<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหล่าทัพแจงยิบ จ่อเลิกซื้ออาวุธ! ยืดอายุ‘ของเก่า’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล่าทัพปรับตัวใช้งบฯ 65 &amp;nbsp;ทบ.แถลง 1 ปี เลิก-ลดซื้ออาวุธ ตปท. เน้นซ่อมบำรุง ขณะที่ ทร.เตรียมโละเรือร่วม 10 ลำ ยืดอายุใช้งานของเก่า ด้าน ทอ.ควบรวมฝูงบินเอฟ-16 &amp;quot;บิ๊กโต&amp;quot; รับไม้ &amp;quot;บิ๊กต่อ&amp;quot; นั่งแม่ทัพภาค 1 กำลังหลัก ปกป้องสถาบัน-รักษาพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ส่งมอบหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 1 ให้แก่ พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ประกอบด้วยพิธีลงนามเอกสารรับ-ส่งหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 1 และพิธีส่งมอบการบังคับบัญชา แม่ทัพภาคที่ 1 ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 โดยมีผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง กองทัพภาคที่ 1 ร่วมพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.เจริญชัยกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ปฏิบัติหน้าที่แม่ทัพภาคที่ 1 ได้รับความร่วมมือร่วมใจเป็นอย่างดีจากผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานทุกคน ส่งผลให้ภารกิจต่างๆ ของกองทัพภาคที่ 1 ที่ได้รับมอบจากผู้บังคับบัญชาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จนเป็นที่เชื่อมั่นของผู้บังคับบัญชา และเป็นที่ยอมรับของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพภาคที่ 1 เป็นกำลังหลักของกองทัพบกในการปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การรักษาอธิปไตยของชาติ รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาประเทศ ซึ่งภายใต้การนำของ พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง จะมีความเจริญก้าวหน้า เพื่อสร้างความผาสุกให้เกิดแก่พี่น้องประชาชนและประเทศชาติสืบไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.สุขสรรค์กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 1 เป็นหน่วยทหารที่พระมหากษัตริย์ได้ทรงจัดตั้งขึ้น และได้ทรงไว้วางพระราชหฤทัยในการเป็นหน่วยทหารที่มีหน้าที่ในการปกปักรักษาความมั่นคงของประเทศชาติ รักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า และเป็นที่ยอมรับเชื่อถือศรัทธาของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ซึ่งถือเป็นนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของอดีตผู้บังคับบัญชาที่ผ่านมาทุกท่าน ในอันที่จะเทิดทูน สถาบันพระมหากษัตริย์ไว้ด้วยชีวิต โดยจะสืบสานงานตามแนวทางและมาตรฐานในการปฏิบัติงานของ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ได้วางรากฐานไว้ต่อไปให้ดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ลำดับที่ 54 ในขณะที่ พล.ท. สุขสรรค์ หนองบัวล่าง เป็นแม่ทัพภาคที่ 1ลำดับที่ 55
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก แถลงผลการปฏิบัติงานกองทัพบกประจำปี 2564 และแนวทางการพัฒนากองทัพบกตามช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 63-30 ก.ย.66 ว่า กองทัพบกมีแนวทางยกเลิกหรือลดจำนวนโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ราคาสูงจากต่างประเทศให้มากที่สุด และสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศมาใช้มากขึ้น ภาพรวมคือเราจะพยายามรักษาสภาพยุทโธปกรณ์ให้ใช้งานได้ดีที่สุด โดยเน้นการซ่อมบำรุงรักษาสิ่งอุปกรณ์นั้น เพื่อใช้งานได้ดีที่สุดและนานที่สุดเพื่อให้ใช้งานได้ แต่หากเราไม่สามารถรักษาได้ก็ซื้อจากต่างประเทศ แต่เป็นจำนวนน้อย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังคงให้ความสำคัญต่อทหารประจำการ และกำลังพลชั้นผู้น้อย ป้องกันการไม่ได้รับความเป็นธรรม ให้ได้รับสิทธิตามที่พึงจะได้ และให้โอกาสความก้าวหน้าในการรับราชการทหารต่อ การพัฒนาระบบการตรวจเลือก ทหาร โดยส่งเสริมการสมัครใจให้มากขึ้น เพื่อลดจำนวนการเกณฑ์ทหารลง และเร่งรัดการนำข้าราชการพลเรือนกลาโหมมาบรรจุทดแทนทหารประจำการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกองทัพบกแถลงว่า กองทัพยังคงเน้นย้ำในเรื่องการปกป้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมระบุว่า กำลังพลและข้าราชการทุกคน นายทหาร นายสิบ นายทหารกองประจำการ เรามีระเบียบวินัยและปฏิบัติตามแนวทางที่กองทัพบกกำหนดในการพิทักษ์ รักษาสถาบัน รวมถึงทำหน้าที่ด้วยการสื่อการรับรู้ให้กับผู้ร่วมงานและประชาชน เช่น กองทัพบกจัดตั้งอาสาสมัครกิจการพลเรือนที่เป็นประชาชนสมัครใจและมีความจงรักภักดีต่อสถาบัน เราก็บอกเล่าให้เขาไปเล่าต่อเพื่อให้เข้าใจถึงพระมหากรุณาธิคุณสถาบันที่มีต่อประเทศและประชาชนชาวไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการดูแลสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาที่มีการสู้รบ โดยเฉพาะขณะนี้มีการเคลื่อนไหวขบวนการค้าอาวุธสงครามว่า กองทัพบกโดย 7 กองกำลังชายแดน มีวิธีปฏิบัติในการดูแลเรื่องดังกล่าวที่ชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ดูแลเฝ้าระวังแนวชายแดนอย่างเต็มที่ เราไม่ยอมให้มีการลักลอบหรือนำสิ่งผิดกฎหมายข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านโดยเด็ดขาด ในขณะที่การดูแลคลังอาวุธของกองทัพนั้น กองทัพบกมีมาตรการควบคุมอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างดี มีระเบียบการตรวจตราที่ชัดเจนและมีผู้รับผิดชอบ และยืนยันว่าไม่มีอาวุธ หลุดจากคลังกองทัพแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.หญิงนุชระวี แจ่มจำรัส ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เผยว่า การเก็บรักษาสิ่งอุปกรณ์และการรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธ คลัง กระสุน &amp;nbsp;คลังยุทโธปกรณ์ เน้นให้มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูงสุด ได้ก่อสร้าง ดัดแปลงตู้คอนเทนเนอร์เป็นคลังเก็บสิ่งอุปกรณ์ควบคุม อุณหภูมิและความชื้น จำนวน 34 หลัง สำหรับเก็บรักษาสิ่งอุปกรณ์ยุทโธปกรณ์ที่มีมูลค่าสูง ให้มีสถานที่เก็บเหมาะสม ป้องกันการชำรุดและช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพบกมุ่งเน้นการซ่อมคืนสภาพยุทโธปกรณ์ เพื่อดำรงสภาพยืด อายุการใช้งาน รวมถึงซ่อมปรับปรุงยุทโธปกรณ์และชิ้นส่วนซ่อมสำคัญให้สามารถดำรงสภาพการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;ทดแทนการจัดหาหรือซื้อใหม่ ที่ผ่านมามีการดำเนินการที่สำคัญ อาทิ โครงการซ่อมสร้างเครื่องยนต์รถถัง, โครงการซ่อมปรับปรุงรถสายพานลำเลียง M 113 เป็น M 113 A2I รวมถึงสิ่งอุปกรณ์สายพลาธิการ อาทิ จักรเย็บผ้า อุปกรณ์เครื่องสนาม รถยก เป็นต้น เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้งานได้ใหม่ พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กองทัพเรือ &amp;nbsp;กองทัพอากาศ ต่างประสบปัญหางบประมาณเพื่อเดินหน้าตามแผนพัฒนากองทัพเช่นกัน หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ถูกตัดงบไปเยียวยาประชาชนจำนวนมาก ทำให้การจัดหาเรือรบ- &amp;nbsp;เครื่องบินรบ รวมไปถึงอากาศยานแบบต่างๆ ในโครงการใหญ่ต้องชะลอออกไป และใช้แนวทางในการซ่อมบำรุงเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยกองทัพเรือกำลังจะปลดระวางประจำการเรือรบประมาณ 10 ลำ และเตรียมส่งมอบให้กับหน่วยงานหรือเอกชนที่ต้องการ เนื่องจากยังมีงบประมาณในการดูแลรักษาในแต่ละเดือนประมาณ 3 แสนบาท และเลื่อนแผนการจัดหาเรือลำใหม่มาทดแทนไปก่อน ขณะที่กองทัพอากาศมีการควบรวมฝูงบิน 102 ไปอยู่กับฝูงบิน 103 เนื่องจากเครื่องบิน F-16 ADF ถูกปลดประจำการหลายเครื่อง และเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ ทอ.จึงได้บริหารใหม่ โดยนำเครื่องที่เหลือมาประจำการที่ฝูงบิน 103 ซึ่งมีเครื่องบิน F-16 AB ประจำการอยู่ด้วยเช่นกัน. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118495</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลิก-ลดซื้ออาวุธ ตปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156c3249bc76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ว่าที่ผบ.ทบ.&#039;ประกาศปกป้องค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.2563 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก(บก.ทบ.)จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหารชั้นนายพล ขึ้นที่กองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอก ตามแนวทางของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่ต้องการรำลึกถึงสถานที่ตั้งโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร.จปร.)ในอดีต ซึ่งคือที่ตั้งของกองทัพบกในปัจจุบันใกล้กับสะพานมัฆวานรังสรรค์ ทั้งนี้ มีนายพลทหารบกอัตราพลเอกพิเศษที่เกษียณฯ เช่น พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.)พล.อ.อภิรัชต์ พล.อ.ชัยชนะ นาคเกิด รองผบ.ทสส. พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ณพนต์ สร้างสมวงศ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.จักรชัย โมกขะสมิต ประธานคณะที่ปรึกษา ทบ.ฯลฯ พร้อมนายพลทหารบก258 นาย รวม266 นาย( ยอดรวมนายพลทหารบกเกษียณปีนี้340 นาย) เข้าร่วมพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พรพิพัฒน์ ได้นำคณะถวายสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ที่ห้องพระบารมีปกเกล้า พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นเป็นกิจกรรมนักเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่ลานหน้าพิพิธภัณฑ์ฯ โดยผู้แทนนักเรียนนายร้อย กล่าวตั้งปณิธาน &amp;ldquo;เดินตามรอยเท้า&amp;rdquo; โดยกล่าวว่า &amp;ldquo;รู้สึกซาบซึ้งในความเสียสละ และคุณงามความดีของทุกท่าน ขอตั้งปณิธานทำตามเพื่อปฏิบัติตามรอยเท้าของท่านโดยจะปฏิบัติตนให้สมศักดิ์ศรีความเป็นชายชาติทหาร จะอยู่ในศีลธรรมอันดีของศาสนา ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ มีสติไตร่ตรองและใช้วิจารณญาณอันเหมาะสมจะหมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนให้มีความสามารถรอบด้านเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ตระหนักถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญทั้งนี้เพื่อดำรงรักษาและปกป้องสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตลอดจนประชาชน ให้มีความผาสุก เกิดความรักความสามัคคีในสังคม อย่างเป็นปีกแผ่นมั่นคง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และผู้ร่วมพิธีทั้งหมดร้องเพลง &amp;ldquo;รั้วแดงกำแพงเหลือง และมนต์มัฆวาน&amp;rdquo;จากนั้น วงขลุ่ยกลอง 8 นายจาก รร. จปร.ได้นำแถวนายพลเกษียณเดินเท้ามาตั้งแถวถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5หน้าหอประชุมกิตติขจร พร้อมกล่าวปฏิญาณตน3 ครั้งว่า &amp;rdquo;ข้าพระพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต&amp;rdquo; ก่อนเข้าหอประชุมเพื่อกระทำพิธีเทิดเกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก กล่าวเทิดเกียรติว่า ในนามกองทัพบกขอแสดงมุทิตาจิตต่อทุกท่านด้วยความเคารพรักเป็นอย่างยิ่งยิ่ง การปฏิบัติหน้าที่ด้วยการยึดมั่นอุดมการณ์ทหารมาตลอดชีวิตรับราชการ ทุกท่านได้สร้างประโยชน์ให้กองทัพและประเทศชาติ เป็นอเนกประการด้วยการอุทิศกำลังกาย กำลังใจ ดำเนินภารกิจทุกด้านของกองทัพเพื่อพิทักษ์รักษา เอกราช อธิปไตย ความสงบเรียบร้อยของชาติและผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ ปกป้อง ค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด ตลอดจนสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชน ซึ่งปรากฏเป็นผลงานและเกียรติประวัติอันน่ายกย่อง ส่งผลให้กองทัพมีความเข้มแข็ง ทันสมัย และเจริญก้าวหน้า สามารถยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ภัยคุกคาม และปัญหาอุปสรรคนานัปประการ อันควรค่าจารึกไว้เป็นแบบฉบับของทหารอาชีพที่นายทหารรุ่นหลังจะได้สานต่อดำเนินรอยตามเพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์ศรีของการปฏิบัติด้านความมั่นคงของชาติ และเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาสต่อไป แม้จะต้องสิ้นสุดในหน้าที่ราชการแต่เชื่อว่าภาระหน้าที่ของความเป็นทหารจะยังคงฝังแน่นในจิตใจของทุกท่านอย่างไม่เสื่อมคลาย และขอมีส่วนร่วมจรรโลงกองทัพให้มีความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนส่งเสริมภารกิจของกองทัพให้บรรลุจุดมุ่งหมายอย่างเช่นที่เคยปฏิบัติมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พวกเราขอให้คำมั่นว่า จะสืบสานอุดมการณ์ของพวกท่าน และทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อให้สังคมมีความปกติสุข มีความรักความสามัคคี อันเป็นจะพลังขับเคลื่อนประเทศชาติให้ก้าวหน้า ไปข้างหน้า อย่างมั่นคงต่อไป&amp;rdquo;พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.อ.พรพิพัฒน์ เป็นตัวแทนกล่าวอำลาชีวิตราชการว่า การปฏิบัติราชการในกองทัพนับเป็นช่วงเวลาที่ภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ทหารของชาติและประชาชนตามปณิธานที่ตั้งไว้ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราช อธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี โดยมุ่งอุทิศตนทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญา ดำเนินภารกิจของกองทัพให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ ร่วมแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติและพัฒนาสังคมให้มีความเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้น ซึ่งภาระหน้าที่ของทหารอันมีเกียรตินี้ เป็นสิ่งที่พวกเรายึดถือปฏิบัติตลอดไปแม้เกษียณอายุราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมมั่นใจว่าผู้ที่จะเกษียณอายุราชการทุกคนต่างล้วนสำนึกในคุณูปการกองทัพบกที่หล่อหลอมพวกเรามีจิตวิญญาณของความเป็นทหารอยู่ในสายเลือด มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แม้ต้องอำลาชีวิตราชการจากกองทัพ แต่จิตวิญญาณของความเป็นทหารอาชีพยังฝังแน่นอยู่ในจิตใจและพร้อมที่จะเสียสละตนรับใช้กองทัพและประเทศชาติในทุกโอกาส ตลอดจนจะนำประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดชีวิตรับราชการมาสนับสนุนการดำเนินการงานของกองทัพด้วยความเต็มใจตลอดไป ทั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้กำลังพลที่ยังราชการอยู่ในกองทัพบกสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สมกับที่ประชาชนให้ความเชื่อถือและไว้วางใจตลอดมา&amp;rdquo; พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78356</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดพิธีเทิดเกียรติและอำลาชีวิตราชการทหาร, ผบ.ทบ., ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6ae7c54fd65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
