<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเชือดคกก.สอบวินัย &#039;อดีตผู้การเมืองเลย&#039; ทำงานช้าสรุปผลไม่ทันจนมีคำสั่งกลับเข้ารับราชการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตรียมชงเรื่องเข้า ก.ตร.ไล่ออก &amp;quot;สุทิพย์&amp;quot; อดีตผู้การเมืองเลยโกงเงินลูกน้อง แม้จะได้กลับเข้ารับราชการตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ที่สอบวินัยยังไม่เสร็จสิ้น แต่ความผิดทางอาญาชัดเจนเข้าสู่กระบวนการอัยการแล้ว

20 ส.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่ง พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการจังหวัดเลย(ผบก.ภ.จว.เลย) พร้อมพวกรวม 5 คน กลับเข้ารับราชการว่า หลังจากมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 5 ราย ที่เข้าข่ายกระทำความผิดการทุจริตในโครงการกู้ร่วมหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ ในพื้นที่บก.ภ.จว.เลย เข้ากลับมารับราชการ ซึ่งเป็นไปตามกฎเกณฑ์ ตามเงื่อนไขของ พ.ร.บ.ตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำความเห็นยืนตามความเห็นของกองวินัย จากนี้จะส่งเรื่องเข้าที่ประชุมก.ตร. เพื่อให้ดำเนินการไล่ออกตามระบบต่อไป สำหรับข้าราชตำรวจชั้นประทวน ที่ได้รับเสียหายจากเรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนรีบดำเนินการเยียวยามาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกรณีดังกล่าว&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่ง ตร.ที่ 421/2563 ให้ข้าราชการตำรวจกลับคืนสู่ฐานะเดิมและกลับเข้ารับราชการ นั้นเนื่องจากการดำเนินการทางวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.เลย กับพวกรวม 5 นาย กรณีถูกล่าวหาว่ากระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยต้องหาคดีอาญาข้อหา ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.บ.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4,5 และ 12 และ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 15 ส.ค. 2563 คณะกรรมการสอบสวน ได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้น มีความเห็นมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจากการพิจารณา โดยกองวินัยพบว่าข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอต่อการพิจารณาสั่งการ จึงได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการสอบสวน ทำการสอบสวนเพิ่มเติม และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน แต่การพิจารณาสั่งการดังกล่าว ล่วงเลยตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด ตาม มาตรา 87 วรรคสอง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยเหตุจำเป็นไปในการขยายระยะเวลาการพิจารณาสั่งการทางวินัย พ.ศ.2547 ข้อ 5 เนื่องด้วยกฎหมายกำหนดไว้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ กับพวก รวม 5 นาย กลับคืนสู่ฐานะเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีอาญาทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน มีความเห็นสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาในความผิดฐาน &amp;quot;ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน&amp;quot; ต่อพนักงานอัยการ โดยคดียังอยู่ในชั้นพิจารณาของพนักงานอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการสอบ พล.ต.ต.สุทิพย์ ทำไมถึงดำเนินการล่าช้าไม่สามารถสรุปผลการสอบสวนได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด เป็นเหตุให้ต้องมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 5 นายนี้กลับเข้ามารับราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75044</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., จ.เลย, ทุจริตเงินสหกรณ์, บิ๊กสีกากี, ผู้การสุทิพย์, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, ไล่ออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3beb700bf33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37647</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนวนถึงอัยการ ฟ้องผู้การสุทิพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจหอบสำนวนกว่า 7 หมื่นแผ่นเสนออัยการสั่งฟ้อง &amp;quot;ผู้การสุทิพย์&amp;quot; กับพวกฉ้อโกงประชาชน เสียหาย 600 ล้าน เผยต้นเหตุมาจากตั้งวงแชร์แล้วเงินชอร์ต เท้าแชร์เกลี้ยกล่อมผู้การเข้าหุ้น ให้ลูกน้องกู้เงินสหกรณ์มาร่วมลงทุน กระทั่งผู้พิพากษา 3 คนและอัยการ 2 คนยังติดร่างแห
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนนี้ ที่สำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. หัวหน้าพนักงานสอบสวน พร้อมคณะพนักงานสอบสวน ได้นัด น.ส.ธิญาดา หรือนุช วิภาวรกานต์ ผู้ต้องหากับพวกจำนวน 29 ราย นำความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบแฟ้มสำนวนเอกสารจำนวน 212 แฟ้ม 48 กล่อง เป็นเอกสาร 72,560 แผ่น มาส่งมอบให้นายวิชาญ ธรรมสุจริตกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร รับสำนวนไว้พิจารณา ภายหลังรับสำนวน นายวิชาญก็จะตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาสำนวนที่ได้รับมา โดยนัดผู้ต้องหาให้มาฟังคำสั่งครั้งแรกในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ เวลา 10.00 น. ต่อมาผู้ต้องหาทั้ง 29 คน ได้รับการปล่อยชั่วคราวไม่ต้องมีหลักทรัพย์ เนื่องจากเดินทางมาพบอัยการเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นในช่วงปี 2556 กลุ่มผู้ต้องหาได้มีการเรียกระดมทุน (แชร์) โดยอ้างว่าหากมีการนำเงินมาลงทุนจะได้รับผลตอบแทน 4% จากเงินลงทุนต่อสัปดาห์ จนมีชาวบ้านหลงเชื่อ ซึ่งการระดมทุนดังกล่าวมีการนำเงินของผู้ร่วมลงทุนรายใหม่ไปส่งเป็นรายได้ให้แก่ผู้ร่วมลงทุนในรายแรกๆ ลักษณะแชร์ลูกโซ่ จนต่อมาโครงการเงินทุนดังกล่าวได้ล้ม เนื่องจากไม่มีเงินทุนจ่ายให้ผู้ร่วมลงทุน กลุ่มผู้ต้องหาจึงได้ไปชักชวน พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ในขณะนั้น ให้ชักชวนตำรวจนำเงินมาลงทุนกับกองทุนดังกล่าว โดยใช้วิธีการกู้เงินจากโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธร จ.เลย รวมกว่า 200 ล้านบาท เพื่อที่จะนำไปเป็นรายได้ จนภายหลังผู้เสียหายไม่ได้รับเงินคืนเกิดความเดือดร้อน ซึ่งคดีนี้ทั้งผู้เสียหายที่เป็นประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ดังกล่าวสูญทรัพย์สินเป็นเงินรวมทั้งสิ้นกว่า 600 ล้านบาท เหตุเกิดในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 35 คน พนักงานสอบสวนมีความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 30 คน สั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา 5 คน โดยมีผู้ต้องหาหลบหนี 1 คน จึงสามารถส่งตัวผู้ต้องหาในวันนี้ได้ 29 คน ในจำนวนผู้ต้องหาที่มาในวันนี้มี พล.ต.ต.สุทิพย์ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย เดินทางมาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาที่เป็นข้าราชการในกระบวนการยุติธรรมอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ อัยการ และศาล โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ต้องหาที่เป็นผู้พิพากษา 3 คน และพนักงานอัยการ 2 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37647</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธิญาดา วิภาวรกานต์, ผู้การสุทิพย์, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, วิชาญ ธรรมสุจริตกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf67146dd31e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2018 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบช.ภ.4 ย้ำชัดสั่งฟ้อง &#039;ผู้การสุทิพย์&#039; พร้อมพวกโกงเงินตำรวจเลยในเดือน ต.ค. นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.61 - ที่ศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้า (ศปก.) สภ.เมืองขอนแก่น พล.ต.ต.สุระชัย&amp;nbsp;ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ความคืบหน้าในการสืบสวนและสอบสวนคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย นั้นขณะนี้พนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนได้เร่งลงพื้นที่เพื่อสอบปากคำพยานครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ เนื่องจากคดีความดังกล่าวนี้นั้นแม้จะเกิดขึ้นในพื้นที่ บช.ภ.4 แต่มูลความผิดและเส้นทางทางการเงินนั้นประจายอยู่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุระชัย กล่าวว่า การสอบสวนเส้นทางทางการเงินนั้นจะเริ่มจากเดือน ม.ค.2560 ที่เงินจากตำรวจ จ.เลย ส่งมอบให้กับ พล.ต.ต.สุทิพย์&amp;nbsp;ผลิตกุศลธัช อดีต รอง ผบช.สกพ.(อดีตรองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะดำรงตำแหน่ง ผบก.ภ.จว.เลย นั้นมีเส้นทางทางการเงินกระจายไปในหลายจังหวัด ดังนั้นการแกะรอยเพื่อนำเงินมาคืนให้กับตำรวจนั้นทั้งหมดต้องรัดกุม รอบคอบ ซึ่งพนักงานสอบสวน ร่วมของ บช.ภ.4 และที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แต่งตั้งขึ้นนั้นได้ทำงานทุกวัน ทั้งการสอบสวนที่ บช.ภ.4 จ.ขอนแก่นและการลงพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ เพื่อให้การสรุปสำนวนคดีนั้นสามารถที่จะสั่งฟ้องได้ทันภายในเดือน ต.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้ได้มีการแจ้งข้อกล่าวให้กับผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมดรวมกว่า 40 ราย มีการสอบปากคำพยานไปแล้ว 400 ปาก ขณะที่การยึดคืนทรัพย์สินนั้นได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกวัน สำหรับเงินสดที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทยอยนำมาคืนหลังทราบว่าเงินนั้นเป็นของตำรวจเลย ก็จะมีการทยอยนำมาคืนให้กับพนักงานสอบสวนแล้วรวมกว่า 40 ล้านบาท ทั้งหมดจึงยังคงตกเป็นของกลางในคดีที่พนักงานสอบสวนต้องนำเสนอต่อศาลเพราะการคืนเงินให้กับตำรวจนั้นต้องรอการพิจารณาจากศาลเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า ในการสั่งฟ้องคดีความดังกล่าวนี้อาจจะมีการสั่งฟ้องที่ศาลอาญากลาง กรุงเทพฯ เนื่องจากฐานความผิดกระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ ส่วนการคืนทรัพย์สินและเงินสดให้กับผู้เสียหาย ชุดแรกที่เป็นข้าราชการตำรวจเลยรวม 196 รายนั้น จะต้องรอฟังคำสั่งศาลหลังการสั่งฟ้อง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้มีการตรวจสอบยอดเงินและความเสียหายของตำรวจทุกรายแล้ว เพื่อที่จะจัดลำดับขั้นตอนแนวทางการให้ความช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ผู้การสุทิพย์, พล.ต.ต.สุทิพย์  ผลิตกุศลธัช, พล.ต.ต.สุระชัย ควรเดชะคุปต์, โกงเงินสหกรณ์ตำรวจเลย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181018/image_big_5bc822fda1670.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้พิพากษาสมทบยื่นลาออก เซ่นเอี่ยวคดีโกงสหกรณ์จ.เลย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ เบญจกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 61 - นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่มีผู้พิพากษาถูกดำเนินคดีกับนายตำรวจ&amp;nbsp;ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันในการฉ้อโกงสหกรณ์&amp;nbsp;จ.เลย ว่า มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแก่ข้าราชการศาลยุติธรรม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน ไม่ใช่ไล่ออก และความคืบหน้าคือผู้พิพากษาสมทบรายหนึ่งได้ยื่นลาออก เป็นผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัว จ.เชียงใหม่ รายที่ไปพบพนักงานสอบสวน ซึ่งผู้พิพากษาสมทบไม่ได้เป็นข้าราชการประจำเหมือนข้าราชการศาล ผู้พิพากษา มาช่วยงานตามประเภทคดี เมื่อลาออกก็ไม่ได้ดำเนินการ ส่วนการดำเนินคดีอาญาก็ว่าไปตามขั้นตอนปกติของกฎหมาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18039</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจจังหวัดเลย, นายสราวุธ เบญจกุล, ผู้การสุทิพย์, ผู้พิพากษาจ้อโกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba10ff0b35ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟันแก๊ง&#039;ผู้การสุทิพย์&#039;ให้ออก3บิ๊กตร.เข้ากรุ15ร่วมขบวนการโกงเงินตำรวจเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.61-กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่เอกสารคำสั่ง ลงนามโดย พล.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผบ.ตร. ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งมายัง บช.ภ.4 เพื่อรับทราบคำสั่งดังกล่าวลงวันที่ 17 ก.ย.2561 โดยในเอกสารคำสั่งนั้นประกอบด้วย เลขที่ 522/2561เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระบุว่าจากพฤติการณ์ที่ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช &amp;nbsp;รอง ผบช.สกพ.( รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย ซึ่งถูกให้ออกราชการ &amp;nbsp;พร้อมพวก มีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายให้เข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน โดยตกลงว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายกำหนดอันเป็นความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนเป็นจำนวนมากนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน สืบสวนในเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วย &amp;nbsp;พล.ต.ต.บุญลือ &amp;nbsp;กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 เป็นประธานกรรมการ, พ.ต.อ.สุทธิพงศ์ &amp;nbsp;เป็กทอง รอง ผบก.ภ.จว.สุโขทัย เป็น กรรมการ,พ.ต.อ.ชูศักดิ์ &amp;nbsp;ขนาดนิด รอง ผบก.กองตรวจราชการ 8 สำนักงานจเรตำรวจ เป็น กรรมการ,พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ &amp;nbsp;เจียมศิริ สว.ฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ กองตรวจราชการ 8 สำนักงานจเรตำรวจ เป็นกรรมการ และ ร.ต.อ.อาดัม &amp;nbsp;รอเหมมัน สว.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.สตูล เป็นกรรมการ โดยให้รายงานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทราบโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งเลขที่ 524/2561 &amp;nbsp;ให้ข้าราชการออกจากราชการไว้ก่อน &amp;nbsp;จากกรณีการถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรงจนถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน ในเรื่องต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีคำสั่งให้ &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชยวุฒิ &amp;nbsp;จันทร์สมบูรณ์ รอง ผบก.ภ.จว.เลย,พ.ต.อ.อุดร &amp;nbsp;ชูก้าน ผกก.กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.เลย และ พ.ต.ท.กฤษฎา &amp;nbsp;นิติพจน์ สว.อก.สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ออกจากราชการไว้ก่อน โดยผู้ที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนมีสิทธิ์อุทธรณ์คำส่งต่อ ก.ตร.ได้ภายใน 30 วัน หรือจะฟ้องโต้แย้งคำสั่งโดยให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือต่อศาลปกครองได้ภายใน 90 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และคำสั่งที่ 525/2561 ให้ ข้าราชการตำรวจปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ มาปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 โดยให้ขาดจากต้นสังกัด ประกอบด้วย พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ &amp;nbsp;ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4,พ.ต.อ.วิทยา &amp;nbsp;ทองเหลา รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี,พ.ต.อ.ภณกช &amp;nbsp;หรรษา ผกก.สภ.บ้านดุง จ.อุดรธานี,พ.ต.อ.สุจินต์ &amp;nbsp;นาวาเรือน ผกก.สภ.วังสะพุง จ.เลย,พ.ต.อ.วินัย &amp;nbsp;ไทยผึ้ง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.ราชบุรี,พ.ต.อจักรพงศ์ &amp;nbsp;ธรมวงศ์ ผก.ฝ่ายบริการการศึกษา ศูนย์ฝึกอบรม ตร.ภ.4,พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ &amp;nbsp;วารีสดใส รอง ผกก. กลุ่มงานตรวจสอบสำนวน 2 กอคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี,พ.ต.ท.สุกี &amp;nbsp;พลดงนอก &amp;nbsp;รอง ผกก.ฝ่ายปกครองป้องกัน สภ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู,พ.ต..มนตรี สุปะคำ รอง ผกก.ฝ่ายปกครองป้องกัน สภ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น,พ.ต.ท.ไกรทอง &amp;nbsp;ชัยสิงห์ รอง ผกก.สิบสวน สภ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม,พ.ต.ท.ศิริศักดิ์ &amp;nbsp;ชนะกาญจน์ สว.อก.ภ.จว.เลย,พ.ต.ท.อรรคเดช &amp;nbsp;บุญงาม สว.อก.สภ.นาดินดำ จ.เลย ,พ.ต.ท.พุฒิพัฒน์ &amp;nbsp;พนมชัยจิรกุล รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู,ร.ต.อ.สุนทร &amp;nbsp;ย่อยชา รอง สวป.สภ.เมืองขอนแกนและ ด.ต.ศร &amp;nbsp;เตจ๊ะนัง ผบ.หมู่ กก.สส.2 บก.สส.ภ.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่คำสั่งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งมาถึง บช.ภ.4 จ.ขอนแก่นได้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ถึงคำสั่งให้ออกจากราชการและโยกย้ายดังกล่าว เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ บช.ภ.4 ที่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันในช่วงเช้าของวันนี้ พล.ต.ท.สุระชัย &amp;nbsp;ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญลือ &amp;nbsp;กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ &amp;nbsp;หักพาล รอง ผบช.ทท. จะนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท หารและฝ่ายปกครอง รวมหลายร้อนนาย เข้าทำการยึดอายัดทรัพย์ในคดีที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ &amp;nbsp;เพิ่มเติม รวมทั้งกรสอบปากคำผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวที่ยังคงทยอยเดินทางมามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาที่ บช.ภ.4 อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการตรวจยึดอายัดและการตรวจสอบสำนวนในคดีการกู้ยืมเงินโดยสัญญาไม่เป็นธรรม เพื่อเตรียมความพร้อมในขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่ พล.อ.ประวิตร &amp;nbsp;วงษ์สุวรณ รองนายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ที่ &amp;nbsp;จ.กาฬสินธุ์ ในวันที่ 20 ก.ย.ที่จะถึงนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17838</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ผู้การสุทิพย์, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, หนี้ตำรวจ, ให้ออก3ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba062123c3cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2018 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2018 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบปากคำ7ผู้ต้องหาเครือข่าย &#039;สุทิพย์&#039; โกงเงินสหกรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบ.ตร.รุดสอบปากคำ&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ผู้ต้องหา เครือข่าย &amp;ldquo;ผู้การสุทิพย์&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบเป็นอดีตผู้พิพากษาและข้าราชการ &amp;ldquo;รุ่งโรจน์&amp;rdquo; ย้ำชัดสาวถึงใครเอาผิดยึดทรัพย์ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;ก.ย.61 - ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จ.ขอนแก่น พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุระชัย&amp;nbsp;ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ&amp;nbsp;หักพาล รอง ผบช.ทท. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนผู้เสียหายและผู้ที่มีส่วนพัวพันในคดีการทุจริตโครงการรวมหนี้และบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย&amp;nbsp;ที่ผลการสืบสวนพบว่าเชื่อมต่อเครือข่ายคดีแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมี พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย&amp;nbsp;เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้พนักงานสอบสวน ร่วม บช.ภ.4 และ สตช. ได้ทำการเรียกสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติม 7 คน เป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน เป็นข้าราชการไม่ทราบสังกัด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน และนักธุรกิจ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน โดยในช่วงของการสอบสวนนั้น ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวหรือสังเกตการณ์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร.&amp;nbsp;กล่าวว่า การดำเนินคดีที่เกิดขึ้นมีการเอาผิดกับ&amp;nbsp;พล.ต.ต.สุทิพย์ พร้อมพวกไปแล้ว&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน ประกอบด้วย พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีต รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อดีต ผบก.ภ.จว.เลย, พ.ต.อ.เฉลิมพล ยอดประทุม ผกก.อก. ภ.จว.เลย ,น.ส.ธิญาดา วิภาวรกานต์ อายุ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปี และนายเกรียงไกร เกตพิบูลย์ อายุ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ปี โดยยึดอายัดทรัพย์สินจากบุคคลที่เกี่ยวข้องในจังหวัดต่างๆ ทั้งที่กรุงเทพฯ,นนทบุรี, เชียงใหม่, อุดรธานี และขอนแก่น รวมแล้วกว่า&amp;nbsp;130&amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งจากการสอบสวนยังคงพบว่า มีบุคลที่เกี่ยวข้องทั้งอดีตข้าราชการในกระบวนการยุติธรรม,ศาลฯและหน่วยงานอื่น เข้ามาเกี่ยวข้องรวมถึงนักธุรกิจอีกหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้มีอดีตข้าราชการติดต่อขอเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ บช.ภ.4&amp;nbsp;โดยเป็นอดีตข้าราชการ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน พลเรือน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน รวม&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คน ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;คน ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา เพียงแค่เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำหลังมีชื่อเข้าไปพัวพันในคดีดังกล่าว ส่วนอีก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับจากศาลจังหวัดขอนแก่น ดำเนินการติดตามจับกุมตามขั้นตอนของกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบ.ตร.กล่าวต่ออีกว่า ในคดีความดังกล่าวซึ่งพบว่ามีข้าราชการในสังกัดกระทรวงยุติธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น ยืนยันว่าไม่มีผลต่อทางคดี ทุกฝ่ายจะต้องได้รับความเป็นธรรม หากเข้าข่ายกระทำความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะนี้มีผู้เสียหายในหลายพื้นที่ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ล้านบาท โดยหากพบว่าใครมีส่วนพัวพันหรือเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการตามขั้นตอนทั้งหมด ขณะเดียวกันในการยึดทรัพย์จะตรวจสอบเส้นทางทางการเงินในภาพรวมทั้งหมดเช่นกัน หากเชื่อมโยงไปที่ใครก็จะต้องถูกตรวจสอบและยึดอายัดและให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองนำเอกสารหลักฐานมาชี้แจง หากไม่สามารถชี้แจงได้ก็จะตกเป็นของกลางในคดีทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17478</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ, ผู้การสุทิพย์, พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม, สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย, แชร์ลูกโซ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180913/image_big_5b9a0791d7fbf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
