<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาค1โชว์ผลงานทลายแก๊งโจรกรรมรถยนต์ตามห้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1(บช.ภ.1) พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.), พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 &amp;nbsp;(ผบช.ภ.1), พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) และ พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนภาค 1 (ผบก.สส.ภ.1) แถลงผลการจับกุมตัวนายพิชิตชัย บุญมี อายุ 36 ปี, นายวิเชียร สนทีรัก อายุ 38 ปี, นายนิคม สายบุญจันทร์ อายุ 51 ปี และ นายกมล ชลวิหารพันธ์ อายุ 64 ปี พร้อมของกลาง รถยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง โดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.เพิ่มพูน เผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณเดือน พ.ย.63-ก.พ.64 &amp;nbsp;ได้มีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุลักรถยนต์ บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าใน จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 คัน โดยมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุเหมือนกัน ต่อมาศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปจร.ตร. ) ได้สั่งการให้มีการสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายดังกล่าวในทุกมิติ ตำรวจภูธรภาค1 โดยศูนย์ปราบปรามปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ (ศปจร.ภ.1 ) ได้ทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายกลุ่มขบวนการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่าเครือข่ายลักรถยนต์ได้ก่อเหตุในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 ครั้ง และมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุเหมือนกัน โดยจะก่อเหตุในเวลากลางวันและจะเลือกสถานที่ก่อเหตุภายในห้างสรรพสินค้า โดยคนร้ายใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีดำในการก่อเหตุ ซึ่งกลุ่มคนร้ายจะไปดักรอดูรถตามห้างสรรพสินค้า เมื่อพบรถที่ต้องการและผู้เสียหายจอดเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า 1 ในคนร้าย เดินติดตามผู้เสียหายเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเพื่อดูต้นทาง และส่งสัญญาณให้คนร้ายที่อยู่ภายนอกก่อเหตุลักทรัพย์รถยนต์คันของผู้เสียหาย โดยใช้วิธีทำลายระบบสัญญาณกันขโมย และระบบล็อกกุญแจของรถคันดังกล่าวและขับขี่หลบหนีออกไป &amp;nbsp;จากนั้นจะนำรถยนต์ที่ลักมาไปตัดแปลงสภาพที่อู่ ก่อนนำไปขายต่อนำเงินที่ได้จากการขายรถยนต์มาแบ่งกัน กระทั่งสืบสวนทราบตัวคนร้ายจึงออกหมายจับทั้ง 4 คนและสามารถติดตามจับกุมได้พร้อมของกลาง &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือรับของโจร ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนพร้อมของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.เพิ่มพูนเผยอีก ว่านายพิชิตชัย เคยถูกจับกุมก่อเหตุลักทรัพย์รถยนต์พื้นที่ จ.ปทุมธานี เมื่อปี 2557 พึ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำเมื่อเดือน ก.ย.2563 ก่อนมาก่อเหตุซ้ำ โดยการเลือกก่อเหตุจะทำตามออเดอร์ที่สั่งมา โดยส่วนใหญ่จะเน้นรถโตโยต้า เช่น ฟอร์จูนเนอร์ วีโก้ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่งขายราคาคันละ 50,000-120,000 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97876</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผช.ผบ.ตร., ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ, ภาค 1, รถยนต์, โจรกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6064189e8ae3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งถึงมือจักรทิพย์แล้ว!ลุ้นลงดาบ20ตำรวจพันคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.)ในฐานะรองประธานคณะกรรมการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 เปิดเผยว่า &amp;nbsp;วันนี้ได้ส่งสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พิจารณาข้อบกพร่องของพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้ รวม 20 นาย ซึ่งในจำนวนนี้ 11 นายเคยถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดไปแล้ว ส่วนที่เหลือ 9 นาย คณะกรรมการฯ เพิ่งตรวจสอบความผิดเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตำรวจในกลุ่มนี้ มีตั้งแต่ระดับสารวัตร ถึงผู้บัญชาการ บางส่วนเกษียณอายุราชการไปแล้ว ซึ่งรายชื่อทั้งหมดจะถูกส่งให้กองวินัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาโทษทางวินัยและความผิดทางอาญา หากมีมูลจะส่งต่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป&amp;rdquo;พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวและว่า ความผิดของพนักงานสอบสวนทั้งหมดนี้ จะให้ ผบ.ตร.พิจารณาว่าเป็นข้อบกพร่องไม่ปฏิบัติหน้าที่สอบสวนคดีโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74908</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตรวจสอบตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการ, นายวรยุทธ อยู่วิทยา, บอส, ผู้ช่วย ผบ.ตร., ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cb71824513.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กแป๊ะร้อน!สั่งเค้นคณะตรวจสอบอดีตผู้การเลยทำงานอืด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เรียกประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลยกับพวก รวม 5 นาย กลับเข้ารับราชการหลังถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน ในฐานความผิดวินัยร้ายแรง จากกรณีทุจริตโครงการกู้รวมหนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย โดยจะมีการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ถึงเหตุผลที่มีการดำเนินการล่าช้า จนไม่สามารถสรุปผลการสอบสวนได้ทันตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด จึงเป็นเหตุให้ต้องมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 5 นายนี้กลับเข้ามารับราชการ แต่ยืนยันว่า พล.ต.ต.สุทิพย์ และพวกมีความผิดชัดเจน จึงต้องมีการแยกสำนวนผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 นายเป็นรายบุคคล เพื่อไม่ให้การพิจารณาความผิดทับซ้อนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับให้ทำคดีนี้ให้เกิดความเป็นธรรม เพื่อไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสียขวัญกำลังใจ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74905</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ, อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cb547b4c34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจยังเมาหมัด!ไม่แถลงความคืบหน้าคุ้ยคดีบอสรออัยการสั่งก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.2563 - พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตำรวจสั่งไม่แย้งคำสั่งอัยการที่ไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ได้ร่วมประชุมเป็นครั้ง 7&amp;nbsp;
โดย พล.ต.ท.จารุวัฒน์เน้นไปที่การสอบสวนข้อเท็จจริง การมีคำสั่งไม่แย้งของอัยการที่สั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ เมื่อเดือน มิ.ย.ว่ามีการใช้ความเห็นในทางคดีอย่างไร มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามประมวลผลตามที่สำนักงานกฎหมายและคดีเสนอมาอย่างไรบ้าง &amp;nbsp;ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนว่า พล.ต ท เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร &amp;nbsp;ในฐานะผู้รับผิดชอบในการออกคำสั่งไม่เห็นแย้งจะเดินทางมาให้ปากคำด้วยตนเอง หรือทำเป็นเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริง มาให้คณะกรรมการพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทาง พล.ต.ท.จารุวัฒน์ยังไม่มีการแถลงความคืบหน้าที่จะมีการแถลงข่าวในวันนี้ เนื่องจาก พล.ต อ ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เข้าไปชี้แจงข้อมูลกับคณะกรรมาธิการการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ส่วนการดำเนินการต่อไปหลังคณะทำงานของอัยการได้แถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 4 ส.ค.นั้น ทราบว่าจะมีการเสนอความเห็นไปให้อัยการสูงสุดสั่งการอย่างน้อยใน 2 ประเด็น คือ เรื่องการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมข้อหาเสพยาเสพติด และให้สอบสวนพยานใหม่ เพื่อพิสูจน์ความเร็วรถ ซึ่งต้องรอให้อัยการสูงสุดสั่งการมายังตำรวจอย่างชัดเจนก่อนจึงจะดำเนินการต่อไปได้ ส่วนการพิจารณาเรื่องผลตรวจสารโคเคนในเลือดยังอยู่ระหว่างรอคำยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุข
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73476</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ, วรยุทธ อยู่วิทยา, อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a46487b20f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาค1และภาค4ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวมากที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.2563 - พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วยผบ.ตร.) กล่าวถึงผลการจับกุมผู้ฝ่าฝืนตามประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน &amp;nbsp;โดยเฉพาะมาตรการเคอร์ฟิว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.ที่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังหลังตักเตือนในวันแรกๆ พบว่า มีการจับกุมเพิ่มขึ้นวันละกว่า 1,000 ราย &amp;nbsp;โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ จับกุมกว่า 100 รายต่อวันน้อยกว่าต่างจังหวัดขณะที่พื้นที่ต่างจังหวัด มีการจับกุมมากสุดคือพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 4 โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่น เนื่องจากเป็นช่วงเวลาปิดเทอมทำให้ออกมารวมกลุ่ม และกลุ่มคนที่ไปงานเลี้ยงดื่มเหล้า รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับเสพยาเสพติด ทำให้ขาดสติไม่รู้เวลา โดยเจ้าหน้าที่จะมีวิเคราะห์ข้อมูลกลุ่มผู้ฝ่าฝืนอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมยืนยันตำรวจดำเนินกับทุกคนที่ฝ่าฝืนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมไม่มีข้อยกเว้นให้กับบุคคลใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ได้กำชับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจทำงานให้เร็วขึ้น กรณีเจอคนที่ตั้งใจฝ่าฝืน อาจเป็นมิจฉาชีพ ต้องมีการระมัดระวังตัว พร้อมจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วในการติดตามจับกุม ขณะเดียวกันฝากเตือนไปยังประชาชนให้เผื่อเวลาในเดินทางกลับบ้านให้ทันช่วงเคอร์ฟิวส์ 22.00-04.00 น. และลดโอกาสการติดเชื้อด้วยการสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมืออยู่เสมอ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62484</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วย ผบ.ตร., ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พระราชกำหนดบริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน, พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์, เคอร์ฟิว, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d4c96248f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2018 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจยันความพร้อมงาน12สิงหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.2561- พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2561 ว่าทุกหน่วยถือว่าพร้อมเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการจราจร การบริการประชาชน สายการแพทย์ฉุกเฉิน รถสาธารณะรับส่งประชาชนฟรี สถานที่จอดรถ โดยเฉพาะเรื่องของสภาพอากาศในพื้นที่ ได้จัดเตรียมร่มกันฝนไว้ประจำทุกจุดคัดกรอง โดยในช่วงเช้าเปิด 2 จุดคัดกรอง ได้แก่ จุดที่ 1 ผ่ากลางสนามหลวง (ฝั่งศาลฎีกา) จุดที่ 2 ผ่ากลางสนามหลวง ฝั่งทิศเหนือ (ติดกับพื้นที่จอดรถ) และช่วงบ่าย 4 จุดคัดกรอง ได้แก่ จุดคัดกรองพระแม่ธรณีบีบมวยผม, ถ.กัลยาณไมตรี, วงเวียน รด.,และท่าช้าง รวมไปถึงการให้บริการรถวีลแชร์ สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ ขสมก.จัดรถโดยสาร 7 เส้นทาง ได้แก่ 1.เส้นทาง สนามม้านางเลิ้ง - สนามหลวง 2.สนามศุภชลาศัย-สนามหลวง 3.สถานีรถไฟหัวลำโพง - สนามหลวง 4.วงเวียนใหญ่ - สนามหลวง 5. หมอชิต 2 - สนามหลวง 6.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ(ฝั่งเกาะพญาไท) - สนามหลวง 7.สายใต้ใหม่ - สนามหลวง ทั้งนี้ ให้บริการตั้งแต่ 12.00 - 21.00 น. หรือบริการส่งประชาชนจนกว่าจะออกจากพื้นที่หมด หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สายด่วน 1348 โดยประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมพิธีขอให้พกบัตรประชาชนและขอความร่วมมือแต่งกายด้วยชุดสุภาพ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15223</URL_LINK>
                <HASHTAG>12 สิงหาคม, กิจกรรม, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก, รัชกาลที่ 9, วันเฉลิมพระชนมพรรษา, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, เฉลิมพระเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b6fb578477c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
