนลมแรง น้ำท่วมฉับพลัน โดยขอแนะนำให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่เป็นลักษณะแอ่งกระทะน้ำท่วมบ่อยครั้ง รวมถึงชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่ราบลุ่ม ควรดำเนินการย้ายปลั๊กไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูงให้พ้นจากระดับน้ำท่วมถึง เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่ว และอุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุด นอกจากนี้ ควรตรวจสอบโครงสร้างป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรงมั่นคงปลอดภัย และตรวจสอบระยะห่างของป้ายโฆษณากับสายไฟฟ้าให้มากขึ้นเพราะอาจส่งผลกระทบกับระบบไฟฟ้าอาจทำให้ไฟฟ้าดับ และขอให้ประชาชนอยู่ห่างจากป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงใกล้แนวสายไฟฟ้า เพราะกิ่งไม้อาจหักโค่นจากลมกระโชกแรงและพาดลงมาทำให้เสาไฟฟ้าล้ม หรือสายไฟฟ้าขาด เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน อีกทั้งขอแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าหากชำรุดเร่งซ่อมแซมแก้ไข และสำรวจต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณบ้านของตนเอง ให้กิ่งไม้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยไม่ระสายไฟฟ้าเพราะอาจทำให้ไฟฟ้าดับ รวมไปถึงอาจจะทำให้มีกระแสไฟฟ้ารั่วมาตามกิ่งไม้ที่เปียกน้ำจากฝนฟ้าคะนองได้ พร้อมทั้งควรติดตามข่าวสารสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านระบบไฟฟ้านั้น MEA ดำเนินการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์โดย จัดเจ้าหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้า และลงพื้นที่บำรุงรักษาระบบจำหน่าย ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า ตลอดจนมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าสำรองในสถานที่สำคัญ เพื่อให้ระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าของ MEA มีประสิทธิภาพ มั่นคงและปลอดภัยอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของ MEA ชำรุด อยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ MEA ได้ทุกเขต หรือที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 รวมถึงสามารถแจ้งผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA Line@ : @meathailand Twitter : @mea_news หรือ แจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องผ่าน MEA Smart Life ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนระบบ iOS และ Android ของ MEA ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดาวน์โหลดฟรี คลิก http://onelink.to/measmartlife&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77873</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, ผาสุก สัมปุณณะโชติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64b90e9649d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2020 11:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2020 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ฉีดน้ำล้างลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า Hotline ไม่ดับไฟ บำรุงรักษาอุปกรณ์เพิ่มความมั่นคงระบบไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า MEA ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลระบบจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร มีการเตรียมความพร้อมระบบจำหน่ายไฟฟ้าตามแผนงานการป้องกันและบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่สำคัญในระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงฤดูฝนโดยการฉีดน้ำแรงดันสูงล้างอุปกรณ์ลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า (Insulator) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้รองรับสายไฟฟ้าและเป็นฉนวนไฟฟ้าในระบบไฟฟ้าแรงสูง หากมีฝุ่นเกาะบริเวณพื้นผิวจำนวนมากอาจทำให้ไฟฟ้าช็อตและเกิดความร้อนจนลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าเกิดความเสียหาย ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางระบบไฟฟ้าทำให้ไฟฟ้าดับบริเวณกว้างได้ โดย MEA ใช้การทำงาน Hotline ไม่มีการดับไฟทำงาน จึงทำให้ไม่กระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งการทำงานในลักษณะดังกล่าวเจ้าหน้าที่ต้องมีความเชี่ยวชาญพร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิธีการบำรุงรักษาอุปกรณ์ โดยการล้างลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ รูปแบบการฉีดน้ำแรงดันสูง และการถอดล้างลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า ซึ่งทั้งสองวิธีจะต้องเริ่มจากการสำรวจหาจุดที่มีความเสี่ยงด้วยเครื่องมือเทอร์โมมิเตอร์ หากตรวจพบว่ามีความร้อนจะต้องดำเนินการฉีดล้างโดยไม่ต้องดับไฟฟ้า ในกรณีที่ต้องถอดล้างลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้า จะต้องดำเนินการดับไฟฟ้าในพื้นที่เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน แล้วจึงถอดลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าเพื่อนำมาล้างด้วยน้ำยากำจัดคราบสกปรก รวมถึงคราบสนิมต่าง ๆ และนำกลับไปติดตั้ง หลังจากนั้นจะต้องมีการตรวจสอบด้วยเทอร์โมมิเตอร์อีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าลูกถ้วยดังกล่าวพร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตรวจสอบอุปกรณ์ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดฝุ่นละอองปริมาณมากมีแผนดำเนินการล้างลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าทุก ๆ 1-2 ปี และสำหรับในพื้นที่ทั่วไปล้างลูกถ้วยฉนวนไฟฟ้าทุก ๆ 3-5 ปี ซึ่ง MEA เตรียมความพร้อมด้านระบบไฟฟ้า จัดเจ้าหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้า และลงพื้นที่ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าของ MEA มีประสิทธิภาพ มั่นคงและปลอดภัยอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของ MEA ชำรุด อยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ MEA ได้ทุกเขต หรือที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 รวมถึงสามารถแจ้งผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA Line@ : @meathailand Twitter : @mea_news หรือ แจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องผ่าน MEA Smart Life ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนระบบ iOS และAndroid ของ MEA ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดาวน์โหลดฟรี คลิก http://onelink.to/measmartlife&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72372</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, ผาสุก สัมปุณณะโชติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200724/image_big_5f1a66858675d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2020 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2020 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ห่วงใย เตือนอันตรายการทำงานใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA มีความห่วงใยต่อผู้ปฏิบัติงานบนเสาไฟฟ้า รวมถึงการก่อสร้างใกล้แนวสายไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง เนื่องจากอาจทำให้ไม่ปลอดภัย เกิดไฟฟ้าลัดวงจร เป็นอันตรายบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ซึ่งทำหน้าที่จำหน่ายไฟฟ้าในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ มีความห่วงใยความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานใกล้กับแนวสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงในระบบจำหน่ายไฟฟ้าของ MEA สืบเนื่องจากปัจจุบันมีสถิติผู้ได้รับอุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับการทำงานใกล้สายไฟฟ้าบ่อยครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการที่ผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการทำงานใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง ทำให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทุพพลภาพ ที่ผ่านมา MEA ได้มีการประชาสัมพันธ์ จัดฝึกอบรม สัมมนา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการพาดสายสื่อสาร ผู้ทำงานใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง ผู้ประกอบการรถเครน ผู้ประกอบการป้ายโฆษณา และผู้รับเหมาที่ประกอบกิจการรับต่อเติมอาคารบ้านเรือนในเขตพื้นที่จำหน่ายของ MEA ให้ตระหนักถึงอันตรายจากกระแสไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA จึงแนะนำให้ระมัดระวังในการทำงานใกล้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง โดยศึกษาระยะห่างที่ปลอดภัย ตลอดจนหลีกเลี่ยงการสัมผัสสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าแรงต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะฝนตกหรือเปียกชื้นซึ่งอาจเกิดอันตรายจากไฟฟ้าช็อตได้ สำหรับระยะห่างที่ปลอดภัยสำหรับป้ายโฆษณาและเสาไฟฟ้าแรงสูงนั้น MEA กำหนดไว้ขึ้นอยู่กับจำนวนของลูกถ้วยบนเสาไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้รองรับสายไฟฟ้าและเป็นฉนวนไฟฟ้า ยิ่งมีลูกถ้วยมากแสดงว่าสายไฟฟ้านั้นมีขนาดแรงดันไฟฟ้าสูงมากเช่นกัน จึงทำให้ระยะห่างของป้ายโฆษณากับเสาไฟฟ้าก็จะต้องมีระยะห่างมากขึ้นตามลำดับ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายโฆษณาบนอาคารพาณิชย์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ลูกถ้วย 7 ชั้น ต้องมีระยะห่างมากกว่า 2.30 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ลูกถ้วย 4 ชั้น ต้องมีระยะห่างมากกว่า 1.8 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ลูกถ้วย 2-3 ชั้น ต้องมีระยะห่างมากกว่า 1.5 เมตร โดยที่ตัวระเบียงอาคาร จะต้องห่างจากลูกถ้วย 1.8 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้ายโฆษณาบิลบอร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ลูกถ้วย 7 ชั้น ต้องมีระยะห่างมากกว่า 2.30 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ลูกถ้วย 4 ชั้น ต้องมีระยะห่างมากกว่า 2.13 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การพาดสายสื่อสารหรือติดตั้งอุปกรณ์ใด ๆ บนเสาหรือสายไฟฟ้าของ MEA จะต้องได้รับอนุญาตทุกครั้งก่อนปฏิบัติงานเนื่องจากอาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางระบบไฟฟ้าทำให้ไฟฟ้าดับบริเวณกว้างได้ รวมถึงผู้ปฏิบัติงานต้องสวมหมวกใส่ถุงมือ สวมรองเท้าชุดแต่งกายตามมาตรฐาน ข้อกำหนดเรื่องอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) และปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้ กรณีมีการก่อสร้างอาคาร, สิ่งปลูกสร้าง, ป้ายโฆษณา ใกล้กับแนวสายไฟฟ้าแรงสูง ต้องแจ้งให้ MEA ทราบเพื่อให้คำแนะนำตรวจสอบติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าแรงสูงก่อนดำเนินงานก่อสร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากประชาชนพบเห็นสายไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของ MEA ชำรุด หรือไม่อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ สามารถแจ้งเหตุผ่าน MEA Smart Life Application และช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ MEA ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA Line@ : @meathailand Twitter : @mea_news รวมถึงแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงเขต ได้ทุกแห่ง และแจ้งผ่านศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69149</URL_LINK>
                <HASHTAG>การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, ผาสุก สัมปุณณะโชติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eec77f963dc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 15:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 06:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ห่วงใยสุขภาพประชาชนช่วงหน้าร้อน แนะใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยว่าเนื่องจากช่วงนี้ประเทศไทยมีสภาพอากาศที่ร้อนจัด และจากสถานการณ์ระบาดของ COVID-19 มีมาตรการขอความร่วมมือให้ทำงานที่บ้าน (Work from Home) เว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่พักอาศัยและทำงานอยู่กับบ้านใช้ไฟฟ้าตลอดทั้งวันประกอบกับอากาศที่ร้อนทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานมากขึ้นส่งผลให้มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยสูงขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่รับผิดชอบได้แก่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ MEA จึงมีความห่วงใยประชาชนให้ระวังอันตรายและความเจ็บป่วยจากสภาพอากาศร้อน โดยควรดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำควรรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารเพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินอาหารที่สำคัญคือควรหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านหรือออกกำลังกายกลางแดดเพราะอาจเสี่ยงเป็นโรคลมร้อนอันตรายถึงชีวิตหากจำเป็นควรหาอุปกรณ์ป้องกันแสงแดดและดื่มน้ำสะอาดเป็นระยะเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำโดยเฉพาะ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้เป็นโรคความดันโลหิตสูง เพื่อป้องกันการเป็นลมแดด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงจัดส่งผลให้มีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นโดยไม่รู้ตัวเพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าจะทำงานหนักมากขึ้นในเวลาเท่ากันในช่วงปกติ โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากช่วงนี้ส่วนใหญ่ประชาชนอาศัยอยู่ในบ้านตลอดเวลาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามาก เปิดปิดตู้เย็นบ่อยครั้ง ใช้พัดลมยาวนาน ปั๊มน้ำทำงานมากขึ้นเนื่องจากมีการใช้อุปโภคบริโภคมากขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นเหตุให้ค่าไฟมากขึ้นตามมาด้วย&amp;nbsp; วิธีการที่จะช่วยให้ใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยนอกจากการหมั่นดูแลบำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานและปลอดภัยอยู่เสมอแล้วการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ โดย ปิดสวิตช์ไฟดวงที่ไม่ใช้ ใช้เครื่องปรับอากาศในช่วงเวลาจำเป็น ปรับเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส&amp;nbsp; แต่หากต้องการความรู้สึกเย็นสบายเท่ากับ 24 องศาเซลเซียส ให้เปิดพัดลมช่วยโดยไม่ต้องลดอุณหภูมิของแอร์ การเปิดแอร์พร้อมพัดลมจะประหยัดไฟได้มากกว่าการลดอุณหภูมิของแอร์ เพราะพัดลมช่วยเพิ่มความเร็วลม เพิ่มการเคลื่อนที่ของอากาศ ทำให้รู้สึกเย็นสบายมากขึ้น ล้างเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หมั่นตรวจสอบสายไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าของท่านให้อยู่ในสภาพดีหากพบว่าชำรุดควรเปลี่ยนใหม่ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ รวมทั้งติดตั้งสายดินพร้อมเครื่องตัดไฟรั่วเพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า ควรปิดสวิตช์และถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่ก่อให้เกิดอัคคีภัย เลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงาน บำรุงรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้พร้อมใช้งานเพื่อความปลอดภัยอยู่เสมอ ทั้งหมดนี้จะเป็นการช่วยประหยัดพลังงานลดค่าไฟฟ้าลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลด้านการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ MEA ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line: @meathailand, Twitter: @mea_news, ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถดาวน์โหลด MEA Smart Life Application ฟรี ได้ที่ ได้ที่ App Store และ Google play คลิก&amp;nbsp; http://onelink.to/measmartlife&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63343</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, Energize smart living, Energy for city life, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, ผาสุก สัมปุณณะโชติ, สุขภาพ, ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e981404a95ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA พร้อมดูแลระบบไฟฟ้าช่วงวิกฤติ COVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า MEA เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานดูแลด้านระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาและผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ประกอบกับรัฐบาลกำหนดมาตรการป้องกันการระบาดโดยขอความร่วมมือประชาชนไม่เดินทางให้อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ นั้น MEA จึงได้เตรียมแผนรองรับการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงในด้านพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของประชาชนที่ใช้ไฟในบ้านอยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น MEA จึงดำเนินการบริหารจัดการด้านระบบไฟฟ้า ให้มีความมั่นคง เพียงพอ ปลอดภัย สามารถใช้ไฟฟ้าได้ต่อเนื่องในพื้นที่ให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ด้านระบบไฟฟ้านั้น MEA ลงพื้นที่บำรุงรักษาระบบจำหน่าย ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์บนเสาไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพ และการดำเนินงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง MEA มีโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นไฟฟ้าใต้ดิน และดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการดำเนินการโครงการเพิ่มเส้นทางการจ่ายไฟฟ้าด้วยระบบสายไฟฟ้าแรงสูงรองรับความต้องการการใช้ไฟฟ้าในย่านธุรกิจสำคัญใจกลางเมืองที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับระบบจำหน่ายไฟฟ้า ลดความเสี่ยงทางกายภาพที่อาจเกิดขึ้นกับสายไฟฟ้าแรงสูงบนพื้นดิน เช่น อุบัติเหตุ ตลอดจนลดผลกระทบจากพายุฝนตามช่วงฤดูกาล ตลอดจนมีการติดตั้งระบบไฟฟ้าสำรองในสถานที่สำคัญ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าของ MEA ได้ใช้เทคโนโลยีควบคุมระบบไฟฟ้า SCADA และระบบ DMS นำมาใช้เพื่อสั่งการจ่ายไฟ อัตโนมัติ จะช่วยในการบริหารจัดการ ตรวจสอบ วิเคราะห์ข้อมูลและการทำงานของระบบควบคุมแรงดัน เพื่อให้การจ่ายกระแสไฟฟ้ามีประสิทธิภาพและปลอดภัย พร้อมกันนี้ยังมีระบบการทำงานภาคสนาม FFM (Field Force Management) ทำให้สามารถแก้ไขไฟฟ้าขัดข้องได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องผ่าน MEA Smart Life Application ที่สามารถถ่ายภาพ แจ้งพิกัดแผนที่ได้ทันที พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าของ MEA มีประสิทธิภาพ มั่นคง ปลอดภัยมีความพร้อมอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของ MEA ชำรุด อยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line@ : @meathailand, Twitter : @mea_news, หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทุกเขต และ MEA Call Center 1130 อีกทั้งแจ้งผ่าน MEA Smart Life ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนระบบ iOS และ Android ของ MEA ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดาวน์โหลดฟรี คลิก http://onelink.to/measmartlife&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62813</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, Energize smart living, Energy for city life, กระทรวงมหาดไทย, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, ผาสุก สัมปุณณะโชติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200411/image_big_5e914f46cc121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59265</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA กำหนดมาตรการคุมเข้มรับมือ COVID–19 ฆ่าเชื้อ ตรวจคัดกรองก่อนเข้าอาคาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (9 มีนาคม 2563) นางสาวผาสุก สัมปุณณะโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA กล่าวว่า MEA ออกประกาศมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และดำเนินการตั้งจุดตรวจคัดกรองผู้ปฏิบัติงานและบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อก่อนเข้าอาคาร MEA รวมถึงบริเวณห้องชำระค่าไฟฟ้า ด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย (Thermoscan) ทำความสะอาดพื้นที่ พร้อมทั้งฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในบริเวณให้บริการลูกค้าและภายในอาคารสำนักงาน เพื่อสร้างความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ MEA ได้ออกประกาศคำสั่งภายในเพื่อให้พนักงานปฎิบัติตามนโยบายรัฐบาลอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังได้ให้ความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเชื้อ COVID-19 คำแนะนำวิธีปฏิบัติตนผ่านช่องทางสื่อสารของ MEA เพื่อให้พนักงานและประชาชนมีความเข้าใจและสามารถดูแลตนเองและคนใกล้ชิดได้อย่างถูกวิธี สำหรับคำแนะนำการป้องกันควบคุมโรคเชื้อไวรัส COVID-19 จากกระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาพ ป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัส คือ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ให้หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนอยู่แออัด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หลีกเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ใช้มาตรการ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ และสวมหน้ากากผ้าเพื่อป้องกันโรค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่เดินทางไปและกลับจากประเทศที่มีความเสี่ยง หรือพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของโรค ควรปฏิบัติตามมาตรการและข้อแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขโดยเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และลดความเสี่ยงที่เกิดการแพร่กระจายของเชื้อในวงกว้าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59265</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA, คัดกรอง, ฆ่าเชื้อ, ผาสุก สัมปุณณะโชติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200309/image_big_5e6624edec6b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
