<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 20:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 20:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มวัย 40 ป่วยซึมเศร้า ถ่ายคลิปผูกคอตัวเองส่งให้แฟนสาวดู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;26 พ.ค.64 - พ.ต.ท.สุนทราพร จาตูม สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งมีเหตุชายผูกคอเสียชีวิตภายในห้องพักห้องที่&amp;nbsp;305&amp;nbsp;ชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;หอพักพักแห่งหนึ่งภายในซอยสมาคมฟอกหนัง กม.30&amp;nbsp;หลังธนาคารกสิกรไทยสาขาบางเมฆขาว หมู่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ที่เกิดเหตุที่ระเบียงหลังห้องพบร่างของนายนพรัตน์&amp;nbsp;ก้องทอง อายุ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งทำงานเป็นการ์ดรูมอยู่ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางเมฆขาว&amp;nbsp;ใช้ลวดไม่แขวนเสื้อสีน้ำเงินรัดคอตัวเองแขวนกับลูกกรงเหล็กดัดระเบียงหลังห้องพักเสียชีวิต ในสภาพกึ่งยืนกึ่งนั่ง เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการต้องสวมชุด&amp;nbsp;PPE&amp;nbsp;ป้องกันการติดเชื้อและฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อก่อนเข้าปลดร่างของผู้ตายลงมาตรวจสอบ พบว่าตามร่างกายไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;นายศราวุธ&amp;nbsp;สุขทวี อายุ&amp;nbsp;43&amp;nbsp;ปี ช่างไฟประจำหอพักดังกล่าว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ที่หน้าห้องพักชั้นล่าง หลานชายได้วิ่งถือโทรศัพท์มือถือมาส่งให้และบอกว่าเจอมือถือเครื่องดังกล่าวตกอยู่ที่พื้นด้านหลังอาคาร ในระหว่างที่ตนกำลังตรวจสอบว่าเป็นมือถือของใคร ได้มีหญิงสาวโทรศัพท์เข้ามา ตนจึงรับ พบว่าคนที่โทรมาเป็นพี่สาวของผู้ตาย และตนได้บอกว่าพบโทรศัพท์ของผู้ตายตกอยู่หลังอาคาร พี่สาวผู้ตายจึงวานให้ตนขึ้นไปดูที่ห้องพักน้องชายให้ที เพราะก่อนหน้านี้ผู้ตายได้โทรมาบอกตนว่าจะผูกคอตาย&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;หลังจากที่วางโทรศัพท์ได้เพียงพักเดียวภรรยาผู้ตายได้โทรมาหาแฟนตนซึ่งรู้จักกันว่าให้ขึ้นไปดูผู้ตายที่ห้องพักให้ทีเพราะก่อนหน้านี้ผู้ตายส่งคลิปวิดีโอกำลังผูกคอตัวเองมาให้ตนดู และจากวางสายตนจึงได้โทรไปบอกแม่บ้านให้ขึ้นไปดูพร้อมกัน โดยแม่บ้านได้นำกุญแจสำรองมาไขเปิดประตูเข้าไป พบว่าผู้ตายแขวนคอตัวเองเสียชีวิตอยู่ที่ระเบียงหลังห้อง จึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ขณะที่ นางรัชดา&amp;nbsp;หงษา อายุ&amp;nbsp;48&amp;nbsp;ปี ภรรยาผู้ตายหลังรับแจ้งจากเพื่อนบ้านได้นั่งรถแท็กซี่มาจากที่ทำงานในย่านอนุสาวรีชัยสมรภูมิ กลับมาที่หอพัก พร้อมทั้งเล่าว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ตนได้โทรหาผู้ตายกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;สายก็ไม่รับสาย ตนก็ได้ทิ้งข้อความไว้ในไลน์ว่า ไม่รับก็ไม่เป็นไรให้คืนเงินค่าโทรด้วย ก่อนที่ตนจะออกไปกินข้าวแต่ลืมโทรศัพท์ไปด้วย และเขาก็โทรเข้ามา&amp;nbsp;ตนก็เลยไม่ได้รับสาย แต่ผู้ตายก็ส่งเป็นคลิปวิดีโอขณะที่กำลังใช้ลวดไม้แขวนเสื้อกำลังผูกคอตัวเอง เป็นคลิปสั้นๆประมาณ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วินาที&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;ก่อนที่ตนจะทราบว่าผู้ตายไลน์ไปบอกญาติพี่น้องเขาทุกคนว่าจะผูกคอตาย และพี่น้องเขาก็โทรมาสอบถามตน ตนก็เลยโทรมาหาแฟนของช่างไฟประจำอาคารที่รู้จักกันให้ช่วยขึ้นไปดูผู้ตายที่ห้องพักให้ที พักใหญ่คนที่ตนวานให้ขึ้นไปดูได้โทรกลับมาบอกว่า สามีตนผูกคอเสียชีวิตแล้ว จึงรีบนั่งรถแท็กซี่มาดู โดยที่ผู้ตายทำงานเป็นการ์ดรูมอยู่ที่ชั้นสองของธนาคารกสิกรไทย บางเมฆขาวที่อยู่หน้าหอพัก และตนพึ่งจะมาหาผู้ตายได้ประมาณ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;วันที่ผ่านมาโดยส่วนตัวแล้วตนคิดว่าเขาเป็นโรคซึมเศร้าเพราะเขาเคยพยายามผูกคอตัวเองตายหลายครั้งแล้วแต่ตนมาช่วยไว้ทัน แต่ครั้งนี้ตนกลับมาช่วยไว้ไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;left&quot;&gt;เบื้องต้นญาติไม่ติดใจการเสียชีวิตของผู้ตาย จึงได้มอบศพให้ญาติและภรรยาผู้ตายนำศพไปทำการเผาที่วัดราษฎร์โพธิ์ทอง ตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104294</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าตัวตาย, จังหวัดสมุทรปราการ, ผูกคอตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae47d2eb4f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83897</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มวัย47ท้อชีวิตเครียดป่วย ตัดสินใจผูกคอลาโลก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63- &amp;nbsp;พ.ต.ต.ไพร์ศาล &amp;nbsp;แจ่มมี &amp;nbsp;สารวัตรสอบสวน สภ.โพธิ์ทอง ได้รับแจ้งเหตุชายผูกคอเสียชีวิตในห้องเก็บของ บ้านเลขที่ 59/108ตำบลองค์รักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลโรงพยาบาลโพธิ์มอง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ โดยที่ในบริเวณชั้นล่างห้องเก็บของ พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อว่า นายสุรสีห์ โพธิ์ม่วง อายุ 47ปี เจ้าของบ้าน นุ่งผ้าขาวม้าสวมเสื้อแขนยาวสีขาว ใช้เชือกไนล่อนผูกคอติดกับช่องระบายอาการเสียชีวิตอยู่ภายในห้อง และพบจดหมายเขียนด้วยลายมือวางไว้3ฉบับเป็นการสั่งเสียและมีใจความว่าโรคนี้เป็นแล้วเส้นมันยึดทรมาน บอกทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงไปสบายแล้ว &amp;nbsp;และยังเขียนบอกจุดวางเก็บเอกสารต่างๆภายในบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายวีระ สำลีอ่อน อายุ 56 ปี เพื่อนบ้านที่มาพบศพ ระบุว่านายสุรสีห์ มีอาชีพรับจ้างทั่วไป อยู่บ้านหลังดังกล่าวเพียงลำพัง &amp;nbsp;เมื่อเช้าที่ผ่านมาได้มาเรียก แต่ไม่ตอบรับ เมื่อเข้าไปดูพบว่าผูกคอตายในห้องเก็บของ จาการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;ไม่พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้าย และพบว่ามีจดหมายลาตายเขียนวางไว้ที่พื้นห้องคาดว่าน่าจะเครียดจากการเจ็บป่วยทำให้คิดสั้น แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะทำการส่งร่างของนายสุรสีห์ ไปยัง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83897</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อ่างทอง, ผูกคอตาย, สภ.โพธิ์ทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201115/image_big_5fb0dbc9159a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พลทหารดับอีก พ่อแม่ร้องมีพิรุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลทหารเสียชีวิตในค่ายอีกราย เจ้าหน้าที่แจ้งใช้มีดแทงข้อมือตัวเองก่อนผูกคอตาย แต่ทางครอบครัวไม่เชื่อ พ่อแม่เข้าแจ้งตำรวจให้ฟื้นคดี ชี้พบพิรุธหลายอย่าง อีกทั้งลูกเป็นคนร่าเริง สมัครเป็นทหารเพราะใจรัก ทำไมจะฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ที่ สภ.ย่อยศิลา ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายสุรชัย เสนาสนิท อายุ 43 ปี และ น.ส.อุลัย เตื่อยมา อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 บ้านโนนสวรรค์ หมู่ 1 ต.หนองน้ำใส อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พ่อและแม่ของพลทหารรชฏ เสนาสนิท อายุ 21 ปี สังกัด มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น นำเอกสารหลักฐานต่างๆ ทั้งแช้ตพูดคุยกับครอบครัวและเพื่อน รวมถึงใบรับรองการเสียชีวิตเดินทางเข้าให้ปากคำ พ.ต.ท.อนุชิต ผดุงชาติ หน.สภ.ย่อยศิลา ตามการนัดให้ปากคำของเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัยเปิดเผยว่า ครอบครัวมีลูกเพียงคนเดียวคือนายรชฏ ซึ่งลูกชายได้สมัครใจเข้าเป็นทหาร โดยได้เข้าฝึกเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อฝึกทหารครบเรียบร้อยก็มีการลาพัก จึงมารับลูกชายกลับไปพักที่บ้าน แล้วพาลูกชายมาส่งที่ค่ายทหารด้วยตัวเอง แต่ต่อมาวันที่ 1 พ.ย. ทางค่ายได้โทรศัพท์แจ้งว่าลูกผูกคอตายในกระท่อมกลางน้ำที่อยู่ในเรือนจำของค่าย จึงรีบไปดูศพลูกที่ห้องเก็บศพ รพ.ศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เห็นเลือดที่หน้าผาก ที่แขน และมีผ้าขาวม้าที่ผูกคอลูกชาย ซึ่งไม่ใช่ของลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากภาพที่เห็นทำให้สงสัยการตายอย่างมาก จึงขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบสาเหตุการตายที่แท้จริง เพื่อความเป็นธรรมกับครอบครัว ลูกเป็นคนร่าเริง กลัวเจ็บ เป็นคนขี้กลัว ไม่กล้าทำตัวเอง และไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า ผมไม่คิดว่าลูกจะทำตัวเองและฆ่าตัวเองตายตามที่ทางค่ายทหารแจ้งมา เพราะก่อนจะเสียชีวิตลูกชายได้ฝึกเสร็จก็ลากลับบ้าน 10 กว่าวัน โดยผมมารับลูกชายที่ค่าย เมื่อวันที่ 12 ต.ค. และเป็นคนมาส่งลูกเอง ในวันที่ 31ต.ค.ยังได้คุยแช้ตกับลูกอยู่ ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดจึงไม่มีความเป็นไปได้เลยว่าลูกจะเป็นโรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัยกล่าวว่า หากลูกชายมีปัญหาอะไรก็เชื่อว่าลูกต้องคุยกับพ่อแม่ โทรศัพท์ก็มีการแช้ตคุยกันบ่อยๆ อีกทั้งก่อนตายลูกชายไม่มีอะไรบ่งบอกที่เป็นลางสังหรณ์ว่าจะลาตาย จนกระทั่งค่ายแจ้งมาว่าลูกชายเสียชีวิต และนำศพไปส่งผ่าพิสูจน์ โดยที่ครอบครัวยังไม่ได้ยินยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าลูกไม่อยากเป็นทหาร ลูกคงไม่สมัครใจเข้ามาเป็นทหาร แต่นี่ลูกสมัครเข้ามาเป็นทหารเอง จึงไม่เชื่อว่าลูกชายจะฆ่าตัวตาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัยเปิดเผยด้วยว่า กรณีที่ลูกชายคุยแช้ตกับเพื่อนรุ่นพี่คนสุดท้ายนั้น ขณะนี้ได้พูดคุยกับเพื่อนคนดังกล่าวแล้ว ทราบว่าในคืนก่อนที่จะพบศพลูกชายนั้น เพื่อนบอกว่าคืนดังกล่าวตัวเองปวดท้องจึงเดินเข้าห้องน้ำ มองเห็นลูกชายยืนอยู่ที่ศาลาจุดเกิดเหตุ เมื่อเข้าห้องน้ำเรียบร้อยจึงเดินไปดู ก็พบว่าลูกชายผูกคอตายแล้ว จึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ครอบครัวได้เผาศพลูกไปแล้ว เพราะเชื่อมั่นในความเที่ยงตรงของแพทย์สถาบันนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ที่ชันสูตรศพ ขณะนี้ครอบครัวรอเพียงผลพิสูจน์ ทั้งอาวุธมีด รอยเลือดและดีเอ็นเอในผ้าขาวม้า รวมถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อให้เกิดความกระจ่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านพักของพลทหารรชฏ ที่ อ.บ้านไผ่ พบตายายและญาติพี่น้องอยู่ภายในบ้าน โดยนางรำไพ เตื่อยมา อายุ 71 ปี ยายของผู้ตาย กล่าวว่า ครอบครัวทุกคนไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่าหลานชายป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพราะหลานมีนิสัยร่าเริง อัธยาศัยดี พูดคุยหยอกล้อเล่นกับเพื่อนๆ ในหมู่บ้านมาตลอด ไม่เคยเห็นเก็บตัวเงียบคนเดียว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพบพิรุธหลายอย่าง ทั้งการนำศพส่งโรงพยาบาลศรีนครินทร์เพื่อผ่าพิสูจน์โดยไม่แจ้งญาติให้รับทราบก่อน และพบรอยแผลถูกของมีคมที่ข้อมือซ้าย เจ้าหน้าที่บอกว่าหลานเอามีดปอกผลไม้จิ้มข้อมือตัวเอง ซึ่งยิ่งทำให้ไม่เชื่อ เพราะมั่นใจว่าหลานไม่กล้าทำร้ายตัวเองอย่างแน่นอน อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างละเอียดชัดเจนกว่านี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83666</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผูกคอตาย, พลทหารเสียชีวิต, พลทหารเสียชีวิตในค่าย, พิรุธหลายอย่าง, มีดแทงข้อมือตัวเอง, สมัครเป็นทหาร, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad2d5180734.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 19:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รำลึก 14 ปี &#039;นวมทอง&#039; ฝ่าย ปชต.โวแกนนำม็อบคณะราษฎรสานต่อเจตนารมณ์แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค.63 - ที่สดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ สะพานลอยหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ร่วมกับทีมมวลชนอาสา WeVolunteer นำโดย น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำ 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ ผู้อำนวยการกองงานมวลชนอาสา WeVolunteer จัดกิจกรรมรำลึก 14 ปี ครบรอบวันเสียชีวิตของนายนวมทอง ไพรวัลย์ หรือลุงนวมทอง คนขับแท็กซี่ซึ่งผูกคอตายประท้วงการรัฐประหารของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เมื่อปี 2549&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2549 โดยมีการใช้กำลังทหารเข้ายึดอำนาจ ลุงนวมทองได้แสดงถึงการต่อต้านการทำรัฐประหารโดย โดยการขับรถแท็กซี่ชนกับรถถังจนได้รับบาดเจ็บ ต่อมาลุงนวมทองได้แสดงเจตนาที่แน่วแน่ในการต่อสู้กับอำนาจทหาร อำนาจเผด็จการอีกครั้ง ด้วยการมาจบชีวิตที่นี่ แสดงถึงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ว่าไม่เอาการรัฐประหาร และมั่นคงในประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เวลาผ่านมา 14 ปี พวกเราจะมารำลึกกันตรงจุดนี้ทุกๆ ปี สำหรับกิจกรรมวันนี้จะมีการวางดอกไม้รำลึกถึงท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายปิยรัฐ กล่าวรำลึกถึงการเสียชีวิตของลุงนวมทอง เป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่ธรรมดา คนไทยยังจดจำและศึกษาสิ่งที่เกิดขึ้น เผด็จการอยู่ไม่ได้นาน ครูครอง จันดาวงศ์ พูดไว้และเสียชีวิตเพราะเผด็จการ ส่วนลุงนวมทองก็เสียชีวิตเพราะต้านเผด็จการ หวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นครั้งสุดท้าย และขอให้เป็นครั้งสุดท้ายดังที่ลุงกล่าวว่าชาติหน้าเกิดมาคงไม่พบเจอการปฏิวัติอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง หรือวาดดาว นักกิจกรรมเพื่อความหลากหลายทางเพศ กล่าวตอนหนึ่งถึง 3 แกนนำคณะราษฎร 2563 ที่ถูกตำรวจอายัดตัวดำเนินคดีต่อ ว่าความกล้าหาญของพวกเขาไม่ต่างจากจิตวิญญาณของลุงนวมทอง อยากเล่าให้ลุงนวมทองและวีรชนได้ฟังว่าสิ่งที่พวกเขาทำมาไม่สูญสิ้น

ภายหลังการกล่าวปราศรัยและร้องเพลงรำลึก ผู้ชุมนุมได้ทยอยร่วมกันวางพวงมาลา วางดอกไม้และจุดเทียนรำลึกที่สดมภ์อนุสรณ์ นวมทอง ไพรวัลย์ ต่อมาผู้ชุมนุมได้ร่วมกันลอยกระทงในคลองหน้าสำนักงานไทยรัฐ ซึ่งบนกระทงมีข้อความว่า &amp;quot;ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&amp;quot; เนื่องจากจัดกิจกรรมตรงกับวันลอยกระทง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82405</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, คมช., นวมทอง ไพรวัลย์, ประท้วงรัฐประหาร, ผูกคอตาย, สุวรรณา ตาลเหล็ก, โตโต้ ปิยรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201031/image_big_5f9d59b4d7e1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2020 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2020 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!เชฟร้านอาหารภูเก็ตโดนพิษโควิดตกงานผูกคอตายลาโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.63-พ.ต.ต.วุฒิชัย แก้วทอง สารวัตร (สอบสวน) สภ.ถลาง &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต &amp;nbsp;ได้รับแจ้งมีเหตุคนผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านเช่า ในซอยหลังแคมป์คนงานหาดใหญ่นันทกร เลขที่ 131/65 &amp;nbsp;ม.4 ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง &amp;nbsp; จึงได้ประสาน หน่วย EMS Advance ของโรงพยาบาลพยาบาลถลางและหน่วยกู้ชีพเทศบาลตำบลศรีสุนทรร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าห้องแแถวจำนวน 5 ห้อง ห้องที่เกิดเหตุเป็นห้องแรก ภายในบ้านพบร่างนายสมาน ประสาริกา อายุ 45 ปี ไม่สวมเสื้อ สวมเพียงกางเกงวอร์มขายาวสีดำตัวเดียว นอนอยู่บนพื้นหน้าห้อง ซึ่งภรรยาและเพื่อนบ้านได้ช่วยกันแกะผ้าที่ผูกคอมัดกับลูกบิดประตูห้องนอนแล้ว &amp;nbsp;ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบไม่มีชีพจรแล้ว พร้อมทำการ CPR &amp;nbsp;และนำร่างนายสมาน ส่งโรงพยาบาลถลางเสียชีวิตในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส. วิไลวรรณ พัจฉิม อายุ 34 ปี &amp;nbsp;ภรรยาผู้ตายเล่าว่า ตอนเกิดเหตุ ตนได้ไปทำงาน ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ช่วงเช้า จากนั้นสามีได้โทรศัพท์มาบอกตนเองว่าจะผูกคอตายแล้ว ด้วยความตกใจจึงได้ลางานกลับมาที่บ้าน พบว่า สามีได้ใช้ผ้าแพรสีฟ้า ผูกคอติดอยู่กับลูกบิดประตูห้องนอน &amp;nbsp; จึงได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน นำร่างสามีลงมานอนบนพื้นในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สามีเคยทำงานเป็นเชฟร้านอาหารฝรั่งชื่อดังแห่งหนึ่งของภูเก็ต และได้ตกงานมาหลายเดือนแล้ว เนื่องจากสถานการณ์โควิดระบาด สามีก็เริ่มขาดรายได้และไม่มีงานให้ทำ ก่อนที่จะผูกคอตายได้โทรศัพท์มาบอกว่ากำลังจะผูกคอตาย&amp;quot;
&amp;nbsp;
เจ้าหน้าที่จึงได้สันนิษฐานว่าสาเหตุที่ทำให้นายสมานคิดสั้น เพราะเครียดเรื่องที่ตกงานไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัว หรืออาจจะคิดว่าตัวเองเป็นภาระ จึงตัดสินใจผูกคอเสียชีวิตดังกล่าว หลังทราบเรื่อง เจ้าหน้าที่ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานและชันสูตรพลิกศพร่วมกับแพทย์เวร ก่อนมอบให้ญาตินำไป ประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79460</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตกงาน, ผูกคอตาย, ภูเก็ต, เชฟร้านอาหาร, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f79bd703a5f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70937</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การขอนแก่น ถกทีมสืบสวนเร่งคลี่คลายคดี &#039;ยอดชาย&#039; ผูกคอตายในบ้าน ญาติติดใจเป็นฆาตกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.63 - ที่ สภ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เรียกประชุมด่วนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วม ภ.จว.ขอนแก่น และ&amp;nbsp; สภ.หนองเรือ เพื่อสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตของนายยอดชาย แสนสงค์ อายุ 46 ปี ชาวบ้าน บ.เหมือดแอ่ ม.7 ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ซึ่งพบเป็นศพผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพักของตัวเอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่คนในครอบครัวและชาวบ้านติดใจในการเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่าเนื่องจากการเสียชีวิตของนายยอดชาย นั้น&amp;nbsp;ภรรยาและญาติพี่น้อง รวมถึงชาวบ้านเกิดความสงสัยเพราะมีเลือดออกที่หว่างขา ซึ่งในกรณีดังกล่าวการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองเรือ รอบคอบเพราะการตรวจที่เกิดเหตุ ได้เดินทางไปพร้อมกับแพทย์รพ.หนองเรือ และ เจ้าหน้าที่ ศพฐ.4&amp;nbsp; ที่มีการดำเนินการการตรวจทุกอย่างครบถ้วนตามขั้นตอน โดยแพทย์รพ.หนองเรือ ไม่ได้ลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิต แจ้งเพียงว่า เป็นการตายที่ไม่ชัดเจน จึงมีการส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในใบชันสูตรศพของแพทย์ รพ.หนองเรือ นั้น บอกเพียงว่า มีรอยถลอกที่ขา และโคนขา แต่ไม่ได้ลงความเห็นเรื่องเลือดไหล หรือบาดแผลที่อวัยวะเพศแต่อย่างใด ดังนั้น สาเหตุการของการเสียชีวิตนั้นจึงยังไม่ชัดเจน ยังต้องรอการตรวจพิสูจน์จากแพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า การเรียกประชุมครั้งนี้ นอกจากมีการสั่งการให้ชุดสืบสวนร่วมกันตรวจสอบในเรื่องของการเสียชีวิตของนายยอดชายแล้ว ยังคงกำชับและเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบ ที่มีการปล่อยเงินกู้ให้ภรรยาของผู้เสียชีวิตเกือบ 100,000 บาท เพื่อจะได้ควบคุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะเป็นนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับการส่งศพนายยอดชายไปชันสูตรเป็นครั้งที่สอง คงจะระงับไว้ก่อน เพื่อรอให้แพทย์สรุปผลการชันสูตรศพครั้งแรกออกมา ซึ่งเมื่อผลการชันสูตรศพออกมาก็ต้องดูอีกว่าภรรยาและญาติพี่น้องพอใจหรือไม่ ซึ่งทั้งสองกรณีได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.นพเก้า โสมนัส รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น เป็นหัวหน้าชุดในการสืบสวนสอบสวน จนกว่าคดีจะสิ้นสุด&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70937</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, ผูกคอตาย, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล, สภ.หนองเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f06c0742748b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มประชดรักส่งข้อความสั่งเสียแฟนสาว &#039;ไว้เจอกันชาติหน้า&#039; ก่อนผูกคอดับคาบ้านเช่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.63 - เมื่อเวลา 00.30 น.พ.ต.ต. บุญฤทธิ์ เชิญเชื้อ สารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ รับแจ้งว่ามีชายผูกคอเสียชีวิต ภายในบ้านเช่าเลขที่ 194/23 หมู่ 2 ซอยผูกมิตร ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกตัญญูเดินทางเไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวภายในบ้านบริเวณประตูทางเข้า พบศพนายสมนึก สมใจเรา อายุ 25 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 46/1 หมู่ 1 ต. ปราสาททนง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ใช้เชือกไนล่อนผูกคอตัวเองอยู่กับขื่อหลังคาบ้านเสียชีวิตในสภาพใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีเหลือง กางเกงขาสั้นสีแดง ที่พื้นด้านล่างพบถังพลาสติกสีขาวล้มอยู่ คาดว่าผู้ตายนำมาใช้ยืนขณะผูกคอ &amp;nbsp; ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วกว่า 5 ชั่วโมง จึงมอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม น.ส. น้ำทิพย์ ศรีเพลีย อายุ 24 ปี ที่อยู่ 272/1 ม.6 ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ภรรยาผู้ตาย ได้เล่าว่า &amp;nbsp;ตนได้อยู่กินกับผู้ตายมาได้เกือบ 5 ปี และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คนวัย 2 ขวบเศษก่อนเกิดเหตุตนมีปากเสียงบ่อยครั้ง และผู้ตายได้พาลูกสาวไปอยู่ที่บ้านในซอยประชาอุทิศ 54 แถวทุ่งครุ ต่อมาทราบข่าวว่าลูกสาวถูกรถชน ตนจึงไปรับลูกสาวกลับมาอยู่ด้วยที่บ้าน ต่อมาเมื่อประมาณ 3-4 วันก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาหาตนที่บ้านโดยบอกว่าจะมาเก็บของแต่ก็ไม่ยอมกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาเมื่อช่วงเช้าของวานนี้ (3 มิ.ย.) ตนจะออกไปทำงานผู้ตายบอกจะกลับบ้าน ตนจึงบอกว่าจะเอาลูกไปอยู่ด้วยหรือเปล่า ผู้ตายบอกไม่เอาไปเพราะมันดูแลลำบาก ตนจึงพาลูกสาวไปทำงานด้วย จนกระทั่งเวลาประมาณเที่ยงวัน ผู้ตายก็แชทเฟสบุ๊คมาหาโดยมีข้อความว่า ไว้เจอกันชาติหน้า ฝากดูแลลูกด้วยนะไปละ ขอให้รักกันนาน ๆ นะ พอดูตนขอความแชทได้พักใหญ่ ผู้ตายก็ได้โทรวีดีโอคอล มาหาตนแต่ก็ไม่พุดอะไร ตนดูในโทรศัพท์ก็เห็นแต่ภาพเพดานหลังคาบ้านตรงที่ผู้ตายผูกคอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนจึงได้ต่อว่าผู้ตายว่าโทรมาแล้วไม่พูดอะไรบ้าเปล่า ตนจึงได้วางสายและทำงานต่อ จนตนเลิกงานกลางดึก ได้เดินทางกลับมาที่บ้านพร้อมลูกสาว เห็นในบ้านเปิดไฟไว้ แต่ประตูปิดล๊อกกลอนอยู่ด้านใน ตนเลยเคาะและตะโกนเรียกผู้ตายแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ทำให้นึกถึงข้อความที่ผู้ตายแชทไปบอก จึงรีบเดินมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แต่พองัดประตูเข้าไปได้เห็นผู้ตายผูกคอเสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้ตายน่าจะเกิดน้อยใจระแวงว่าแฟนสาวน่าจะปันใจให้ชายอื่น จึงมีปากเสียงกันบ่อยครั้งจนกระทั่งแชทข้อความสั่งลา ก่อนผูกคอตัวเองดับคาบ้าน โดยมีการโทรวีดีโอคอล เพื่อต้องการให้แฟนสาวได้เห็นขณะที่ตนเองกำลังผูกคอแต่วางมุมผิดจึงมองไม่เห็น อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67780</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, น้อยใจแฟน, ผูกคอตาย, สภ.สำโรงใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed86c0924979.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
