<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอธีระ&#039; เตือนรับมือภาวะผึ้งแตกรัง &#039;คนงาน-ผู้ป่วยโควิด&#039; เดินทางกลับต่างจังหวัด หลังประกาศล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า
สถานการณ์ทั่วโลก 27 มิถุนายน 2564...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 357,532 คน รวมแล้วตอนนี้ 181,526,379 คน ตายเพิ่มอีก 7,058 คน ยอดตายรวม 3,932,126 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ บราซิล อินเดีย โคลอมเบีย รัสเซีย และอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 5,718 คน รวม 34,488,957 คน ตายเพิ่ม 147 คน ยอดเสียชีวิตรวม 619,333 คน อัตราตาย 1.8%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่ม 49,851 คน รวม 30,232,320 คน ตายเพิ่ม 1,256 คน ยอดเสียชีวิตรวม 395,780 คน อัตราตาย 1.3%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 64,134 คน รวม 18,386,894 คน ตายเพิ่มถึง 1,463 คน ยอดเสียชีวิตรวม 512,735 คน อัตราตาย 2.8% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 2,128 คน ยอดรวม 5,768,443 คน ตายเพิ่ม 12 คน ยอดเสียชีวิตรวม 110,951 คน อัตราตาย 1.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 21,665 คน รวม 5,430,753 คน ตายเพิ่ม 619 คน ยอดเสียชีวิตรวม 132,683 คน อัตราตาย 2.4% ระลอกสามนี้มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 6-10 เป็น ตุรกี สหราชอาณาจักร อาร์เจนติน่า อิตาลี และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โคลอมเบียติดเชื้อใหม่ทำสถิตินิวไฮ 33,594 คน สูงกว่าระลอกแรกกว่า 3 เท่า และมากกว่าระลอกที่ผ่านมา 1.6 เท่า ตายเพิ่มเกือบเจ็ดร้อยคน คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะแซงอิตาลีขึ้นเป็นอันดับ 9 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ แอฟริกา เอเชีย อย่างชิลี โบลิเวีย แอฟริกาใต้ แซมเบีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา บังคลาเทศ เนปาล ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่ม ส่วนใหญ่อยู่หลักร้อย ยกเว้นคาซักสถาน และมองโกเลียที่ยังหลักพัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ และกัมพูชา ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ไต้หวัน เวียดนาม ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ลาว นิวซีแลนด์ และฮ่องกง ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ภาพรวมประจำสัปดาห์ ทั่วโลกมีติดเชื้อเพิ่มขึ้น 0.6% แต่เสียชีวิตลดลง 3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนการติดเชื้อรายสัปดาห์ที่เพิ่มขึ้นนั้น เห็นชัดเจนในทวีปแอฟริกา อเมริกาเหนือ ยุโรป และโอเชียเนีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำนวนการเสียชีวิตนั้นเพิ่มขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ และแอฟริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไทยเรา สถิติติดเชื้อรายสัปดาห์เพิ่มถึง 22% และเสียชีวิตเพิ่ม 38% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ราชกิจจานุเบกษาประกาศเมื่อคืนนี้ โดยปิดแคมป์คนงานในพื้นที่กทม.และปริมณฑล รวมถึง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2564 เป็นเวลาหนึ่งเดือน ทั้งนี้มีการปรับให้ร้านอาหารขายแบบนำกลับเท่านั้น และงดกิจกรรมรวมกลุ่มเกิน 20 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มี 3 ประเด็นหลักที่ต้องเตรียมรับมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;quot;ปรากฏการณ์ผึ้งแตกรัง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิดในสองกลุ่มหลักคือ คนงานจากแคมป์ และผู้ติดเชื้อที่ไม่มีเตียงในกทม.และปริมณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังเห็นจากข่าวตั้งแต่วันก่อน คนงานจำนวนไม่น้อยเริ่มกระจายทยอยออกต่างจังหวัด หรือกลับถิ่นฐาน ตามแบบแผนพฤติกรรมมนุษย์ที่คาดการณ์ได้ เพราะตกอยู่ในภาวะ Risk taking for loss&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉกเช่นเดียวกับผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่รอเตียงเป็นเวลานาน ก็เริ่มหาทางไปรับการดูแลรักษาในต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ควรพิจารณา:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- แต่ละจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน ควรเตรียมระบบในการตรวจตราคนที่เดินทางมาจากต่างถิ่น และให้กักตัวเพื่อสังเกตอาการ หรือนำสู่ระบบการตรวจคัดกรองโรค หรือดูแลรักษา เพราะหากหลุด จะพบกับการระบาดแบบดาวกระจายในช่วงต้นถึงกลางเดือนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- โรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ ควรเตรียมแผนจัดสรรทรัพยากรคนเงินของและหยูกยาให้พร้อมรับมือ ทั้งในกรณีการระบาดปะทุแบบดาวกระจายจากแคมป์คนงาน และในกรณีที่จะมีผู้ติดเชื้อจากพื้นที่ระบาดหนักเดินทางไปขอรับการดูแลรักษา สิ่งที่ต้องเตรียมให้มากคือ การแบ่งทีมงานเผื่อสลับเวลาเกิดปัญหาการติดเชื้อจากการปฏิบัติงาน เตรียมระบบการตรวจคัดกรองโรคให้เพียงพอ และที่สำคัญคือ อุปกรณ์ป้องกัน และยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- จังหวัดที่มีความเป็นเมืองสูง ควรถึงเวลาที่จะระดมทรัพยากร จัดระบบการตรวจคัดกรองโรคให้สามารถทำได้มากและต่อเนื่อง และควรเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ตรวจได้ฟรี ไม่ติดกฎเกณฑ์เรื่องอาการหรือประวัติเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;quot;The weakest link ในกทม.และปริมณฑล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะมีการประกาศมาตรการเข้มข้น คล้ายกึ่งล็อคดาวน์ก็ตาม แต่ประเมินแล้วยากที่จะควบคุมการระบาดได้ในเวลาสั้น เพราะจุดอ่อนสำคัญที่สุดคือ ระบบการตรวจคัดกรองโรคที่ยังมีจำกัด ไม่ครอบคลุม เข้าถึงได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนการติดเชื้อในระลอกสามของเราตอนนี้มีมาก และปล่อยไว้ยาวนานต่อเนื่อง จึงกระจายไปทั่ว ไม่ใช่เฉพาะจุดเสี่ยงกิจกรรมเสี่ยงกิจการเสี่ยงอีกต่อไป ความเป็นจริงนั้นย่อมเห็นชัดเจนว่าทุกคนในสังคมมีโอกาสติดเชื้อได้โดยไม่รู้ตัว&amp;nbsp;
หากไม่มีระบบบริการตรวจคัดกรองโรคที่มากพอ ง่ายพอ เข้าถึงได้ การติดเชื้อแพร่เชื้อย่อมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งในที่พักอาศัยในลักษณะบ้านเรือน หอพัก แฟลต คอนโด หรือชุมชนแออัด รวมไปถึงในที่ทำงานและสถานประกอบกิจการต่างๆ
ดังนั้นถึงทำมาตรการกึ่งล็อคดาวน์ไปหนึ่งเดือน ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก็จะยังไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ควรพิจารณา:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- กทม.และจังหวัดปริมณฑล ควรทุ่มทรัพยากรเพื่อจัดระบบบริการตรวจคัดกรองโรคให้มีศักยภาพมากกว่าที่มีในปัจจุบัน ทำในหลายรูปแบบ ทั้งการตรวจในสถานพยาบาลรัฐและเอกชน จุดให้บริการตรวจในชุมชน รถเคลื่อนที่ และอาจต้องจัดทีมเพื่อดำเนินการ knock the door and do the test ในพื้นที่ที่จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- รัฐควรปลดล็อคกฎเกณฑ์การตรวจคัดกรองโรค ให้ทุกคนในประเทศ ทั้งไทยและต่างชาติ สามารถรับบริการตรวจได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่มีอาการ มีประวัติเสี่ยงหรือไม่เสี่ยงก็ตาม ทั้งนี้โปรดตระหนักไว้ว่า โดยปกติแล้วไม่มีใครอยากไปโดนแยงจมูกให้เจ็บตัวแน่นอน การตรวจให้มากและเร็วจะช่วยให้เจอคนที่ติดเชื้อและนำสู่การดูแลรักษาเพื่อตัดวงจรการระบาดและช่วยรักษาชีวิตคนได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;quot;การกักตัวที่บ้าน (Home isolation)&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาเตียงไม่พอในกทม.และปริมณฑล เพราะมีคนติดเชื้อจำนวนมาก ทำให้มีหลายหน่วยงานพยายามคิดวางแผนจะให้ทำการกักตัวที่บ้าน หรือ home isolation
ก่อนตัดสินใจ จำเป็นจะต้องวางแผนให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในกทม.และปริมณฑล ที่มีความเป็นเมืองสูง การทำ Home isolation คงทำได้แค่บางบ้านที่มีพื้นที่ แต่หากไม่มีพื้นที่พอ แยกอยู่แยกกินแยกสุขาแยกนอนไม่ได้ คงจะต้องเน้นใส่หน้ากาก หมั่นถามไถ่สังเกตอาการสมาชิกในบ้าน และจัดบริการตรวจคัดกรองโรคให้ทุกคนในบ้านเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คาดว่าหากเราต้องทำมาตรการกักตัวที่บ้านจริงๆ ไทยเราคงจะมีโอกาสระบาดหนักทีเดียวครับ คงต้องช่วยกันประคับประคองหารูปแบบที่เหมาะสม
ความรู้ปัจจุบัน โอกาสเฉลี่ยในการติดในบ้าน 30%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ควรพิจารณา:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- วางแผนการนำส่งผู้ติดเชื้อที่ยังไม่มีเตียงรักษา ไปยังจังหวัดอื่นๆ ที่ยังพอมีทรัพยากรรองรับ ทั้งนี้ต้องแน่ใจว่ามีทรัพยากรที่จำเป็นอย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการทำ home isolation หัวใจสำคัญที่สุดคือ การจัดบริการตรวจคัดกรองโรคให้แก่ทุกคนในบ้านหรือที่อาศัยร่วมกัน การจัดอุปกรณ์ป้องกัน ทั้งหน้ากาก และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด/ฆ่าเชื้อ ให้แก่ประชาชนและผู้ติดเชื้ออย่างเพียงพอ และระบบสนับสนุนในชุมชน เรื่องอาหารการกินและน้ำดื่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศึกนี้ยาวและหนักมาก ขอให้เราเป็นกำลังใจให้กันและกัน มีพลังใจในการต่อสู้กับโรคระบาดนี้ ป้องกันตัวและสมาชิกในครอบครัวอย่างเต็มที่
ใส่หน้ากากนะครับ สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า
ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107761</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, ผึ้งแตกรัง, ผู้ป่วยโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604ad1596dcec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 07:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 07:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาอาเพศการเมือง! อีกาฝูงเดียวกันยกพวกตีกัน-ผึ้งแตกรัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค. 64 - นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;สัญญาณก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 ในปี 2310 มีอาเพศเป็นนานาวิการเกิดขึ้นหลายประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่งในนั้นคือ&amp;quot;อีกาฝูงเดียวกันยกพวกตีกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหมายถึง ฝูงอีกาฝูงเดียว แบ่งพวกกันแล้วยกพวกตีกันจริงๆ และหมายถึงคนที่อยู่ในฝ่ายเดียวกันยกพวกตีกันเอง!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นานาวิการอีกประการหนึ่งคือ&amp;quot;ผึ้งแตกรัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหมายถึงผึ้งแตกรังจริงๆ โดยไม่รู้สาเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหมายถึง บรรดาขุมกำลังทั้งหลายที่ค้ำจุนอำนาจพากันถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังกรณีพระยาตากนำกำลังออกจากกรุงตีฝ่าพม่าไปตั้งหลักที่จันทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิเคราะห์ดูเหตุการณ์หลายอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ต้องด้วยลักษณะอาเพศอันเป็นนานาวิการอย่างน้อยสองอย่างแล้ว!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอยดูกันต่อไปก็แล้วกัน!!!!!&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102356</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผึ้งแตกรัง, สัญญาณก่อนเสียกรุง, อีกาฝูงเดียวกันยกพวกตีกัน, ไพศาล พืชมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a66e21cb43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
