<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แท็กซี่รวมตัวค้านใช้รถยนต์ส่วนบุคคลให้บริการผ่านแอป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เมษายน 2564 นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่ เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 เม.ย. 2564 เวลา 09.00 น. ตนพร้อมด้วยสมาชิกไม่เกิน 50 คน จะขับรถแท็กซี่ไปที่กระทรวงคมนาคม เพื่อยื่นหนังสือถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องขอคัดค้านการเสนอร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ... ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบในหลักการร่างดังกล่าวในเร็วๆ นี้ โดยร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ กำหนดให้สามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนเป็นรถสาธารณะให้บริการผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันอย่างถูกกฎหมายกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้
ทั้งนี้ การยื่นคัดค้านครั้งนี้นั้น เนื่องจาก ตนมองว่า ขณะนี้ ผู้ประกอบการรถแท็กซี่ที่มีอยู่ประมาณ 120,000 คันทั่วประเทศ กำลังประสบผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระบาดระลอก 3 ในหลายพื้นที่ ทำให้ไม่มีผู้โดยสารและไม่มีรายได้มาใช้จ่ายในครอบครัว จนทำให้เหลือผู้ประกอบการรถแท็กซี่ที่ให้บริการอยู่ในขณะนี้ และยังพยุงกิจการไปได้ ประมาณ 30,000-40,000 คัน หรือคิดเป็น 30% เท่านั้น ส่วนอีก 80,000-90,000 คัน หรือ 70% ได้จอดรถแท็กซี่ไว้ แล้วไปหาอาชีพอื่นทำ เพื่อให้มีรายได้มาเลี้ยงครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การไปยื่นหนังสือที่กระทรวงคมนาคมในวันที่ 26 เม.ย.นี้นั้น ผมและสมาชิกผู้ขับแท็กซี่อีกกว่า 50 คน จะปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขในการป้องกันโควิด-19 และเป็นไปตามมาตรการของคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. อย่างเคร่งครัด สำหรับผู้ที่นำรถแท็กซี่ไปนั้น จะนั่งอยู่บนรถแท็กซี่ไม่ลงมาจากรถ แต่จะมีบางส่วนเท่านั้นที่จะไปยื่นหนังสือ และขอส่งตัวแทนเข้าไปประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงเพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้ต่อไป&amp;rdquo; นายวรพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรพล กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการผลักดันร่างฯ ดังกล่าว เพื่อให้มีผลบังคับใช้รวดเร็วนั้น ทำให้เป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการแท็กซี่รายเดิมที่อยู่ในระบบอย่างถูกกฎหมาย ซึ่งวันนี้การประกอบการก็ลำบากอยู่แล้ว ดังนั้นการเข้ามายื่นครั้งนี้ เพื่ออยากจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกในการดำเนินการดังกล่าวร่วมกัน โดยให้คำนึงถึงผู้ประกอบการแท็กซี่รายเดิมด้วย ส่วนในทางปฏิบัติเรื่องนี้นั้น ประเภทรถที่จะเอามาให้บริการต้องเป็นรถที่มีกาจดทะเบียนสาธารณะ (ป้ายเหลือง) และมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะเหมือนกับรถแท็กซี่ในระบบทุกอย่าง แต่การลงทุนประเภทรถที่นำมาให้บริการสำหรับรถยนต์ทั่วไปเครื่องยนต์ขนาด 1,000 ซีซีขึ้นไป ถ้าผ่อนงวดรถเสร็จเป็นวงเงินประมาณ 700,000-800,000 บาทเท่านั้น ขณะที่รถแท็กซี่มีขนาด 1,600 ซีซีขึ้นไปเมื่อผ่อนค่างวดรถเสร็จมีวงเงิน 1,500,000-1,700,000 บาท ซึ่งการลงทุนต่างกันมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ ยังมีกลุ่มแท็กซี่ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงต่างจังหวัดที่ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก เช่น แท็กซี่ จ.ชลบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา เชียงราย เชียงใหม่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต เป็นต้น ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะรวมตัวกันขับเคลื่อนไปยื่นหนังสือคัดค้านเรื่องดังกล่าว ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนั้นๆ ด้วย นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ตนได้ยื่นหนังสือถึงนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดี ขบ. แล้ว ซึ่ง ขบ. รับเรื่องไปพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100473</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่, วรพล แกมขุนทด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082bbd4ab9a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
