<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แก๊ง &#039;อดีตผู้กำกับโจ้&#039; อ่วมแน่! ศาลฯชี้ชัด &#039;มาวิน&#039; ตายเพราะขาดอากาศหายใจ </HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - ที่ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ศาลอ่านคำสั่งคดีชันสูตรการเสียชีวิต หมายเลขดำ ช.7/2564 ที่พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ ยื่นคำร้องขอไต่สวนการตายนายจิระพงศ์หรือ &amp;quot;มาวิน ธนะพัฒน์&amp;quot; ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 150 ซึ่งมีการกล่าวหาว่าการตายของนายจิระพงศ์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.64 เวลา 13.20 น. เกิดขึ้นโดยการกระทำของ&amp;nbsp;&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ( ผู้กำกับ ฯ โจ้) &amp;nbsp;,พ.ต.ต.รวีโรจน์ ดิษทอง, ร.ต.อ.ทรงยศ คล้ายนาค, ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา,ด.ต.วิสุทธิ์ บุญเขียว,ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น ,ส.ต.ต.ปวีณ์กร คำมาเร็ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&amp;nbsp; เจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่และเสียชีวิตในระหว่างอยู่ในความควบคุมเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอให้ศาลทำการไต่สวน และทำคำสั่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 150 วรรคห้า แสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด กับเหตุกับพฤติการณ์ที่ตาย และหากตายโดยคนทำร้ายใครเป็นผู้กระทำเท่าที่จะทราบได้&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ได้ทำการไต่สวนแล้ว จึงมีคำสั่งว่าผู้ตาย คือ นายจิระพงศ์หรือมาวิน ธนะพัฒน์ ตายที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.64 เวลา 13.20 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุและพฤติการณ์ที่ตายคือขาดอากาศหายใจเนื่องจากถูก พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผลกับพวก&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง ร่วมกันใช้ถุงพลาสติกครอบศีรษะเป็นเวลานานมากกว่า 6 นาที ในขณะที่ทำการสืบสวนขยายผลในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ อันเป็นการเสียชีวิตในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120330</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้กำกับโจ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_6132b399b11fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118764</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองผบ.ตร. เผยอดีตผกก.โจ้ เอี่ยวขบวนการยึดรถหรูกว่า 410 คัน พบตำรวจจำนวนหนึ่งมีส่วนร่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64 - ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยหลังการประชุมชุดสืบสวนมอบสวนคดีร่วมกันฟอกเงินของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผู้กำกับการ สภ.เมืองนครสวรรค์ หลังจากที่ถูกดำเนินคดีที่ทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาคดียาเสพติดเสียชีวิตภายในห้องสอบสวนว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีรถยนต์ 410 คัน เกี่ยวข้องกับการยึดอายัดในขณะที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เบื้องต้นพบว่ามีแจ้งหายไว้ในต่างประเทศ 270 คัน แบ่งเป็นหายก่อนการถูกยึดอายัด 101 คัน และหลังการถูกยึดอายัด 169 คัน ส่วนที่เหลือยังไม่พบข้อมูล และยังพบว่ามีตำรวจอีกจำนวนหนึ่งร่วมในการจับกุมรถยนต์หรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ได้ตรวจสอบถึงผู้เสียหายในต่างประเทศที่แจ้งความว่ารถยนต์หาย แต่ก็ไม่พบข้อมูลจึงเชื่อได้ว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ กับพวกมีการร่วมกันตรวจยึดรถยนต์หรูกันเป็นขบวนการ แล้วนำมาส่งให้กรมศุลกากรออกประมูล และจะได้รางวัลนำจับร้อยละ 5 ของราคาประเมิน ส่วนผู้ที่ประมูลรถยนต์ออกไปยังพบว่าเป็นกลุ่มขบวนการเดียวกัน และอยู่ระหว่างการรอเอกสารจากกรมศุลกากรมาเพิ่มเติม

สำหรับรถยนต์ทั้งหมดยืนยันว่า เป็นการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย บางคันยึดมาก่อนที่รถจะเข้ามาถึงประเทศไทย และส่วนใหญ่เป็นรถที่มาจากประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับตำรวจและบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และเตรียมส่งสำนวนคดีให้กับพนักงานอัยการได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

พล.ต.อ.สุชาติ ยังพูดถึงกรณีผู้ที่ทำการปล่อยคลิปวิดีโอกล้องวงจรปิด ในขณะที่มีการทำร้ายผู้ต้องหา จากการสอบสวนพบว่ามีการโหลดคลิปวงจรปิดลงในโทรศัพท์มือถือ แล้วส่งต่อกันในกลุ่มของตำรวจด้วยกัน ก่อนที่จะหลุดไปสู่สาธารณะ แต่ยืนยันว่าผู้ที่ปล่อยคลิปไม่มีความผิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118764</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองปราบ, ผู้กำกับโจ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615af790562f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จเรตำรวจ&#039; แจ้งข้อหาผิดวินัยร้ายแรง อดีต ผกก.โจ้ พร้อมพวก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - ที่สำนักงานจเรตำรวจ พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช รองจเรตำรวจแห่งชาติ นัดประชุมคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยของจเรตำรวจ เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานกรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนพล หรือ ผกก.โจ้กับพวก 7 คน กระทำผิด ใช้ถุงพลาสติกสีดำครอบศีรษะนายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ ม้วนปิดปากถุงเพื่อไม่ให้อากาศเข้าไปในถุง ทำให้นายจิระพงศ์ หายใจไม่ออก ขาดอากาศหายใจ หมดสติ และถึงแก่ความตาย ในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา

ก่อนเริ่มการประชุม พล.ต.ท.สราวุฒิกล่าวว่า วันนี้จะเป็นการประชุมร่วมกันของคณะกรรมการที่รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาว่า ผลสรุปเป็นไปตามข้อเท็จจริงอย่างไร จากนั้นคณะกรรมการจะเดินทางไปที่เรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อพบกับผู้ต้องหาทั้ง 7 คน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา โดยผู้ต้องหามีสิทธิ์ที่จะทำการชี้แจงให้กับทางคณะกรรมการทราบภายใน 15 วัน ซึ่งขณะนี้ถือว่าการทำงานของคณะกรรมการผ่านไปแล้ว 80 % ส่วนในรายละเอียดเรื่องข้อกล่าวหา ขอเวลาให้คณะกรรมการประชุมพิจารณาให้เรียบร้อยก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117392</URL_LINK>
                <HASHTAG>จเรตำรวจ, ถุงคลุมหัวฆ่า, ผู้กำกับโจ้, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_614980bae8ead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายตั้ม&#039; ปฏิเสธบอกที่มาคลิปอดีต ผกก.โจ้​ ใช้ถุงคลุมหัว ยันไม่ได้รับงานจากใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64 - พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช รองจเจตำรวจ ​ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการ​ตรวจสอบวินัยร้ายแรง​ กรณีเหตุการณ์​อดีต ผกก.โจ้​ ใช้ถุงดำครอบหัว​ผู้ต้องหา​คดีเสพติด ​เปิดเผยว่า​ ในวันนี้ได้เชิญนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม​ มาให้ปากคำ​ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาของคลิปและรายละเอียด​ทั้งหมด​&amp;nbsp; โดยคณะทำงานจะทำการรวบรวมพยานหลักฐาน​ให้แล้วเสร็จ​ จากนั้นจะเข้าไปแจ้งข้อหากับ​ทั้ง​ 7​ นายภายในเรือนจำ​ ซึ่งจะให้สิทธิ์​ทั้ง 7 คนสามารถชี้แจงข้อเท็จจริง​ได้ทุกเรื่อง​ แต่ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย​ ซึ่งในการตรวจสอบครั้งนี้​ คณะทำงานของตนเองจะเน้นไปที่การตรวจสอบเพื่อลงโทษ​ทางวินิย&amp;nbsp; ซึ่งโดยไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็น​ที่มีกระแสข่าว​ว่า​ ที่มาของคลิปเกิดจากความขัดแจ้งของตำรวจชุดจับกุมยาเสพติด​นั้น​ จะยังไม่มีการตรวจสอบในชั้นนั้น​ เนื่องจากเป็นคนละประเด็น​ แต่ยืนยันว่าที่มาของคลิปไม่มีผลต่อการพิจารณา​โทษทางวินัย​กับนายตำรวจทั้ง 7 ​คน​ ซึ่งโทษทางวินัยจะพิจารณา​เป็นรายบุคคล​ไปตามพยานหลักฐาน​และการกระทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการสอบปากคำในวันนี้​หากทนายตั้ม ปฏิเสธ​ที่จะบอกที่มาของคลิปดังกล่าว​ ก็ไม่เป็นอุปสรรค​ต่อการสอบสวน​ เนื่องจากตำรวจมีขั้นตอนการสอบสวน​ อีกทั้งมีพยานหลักฐาน​อย่างอื่นประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายษิทรา​ หรือ​ ทนายตั้ม​ ได้เดินทางเข้าพบคณะสอบสวน​พร้อม​ทั้งแสดง​ทรัมป์ไดร์ฟ ​ที่ภายในบรรจุข้อมูลคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็นหลักฐานพฤติกรรม​ของ​ทั้ง 7 คน​ พร้อมยืนยันว่าไม่มีความกังวลใจ​ และพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับตำรวจ ส่วนจะมีการเปิดเผยข้อมูลกับสื่อได้หรือไม่นั้น ต้องขอปรึกษา​กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเข้าให้ปากคำกว่า 2 ชม. นายษิ​ทรา​ ระบุว่า วันนี้ได้นำคลิปที่มีการโพสต์​ในลงสื่อ​ต่างๆ มามอบให้กับคณะกรรมการ​จเรตำรวจ​ ตรวจสอบในคดีตำรวจ7นาย​ ซ้อมทรมาน​ผู้ต้องหาคดียาเสพติด​จนเสียชีวิต​ ก่อนที่จะนำเข้าสู่สำนวนคดี​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น​ทราบว่า​ คณะกรรมการ​จเรตำรวจ​ได้ดำเนินการแจ้งข้อหา​ผิดวินัย​ร้ายแรงกับตำรวจทั้ง7นายแล้ว​ โดยผู้บัญชาการ​ตำร​วจ​แห่งชาติได้สั่งให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว​ อีกทั้งการสอบปากคำในวันนี้​ ทางคณะได้สอบถามถึงที่มาของคลิปดังกล่าว​ โดยตัวเองได้ให้ข้อมูลว่ามาจากตำรวจชั้นผู้น้อย​นายหนึ่งและหลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก​ ซึ่งทางคณะกรรมการ​ฯก็ไม่ได้กดดันให้บอกรายละเอียดทั้งหมด​&amp;nbsp; รวมทั้งการเข้าให้ปากคำในวันนี้ถือว่าตัวเองเป็นปากสุดท้ายในฐานะพยาน​ พร้อมยืนยันว่าตัวเองไม่ได้รับงานมาจากใครเพื่อโจมตีอดีต ผกก.โจ้​ หรือกลั่นแกล้ง​ ​ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยเจอและไม่เคยรู้จักกับตำรวจทั้ง7นายเป็นการส่วนตัว​&amp;nbsp;ส่วนอดีต ผกก.โจ้​ ยอมรับว่าเคยเจอเพียง​1ครั้งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันคณะกรรมการ​จเรตำรวจ​ เปิดเผยการสอบสวนเบื้อต้นว่า​ มีมติแจ้ง​ผิดข้อหาวินัยร้ายแรงกับตำรวจทั้ง​ 7​ นาย​ ส่วนคลิปที่ได้รับจากทนายตั้ม​นั้น จะนำส่งให้กองพิสูจน์​หลักฐาน​ดำเนินการตรวจพิสูจน์​ตามขั้นตอนการตรวจพิสูจน์​พยานหลักฐานเข้าสู่สำนวนคดี​​ รวมถึงตรวจสอบวิเคราะห์​คัดแยกเสียงในคลิปดังกล่าว​ เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติม​ เช่น​ ว่ามีการเรียกรับเงินหรือไม่​ โดยคาดว่าจะทราบผลการตรวจสอบพยานหลักฐาน​ทั้งหมดภายในสัปดาห์​นี้​ และในสัปดาห์​หน้าและเข้าแจ้งข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรงกับตำรวจทั้ง7​นาย ที่​เรือนจำคลองเปรม​ เพื่อให้ทั้ง7รายชี้แจงข้อเท็จจริง​ตามกระบวนการพิจารณา​โทษ​ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116663</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงคลุมหัวฆ่า, ทนายตั้ม, ผู้กำกับโจ้, ษิทรา เบี้ยบังเกิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_614047dcb46a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 20:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับฝากขัง อดีตผกก.โจ้ กับลูกน้อง ครั้งที่ 2 ตร.ค้านประกัน ชี้โทษสูงกลัวยุ่งเหยิงหลักฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.64 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง &amp;nbsp;ซ.สีคาม ถ.นครไชยศรี พนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 410/2564 ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 2 พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อายุ 39 ปี หรืออดีตผู้กำกับโจ้ อดีตผกก. สภ.เมืองนครสวรรค์&amp;nbsp;และ ร.ต.ท.ธรณินทร์ มาศวรรณา อายุ 55 ปี ตามคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาศาลจังหวัดนครสวรรค์ (แทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6) ที่ ฝ.อท. 6-7 /2564 อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนมีกำหนด 12 วันซึ่งจะครบกำหนดฝากขังผู้ต้องหาในวันที่ 7 ก.ย.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากยังต้องสอบสวนปากคำพยานอีกจำนวน 20ปาก, รอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร, รอผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นระหว่างผู้ต้องหาและผู้ตายในที่เกิดเหตุและรอผลการตรวจเปรียบเทียบลายนิ้วมือแฝงระหว่างผู้ต้องหาและผู้ตายในที่เกิดเหตุในที่เกิดเหตุ, รอผลการตรวจพิสูจน์คลิปวิดีโอในสถานที่เกิดเหตุจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์จากกองพิสูจน์หลักฐาน, รอผลการไต่สวนในคดีซันสูตรพลิกศพมาประกอบสำนวนการสอบสวน จึงขอศาลอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนต่อไปอีกมีกำหนด 12 วันนับ แต่วันที่ 8- 19 ก.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื้อหาในคำร้องฝากขังครั้งนี้ยังระบุว่า ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นว่า ผู้ต้องหาเป็นข้าราชการตำรวจสังกัดสภ.นครสวรรค์ ท้องที่เกิดเหตุ กระทำความผิดอาญา มีพฤติการณ์ร้ายแรง เป็นคดีอุจฉกรรจ์สะเทือนขวัญเป็นที่สนใจของประชาชน จึงอนุมัติให้โอนสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวจากสภ.นครสวรรค์มายังกองบังคับการปราบปรามกรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อมาวันที่ 1 ก.ย.2564 พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ขอโอนการฝากขังมายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และขอโอนตัวผู้ต้องหาจากเรือนจำกลางพิษณุโลกไปคุมขังระหว่างสอบสวนที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6ได้อนุญาตแล้ว ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรมกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูงเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงต่อพยานหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญาคดีทุจริตฯพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นจึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังหมดเวลาทำการศาลฯไม่ปรากฎว่ามีญาติหรือทนายความของผู้ต้องหาทั้ง 2 มายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115940</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงคลุมหัว, ผู้กำกับโจ้, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210904/image_big_6132b399b11fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนัดพร้อมยืนยันตัว &#039;อดีต ผกก.โจ้&#039; กับลูกน้อง ครบกำหนดฝากขังครั้งที่ 2 พรุ่งนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.64 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลได้ดำเนินการนัดพร้อม เพื่อสอบถาม พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผู้ต้องหา คดีหมายเลข ดำที่ ฝ.อท.6/2564 กับ ร.ต.ท.ธรนินทร์ มาศวรรณา ผู้ต้องหาคดีหมายเลข ดำที่ ฝ.อท.7/2564 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ผ่านทางระบบการประชุมผ่านจอภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลนัดพร้อมเพื่อสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 2 ที่ถูกคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ชำนาญงานซึ่งเป็นสักขีพยานอยู่ที่ห้องพิจารณาคดีของเรือนจำกลางคลองเปรมเนื่องจากขณะนี้เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรและเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เดิมเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฝ. อท6-7/2564 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ซึ่งครบกำหนดวันฝากขังครั้งที่ 2 ในวันที่ 7 ก.ย. 64 และได้โอนการฝากขังผู้ต้องหามายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเป็นคดีหมายเลขดำที่ฝ 11-12/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้สอบถามผู้ต้องหาทั้งสองแล้วว่าเป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหาในคดี ฝ.อท. 6-7/2564 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ผู้ต้องหาทั้งสองรับว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ให้ยกเลิกหมายขังระหว่างสอบสวนที่ 1525 -1526/2564 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 เบิกตัวผู้ต้องหาในลักษณะการประชุมทางจอภาพในวันครบกำหนดการฝากขังครั้งที่ 2 ในวันที่ 7 ก.ย.64 เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในวันเดียวกัน คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 410/2564 &amp;nbsp;ได้ยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาครั้งที่ 2 ประกอบด้วย ด.ต.วิสุทธิ์ บุญเขียว , พ.ต.ต.วิโรจน์ ดิษทอง, ร.ต.อ.ทรงยศ คล้ายนาค, ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น และ ส.ต.ต.ปวีณ์กร คำมาเร็ว ผู้ต้องหา ผ่านการประชุมทางจอภาพเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งคดีนี้เดิมเป็นคดีหมายเลขดำที่ฝ. อท 4-5/2564 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 &amp;nbsp;ได้โอนการฝากขังผู้ต้องหามายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฝ 9-10/2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญาคดีทุจริตฯพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเหตุที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งสี่ครั้งที่ 2 ตามคำร้องฉบับลงวันที่วันนี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นจึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งทั้ง 5 ได้โดยให้นับระยะเป็นการฝากขังครั้งที่ 2 ต่อเนื่องจากการฝากขังในคดีของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ตามคำร้องมีกำหนด 12 วันนับตั้งแต่วันที่ 7-18 &amp;nbsp;ก.ย.64 หมายขังผู้ต้องหาทั้ง 5 ไว้ เว้นแต่มีประกันเบิกตัวผู้ต้องหาทั้ง5 ในลักษณะการประชุมทางจอภาพในวันครบกำหนดการฝากขังครั้งที่ 3 แต่เนื่องจากวันที่ 18 ก.ย.64 ตรงกับวันเสาร์ซึ่งเป็นหยุดราชการจึงให้เบิกตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ในวันที่ 17 ก.ย.64 เวลา 10.00น. เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาทั้ง 5 จึงให้ส่งสำเนาคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 2 ให้ผู้ต้องหาทั้งห้าไปพร้อมกับคำสั่งเบิกตัวผู้ต้องหาทั้งห้าในนัดหน้า หากผู้ต้องหาทั้งห้าประสงค์จะคัดค้านการฝากขังครั้งนี้ ให้ยื่นคำร้องหรือแถลงคัดค้านการฝากขังในนัดหน้าให้ส่งสำเนาคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 2 และให้ส่งรายงานกระบวนพิจารณาฉบับนี้ไปยังเรือนจำกลางคลองเปรมทางเพื่อให้ผู้ต้องหาทั้ง 5 และสักขีพยานลงลายมือชื่อเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้ส่งคืน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางและให้นำรายงานกระบวนพิจารณาฉบับที่มีการลงลายมือชื่อที่ส่งมาภายหลังรวมไว้ในสำนวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115806</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงคลุมหัว, ผู้กำกับโจ้, พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล, ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f514d3db15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039; รับตัวอดีต ผกก.โจ้ เข้าเรือนจำกลางคลองเปรมแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.64 - นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า จากกรณีของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรืออดีตผู้กำกับโจ้ และพวกรวม 7 ราย ได้แก่ พ.ต.ต.วิโรจน์ ดิษทอง, ร.ต.อ.ทรงยศ คล้ายนาค, ร.ต.ท.ธรนินทร์ มาศวรรณา, ด.ต.วิสุทธิ์ บุญเขียว, ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น และ ส.ต.ต.ปวีณ์กร คำมาเร็ว ผู้ต้องหาในการกระทำผิดอาญาที่มีพฤติกรรมกระทำผิดร้ายแรงเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ซึ่งขณะนี้ กรมราชทัณฑ์ ได้รับคำอนุญาตจากศาลและหนังสือประสานจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการขอย้ายตัวกลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวจากเรือนจำกลางพิษณุโลกมาเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้เมื่อเวลา 09.00 น. ณ เรือนจำกลางคลองเปรม นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดี&amp;nbsp; กรมราชทัณฑ์ ได้เดินทางเข้าติดตามควบคุมการรับตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 รายด้วยตัวเอง ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้ย้ายผู้ต้องหาดังกล่าว จากเรือนจำกลางพิษณุโลก เข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุมในเขตพื้นที่กองบังคับการปราบปราม และต้องส่งตัวเข้าควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แต่เนื่องจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ยังไม่สามารถรับผู้ต้องขังเข้าใหม่ได้ เพราะยังคงมีผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 ภายในเรือนจำ อีกทั้งยังไม่ได้ถูกประกาศให้เป็นเรือนจำสีขาวตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของกรมราชทัณฑ์ จึงจำเป็นต้องนำตัวทั้ง 7 ราย เข้าควบคุมที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ภายในเรือนจำของ ศบค.รท. และกระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับขั้นตอนการรับตัว เมื่อมาถึงเรือนจำกลางคลองเปรม&amp;nbsp;ทั้ง 7 รายในฐานะเป็นผู้ต้องขังเข้าใหม่จะต้องเข้าสู่กระบวนการรับตัวตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของเรือนจำ (SOPs) อย่างเคร่งครัด และต้องได้รับการตรวจสุขภาพร่างกาย คัดกรองโรค ตรวจหาเชื้อ โควิด - 19 และกักตัว อยู่ในสถานที่กักกันโรคเป็นระยะเวลา 21 วัน ตามมาตรฐานการดำเนินงานด้านสาธารณสุข โดยกรมราชทัณฑ์ จะปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เสมอภาค ภายใต้กรอบของกฎหมายและมาตรฐาน ตลอดจนเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115520</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้กำกับโจ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f6abab8e45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
