<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37955</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 22:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 22:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>UAE เปิดผลสอบระเบิดเรือน้ำมัน ชี้ผลงานระดับรัฐ แต่ไร้หลักฐานมัดอิหร่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยูเออีเสนอผลสอบสวนเบื้องต้นเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมเรือน้ำมัน 4 ลำต่อคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น ระบุเป็นฝีมือ &amp;quot;ผู้กระทำที่เป็นรัฐ&amp;quot; แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนที่ชี้ว่าอิหร่านเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือบรรทุกน้ำมันที่โดนลอบโจมตีนอกชายฝั่งเมืองฟูไจราห์ของยูเออี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มิถุนายนว่า เรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำ ซึ่งมีสัญชาติซาอุดีอาระเบีย 2 ลำ, นอร์เวย์ 1 ลำ และเอมิเรตส์ 1 ลำ โดนระเบิดได้รับความเสียหายนอกชายฝั่งเมืองท่าฟูไจราห์ ภายในน่านน้ำของยูเออี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม รัฐบาลสหรัฐและซาอุดีอาระเบียกล่าวหาอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงยามที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านกำลังเขม็งเกลียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะสอบสวนจากหลายประเทศนำโดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี), ซาอุดีอาระเบีย และนอร์เวย์ รายงานผลการสอบสวนเบื้องต้นต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ระหว่างการประชุมแบบปิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แถลงการณ์ที่เปิดเผยต่อสาธารณะวันเดียวกันกล่าวว่า ภายหลังการประเมินจากสภาพความเสียหายและการวิเคราะห์ทางเคมีแล้ว คณะสอบสวนพบว่าการโจมตีเรือ 4 ลำในครั้งนี้มีความซับซ้อนและเป็นปฏิบัติการที่สอดประสานกันซึ่งมีความเป็นไปได้มากว่าเป็นฝีมือของหน่วยงานรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสอบเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า มี &amp;quot;ความเป็นไปได้สูง&amp;quot; ว่าการโจมตีใช้ระเบิดแบบติดกับตัวเรือ ซึ่งต้องใช้นักประดาน้ำที่ผ่านการฝึก เดินทางมาด้วยเรือเร็ว และเชื่อว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ต้องอาศัยความสามารถด้านข่าวกรองในการเลือกเรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำเป็นเป้าหมาย โดยลำหนึ่งนั้นเป็นเรือซาอุฯ ซึ่งทอดสมออยู่อีกฟากหนึ่งของเรือ 3 ลำที่เหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมครั้งนี้ และนักการทูตหลายรายกล่าวว่า การรายงานสรุปของยูเออีในวันพฤหัสบดีไม่ได้เอ่ยถึงอิหร่านว่าอาจเกี่ยวข้องด้วย แต่อับดัลลาห์ อัลมูอัลลิมี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำยูเอ็นบอกกับนักข่าวว่า เราเชื่อว่าอิหร่านรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วลาดิมีร์ ซัฟรอนคอฟ อัครราชทูตรัสเซีย กล่าวกับนักข่าวภายหลังการรายงานสรุปแบบปิดห้องประชุมว่า ไม่มีการเสนอหลักฐานที่เชื่อมโยงอิหร่านกับการโจมตีครั้งนี้ เราจึงยังไม่ควรด่วนสรุป การสอบสวนจะยังดำเนินต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37955</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลสอบสวนเบื้องต้น, ผู้กระทำที่เป็นรัฐ, ยูเออี, วินาศกรรม, อิหร่าน, โจมตีเรือน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cfa7cd56a238.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
