<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนระวังภัย SMS ไลน์ เฟซบุ๊ก แอพพลิเคชั่นเงินกู้ ซ้ำเติมความเดือดร้อนโควิดระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ต.ค. 64-พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงภัยมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น หรือ แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ SMS ไลน์ เฟซบุ๊ก สร้างความเสียหายซ้ำเติมความเดือดร้อนประชาชนห้วงการแพร่ระบาดโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้พี่น้องประชาชนมีความจำเป็นปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำกิจกรรมหรือธุรกรรมต่างๆ โดยหันมาทำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หรือแอพพลิเคชั่นมากขึ้น แต่ก็มีเหล่ามิจฉาชีพได้อาศัยช่องว่างดังกล่าว ในการหาผลประโยชน์โดยทุจริต หลอกลวง ด้วยการโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะต่างๆ ส่ง SMS ไลน์ เฟซบุ๊ก ผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือการชักชวนให้มาลงทุนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งมักจะมีข้อเสนอในลักษณะที่ให้ผลตอบแทนสูง ง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อ โหลดแอพพลิเคชั่นมาใช้ พร้อมยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพสามารถนำข้อมูลไปสร้างความเสียหายและอาจส่งผลให้เกิดอาชญากรรมอื่นตามมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยประชาชนเกี่ยวภัยการจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว ซึ่งประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อและเป็นการสร้างความเสียหายซ้ำเติมความเดือดร้อนห้วงการแพร่ระบาดโควิด-19 จึงได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีมาตรการและดำเนินการป้องกันปราบปรามตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลโดยสั่งการและกำชับไปยังหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องทุกพื้นที่ ให้ทำการสืบสวนสอบสวน ปราบปราม กลุ่มมิจฉาชีพ สืบสวนขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาดจริงจังต่อเนื่อง และมีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำลักษณะดังกล่าวนอกจากจะเป็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนกันอยู่แล้วและยังเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและความผิดฐานฉ้อโกง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในฐานความผิดดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายจะต้องเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนในท้องที่ เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด รวมถึงเตรียมหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักฐานการโอนเงิน บันทึกการสนทนา รายการเดินบัญชีธนาคาร เป็นต้น เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ในห้วงเดือน มิ.ย.63 - ก.ย.64 ที่ผ่านมา ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปน.ตร.) ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการก่อเหตุหลอกลวงการกู้เงินออนไลน์ จำนวน 1,300 กว่าครั้ง ซึ่งสถิติมีแนวโน้มสูงขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีการปราบปรามจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายและการสร้างการรับรู้ในช่องทางต่างๆมากขึ้นก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ถึงแนวทางการป้องกันการถูกหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มหรือแอพพลิเคชั่นออนไลน์ SMS ไลน์ เฟซบุ๊ก โดยต้องตรวจสอบข้อมูลของผู้ให้กู้และรายละเอียดการกู้ให้ดีเสียก่อน ระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว หรือเลือกผู้ให้บริการสินเชื่อที่เป็นสถาบันทางการเงินที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ส่วนเรื่องการลงทุนในต่างๆ ก็ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือ หลีกเลี่ยงการลงทุนที่มีข้อเสนอที่ฟังดูดีเกินกว่าจะเป็นไปได้หรือมีเงื่อนไขในลักษณะที่ได้ผลตอบแทนสูง ง่าย ไม่ซับซ้อน นอกจากนี้หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118417</URL_LINK>
                <HASHTAG>SMS หลอกลวง, ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156941be661f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67855</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 07:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะพัด!!อุ้มกลางกรุงพนมเปญ เจ้าของเพจ&#039;กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ&#039;หนีหมายจับพรบ.คอมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63 - เมื่อวันพฤหัสบดีสำนักข่าวประชาไท รายงานว่า นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 37 ปี ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่พักอาศัยอยู่ประเทศกัมพูชา ถูกอุ้มหายตัวไปจากหน้าคอนโด ที่กรุงพนมเปญ เมื่อเย็นวันนี้ เวลา 17.54 น. ที่ผ่านมา ขณะเดินลงมาซื้อลูกชิ้นปิ้งหน้าคอนโด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามเข้าไปช่วย แต่กลุ่มคนที่มาอุ้มตัวมีอาวุธปืนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวเล่าด้วยว่า ขณะเกิดเหตุตนโทรศัพท์คุยกับวันเฉลิม โดยเสียงสุดท้ายที่ได้ยินจากวันเฉลิมผ่านโทรศัพท์คือ &amp;quot;โอ๊ย หายใจไม่ออก&amp;quot; ก่อนสายจะตัดไป แต่ในขณะนั้นตนเข้าใจว่าเกิดอุบัติเหตุ และวันเฉลิมบาดเจ็บ จึงพยายามโทรกลับไปถามอีกประมาณครึ่งชั่วโมง รวมทั้งติดต่อเพื่อนของวันเฉลิม ให้ช่วยตรวจสอบที่คอนโด จึงทราบว่า วันเฉลิม หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความว่าหลังจากที่เคลียร์กับผู้เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่าเผยแพร่ได้แล้วจึงขอโพสต์อีกครั้ง ตอนนี้ได้ข่าวว่ามีผู้ลี้ภัยทางการเมือง พี่วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกอุ้มขึ้นรถเก๋งหายไปจากหน้าคอนโดที่พนมเปญตั้งแต่ช่วง 4 โมงเย็น ติดต่อไม่ได้ตอนนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม ผมก็ไม่ทราบว่าจะทำยังไงได้บ้างนอกจากส่งใจ
#มาตรา112 #ม112 #saveวันเฉลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อ 25 มิ.ย.61 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.แถลงออกหมายจับเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ&amp;rdquo;ซึ่งได้ลงทะเบียนใช้ในชื่อบัญชี &amp;ldquo;Wanchalearm Satsaksit&amp;nbsp; คือ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ อายุ 35 ปี มีที่อยู่ตามทะเบียนบ้านปรากฏในจังหวัดอุบลราชธานี จากการสืบสวนเชิงการสืบสวนเชิงลึกพบว่าหลบหนีพักอาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าวในความผิดฐาน &amp;ldquo;นำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน&amp;rdquo; ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ระบุว่า มีการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยได้มีการโพสต์บทความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาลในเพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ&amp;rdquo; จำนวน 2 โพสต์ ได้แก่ &amp;ldquo;ยาเสพติดระบาดหนักในหลายชุมชน จนท.ทหารหลายพื้นที่ ทำงานเป็นคนดูแลความสงบให้แก่พวกขายยา (กล่าวลอยๆ) โดยทำงานร่วมกับตำรวจท้องที่ ลองดูสิ เยอะจริงๆ ยกตัวอย่างแถวบ่อนไก่ก็ตำรวจ-ทหารเป็นหูเป็นตาให้ผู้ค้าเองด้วย ป.ป.ส.มาสืบเองก็คงมีข้อมูลแล้ว แต่ก็ไม่ทำอะไร ประชาชนในชุมชนอยู่กันอย่างหวาดระแวง ลักเล็กขโมยน้อยเกิดขึ้นประจำ นี่หรือคือยุคที่ คสช.อ้างว่าสงบสุข แต่ยาเสพติดกลับทะลักเข้ามาทำลายอนาคตของประเทศ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;คสช. ตั้งเป้าดูด 300 หัว เพื่อมาสนับสนุนตนเอง และไม่ใช่ดูดธรรมดามีการจ่ายเงินค่าดูดและเจรจาพักคดีด้วยทีนี้ ท่านคิดกันเล่นๆดูว่าเงินค่าดูด มาจากไหน? ส่วนเท่าไหร่ จากไหน จากใครบ้าง ไว้จะเปิดเผยภายหน้า อิอิ&amp;rdquo; จากนั้น นำมาเป็นสื่อกระจายแก่บุคคลต่างๆ ซึ่งการดัดแปลงดังกล่าว อาจส่งผลทำให้ประชาชนที่ได้รับสื่อเกิดความตื่นตระหนก และหลงเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67855</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์, อุ้มกลางกรุงพนมเปญ, เว็บไซต์ประชาไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5ed9895da0817.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักวิชาการอิสระ&#039; ตบเกรียนด่ารัฐบาลขอร้านค้าเก็บข้อมูล WiFi ชี้กม.มีนานแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.62 - นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยกล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลขอความร่วมมือให้ร้านค้าเก็บข้อมูลผู้ใช้ Wi-Fi ว่าเรื่องการเก็บรักษาข้อมูลของผู้ให้บริการ wifi 90 วันที่ออกมาดิ้นกันนี่ผมคิดว่าเป็นดราม่าพยายามปั่นกันนะครับ เพราะกฎหมายข้อนี้ใช้บังคับมาตั้งแต่ปี 2550 หรือเมื่อ 12 ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเก็บ log นั้นจะทำให้ผู้ให้บริการปลอดภัยจากเรื่องคดีต่างๆ ที่จะตามมา อย่างเช่นมีใครใช้ wifi ในร้านเผยแพร่ภาพโป๊ ข้อความหลอกลวงประชาชน หรือแม้แต่ใช้ทำธุรกรรมผิดกฎหมาย เจ้าของร้านจะแสดง log แล้วพ้นความเกี่ยวข้องนั้นในทันที และความผิดนั้นจะไปตกที่คนก่ออาชญกรรมที่มาใช้ตามที่แสดงใน log นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างเช่นผมเปิดร้านกาแฟแล้วให้บริการ wifi ฟรี หรือเปิดโฮมสเตย์แล้วมี wifi ถ้ามีคนมาใช้ในทางผิดกฎหมาย และมีการสอบสวนพบว่าต้นทางคือร้านกาแฟหรือโฮมสเตย์ของผม ก็เพียงแต่แสดง log ว่าใครมาใช้ มาจากเครื่องไหน ผมก็พ้นจากความเกี่ยวข้องในอาชญากรรมนั้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายให้ความปลอดภัยแก่ผู้ให้บริการ ไม่ได้เป็นกฎหมายกดหัวประชาชนตามที่พยายามปั่นเรื่องแต่อย่างไร และส่วนมากคนที่มาดิ้นปั่นกระแสก็ไม่ใช่ผู้ประกอบการหรือร้านค้าที่ให้บริการ wifi บางคนหัวยังเกรียนรอแม่เจียวไข่ให้กินเสียด้วยซ้ำไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47733</URL_LINK>
                <HASHTAG>Wi-Fi, ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์, ภัทร เหมสุข, ร้านกาแฟ, ร้านอินเตอร์เน็ต, เก็บข้อมูลผู้ใช้อินเตอร์เน็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d2fd9f6b9462.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กโจ๊ก&#039;เตือนเล่นApirl Fool&#039;s Dayเอาแค่ขำๆอย่าให้ใครเดือดร้อนเสี่ยงคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.62- เฟซบุ๊ก สุรเชษฐ์ หักพาล ของพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) โพสต์ข้อความพร้อมแชร์เพจตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โดยระบุว่า &amp;quot;Apirl Fool&amp;#39;s Day เล่นกันระวังหน่อยนะครับ เอาแค่ขำๆ อย่าให้ใครเดือดร้อนนะครับ สวัสดีวันแรกของการทำงานครับ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพจตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า วันโกหก มีเชื่อเรียกว่า วันเมษาฯ หน้าโง่หรือ April Fool&amp;#39;s Day ประวัติของวันนี้ เริ่มต้นที่ประเทศฝรั่งเศส ในยุคศตวรรษที่ 16 ตอนนั้นชาวฝรั่งเศสมีวันปีใหม่ตรงกับวันที่ 1 เมษายน กระทั่งมาถึง ค.ศ.1562 โป๊ป เกรกอรี จึงกำหนดให้ชาวคริสต์ทั่วโลกฉลองวันปีใหม่พร้อมกันวันที่ 1 มกราคม ในสมัยก่อน ข่าวสารไม่ได้กระจายรวดเร็วเหมือนสมัยนี้ คนบ้านนอกของฝรั่งเศสบางกลุ่มยังไม่รู้ แถมบางคนได้ยินแล้วก็ยังไม่เชื่อ เลยฉลองวันปีใหม่กันวันที่ 1 เมษาฯ เหมือนเดิม ทำให้พวกไม่ตกยุคเย้ยหยันพวกตกยุคว่า &amp;quot;หน้าโง่&amp;quot; แถมยังพยายามจะแกล้งหลอกคนกลุ่มนี้เพื่อความสนุกสนานอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวใจ ของการโกหกในวัน April Fool Day คือความตลก โดยเรื่องที่โกหกต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ไม่ทำอันตรายให้คนอื่น ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ไม่เกี่ยวกับความเป็นความตาย เพราะฉะนั้น กลอุบายที่ยอดเยี่ยมที่สุดจะต้องทำให้ทุกคนหัวเราะได้ โดยเฉพาะคนที่ตกเป็นเหยื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพวกเราก็ระวังในการแชร์ข่าวถ้าเกิดเป็นข่าวเท็จแล้วทำให้สังคมตื่นตระหนก เกิดความเสียหาย หรือความมั่นคง ก็ต้องระวังอาจผิดกฎหมายตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32680</URL_LINK>
                <HASHTAG>Apirl Fool&#039;s Day, ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca171b12412b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2019 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2019 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ฝากขัง &#039;ธนาธร&#039; วิจารณ์ คสช. ผิดพรบ.คอมฯ นัดฟังคำสั่งฟ้อง 26 มี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.62 -&amp;nbsp;ที่ห้องประชุมชั้น 11 สำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก นายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา แถลงข่าวรับมอบตัวผู้ต้องหาและรับมอบสำนวนคดีจากพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จำนวน 2 สำนวน โดยคดีที่ 1 คดีอาญาที่ 32/2561 คดีระหว่าง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยพันเอกบุรินทร์ ทองประไพ ผู้รับมอบอำนาจ (ผู้กล่าวหา) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ผู้ต้องหาที่ 1),นายไกลก้อง ไวทยาการ (ผู้ต้องหาที่ 2),น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ (ผู้ต้องหาที่ 3)ในข้อหาร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศความมั่นคง ทางเศรษฐกิจของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ตามพระราชบัญญัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560) มาตรา 14 (2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2561 โดยผู้กล่าวหาเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2561 ผู้ต้องหาทั้งสามเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนวนคดีที่ ​​2 คดีอาญาที่ 33/2561 คดีระหว่าง​​คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยพันเอกบุรินทร์ ทองประไพ ผู้รับมอบอำนาจ (ผู้กล่าวหา) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ผู้ต้องหาที่ 1), ​​นายไกลก้อง ไวทยาการ (ผู้ต้องหาที่ 2), น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ (ผู้ต้องหาที่ 3)​​ ในข้อหาร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศความมั่นคง ทางเศรษฐกิจของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ​​เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2561 โดยผู้กล่าวหาเข้าแจ้งความร้องทุกข์เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2561 ผู้ต้องหาทั้งสามเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีทั้ง 2 สำนวน ผู้ต้องหาที้งหมดให้การปฏิเสธ และได้รับการปล่อยตัวในชั้นพนักงานสอบสวนหลังจากมีการแจ้งข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า หลังจากรับสำนวนคดีแล้วจะส่งไปให้อัยการสำนักคดีอาญา 6 เป็นผู้รับผิดชอบ และเนื่องจากเป็นคดีที่ประชาชนสนใจ คดีทำคัญ การพิจารณาคดีต้องทำอย่างรอบคอบ ให้รองอธิบดีเป็นหัวหน้าคณะทำงาน พิจารณาสำนวนตามพยานหลักฐาน โดยคาดว่าใช้เวลาพิจารณาพร้อมนัดฟังคำสั่งวันที่ 26 มี.ค.นี้ ว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่ โดยยังไม่มีการฝากขังนายธนาธรแต่อย่างใด เนื่องจากมีการเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญที่สื่อมวลชนทุกแขนงตลอดจนประชาชนให้ความสนใจ หลังจากรับสำนวนแล้วนายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญาจะได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานเพื่อรับผิดชอบพิจารณาสำนวน ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าหากนายธนาธรเดินทางมาที่สำนักงานอัยการในวันนี้แล้วจะถูกนำตัวไปฝากขังนั้น นายประยุทธ กล่าวว่า การฝากขังไม่สามารถเป็นไปได้อยู่แล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 113 กรณีมีการปล่อยชั่วคราว หากจะต้องกลับมาใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 เรื่องการฝากขัง นั่นหมายความว่ามีเหตุที่จะต้องฝากขัง คือผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่กระบวนการต้องทำภายใน 6 เดือน ตั้งแต่มีการปล่อยชั่วคราว แต่คดีนี้เลยเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาดังกล่าวมาแล้ว และผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ก็จะไม่กลับไปสู่การฝากขังอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยืนยันว่า อัยการดำเนินการตามขั้นตอน และเท่าที่ดูสำนวนเบื้องต้น พนักงานสอบสวนไม่มีการเร่งรัดคดีแต่อย่างใด เพราะหลังแจ้งความได้ได้เริ่มสอบสวนคดีมาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งหากผู้ต้องหาเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถยื่นคำร้องถึงพนักงานอัยการได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าหากสั่งคดีหลังเลือกตั้งแล้วถ้าผลการเลือกตั้ง นายธนาธรได้เป็น ส.ส. จะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง ในการไม่ถูกดำเนินการสั่งฟ้องช่วงที่มีการเปิดประชุมสภา ส.ส.ใหม่ หรือไม่ นายประยุทธ กล่าวว่า ปกติตามรัฐธรรมนูญบัญญัติเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ไว้อยู่แล้ว อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่มีการเลือกตั้งและยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น ซึ่งกฎหมายได้กำหนดอำนาจฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการจะทำงานแยกจากกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30052</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีวิจารณ์ คสช., ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายวิเชียร ถนอมพิชัย, ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์, สำนักงานอัยการสูงสุด, อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c7613153b8b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039; รายงานตัวบก.ปอท.ยันต้องแก้พรบ.คอมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;16 ส.ค. 61 -&amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)​ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายส่วนตัว เข้าพบพ.ต.ท.อธิลักษณ์ หวังสิริวรกุล รอง ผกก.(สอบสวน) กก.3 บก. ปอท.พนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนจากที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ร้องทุกข์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายพิชัย กล่าวว่า หากจำกันได้มีประชาชน คัดค้าน พรบคอมพิวเตอร์ฉบับนี้ เพราะกลัวว่าจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เล่นงานคู่แข่ง และประชาชนที่เห็นต่าง ซึ่ง ก็กลายเป็นจริง โดยพรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่า จะมีนโยบายแก้ไข พรบคอมฯฉบับดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถ มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และสามารถนำเทคโนโลยีมาพัฒนาประเทศ มากกว่าจะใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองปิดกั้นเสรีภาพทางความคิดเห็น และเป็นการหยุดยั้งความเจริญของประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่มีรูปพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขึ้นปกนิตยสารไทม์ ที่เขียนว่า &amp;quot;สั่งแบนแล้ว ห้ามจำหน่ายในประเทศไทย&amp;quot; ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนทำเอง แต่มีแฟนคลับส่งมาให้ ตนจึงได้โพสต์ภาพหน้าปกลงในเฟซบุ๊ก ด้วยความสุจริตใจ แต่จริงๆแล้วตนก็อยากซื้อนิตยสารดังกล่่าว ซึ่งตนได้สั่งให้คนไปซื้อในร้านหนังสือชั้นนำในประเทศ แต่ปรากฏว่าไม่มีจำหน่าย จึงเชื่อว่าเนื้อหาไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวอีกว่า สำหรับการสัมมนาของภาคประชาชนที่ได้เชิญตนไปร่วมเรื่องการดูด 4.0 ที่พูดถึงการดูดส.ส. สมัยปัจจุบัน ที่มีความแตกต่างกว่าสมัยก่อน ที่มีการนำคดีความไปขู่เพื่อดูด โดยตนไม่ได้ระบุว่า เป็นฝ่ายคสช.แต่อย่างใด เพราะภาคประชาชน ห่วงว่าการดูดสส. ด้วยปัจจัยต่างๆเช่นการใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหน จะยิ่งทำให้มีการทุจริต คอรัปชั่นมากยิ่งขึ้น หลังการเลือกตั้งหากพักที่ดูด สส. เข้าไปเป็นรัฐบาล อย่างไรก็ตามขอขอบคุณ นายอดุลย์เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชน พฤษภา 35 ที่ได้ออกมาปกป้องและชี้แจงแทนต้นในเรื่องการสัมนาดังกล่าว ทั้งนีีเรื่องการดูดของกลุ่มสามมิตรมองว่าขณะนี้ยังมีการดำเนินการเรื่องการเมือง แต่พรรคการเมืองอื่นไม่สามารถทำได้ ซึ่งใช้มาตรฐานเดียวกันหรือไม่&amp;nbsp;รวมถึงตนถูกออกหมายเรียก 11 ครั้งนั้นเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นประโยชน์กับสังคม รัฐบาลและ คสช. น่าจะนำไปพิจารณาแก้ไขปรับปรุงการบริหารประเทศมากกว่ามาเสียเวลาเอาผิดตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร พูดถึงการสู้ศึกเลือกตั้งในอนาคต ว่า เป็นความคิดเห็นแต่ละคน ใน4 ปีที่ผ่านมาประชาชนได้พูดว่าเศรษฐกิจประเทศไม่ดี จึงได้สะท้อนเสียงนี้ออกมาซึ่งเป็นเรื่องปกติและไม่ได้ครอบงำแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายนรินทร์พงศ์ กล่าวว่า สิ่งต่างๆที่นายพิชัยแสดงความคิดเห็นต่างๆเป็นข้อเท็จจริงโดยสุจริตใจ แต่มองว่ากฎหมายดังกล่าวเป็นเครื่องมือทางการเมือง อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความเป็นธรรม บ้านนายพิชัยพูดในเรื่องสร้างสรรค์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15536</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช., ปอท., ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์, พิชัย นริพทะพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b752b9adda8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 09:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 09:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิชัย&#039;โวยคสช.เรียกรอบที่11 หลังกลับจากเบิร์ธเดย์แม้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 61 - นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้รับหมายเรียกจาก กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ให้ไปรายงานตัวที่ กก. 3 บก. ปอท. ในวันที่ 2 ส.ค. เวลา 10:00 น. โดยผู้กล่าวหาคือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดย พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ ผู้รับมอบอำนาจ ซึ่งกล่าวหาว่า นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือ ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายพิชัย กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าโดนกล่าวหาในเรื่องใด เพราะทุกเรื่องที่ได้เสนอต่อสาธารณะ เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้มาโดยตลอด ซึ่งเชื่อว่าประชาชนสามารถใช้วิจารณญาณตรวจสอบได้ว่าข้อมูลที่นำเสนอนั้นถูกต้องหรือไม่ และไม่เข้าใจว่า ขณะนี้กำลังจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้ว เหตุใดจึงยังใช้วิธีการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยอาศัยพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาล จะมีนโยบายที่จะต้องแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นี้ เพื่อไม่ให้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตของประชาชน อีกทั้งปรับปรุงแก้ไขให้เป็นสากลในทุกด้าน ซึ่งน่าจะช่วยแก้ปัญหาการลงทุนภาคเอกชนที่หายไปด้วย ทั้งนี้ได้มอบให้ทนายความ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ประสานงานกับ บก. ปอท. ในเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิชัยถูกเรียกครั้งนี้เป็นรอบที่11 โดย 8 ครั้งแรกเป็นการเรียกไปปรับทัศนคติ 8 ครั้ง&amp;nbsp; และหมายเรียกจากตำรวจ 3 ครั้ง เป็นที่น่าสังเกตว่านายพิชัย มีชื่อและปรากฏภาพไปร่วมงานฉลองวันเกิดกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากกลับมาจากกรุงลอนดอน นายพิชัยได้นำเสนอแนวคิดของนโยบายเศรษฐกิจแบบใหม่ ที่หวังว่าจะโดนใจประชาชนและจะสร้างความนิยมให้กับพรรคเพื่อไทย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14490</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., ทักษิณ, บก.ปอท., ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์, พิชัย, หมายเรียก, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9527f71d85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
