<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 18:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ และ ธ.ก.ส.ร่วม เติมเต็มความห่วงใย เพิ่มพลังใจให้เหล่าอาสา มอบส่วนลดการเติมน้ำมันให้อาสาสมัครสาธารณสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โออาร์ ร่วมกับ ธ.ก.ส. มอบส่วนลดสำหรับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภทที่ พีทีที สเตชั่น ลิตรละ 0.80 บาท ให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่ อสม., สพฉ. และ อสส. จำนวน 1,000,000 สิทธิ์ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง และเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานอาสาสมัครสู้วิกฤติโควิด &amp;ndash; 19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการ​ใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) กล่าวว่า &amp;ldquo;จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลากว่า 2 ปีแล้วที่อาสาสมัครด้านสาธารณสุขกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ผู้ปฏิบัติการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) ซึ่งถือเป็นบุคลากรที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉิน ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นกำลังหลักสำคัญในการดูแลประชาชนในช่วงเวลาวิกฤติจากการระบาดที่รุนแรงของโรคโควิด-19 โออาร์ ในฐานะผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ จึงได้ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะธนาคารผู้ให้บริการบัตร Smart Card อสม., สพฉ. และ อสส. จัดโครงการ &amp;ldquo;เติมเต็มความห่วงใย เพิ่มพลังใจให้เหล่าอาสา&amp;rdquo; ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางของ อสม., สพฉ.และ อสส. เพื่อเป็นการสนับสนุนและให้กำลังใจบุคลากรด่านหน้าในการปฏิบัติหน้าที่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;โออาร์มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการเกื้อกูลสังคม และได้ปรับปรุงรูปแบบของสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ด้วยแนวคิด &amp;ldquo;Living Community&amp;quot; เพื่อให้ พีทีที สเตชั่น เปรียบเสมือนเป็นศูนย์กลางที่จะช่วยเติมเต็มความสุข มอบความห่วงใยใส่ใจให้กับทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางและการดำเนินชีวิต รวมไปถึงร่วมพัฒนา เติมเต็มคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้เติบโตไปด้วยกัน เพื่อสร้างความสุขและรอยยิ้มให้ทุกคน โดยที่ผ่านมา โออาร์ได้ขยายจำนวน พีทีที สเตชั่น เพิ่มอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ ทำให้ในปัจจุบันโออาร์มีสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น กว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ โครงการนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่ พีทีที สเตชั่น จะได้ช่วยเติมแรงกาย แรงใจ เพื่อตอบแทนความเสียสละให้กับเหล่าอาสาสมัครสาธารณสุขให้มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เป็นด่านหน้าในการช่วยดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนในช่วงเวลาที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงรุนแรงและต้องการความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้านนายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ยังคงระบาดอยู่อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข  อาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร (อสส.) สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และผู้ปฏิบัติการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ถือเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขในภาวะที่มีสถานการณ์ฉุกเฉิน ตลอดจนเป็นกำลังหลักสำคัญในการฝ่าวิกฤติการระบาดที่รุนแรงในครั้งนี้ โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ธ.ก.ส. ให้บริการบัตร Smart Card อสม. อสส. และ สพฉ. สำหรับอาสาสมัครด้านสาธารณสุข จำนวนทั้งสิ้น 1,052,699 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โออาร์ และธ.ก.ส. ขอร่วมส่งกำลังใจ และช่วยลดภาระด้านค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานให้แก่ อสม. อสส. และ สพฉ. ในแคมเปญ &amp;ldquo;เติมเต็ม ความห่วงใย เพิ่มพลังใจให้เหล่าอาสา&amp;rdquo; มอบส่วนลดในการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงทุกประเภท ลิตรละ 0.80 บาท ที่สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น (PTT Station) กว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ เมื่อชำระผ่านบัตร Smart Card อสม. อสส. และ สพฉ. จำกัดวงเงินท่านละไม่เกิน 1,000 บาท/บัตร/เดือน รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,000,000 สิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 - 30 กันยายน 2564 หรือจนกว่าจะมีการใช้สิทธิ์เต็มจำนวน โดยเงินส่วนลดจะคืนเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ของผู้ถือบัตร Smart Card อสม. อสส. และ สพฉ. ภายใน 45 วัน นับจากวันสิ้นเดือน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1365 contact center หรือ ธ.ก.ส. Contact Center โทร. 02-555-0555 และ www.baac.or.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108189</URL_LINK>
                <HASHTAG>Living Community, ขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน, ธ.ก.ส., ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์, นายบุญมา พนธนกรกุล, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์), ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, พีทีที สเตชั่น, มอบส่วนลดสำหรับการเติมน้ำมัน, รองกรรมการผู้จัดการ​ใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน, ลดภาระด้านค่าใช้จ่ายในการเดินทาง, สพฉ., อสม., อสส., เติมเต็ม ความห่วงใย เพิ่มพลังใจให้เหล่าอาสา, เติมเต็มความห่วงใย เพิ่มพลังใจให้เหล่าอาสา, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc3c1e8699e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2018 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2018 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ก.ส. จ่อชง ครม. ขอพันล้านตั้งธนาคารที่ดินเฟสแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
24 ธ.ค. 2561 - นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. เห็นชอบการจัดตั้งและบริหารจัดการโครงการธนาคารที่ดินขึ้นใน ธ.ก.ส.โดยทบทวนกรอบวัตถุประสงค์มิให้ซ้ำซ้อนกับบทบาทหน้าที่ของแต่ละองค์กรในปัจจุบัน และขอรับการจัดสรรทุนดำเนินงานจากงบประมาณแผ่นดิน เบื้องต้นจะเสนอขอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณากรอบงบประมาณเฟสแรกเพื่อนำมาจัดตั้งเป็นกองทุนวงเงิน 1,000 ล้านบาท รวมระยะเวลา 5 ปี มีวงเงิน 5,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินในช่วงแรกจะให้พนักงานของ ธ.ก.ส. เพื่อลดต้นทุนดำเนินงาน และมีสินเชื่อเพื่อไถ่ถอนที่ดินหรือจัดหาที่ดิน ซึ่งจะใช้เงินจากงบประมาณ รวมทั้งยังมีสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ ซึ่งจะใช้เงินของธ.ก.ส. เพื่อช่วยให้ผู้กู้มีรายได้พอมาไถ่ถอนที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก ธ.ก.ส. ระบุว่า ในการจัดทำข้อบังคับว่าด้วยโครงการธนาคารที่ดิน และแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารโครงการ เพื่อกำหนดกลยุทธ์และวิธีดำเนินงาน พร้อมทั้งแยกการบริหารจัดการด้านการเงิน ด้านสินเชื่อ และด้านการบันทึกบัญชีออกจาก ธ.ก.ส.เป็นการเฉพาะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จะดำเนินการเมื่อ ครม. มีมติให้ความเห็นชอบ และได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล โดยการเสนอของบประมาณในการจัดตั้งธนาคารที่ดิน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังจะสูญเสียที่ดินทำกิน หรืออยู่ระหว่างการถูกฟ้องร้องที่จะยึดทรัพย์ โดยจะให้เงินกู้เกษตรกรที่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด นำเงินไปไถ่ถอนที่ดินที่ติดจำนองกับนายทุน โดยจะปล่อยเงินกู้สูงไม่เกิน 2.5 ล้านบาท/ราย ในอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน แต่มีเงื่อนไขว่าเกษตรที่จะขอสินเชื่อดังกล่าวจะต้องเข้าโครงการอบรมฟื้นฟูอาชีพควบคู่กันไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่ต้องให้ ธ.ก.ส.ทำหน้าที่เป็นธนาคารที่ดินไปก่อน เพราะการเสนอร่าง พ.ร.บ.ธนาคารที่ดิน ที่ดำเนินการโดยสถาบันบริการจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. ล่าช้า เนื่องจากมีหลายกลุ่มต่อต้านไม่อยากให้กฎหมายนี้มีผลบังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การทำหน้าที่เป็นธนาคารที่ดินของ บจธ.ก็ทำได้น้อยเนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่ ไม่มีความพร้อมเรื่องแหล่งเงินที่จะมาใช้ ทำให้รัฐบาลตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ ธ.ก.ส.นำร่องเป็นธนาคารที่ดินไปก่อน เพราะมีศักยภาพที่จะดำเนินการได้ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ พ.ร.บ.ธนาคารดินที่จะจดตั้งขึ้น มีวัตถุประสงค์ดำเนินการเพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสมและยั่งยืน ดำเนินการเพื่อให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนและมีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเหมาะสม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเป็นธรรมในการถือครองที่ดินดำเนินการเพื่อเป็นแหล่งทุนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินทำกินของเกษตรกร และให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนให้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่มีความมั่นคงและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถิติเรื่องปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรมีทั้งหมด 149 ล้านไร่ ในจำนวนนี้ 28% เป็นที่ดินทำกินของตัวเอง อีก 20% เป็นที่ดินติดจำนอง และขายฝาก ที่เหลืออีกราว 52% เป็นที่ดินเช่าทำกิน
นอกจากนี้ ยังพบว่าที่ดินเกษตรกร 2.2 ล้านครัวเรือน ที่มีปัญหาไม่มีที่ดินทำกินคิดเป็น 40% มีที่ดินแต่ไม่พอทำกินอีก 28% รุกล้ำที่ดิน 36.6% ซึ่งการเร่งแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินของตัวเองนั้นเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของรัฐบาลด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24921</URL_LINK>
                <HASHTAG>ของบประมาณ 1 พันล้าน, ช่วยเหลือที่ดินทำกิน, ตั้งธนาคารที่ดิน, ธ.ก.ส., ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, อภิรมย์ สุขประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180930/image_big_5bb054651af15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ธ.ก.ส. ผุดโครงการ “บัตรเกษตรสุขใจ” รูดปรื๊ดซื้อปุ๋ย ยา เครื่องจักร วงเงิน 3หมื่นบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธ.ก.ส. ผุดโครงการบัตรเกษตรสุขใจ มอบเอกสิทธิ์พิเศษสำหรับเกษตรกรนำไปซื้อปัจจัยการผลิตทางการเกษตร &amp;ldquo;ปุ๋ย ยา เครื่องจักร&amp;rdquo; และสินค้าที่จำเป็นกับร้านค้าที่กำหนด ใส่วงเงินในบัตร 3 หมื่นบาท เคาะดอกเบี้ย 4% ต่อปี ลุ้นมีเกษตรกรโดดร่วมโครงการ 3 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธ.ก.ส. ได้ทำการเปิดตัวโครงการบัตรเกษตรสุขใจ และเริ่มส่งมอบให้เกษตรกรไปแล้วตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยถือเป็นบัตรเอกสิทธิ์พิเศษสำหรับเกษตรกรเพื่อนำไปซื้อปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และสินค้าที่จำเป็นกับร้านค้าที่กำหนดโดยคิดดอกเบี้ย 4% ต่อปี กำหนดวงเงินรายละไม่เกิน 3 หมื่นบาท เป้าหมายมีเกษตรกรทั่วประเทศเข้าร่วม 3 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการบัตรเกษตรสุขใจ ได้ดำเนินงานตามมาตรการเกษตรประชารัฐเพื่อลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร ซึ่งเป็นบัตรสินเชื่อที่มีรหัสคิวอาร์โค้ด ให้เกษตรกรนำบัตรไปใช้จ่ายซื้อปัจจัยการผลิต ปุ๋ย ยาปราบศัตรูพืช เมล็ดพันธุ์ น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องจักรกลหรือเครื่องมือการเกษตรขนาดเล็ก และปัจจัยอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น ข้าวสาร จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการกว่า 1.7 หมื่นร้านค้าทั่วประเทศ &amp;nbsp;อาทิ ร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตของสหกรณ์การเกษตร ร้านที่ขึ้นทะเบียนไว้กับโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกรของ ธ.ก.ส. ร้านจำหน่ายปัจจัยการผลิตคุณภาพประชารัฐ และร้าน คิว-ช้อป ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมวิชาการเกษตร จากนั้นร้านค้าจะใช้แอปพลิเคชั่น ธ.ก.ส. A-Shop ในการอ่านคิวอาร์โค้ดเพื่อหักวงเงินจากบัตรไป&amp;rdquo; นายอภิรมย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจสามารถเข้ามาขอสมัครได้ที่ สาขา ธ.ก.ส.ทั่วประเทศ โดยกระบวนการอนุมัติจะพิจารณาเหมือนกับการขอสินเชื่อทั่วไป ซึ่งข้อดีการใช้บัตรจะมีความสะดวกปลอดภัย และช่วยให้นำวงเงินสินเชื่อที่ได้รับไปใช้จ่ายได้ตรงตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง อีกทั้งสามารถเข้าถึงปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ในราคาที่เป็นธรรมจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และยังเป็นการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายสังคมไร้เงินสดของภาครัฐ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ยังได้ดำเนินโครงการสนับสนุนการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดผ่านสถาบันเกษตรกร เพื่อช่วยให้สถาบันเกษตรกรมีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย ซึ่งถือเป็นการพัฒนารูปแบบการผลิตที่เหมาะสมกับสภาพการเพาะปลูก ช่วยให้เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยสั่งตัดที่มีคุณภาพดีตรงกับสภาพของดิน &amp;nbsp;ทำให้พืชที่ปลูกได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนในปริมาณที่เหมาะสม เจริญเติบโตดี ลดปัญหาโรคแมลงและให้ผลตอบแทนสูง จึงเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการทำมาตรการเกษตรประชารัฐคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนเกษตรกรได้ 4.8 พันล้านบาท อาทิ มาจากการลดต้นทุนจากการลดราคาปุ๋ยเพื่อช่วยเกษตรกรในฤดูกาลผลิตนี้ 623 ล้านบาท ปุ๋ยสั่งตัดลดต้นทุน 20-30% หรือคิดเป็นช่วยลดต้นทุน 1.4 พันล้านบาท รวมถึงโครงการสินเชื่อลดต้นทุนการผลิตกว่า 3 พันล้านบาท&amp;rdquo; นายอภิรมย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมาครม.มีมติเห็นชอบให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินมาตรการเกษตรประชารัฐ เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร 2 โครงการ วงเงิน 9.36 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อลดต้นทุนปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร &amp;nbsp;ซึ่งดำเนินการในรูปแบบบัตรสวัสดิการสินเชื่อแห่งรัฐ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อปัจจัย
การผลิตผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ วงเงินสินเชื่อรวม 9 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ยเอ็มอาร์อาร์ลบ 3 หรือเท่ากับ 4%ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีโครงการสนับสนุนการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดผ่านสถาบันเกษตรกร เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่สถาบันเกษตรกรในการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดเพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิกของสถาบันเกษตรกรและเกษตรกรทั่วไป มีเป้าหมายสถาบันเกษตรกร 500 แห่ง วงเงินสินเชื่อ 3.6 พันล้านบาท ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตรและกลุ่มเกษตรกร 300 แห่ง วงเงินกู้แห่งละไม่เกิน 10 ล้านบาท ตามศักยภาพและความจำเป็นในการใช้เงินกู้ และวิสาหกิจชุมชน 200 แห่ง วงเงินกู้แห่งละไม่เกิน 3 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยเอ็มแอลอาร์ลบ3 ต่อปี หรือเท่ากับ 2% ต่อปี &amp;nbsp;โดยทั้ง 2 โครงการมีระยะเวลาในการจ่ายเงินกู้ตั้งแต่วันที่ 1 &amp;nbsp;พ.ค. 61- 30 เม.ย. 2562 กำหนดชำระหนี้คืนไม่เกิน 12 เดือน หรือไม่เกินวันที่ 30 เม.ย.2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธ.ก.ส., บัตรเกษตรสุขใจ, ปัจจัยการผลิตทางการเกษตร, ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, อภิรมย์ สุขประเสริฐ, เกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b022502cbbac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
