<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 11:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า &#039;เติมศักดิ์ จารุปราณ&#039; พิธีกร-ผู้ประกาศข่าวชื่อดังเสียชีวิตแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.63 - นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิตพูด โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง สำหรับการจากไปของคุณเติมศักดิ์ จารุปราณ ครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ &amp;ldquo;เติมศักดิ์ จารุปราณ&amp;rdquo; ศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ และพิธีกร/ผู้ประกาศข่าวช่องนิวส์วันในเครือผู้จัดการ ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการเส้นเลือดสมองแตก ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76559</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิวส์วัน, ผู้จัดการ, เติมศักดิ์ จารุปราณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200905/image_big_5f530cacac65b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอซ์ ปรีชญา&#039;เล่านาที ผู้จัดการส่วนตัวเสียชีวิตกะทันหัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพิ่งผ่านเรื่องราวสุดสะเทือนใจไปได้ไม่นาน สำหรับ ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร โดยเจ้าตัวได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ต้องสูญเสียผู้จัดการส่วนตัวไปอย่างไม่มีวันกลับ และยอมรับว่าตอนนี้ก็ยังรู้สึกช็อกกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ ส่วนคิวงานทั้งหมดให้คุณแม่ช่วยดูแลไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนั้นช็อกค่ะ ตอนนี้ก็ยังช็อกอยู่ ค่อนข้างกะทันหันมากๆ เลย ไม่ได้ทำใจอะไรไว้ก่อนเลย ก่อนวันที่พี่เขาเสียเพิ่งไปบวงสรวงหนังมาด้วยกัน วันรุ่งขึ้นก็ทราบว่าพี่เขาเสีย เขาเป็นคนไม่ค่อยบอกว่าเขาเป็นอะไร เวลาเข้าพักโรงพยาบาลจะชอบถอดสายน้ำเกลือออกมาก่อน แล้วออกมาทำงาน เขาเป็นคนดื้อ คือเขาเป็นคนที่รับผิดชอบเรื่องงานมากและก็ไม่มีอาการมาก่อนว่าเขาป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ไอซ์ทราบว่าพี่เขาเสียชีวิตคือ มีคนโทรมาบอก ตอนแรกก็ไม่เชื่อเพราะเมื่อคืนเพิ่งโทรคุยกันว่าเดี๋ยวเจอกันตอนเช้า เพราะว่ามีงาน เราไม่เชื่อเหมือนกัน ตอนกลางคืนยังคุยกันอยู่เลย ที่ผ่านมาเขาก็ดูเพลียๆ เหนื่อยๆ &amp;nbsp;แต่เขาไม่ได้บอกว่าเป็นอะไร แต่เท่าที่ทราบเขาเป็นโรคหัวใจ และมีโรคความดันเป็นโรคประจำตัว คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของการบีบหัวใจ รู้ว่าพี่โก้เป็นโรคหัวใจ หลังจากที่เขาเสียแล้ว และก็ช็อกมาก มันทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้ก็ทำไม่ถูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียใจมากเพราะว่าพี่โก้เป็นคนน่ารัก เขาจริงใจกับเรามาก ไอซ์รักเขาเหมือนเป็นคนในครอบครัว รักกันเหมือนพี่น้อง &amp;nbsp;ครั้งสุดท้ายที่คุยกัน ก็กอดกัน แล้วพี่เขาบอกว่าดูแลตัวเองด้วยนะน้อง เราก็บอกว่าเดี๋ยวเจอกันนะพรุ่งนี้ ถามว่าพี่จะไปไหนต่อ เขาบอกว่าไปกินยำ พูดคุยกันปกติ ตอนนี้ไอซ์ก็ยังไม่มีผู้จัดการ ยังไม่มีเวลา ถ่ายละคร 7 วัน ยังไม่มีผู้จัดการ เวลาใครติดต่องานก็ให้เบอร์คุณแม่ไปก่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @icepreechaya&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56344</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้จัดการ, เสียชีวิต, ไอซ์ ปรีชญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a4fed4f82c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2019 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2019 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีการอลงอาญา3 ปี&#039;บ.ไทยเดย์-จิตตนาถ-พชร&#039;พร้อมปรับ 6 หมื่นทำกิจการ ASTV ไม่ได้รับอนุญาต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.1870/2558 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องบริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด, นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล และนายพชร สมุทวณิช ผู้บริหารบริษัทฯ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันส่งวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์เพื่อให้บริการสาธารณะหรือชุมชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ฟ้องว่า ระหว่างเดือน ก.ย. 2548 ถึงวันที่ 3 ก.พ. 2549 จำเลยทั้งสามร่วมกันประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ โดยร่วมกันทำการบันทึกรายการภาพและเสียง หรือทำการถ่ายทอดสดรายการตามที่มีกำหนดไว้ในผังรายการ แล้วส่งข้อมูลสัญญาณภาพและเสียงผ่านทางสายเคเบิลใยแก้ว ซึ่งเช่าจากบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งต่อไปที่เกาะฮ่องกง ประเทศจีน จากนั้นมีการส่งสัญญาณภาพและเสียงต่อไปยังดาวเทียม NSS6 แล้วดาวเทียมส่งข้อมูลสัญญาณภาพและเสียงกลับมาที่ประเทศไทยทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เอเอสทีวี ช่องนิวส์วัน ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถซื้อจานรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อดูรายการโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อันเป็นการส่งวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษา เมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2559 โดยเห็นว่าพยานโจทก์ที่นำมาเบิกความ รวม 4 ปาก ไม่มีพยานคนใดเบิกความให้ศาลเห็นว่าการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์โดยการส่งภาพและเสียง กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498, พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2530 และ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 พิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2560 ว่า คดีนี้โจทก์นำพยานมาเบิกความในชั้นศาลรวม 4 ปาก ไม่มีพยานคนใดเบิกความให้เห็นว่า การประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์โดยการส่งภาพและเสียงของจำเลยทั้งสามในขั้นตอนใดที่จะถือได้ว่า จำเลยทั้งสามได้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2498 แต่โจทก์มีคำให้การในชั้นสอบสวนของ นายอานนท์ ลอยกุลนันท์ เจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ พยานโจทก์สรุปได้ความว่า สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีของจำเลยที่ 1 มีการส่งสัญญาณภาพและเสียงผ่านสายเคเบิลใยแก้ว ซึ่งจำเลยที่ 1 เช่าสายเคเบิล จากบริษัท กสท. และเป็นการส่งข้อมูลสัญญาณภาพและเสียงในประเทศไทย จากนั้นส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังสายเคเบิลใต้น้ำจากประเทศไทย ไปที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นส่งสัญญาณภาพและเสียงไปยังดาวเทียม NSS-6 และส่งสัญญาณจากดาวเทียวดังกล่าวกลับมายังประเทศไทย แม้คำให้การในชั้นสอบสวนดังกล่าวเป็นเพียงพยานบอกเล่า ซึ่งห้ามมิให้ศาลรับฟัง แต่ก็มิได้ห้ามโดยเด็ดขาด และเหตุที่โจทก์ไม่สามารถนำตัวเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ดังกล่าวมาเบิกความได้ เป็นเพราะอาการป่วยต้องให้ออกซิเจน อันเป็นเหตุจำเป็นเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา มาตรา 226/3 (2) พยานหลักฐานโจทก์จึงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันส่งวิทยุโทรทัศน์หรือ ประกอบกิจการโทรทัศน์โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2495 มาตรา 3, 5, 17 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 2 ปี และปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 90,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสาม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 1 ปี 4 เดือน และปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 60,000 บาท กับให้ปรับจำเลยทั้งสามเป็นรายวันๆ ละ 2,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2548 - 23 ม.ค. 2549&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจำเลยฎีกาสู้คดี วันนี้ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษาแล้ว พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1-3 มีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2495 มาตรา 3, 5, 17 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 แต่ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 โดยไม่รอลงอาญานั้นเห็นว่าหนักเกินไป เนื่องจากขณะนั้นก็ยังไม่มีหน่วยงาน กสช.มาทำหน้าที่ออกใบอนุญาต จึงควรปรับโทษให้เหมาะสม โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้คนละ 3 ปีและปรับจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 60,000 บาท&amp;nbsp;นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งสื่อเครือเอเอสทีวี ผู้จัดการ (บ.ไทยเดย์ ด็อท คอม) เดินทางมาศาลเพื่อให้กำลังใจนายจิตตนาถ บุตรชายของนายสนธิ หลังนายสนธิได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อวานนี้ (4 ก.ย.) ในการพักโทษคดีกระทำความผิด พ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45054</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตตนาถ ลิ้มทองกุล, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, ผู้จัดการ, ไทยเดย์ ด็อท คอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d708218d87e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
