<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เทคโนโลยีแจงผลงานจับ3คดีฉ้อโกงมูลค่ากว่า27ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค. 64 - &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปรีชา &amp;nbsp;เจริญสหายนนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.ศิริพงษ์ &amp;nbsp;ติมุลา รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (รอง ผบช.สทส.) และ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (รอง ผบช.ภ.6) ร่วมกันแถลงข่าวผลการดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดคดีฉ้อโกง หลอกลวงประชาชน และการกระทำความผิดทางอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของ ศปอส. (PCT) &amp;nbsp;3 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 1 หลอกขายปุ๋ย ขี้ไก่อัดเม็ด จับกุมตัว น.ส.ปราณี ปักษีเลิศ อายุ 36 ปี &amp;nbsp;ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และฟอกเงิน จับกุมบริเวณด้านหน้าคอนโดสกายไลน์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี &amp;nbsp;นำส่ง สภ.บางบาล &amp;nbsp;จ.พระนครศรีอยุธยา สืบเนื่องจาก ช่วงเดือน มกราคม 2564 ผู้เสียหายหลายรายได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์ PCT &amp;nbsp;ว่าถูก น.ส.ปราณี กับพวกแอบอ้างว่าเป็นผู้ประกอบการมาขายปุ๋ยในราคาต่ำ ส่วนอีกคนโทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรมาขอซื้อปุ๋ยในราคาที่สูงจำนวนมาก &amp;nbsp;ผู้เสียหายคิดว่าจะได้ส่วนต่างจากการซื้อขายปุ๋ย จึงได้โอนเงินเพื่อซื้อปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ดให้กับ น.ส.ปราณี แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับสินค้าดังกล่าว &amp;nbsp;โดยมีผู้เสียหายกว่า 25 ราย รวมมูลค่าเสียหายกว่า 20 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีที่ 2 &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จับกุมตัว น.ส.ธนิวรรธัญ วิวัฒธนากูล และนายพลณธี &amp;nbsp;ภักดีพงศ์พานิชย์ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯลฯหลังกลุ่มผู้เสียหายได้เข้าร้องเรียนต่อ ศูนย์ PCT ว่าถูกหลอกให้ซื้อซิมโทรศัพท์มือถือในราคา 999 บาท จากราคาปกติ 3,999 บาท รายปีโทรฟรี24 ชม. ซื้อ 1 แถม 1 ผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;Import Group สินค้านำเข้าราคาถูกแห่งประเทศไทย&amp;quot; โดยแอดมินอ้างว่าซิมมีจำนวนจำกัดเพียง 100 ชุด และแจ้งว่าจะส่งสินค้าให้วันที่ 25 มกราคม 2564 ให้ผู้สนใจซื้อ ทำการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่ส่งให้ และให้ส่งข้อมูลทางช่องพูดคุยส่วนตัว (Massenger) เพื่อส่งสลิปใบโอนเงินและที่อยู่ในการจัดส่งซิมโทรศัพท์ &amp;nbsp;แต่เมื่อถึงกำหนดนัดส่งสินค้าคนร้ายได้ปิดเพจเฟซบุ๊กหลบหนีไป ผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย มูลค่าความเสียหาย &amp;nbsp;5,277,000 บาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และคดีที่ 3 หลอกขายทะเบียนรถสวย และหลอกให้กู้ยืมเงิน &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจ PCT ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 เข้าทำการจับกุมนายสุเมธ &amp;nbsp;ครองวงศ์ &amp;nbsp;ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯลฯ &amp;nbsp;แล้วได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง และยิง น.ส.อาณดาหรือปิยะธิดา ปิยะรักษ์ &amp;nbsp;ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเดียวกัน และยิงน.ส.วิชชุดา &amp;nbsp;เสียมศักดิ์ ภริยา &amp;nbsp;เสียชีวิตภายในคอนโดหรู ใน ต.ช้างเผือก อ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5-6 มีนาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 &amp;nbsp;ได้มีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ที่ PCT ว่าถูกหลอกให้กู้เงินนอกระบบ จากเฟซบุ๊กเงินกู้นอกระบบเงินด่วนทันใจ เงินกู้นอกระบบ &amp;nbsp;แล้วถูกหลอกเอาเงินค้ำประกัน 10% และหลอกให้เปิดบัญชีธนาคารให้คนร้าย &amp;nbsp;แล้วคนร้ายได้เปิดเว็บไซต์ https://www.monkeylucky77.com หลอกขายทะเบียนรถสวย &amp;nbsp;โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีที่คนร้ายหลอกมาจากเพจเงินกู้นอกระบบมาใช้รับโอนเงิน &amp;nbsp;จากนั้นนายสุเมธ &amp;nbsp;ครองวงศ์ &amp;nbsp;และ น.ส.อาณดา หรือปิยะธิดา ปิยะรักษ์ &amp;nbsp;ผู้ตายจะเป็นผู้ไปถอนเงินสดจากตู้ ATM &amp;nbsp;ซึ่งมีผู้เสียหาย ถูกหลอกประมาณ 50 ราย ความเสียหายประมาณ 2,000,000 บาทเศษ &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ได้อายัดทรัพย์สินเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อ BMW ,ยี่ห้อ Mercedes Benz ,โน๊ตบุ๊ก ,โทรศัพท์ และไอแพด รวมมูลค่าประมาณ 4 ล้านเศษ &amp;nbsp;และจะได้ส่ง ปปง.เพื่อทำเรื่องเฉลี่ยทรัพย์คืนผู้เสียหายต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97119</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.ศิริพงษ์  ติมุลา, พล.ต.ท.ปรีชา  เจริญสหายนนท์, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, รอง ผบ.ตร., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605acf4210db5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก.ตร.ไฟเขียว75นายพล บิ๊กตู่แจงตั้ง‘โจ๊ก’ตามกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ก.ตร.ไฟเขียวแต่งตั้งนายพลสีกากี 75 ตำแหน่ง &amp;quot;บิ๊กโจ๊ก&amp;quot; นั่งที่ปรึกษา (สบ 9) เทียบเท่าผู้ช่วย ผบ.ตร. &amp;quot;มือคุมม็อบ&amp;quot; ขยับขึ้น ผบก.น.3 &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ย้ำเปิดเก้าอี้ใหม่มุ่งเน้นสานงานยุทธศาสตร์ ขออย่านำมาเป็นประเด็นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 17 มี.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 4/2564 พิจารณาวาระแต่งตั้งตำรวจวาระเดือนเมษายน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดย พล.อ.ประยุทธ์แถลงหลังการประชุมว่า การแต่งตั้งเป็นขั้นตอนปกติตามกฎหมาย อย่าให้เป็นประเด็นเลยเรื่องตำแหน่งที่เปิดมาให้ เนื่องจากเราให้ความสำคัญเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp; ยุทธศาสตร์ตำรวจ และการปฏิรูปตำรวจ การเปิดตำแหน่งมาเพื่อจะทำตรงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ามีการแต่งตั้ง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่โอนย้ายกลับมาลงตำแหน่งใด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตำแหน่งที่ปรึกษา (พิเศษ) สบ 9 เทียบเท่าผู้ช่วย ผบ.ตร. พอซักว่าจะมีการสอบสวนพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ต่อหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดถึงตรงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. กล่าวว่า ที่ประชุม ก.ตร. ได้มีการพิจารณาเห็นชอบแต่งตั้งตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ตร. (ยศพล.ต.อ.) 7 ราย, ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. (ยศ พล.ต.ท.) จำนวน 16 ราย, ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. (ยศ พล.ต.ต.) จำนวน 30 ราย และแต่งตั้งรอง ผบช. เลื่อนเป็น ผบช. จำนวน 3 ราย, รอง ผบช.หมุนเวียน จำนวน 2 ราย, ผบก.เลื่อนเป็นรอง ผบช. จำนวน 6 ราย, ผบก.หมุนเวียน จำนวน 1 ราย และรอง ผบก. เลื่อนเป็น ผบก. จำนวน 10 ราย รวมทั้งสิ้น 75 ราย และรับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ เป็น ที่ปรึกษา สบ 9 ด้านยุทธศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ตร. 7 ราย มี พล.ต.ท.วิรุฬ เอี่ยมไพจิตร์, พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ,พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ, พล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุขศรี, พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี, พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข และ พล.ต.ท.สุรพล อยู่นุช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. 16 ราย อาทิ พล.ต.ต.จำนงค์ รัตนกุล รอง ผบช.สยศ.ตร., พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.สุภธัช คำดี รอง จตร., พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม., พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.วันชัย สุวรรณศิริเขต รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รอง ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา รอง ผบช.ก. เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ทรงคุณวุฒิ ตร. 30 ราย อาทิ พ.ต.อ.สรศักดิ์ ชนะสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.จันทบุรี, พ.ต.อ.สุนทร คงกล่ำ รอง ผบก.ภ.จ.ลำปาง, พ.ต.อ.ปราโมทย์ อ่อนปาน รอง ผบก.กต.6, พ.ต.อ.นันพิเดช ศรีเขียวรัตน์ รอง ผบก.สง. ก.ต.ช., พ.ต.อ.ธวัชศักดิ์ โปตระนันท์ รองผบก.อก.สทส. และ พ.ต.อ.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรสาคร เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ มีการแต่งตั้งทดแทนตำแหน่งว่างจากเออร์ลีรีไทร์ และโยกสลับระนาบเดียวกัน อาทิ พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ รองนายแพทย์ใหญ่ (สบ 7) เลื่อนเป็นนายแพทย์ (สบ 8), พล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง รอง ผบช.ภ.1 เป็น ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. เป็น จตร. (สบ 8), พล.ต.ต.สายเพชร ศรีสังข์ รอง ผบช.ภ.4 เป็นรอง ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.เนติพงศ์ ธาตุทำเล ผบก.ทว. เป็นรอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.สมนึก น้อยคง ผบก.น.3 เป็นรอง ผบช.น., พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 ซึ่งดูแลการชุมนุม ขึ้นเป็น ผบก.น.3, พ.ต.อ.ตรีวิทย์ ศรีประภา รองผบก.ภ.จ.สกลนคร เป็น ผบก.กมค.ภาค7, พ.ต.อ.ชูศักดิ์ พนัสอัมพร รอง ผบก.อก.สตม. เป็น ผบก.กต.8 และ พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รอง ผบก.น.6 เป็น ผบก.ประจำ บช.น..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96422</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., บิ๊กโจ๊ก, ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210317/image_big_60522279b1a1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุด‘ตำแหน่ง’ ที่ปรึกษาสบ9 รับกันบิ๊กโจ๊ก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ก.ตร.-ก.ต.ช.&amp;quot; ไฟเขียวเปิดเก้าอี้ &amp;quot;ที่ปรึกษา (สบ 9)&amp;quot;&amp;nbsp; เทียบเท่า &amp;quot;ผู้ช่วย ผบ.ตร.&amp;quot; นายกฯ แจงไม่ได้ทำเพื่อใครคนหนึ่ง แค่ปรับการทำงาน ตร.ให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; ยังกั๊กตำแหน่งใหม่เปิดรองรับ &amp;quot;โจ๊ก&amp;quot; คืนถิ่นเก่า &amp;quot;โฆษก ตร.&amp;quot; แย้มเตรียมเพิ่ม พงส.อีก 800 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วันที่ 12 มี.ค. เวลา 14.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 3/2564 จากนั้นเวลา 14.30 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ครั้งที่ 2/2564 ใช้เวลาประชุมรวม 1 ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์แถลงหลังการประชุมว่า ที่ประชุม ก.ตร.และก.ต.ช.มีการพิจารณาที่จะทำอย่างไรให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจให้สามารถเดินไปตามยุทธศาสตร์ชาติได้ จึงได้หาแนวทางปรับองค์กร บุคลากร ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ขอให้เข้าใจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวว่า ที่ประชุม ก.ตร. กำหนดตำแหน่งที่ปรึกษา (สบ 9) 1 ตำแหน่ง ทำหน้าที่บริหารด้านยุทธศาสตร์ เทียบเท่าผู้ช่วย ผบ.ตร. โดยที่ประชุม ก.ต.ช. อนุมัติอัตราตามที่ ก.ตร.เสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์ปฏิเสธการเปิดตำแหน่งดังกล่าวเพื่อรองรับพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โอนกลับมาเป็นข้าราชการตำรวจ โดยระบุว่า ขออย่าเพิ่งพูดว่าเป็นอย่างนั้น มันเร็วไป แต่เป็นนโยบายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมองว่าจำเป็นต้องมีตำแหน่งนี้ สำหรับการดูเรื่องยุทธศาสตร์ชาติให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติมา ตรงนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมองว่าต้องมีใครสักคนทำหน้าที่ดูเรื่องยุทธศาสตร์ ศึกษา และให้คำปรึกษา จึงกำหนดตำแหน่งดังกล่าวขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตำแหน่งดังกล่าวเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว ส่วนรายละเอียดทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็จะไปกำหนดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะมีการแต่งตั้งในวาระเมษายนนี้หรือไม่นั้น อะไรที่ยังไม่ถึงก็ขอไม่พูด วันนี้พูดได้เท่านี้&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงการกำหนดตำแหน่ง 4 ผบช.และ 4 ผบก.ที่ ก.ต.ช.มอบหมายให้ดำเนินการ ผบ.ตร.กล่าวว่า ในที่ประชุมไม่มีการพูดถึงการกำหนดตำแหน่ง 8 นายพลเพื่อรองรับการโยกย้ายนายตำรวจที่มีส่วนพัวพัน ปล่อยปละละเลยบ่อนพนัน และย่อหย่อนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ก.ตร.กำหนดตำแหน่งใหม่ และ ก.ต.ช.ได้อนุมัติอัตราเพิ่มให้ แต่ยังไม่ได้กำหนดตัวบุคคล ต้องเข้าที่ประชุม ก.ตร.อีกครั้งเพื่อกำหนดให้บุคคลมาลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าขั้นตอนการรับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กลับมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ในขั้นตอนใดแล้ว พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดถึง ถ้าตามกระบวนการราชการคือ ถ้าปลัดสำนักนายกฯ ส่งเรื่องมาแล้ว เจ้าหน้าที่ต้องประมวลเรื่องถึง ผบ.ตร.ว่ามีแนวทางอย่างไร เป็นข้อพิจารณาของสำนักงานกำลังพล ส่วนจะมีการประชุม ก.ตร.อีกครั้งเมื่อไหร่ ยังไม่ได้มีการสั่งการว่าวันไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการกำหนดตำแหน่ง 4 ผบช.และ 4 ผบก. ทาง ก.ต.ช.ให้นำกลับไปทบทวนเรื่องรายละเอียดคุณสมบัติ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการยังไม่เสร็จสิ้น&amp;quot; พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษ ก.ตร.กล่าวว่า ในที่ประชุม ก.ตร.และ ก.ต.ช. นายกรัฐมนตรีได้ให้เพิ่มพนักงานสอบสวนเพื่อไว้บริการประชาชน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนขาดแคลนทั้งหญิงและชาย รวมทั้งหมด 800 อัตรา อยู่ระหว่างการขั้นตอนดำเนินการคาดว่าจะมีผลในเร็วๆ นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อัตรารับจากบุคลภายนอกเป็นหญิง 100 คน ชาย 300 คน บุคคลภายใน 400 คน คุณวุฒินิติศาสตรบัณฑิต เพื่อทำหน้าที่เป็นพนักงานสอบสวนตาม สภ.และ สน.ต่างๆ รวมทั้งสิ้น 800 นาย&amp;quot; โฆษก ตร.กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95907</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับการทำงาน ตร., ปรับการทำงานตำรวจ, ผู้ช่วย ผบ.ตร., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิ่ม พงส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b743d193c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 14:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ช่วย ผบ.ตร. เผยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา 112 ได้ทันทีไม่ต้องเสนอผู้บังคับบัญชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เรียกประชุมพนักงานสอบสวนหาแนวทางการดำเนินคดีกับแกนนำการชุมนุมที่เกิดขึ้นในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) โดยมีพล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. เข้าร่วมประชุมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวว่า ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รองผบ.ตร. สั่งการให้ตนมาตรวจสอบคดีที่เกิดขึ้น ว่ามีกี่คดี เพื่อให้คดีมีประสิทธิภาพ เบื้องต้นยังไม่ทราบว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ที่ประชุมวันนี้ไม่ได้พูดถึงข้อหาใดเป็นหลัก เพราะการแจ้งข้อหาเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนเจ้าของพื้นที่นั้นๆ จะพิจารณาจากข้อเท็จจริงเท่านั้น จึงจะแจ้งข้อกล่าวหาได้ ส่วนการแจ้งข้อหาตาม ม.112 พนักงานสอบสวนไม่จำเป็นต้องเสนอมาที่ตน สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้เลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84871</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ, มาตรา112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbcbbb383a95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจโชว์หมายแดงตามล่า&#039;บอส อยู่วิทยา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะคณะกรรมการตรวจสอบเท็จจริง กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส กล่าวถึงความคืบหน้าของสำนวนคดีว่า หลังอัยการคำสั่งฟ้องนายวรยุทธ ในข้อหาขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาเสพยาเสพติดประเภทที่ 2 คือ โคเคน เมื่อวันที่ 23 กันยายน จากนั้นพนักงานอัยการได้แจ้งคำสั่งฟ้องมายังพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อตามขั้นตอน หลังพนักงานสอบสวนรับทราบคำสั่งฟ้อง ได้ทำหนังสือมายังกองการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 25 กันยายน จากนั้นจึงมีการดำเนินการขอหมายแดงไปยังตำรวจสากล ประเทศฝรั่งเศส โดยขณะนี้ตำรวจสากลได้ดำเนินการออกหมายแดง ของตำรวจสากลเรียบร้อยแล้ว ตามหมายแดงเลขที่ A-8289/9-2020 ลงวันที่ 30 กันยายน ทั้งนี้จะได้ประสานเอกอัครราชทูตไทยทั่วโลก ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจไทย และเครือข่ายความร่วมมือตำรวจทั่วโลก เพื่อสืบหาถิ่นที่อยู่ของนายวรยุทธ แล้วจะได้ดำเนินการนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนกรณีที่มีการตรวจสอบไปยังระบบยังไม่พบหมายแดงดังกล่าว เนื่องจากเป็นระบบของตำรวจสากล ซึ่งอาจจะอยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้หมายแดงเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จ กรณีข้อเกี่ยวข้องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลักคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ ถึง 20 ราย ทางคณะกรรมการได้ส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านั้นไปยังกองวินัย และทางกองวินัยได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ในกรณีบกพร่อง พร้อมแจ้งคำสั่งไปยังผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ภายใน 15 วัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแจ้ง โดยคณะกรรมการชุดของกองวินัย มีการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กันยายน ซึ่งขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหายังชี้แจงเข้ามาไม่ครบ สำหรับกรณีการตรวจสอบข้อเท็จริง ของนายวิชา มหาคุณ เราได้รับหนังสือผลสรุปข้อบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ในหลายๆส่วน เมื่อวันที่ 22 กันยายน เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ จำนวนกว่า 5,800 หน้า ซึ่งทาง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้กองวินัย ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบรับเอกสาร โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการทำให้เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์ จากนั้นจะได้นำเสนอให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมี พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร รอง ผบ.ตร.ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79749</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, บอส, ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d60fe45b7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯถกรับโอน‘ปรีชา’ จี้ดันร่างพรบ.ตร.ชุดมีชัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ นัดประชุม ก.ตร.-ก.ต.ช. กำหนดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. รองรับโอนย้าย &amp;quot;ปรีชา เจริญสหายานนท์&amp;quot; กลับ ตร. และ &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; ร้องทุกข์ ด้าน &amp;quot;สป.ยธ.&amp;quot; ยื่นหนังสือต่อ &amp;quot;วิชา&amp;quot; ให้เสนอนายกฯ เร่งนำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฉบับ &amp;quot;มีชัย&amp;quot; และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิอาญาเข้าสภาฯ เพื่อปฏิรูปตำรวจและงานสอบสวนแทนของ ตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 24 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 25 ก.ย.นี้&amp;nbsp; เวลา 14.00 น. ที่ห้องศรียานนท์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ครั้งที่ 9/2563 โดยมีวาระที่น่าสนใจ คือ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ร้องทุกข์กรณี ตร. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และกรณี ตร.มีคำสั่งสำรองราชการ, การกำหนดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. (ด้านบริหารงานสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.30 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ครั้งที่ 4/2563 โดยมีวาระกำหนดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. (ด้านบริหารงานสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) เพื่อรองรับการโอนย้าย พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ปปง. กลับมารับราชการตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พล.ต.ต.ปรีชา เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2561 ครม.มีมติโอนย้ายไปเป็นรองเลขาธิการ ปปง. โดยขณะนั้น พล.ต.ต.ปรีชาดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติอนุมัติตามที่สำนักงาน ปปง. เสนอชื่อ พล.ต.ต.ปรีชา รองเลขาธิการ ปปง. ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ปปง. แทนตำแหน่งที่ว่างลง และส่งให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ก.พ.2563 วุฒิสภาได้ลงมติ 185 ต่อ 11 เสียง ไม่เห็นชอบให้ พล.ต.ต.ปรีชาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ปปง. ทำให้ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2563 ครม.มีมติโอนย้าย พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (รอง ผบช.ส.) เป็นรองเลขาธิการ ปปง. และคาดว่าจะมีการโอนย้าย พล.ต.ต.ปรีชากลับมารับราชการตำรวจอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ พล.ต.ต.ปรีชาเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 38 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผช.ผบ.ตร. โดยเกษียณอายุราชการในปี 2565
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) นำโดย พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการ สป.ยธ. เข้ายื่นหนังสือต่อนายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน มีใจความว่า ปัญหาสำคัญที่สุดเกิดจากงานสอบสวนความผิดอาญาแทบทั้งหมด ได้ถูกผูกขาดโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่เพียงองค์กรเดียว ซ้ำยังขาดการตรวจสอบจากภายนอก จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.แยกงานสอบสวนให้เป็นสายงานเฉพาะจากตำรวจฝ่ายป้องกันอาชญากรรมในลักษณะเดียวกับงานนิติวิทยาศาสตร์ 2.การสั่งงานสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวกับคดี ต้องกำหนดให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง 3.การสอบปากคำบุคคล ไม่ว่าจะในฐานะผู้กล่าวหา ผู้ต้องหาหรือพยาน ต้องกำหนดให้บันทึกภาพและเสียงเป็นหลักฐานให้พนักงานอัยการและศาลเรียกตรวจสอบได้ทุกคดี 4.คดีฆาตกรรมหรือสงสัยว่าน่าจะเกิดจากการฆาตกรรม&amp;nbsp; พนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้นายอำเภอ พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์ ร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน ลงลายมือชื่อรับรองไว้พร้อมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.คดีที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือคดีที่มีผู้ร้องเรียนต่อพนักงานอัยการว่าการสอบสวนมิได้เป็นไปตามกฎหมาย หรือพนักงานสอบสวนไม่รับคำร้องทุกข์ ให้อัยการมีอำนาจเข้าตรวจสอบและสั่งการสอบสวนคดีนั้นได้ 6.การออกหมายเรียกบุคคลเป็นผู้ต้องหาหรือเสนอศาลออกหมายจับ ต้องได้รับความเห็นชอบจากพนักงานอัยการในการตรวจสอบพยานหลักฐาน 7.กระจายอำนาจสอบสวนโดยกำหนดว่า &amp;ldquo;กระทรวง กรมที่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายใด ให้มีอำนาจสอบสวนความผิดนั้นด้วย&amp;nbsp; โดยไม่ตัดอำนาจของพนักงานสอบสวนที่ดำเนินการสอบสวนไปตามอำนาจหน้าที่ของตน&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นตามข้อ 1 สามารถกระทำได้โดยเสนอให้นายกฯ นำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานและได้เสนอต่อนายกฯ ไว้ นำเข้าสู่สภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้ ประเด็นตามข้อ 2-7 สามารถกระทำได้ด้วยการเสนอให้นายกฯ นำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิอาญา ของคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ ที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2563 และประธานรัฐสภาได้เสนอไว้นำเข้าสู่การพิจารณาของสภาเพื่อแปรญัตติเพิ่มเติมในข้อ 2, 3, 4, 6 และ 7 เพื่อตราเป็นกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78549</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ตร., ปฏิรูปตำรวจ, ผู้ช่วย ผบ.ตร., พรบ.ตร., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6cb25ec84c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งถึงมือจักรทิพย์แล้ว!ลุ้นลงดาบ20ตำรวจพันคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.)ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 เปิดเผยว่า &amp;nbsp;วันนี้ได้ส่งสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พิจารณาข้อบกพร่องของพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้ รวม 20 นาย ซึ่งในจำนวนนี้ 11 นายเคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดไปแล้ว ส่วนที่เหลือ 9 นาย คณะกรรมการฯ เพิ่งตรวจสอบความผิดเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตำรวจในกลุ่มนี้ มีตั้งแต่ระดับสารวัตร ถึงผู้บัญชาการ บางส่วนเกษียณอายุราชการไปแล้ว ซึ่งรายชื่อทั้งหมดจะถูกส่งให้กองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาโทษทางวินัยและความผิดทางอาญา หากมีมูลจะส่งต่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป&amp;rdquo;พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวและว่า ความผิดของพนักงานสอบสวนทั้งหมดนี้ จะให้ ผบ.ตร.พิจารณาว่าเป็นข้อบกพร่องไม่ปฏิบัติหน้าที่สอบสวนคดีโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74908</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ, นายวรยุทธ อยู่วิทยา, บอส, ผู้ช่วย ผบ.ตร., ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cb71824513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
