<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปคบ.จับสินค้าโควิดเถื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตำรวจ ปคบ. ร่วมกับคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าจับกุมแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ป้องกันโควิด-19 ผิดกฎหมาย เครื่องมือแพทย์ประเภทชุด PPE , เครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว และเจลแอลกอฮอล์ พร้อมยึดผลิตภัณฑ์สมุนไพร (เหลียนฮัวชิงเวินแคปซูล) ที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ไม่มีทะเบียนตำรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 6 ก.ย.2564 พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. และ ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข และรักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมแถลงผลการจับกุมผลิตภัณฑ์ป้องกันโควิด-19 ผิดกฎหมาย เช่น ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร, เครื่องมือแพทย์ประเภทชุด PPE, เครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว และเจลแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหลายรายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจ ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. จับกุมสินค้าป้องกันโควิดที่เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา นำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี ตรวจค้นบ้านพัก ม.3 ซ.คลองหลวง 24 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พบชุด PPE จำนวน 4,650 ชิ้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงยึดนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 31 ส.ค. นำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี ตรวจค้นบ้านพัก ม.17 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบเครื่องตรวจวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว จำนวน&amp;nbsp; 670 ชิ้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รับอนุญาตและทดสอบ เบื้องต้นพบว่ามีการแสดงผลการตรวจวัดออกซิเจนที่ผิดเพี้ยน จึงได้ตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน โดยทั้ง 2 คดี พบความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 ฐาน &amp;ldquo;ขายเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือแจ้งรายการละเอียด หรือจดแจ้ง&amp;rdquo; มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น วันที่ 2 ก.ย. เจ้าหน้าที่นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ตรวจค้นบ้านพัก ม.1 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบเจลแอลกอฮอล์ขนาด 100 มล. จำนวน 3,000 ขวด, ขนาด 1,000 มล. จำนวน 48 แกลลอน, ขนาด 200 ล. จำนวน 3 ถัง และอุปกรณ์การผลิตหลายรายการ จึงได้ตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน เบื้องต้นพบความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 ฐาน &amp;ldquo;ผลิตเครื่องสำอางโดยไม่ได้จดแจ้ง&amp;rdquo; มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังตรวจยึดผลิตภัณฑ์สมุนไพร (เหลียนฮัว ชิงเวินแคปซูล) ที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ไม่มีทะเบียนตำรับ จำนวนกว่า 70,000 แคปซูล เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.สมุนไพร พ.ศ.2562 ฐาน &amp;ldquo;ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการสอบสวนผู้ลักลอบจำหน่ายเครื่องตรวจวัดออกซิเจนพบว่าซื้อมาจากเพจในประเทศจีน ราคา 60 บาท ก่อนนำมาขายต่อราคาหลัก 100 บาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เตรียมแจ้งความเอาผิดผู้ต้องหา 4 ราย ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ภญ.สุภัทรากล่าวว่า จากการตรวจสอบในครั้งนี้พบผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายที่อาจเป็นอันตรายต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งผลิตภัณฑ์สมุนไพรไม่มีทะเบียนตำรับซึ่งมีการจดทะเบียนในประเทศไทยถูกต้องแต่ลักลอบปลอมขึ้นมา ส่วนเครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่ยังไม่ได้รับอนุญาต เช่น ชุด PPE กับเครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว พบว่าไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. และเจลแอลกอฮอล์ ตรวจสอบพบว่าสวมเลข อย.ปลอม จึงขอเตือนผู้ประกอบการทั้งหลาย อย่าเห็นแก่รายได้ขายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้กับประชาชน เพราะกำลังทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรักษา หรือผู้ที่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 มากยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115817</URL_LINK>
                <HASHTAG>PPE, ปคบ., ผลิตภัณฑ์ป้องกันโควิด, ผิดกฎหมาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135fd3403dd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรมควบคุมโรค&#039;แจ้ง &#039;หอพัก-บริษัท&#039; ไล่ผู้ติดเชื้อโควิดออกจากที่พักและงานมีความผิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ก.ค.64 นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อออนไลน์ คือ มีลูกจ้างคนหนึ่งถูกนายจ้างไล่ออกจากงานและที่พักพร้อมภรรยาและบุตร หลังไปแจ้งผลการตรวจพบเชื้อโควิดเพื่อให้นายจ้างได้รับทราบ เพราะกลัวผู้ร่วมงานติดเชื้อด้วยว่า การไล่ผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยโควิด19 จะทำให้เกิดผลเสีย และอาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 &amp;nbsp;เนื่องจากอาจทำให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายออกไปในวงกว้างยากต่อการควบคุมโรค อาจทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย &amp;nbsp;ดังนั้นสิ่งสำคัญ คือ หากพบผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคโควิด19 ให้เจ้าของ &amp;nbsp;บ้านเช่า หอพัก หรือเจ้าของสถานประกอบการ รีบแจ้งต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งอาจเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงาน ในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทราบและเริ่มการสอบสวนควบคุมโรคโดยเร็ว &amp;nbsp;ทั้งนี้ขอให้ประชาชนทุกคนร่วมมือกันปฏิบัติตาม และร่วมกันเป็นหูเป็นตาให้กับภาครัฐ เพื่อช่วยให้ผู้ติดเชื้อไม่ว่าจะมีอาการป่วยปรากฏแล้วหรือยังไม่มีอาการก็ตาม ได้รับการดูแลรักษาตามมาตรฐาน มีความปลอดภัย และลดโอกาสแพร่เชื้อต่อไปยังผู้อื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับการแจ้งข้อมูลต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ เมื่อพบผู้ที่เป็นหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคโควิด19 ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 กรณีที่ผู้แจ้งเป็นเจ้าบ้านหรือเป็นผู้ควบคุมดูแลบ้าน ให้แจ้งชื่อที่อยู่ของตนเอง ความสัมพันธ์กับผู้ที่ป่วยหรือสงสัยว่าป่วยเป็นโรคติดต่ออันตราย พร้อมแจ้งชื่อ อายุ เพศ สัญชาติ ที่อยู่ปัจจุบันของผู้ป่วย แจ้งวันเริ่มป่วย และอาการสำคัญที่ปรากฏด้วย ในกรณีที่เป็นเจ้าของหรือผู้ควบคุมสถานประกอบการ ให้แจ้งชื่อ ที่อยู่ สถานที่ทำงานของตนเอง แจ้งความสัมพันธ์กับผู้ที่ป่วย แจ้งชื่อ อายุ เพศ สัญชาติ ที่อยู่ปัจจุบัน และอาการสำคัญของผู้ป่วยด้วย โดยสามารถแจ้งข้อมูลดังกล่าวไปยังศูนย์บริการสาธารณสุข ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือสำนักอนามัย กทม. หรือสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรค หรือโรงพยาบาลของรัฐใกล้บ้าน ส่วนการหาเตียงให้ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยที่มีหลักประกันสุขภาพ ติดต่อกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) โทร. 1330 &amp;nbsp;หรือกรณีเป็นผู้ประกันตน แจ้งสำนักงานประกันสังคม (สปส.) โทร. 1506 &amp;nbsp;จะมีเจ้าหน้าที่ประเมินอาการเบื้องต้น ถ้ามีอาการไม่รุนแรง จะแนะนำให้แยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ก่อน โดยจะจัดส่งชุดเวชภัณฑ์ดูแลรักษาโรคเบื้องต้นไปให้ที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยไม่สามารถแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ได้ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจขั้นยืนยันผลด้วยวิธี RT-PCR อีกครั้ง หากผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ จะทำการส่งตัวเข้าศูนย์พักคอย (Community Isolation) เพื่อให้ผู้ป่วยเข้ามาอยู่ในความดูแลของบุคลากรทางการแพทย์และรับยาได้ทันที โดยในส่วนของศูนย์พักคอยฯ จะมีใบยินยอม (consent form) ให้ผู้ป่วยกรอกรายละเอียดข้อมูลก่อนเข้ารับการรักษาในศูนย์พักคอย หรือในกรณีที่ผู้ป่วยเดินทางไปตรวจที่หน่วยบริการ ซึ่งทำการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit แล้วมีผลเป็นบวกที่แสดงว่าติดเชื้อ จะทำการส่งตัวเข้าศูนย์พักคอยก่อน โดยไม่ต้องรอผลตรวจตรวจ RT-PCR ระหว่างนี้ให้แยกอยู่ไม่ปะปนกับผู้ป่วยยืนยันรายอื่นๆ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมศูนย์พักคอย เพื่อรองรับผู้ป่วยตามนโยบายของ ศบค. โดยมีเป้าหมายกำหนดให้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งมี 50 สำนักงานเขต ต้องมีเขตละ 1 ศูนย์ ศูนย์ละ 100 เตียง และหากเป็นไปได้ บางเขตมีได้ 2 ศูนย์ ซึ่งจะได้เตียงผู้ป่วยเพิ่มอีก 5,000 เตียง หรือหากทุกเขตใน กทม. มี 2 ศูนย์พักคอยในแต่ละเขต เราจะได้เตียงผู้ป่วยเป็น 10,000 เตียง ซึ่งตอนนี้ กทม.เปิดศูนย์พักคอยรองรับแล้ว 49 เขต ในพื้นที่ 47 เขต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โทร.0 2245 4964&amp;rdquo; นพ.โสภณ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111017</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมควบคุมโรค, นายจ้างไล่ออกจากงาน, ผิดกฎหมาย, หอพัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fce61275357.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลเผยปชช.แจ้งเบาะแสทำผิดกฎหมายอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานการดำเนินงานตามที่ได้รับการแจ้งข้อมูลเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายและการร้องเรียนที่เป็นเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 และสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รายงานผลการดำเนินงานถึง 28 กุมภาพันธ์ พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กรณีแรงงานเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้รับแจ้งข้อมูล จำนวน 44 เรื่อง ซึ่งได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายแล้วเสร็จ จำนวน 30 รายการ จับกุมดำเนินคดี จำนวน 5 คดี ผู้กระทำความผิด 6 ราย ตรวจสอบและไม่พบการกระทำความผิด จำนวน 25 รายการ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 14 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรณีสถานที่เล่นการพนันเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้รับแจ้งข้อมูล จำนวน 314 เรื่อง โดยได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายแล้วเสร็จ จำนวน 187 รายการ จับกุมผู้กระทำความผิด 21 คดี ตรวจสอบและไม่พบการกระทำความผิดจำนวน 166รายการ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 127 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่นอกเหนือจากการเข้าเมืองผิดกฎหมายและการเปิดสถานที่เล่นการพนัน ซึ่งได้รับแจ้งข้อมูล จำนวน 231 เรื่อง โดยได้ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายตามที่ได้แจ้งข้อมูลแล้วเสร็จ จำนวน 89 รายการ จับกุมดำเนินคดี จำนวน 12 คดี ผู้กระทำความผิด 25 ราย และตรวจสอบและไม่พบการกระทำความผิด จำนวน 77 รายการ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 142 เรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามที่ได้รับการร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ และสอบถามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโควิด -19 ซึ่งได้รับแจ้งข้อมูล จำนวน 109,097 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 108,874 เรื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการ 223 เรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขทุกปัญหาที่ได้รับการร้องทุกข์และการแจ้งข่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งให้ประชาสัมพันธ์ผลการปฏิบัติการทั้งการจับกุมดำเนินคดีด้วย และขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการแจ้งข้อมูล เพื่อนำไปสู่การตรวจสอบพยานหลักฐานในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐบาลสนับสนุนการมีส่วนร่วมตรวจสอบภาคประชาชน หากใครพบเห็นการกระทำหรือการปล่อยปละละเว้นการกระทำซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายและส่งผลกระทบเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคอย่างรุนแรง สามารถแจ้งเบาะแสมายังศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 ทำเนียบรัฐบาลได้ทุกวัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94874</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, นายอนุชา บูรพชัยศรี, ผิดกฎหมาย, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, โควิด-19, โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e04c71112c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 06:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 06:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นั่นไง!&#039;โบว์&#039;เตือนก่อนแชร์คลิปม็อบมุ้งมิ้งเปิดฟังก่อนเพราะผิดกฎหมายพลาดแล้วคือหนักเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.63- น.ส. ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ แนวร่วมพรรคฝ่ายค้าน &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ว่าก่อนแชร์คลิปการชุมนุมบางแห่ง เปิดฟังสักหน่อยก่อนนะคะ ถ้าฟังแล้วตัดสินใจแชร์ไปก็ไม่เป็นไร ถือว่าพร้อม แต่ถ้าแชร์โดยไม่ทันได้ฟังว่ามันผิดกฎหมาย ถึงเวลามีปัญหาจะตั้งตัวไม่ทัน (ส่วนใหญ่ไม่ค่อยผิดค่ะ แต่บางอันถ้าพลาดคือหนักเลย จึงควรฟังก่อนแล้วตัดสินใจเอง).&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72674</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิปชุมนุม, ผิดกฎหมาย, โบว์ อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f1f6730311b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุรินทร์ฟันโก่งค่าหน้ากาก จับLazadaรวดเดียว3คดี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จุรินทร์-พาณิชย์ลุยจัดหนักจัดเต็มแก๊งกักตุน-โก่งราคาหน้ากากอนามัย แถลงจับ Lazada รวดเดียว 3 คดี เตือนใครคิดหาลู่ทางค้ากำไรเกินควรระวังผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2563 ตึกบัญชาการ ห้อง 301 ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์, นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน, นายสุชาติ สินรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์, นายชาตรี อารีวงศ์ ผู้อำนวยการกองตรวจสอบและปฏิบัติการ, นายวรพจน์ แพรัศมี นิติการชำนาญการพิเศษ, นายสรวุฒิ ฉายาวิริยะ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ, นายธีระพัฒน์ พรหมมา นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ, &amp;nbsp;นายธวนิช เมตตา นักวิชาการพาณิชย์ปฏิบัติการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ในการดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องกฎหมายในความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับคณะทีมงาน แถลงการจับกุมผู้กักตุนและขายหน้ากากอนามัยเกินราคา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า ผลการดำเนินการติดตามในเรื่องของการค้าผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม เราได้มีการดำเนินการมาโดยลำดับนั้น ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์เชิญแพลตฟอร์มที่มีการค้าออนไลน์ที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทำผิดกฎหมาย และได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนมาพบที่กระทรวงพาณิชย์แล้ว และได้เตือนให้ระมัดระวังอย่าให้กระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้น โดยอาศัยแพลตฟอร์ม และปลัดกระทรวงให้ทำหนังสือเป็นทางการจะให้แพลตฟอร์มต่างๆ ได้รับทราบถึงข้อกฎหมายและโทษที่จะได้รับหากปล่อยให้มีการกระทำผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มนั้นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวันนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินคดีกับแพลตฟอร์มลาซาด้า (LAZADA) จำนวน 3 คดี ประกอบด้วย 1.คดีที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งได้มีผู้ร้องมาที่สายด่วน 1569 การติดตามและเจ้าหน้าที่ได้ติดตาม จนมีการทราบว่าร้านขายยาชื่อดีดี ฟาร์มา มีการค้าออนไลน์บนลาซาด้า พบของกลางจำนวน 28 กล่อง เป็นหน้ากากอนามัยและมีโค้ดลาซาด้าอยู่บนกล่องที่เตรียมการในการที่จะส่งมอบให้กับผู้ซื้อปลายทาง พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหา 2 ข้อหาเบื้องต้น คือ ขายเกินราคา และขายเกินราคาอันสมควร สำหรับการขายเกินราคาชิ้นละ 2.50 บาท ได้ขายกล่องละ 1,100 บาท ซึ่งเฉลี่ยชิ้นละประมาณ 22 บาท และขายเกินราคาสมควรคือค่ากำไร ราคาโทษไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนค้ากำไรเกินควร จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้ง 2 กระทง และวันที่ 11 มีนาคม หลังจากขยายผลในเรื่องนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ของพาณิชย์จังหวัดนครปฐมได้เข้าแจ้งความเวลา 10.00 น. กับกรรมการผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทยของลาซาด้าในฐานะตัวการร่วม ซึ่งมีโทษเท่ากัน และพนักงานสอบสวนได้รับคดีเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การดำเนินการร้านที่จำหน่ายหน้ากากสีเขียวที่ใช้ทางการแพทย์ ในราคา 1,099 บาท ตกเฉลี่ยชิ้นละ 22 บาท โดยได้มีการเซ็นรับของเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 เวลา 15.00 น. และมีการบันทึกปากคำเจ้าหน้าที่ของบริษัทขนส่งที่มาส่งที่ปลายทาง โดยมีหลักฐานใบสั่งซื้อ มีหลักฐานเอกสารของลาซาด้าในการรับคำสั่งซื้อและรหัสการสั่งซื้อครบถ้วน โดยผู้ที่จำหน่ายคือร้าน 928 Shop เท่าที่ติดตามทราบว่าปิดร้านไปแล้ว แต่หลังจากแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์จะไปแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน คือ ตำรวจ ปคบ. คือตำรวจที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการคุ้มครองบริโภคที่ศูนย์ราชการ ในข้อหาขายเกินราคาควบคุมและค้ากำไรเกินควร โดยจะแจ้งข้อหากับร้าน 928 Shop และลาซาด้าที่เป็นแพลตฟอร์มให้มีการค้าผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.กรณีที่จังหวัดนครปฐม ร้านที่ดำเนินการขายผิดกฎหมาย คือ Appliance &amp;amp; Safety (NK) โดยขายในราคากล่องละ 1,299 บาท ชิ้นละ 26 บาท จะแจ้งข้อหาขายเกินราคากำหนดและค้ากำไรเกินควรเช่นเดียวกัน และจะดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เราพบว่ามีความพยายามที่จะหาลู่ทางในการค้ากำไรเกินควร โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบไปขายตามราคาควบคุม แต่คิดค่าขนส่งแพงมาก ขอเตือนว่าผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน จะเข้าข่ายขายเกินราคาและขายในราคาสูงเกินสมควร ใน 2 ข้อหาเช่นเดียวกัน เพราะคำว่าราคาควบคุมนั้นรวมทั้งตัวสินค้าและค่าบริการด้วย ดังนั้นค่าขนส่งถือเป็นค่าบริการ ถือว่าอยู่ในกฎหมายเช่นเดียวกัน ใครที่กำลังทำอยู่ก็มีความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคำถามที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองเล็กพรรคหนึ่งส่อกระทำความผิดนั้น นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรณีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลซึ่งอยู่ในพรรคการเมืองก็ไม่มีการยกเว้น ทั้งนี้ ได้เข้าร่วมกับพนักงานสอบสวนในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นทั้งในส่วนที่เป็นข่าวและในส่วนที่เกิดขึ้นใหม่ก็จะได้ตามสืบสวนสอบสวนต่อไป หากพบกระทำผิดกฎหมายได้ก็จะดำเนินการทันที กรณีพี่ขาวหมายถึงบุคคลในพรรคภราดรภาพนั้นก็เช่นกัน กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย หากประชาชนจะให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสและข้อมูล สามารถประสานงานได้ที่สายด่วน 1569 ทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า คดีที่เกี่ยวกับนาย &amp;quot;บอย&amp;quot; ได้นำไปสู่การดำเนินคดีเกิดมาจากที่ทางสายตรวจของกระทรวงพาณิชย์ได้นำเรื่องนี้ไปหารือเพื่อที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการโพสต์ลงใน Facebook โดยใช้ชื่อจริงก็ส่งให้ความร่วมมือกับกองบังคับการปราบปรามผู้บริโภคสืบสาวราวเรื่อง พบว่าอยู่จังหวัดชลบุรี และมีการลงโดยใช้บัญชีของธนาคารกสิกรไทยจนตามเจอตัวแล้วได้ติดตามและเข้าไปใน Facebook ปรากฏว่า Facebook ปิดไปแล้ว และตรวจสอบโทรศัพท์ที่ลงไปไว้ โทร.ไปแล้วปรากฏว่าเบอร์โทร.นี้ยังไม่จดทะเบียนในระบบ เข้าใจว่ามีการปิดไปแล้วไม่นานนี้ จึงมีเสียงตอบรับว่ายังไม่จดทะเบียนในระบบ แต่ไม่ได้ตัวบุคคลมา ก็ส่งพนักงานสอบสวน เจ้าพนักงานสอบสวนก็กำลังขยายผลในเรื่องอื่นต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของข้อหาอาจจะได้ถึง 3 ข้อหา หนึ่งมีสินค้าไว้และไม่แจ้งปริมาณการเก็บสินค้าคงเหลือ ในกรณีที่เป็นตัวแทนจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และอาจเป็นข้อหามาตรา 25 (1) ขายเกินราคาควบคุม จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และสุดท้าย มาตรา 29 จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท ตอนนี้อยู่ในมือของพนักงานสอบสวนแล้ว ทางกระทรวงพาณิชย์โดยทีมงานสายตรวจของกรมการค้าภายในกำลังสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลที่นำส่งให้กับพนักงานสอบสวนทำการดำเนินคดีได้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้กรมการค้าภายในลงตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่ามีการเก็บของอยู่ 12,500 ชิ้น ในเรื่องนี้ทางกรมการค้าภายในได้มอบอำนาจให้มีการออกหมายเรียกมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนข้อหาอื่นคือพนักงานสอบสวนพบว่าตึกนี้เป็นที่ทำการของบริษัทตามข่าว และได้มีการตรวจสอบในเรื่องของสถานะของบริษัท พบว่าบริษัทนี้มีชื่อนายพันยศเป็นผู้ถือหุ้น และมีอีกคนหนึ่งที่อาจจะเกี่ยวข้องคือเหรัญญิกพรรคภราดรภาพเป็นผู้ถือหุ้นเหมือนกัน แต่ได้ยกเลิกบริษัทไปแล้วและเสร็จสิ้นการชำระบัญชีไปแล้ว ขณะนี้ถือว่าไม่มีบริษัทอีกต่อไป โดยจะส่งให้ทางโทรศัพท์ หรือว่ามีการใช้ชื่อบริษัทนี้ในนามนิติบุคคลไปทำธุรกิจได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเกี่ยวข้องกับหน้ากากอนามัย ส่วนเรื่องของการกักตุนนั้นก็จะต้องพิจารณาว่าความผิดครบองค์ประกอบหรือไม่ เบื้องต้นความผิดครบก็ต้องดำเนินคดีไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีมีการถามถึงการส่งออกที่ระบุว่ากรมศุลกากรแถลงนั้น นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า สำหรับหน้ากากอนามัย ทางการแพทย์นั้นไม่อนุญาตให้ส่งออก ยกเว้นประเภทที่บ้านเราไม่ใช้หรือมีลิขสิทธิ์ไม่สามารถนำมาใช้ในบ้านเราได้ เป็นการรับจ้างผลิตมีเครื่องหมายการค้า เช่นนั้นถ้านำมาใช้จะมีปัญหาเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ ยืนยันว่าหน้ากากอนามัยที่ประเทศไทยเราใช้ในบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนใช้อยู่ปัจจุบันนี้ไม่มีการส่งออก อย่างไรก็ตาม จะต้องดูรายละเอียดของประกาศกฎหมายและวันเวลาด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59511</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, Lazada, กระทรวงพาณิชย์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ผิดกฎหมาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน้ากากอนามัย, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e68f91818a11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58299</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2020 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2020 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนแล้วนะ  &#039;สมชาย&#039; ชี้ใช้ชื่อ &#039;อนาคตใหม่&#039; เคลื่อนไหวการเมืองผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว สมชาย แสวงการ ระบุว่า ฝากเตือนไปยังคณะบุคคลที่ใช้ชื่อคณะอนาคตใหม่หรือชื่อย่อหรือโลโก้ของพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกศาลสั่งยุบพรรคไปแล้วไม่ว่าจะประการใดๆใช้ไม่ได้แล้วนะครับ ผิดกฎหมาย ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา ๙๔ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรคการเมืองใดแล้ว ให้นายทะเบียน ประกาศคำสั่งยุบพรรคการเมืองนั้นในราชกิจจานุเบกษา และห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมาย ของพรรคการเมืองซ้ำ หรือพ้องกับชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองที่ถูกยุบนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ระวังการทำผิดกฎหมายซ้ำเตือนด้วยความหวังดีว่าคดีที่มีก็มากพอแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58299</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, ผิดกฎหมาย, สมชาย แสวงการ, ห้ามใช้โลโก้พรรคที่ถูกยุบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191210/image_big_5deedd902fd0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2019 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2019 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โวยกกต.เร่งสอบพรรคตรงข้ามรบ. ยื้อสอบพปชร.ผิดกม.เลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ. 62 - น.ส.พรพรหม พรหมชาติ รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า กรณีที่เคยตั้งข้อสังเกตเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2561 &amp;nbsp;เรื่องพรรคพลังประชารัฐจัดระดมทุนเมื่อ 19 ธ.ค. 61จัดงานมินิคอนเสิร์ต ผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 ข้อ 3 &amp;nbsp;หรือไม่ และมีหลายๆ คนได้ร้องเรียนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบทั้งกรณีที่มาของทุน และเรื่องการหาเสียงที่มีความน่าสงสัยว่าจะผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบ 2 เดือนแล้ว ตนจึงต้องออกมาทวงถาม กกต. ว่าพิจารณาเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ด้วยความที่อยู่ในขบวนการต่อสู้ภาคประชาชนที่ได้รับความอยุติธรรมมาตลอด เมื่อผันตัวมาสู่การเมืองภาครัฐสภา จึงตั้งมั่นว่าจะต่อสู้เพื่อขจัดความอยุติธรรมให้หมดไป ทำให้ทนไม่ได้ที่เพิ่งเข้ามาสู่การเมืองภาครัฐสภาไม่ถึงครึ่งปี จะต้องทนกับความไม่เท่าเทียมอีก จึงขอเรียกร้องให้ กกต. พิจารณา ข้อรัองเรียนตามลำดับ ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะข้อร้องเรียนฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามอำนาจรัฐปัจจุบัน&amp;quot; รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29012</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ผิดกฎหมาย, พปชร., พรพรหม พรหมชาติ, เพื่อชาติ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190213/image_big_5c6388070ca5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
