<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2026 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายกฯ&#039; สั่งทุกหน่วยงานลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือชาวโคราชที่เจอน้ำท่วม </HEADLINE>
                <CONTENT>
&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.2564 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายหลายพื้นที่โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานทุกภาคส่วนลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมแสดงความห่วงใยประชาชนในทุกพื้นที่ที่&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์ รวมถึงให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายวิเชียร &amp;nbsp;จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อม นายภูมิสิทธิ์ วังคีรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การระดับน้ำหน้าโรงพยาบาลมหาราชและภายในโรงพยาบาลมหาราช&amp;nbsp;


แทงสล็อต พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ รถยกสูงและเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ของหน่วยงานราชการต่างๆ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากโรงพยาบาลมหาราชและเร่งวางกระสอบทรายตามจุดต่างๆเพื่อป้องกันน้ำเข้าภายในโรงพยาบาลมหาราช โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ เป็นห่วงประชาชนในทุกพื้นที่ ที่ประสบปัญหาอุทกภัย และยังได้สั่งการทุกภาคส่วนลงพื้นที่ช่วยประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้หากนายกฯ มีโอกาสจะลงพื้นที่พบประชาชนเพื่อไปดูแล รับฟังปัญหาให้มากที่สุด และตนเองในฐานะเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา แสดงความเป็นห่วง และขอให้กำลังใจชาวจังหวัดนครราชสีมาเช่นกัน เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120311</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครราชสีมา, นายกรัฐมนตรี, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612df0640b116.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แรมโบ้’เดือด!ซัด’ธนาธร’หนักแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564- &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ซึ่งถูกนายอภิวัฒน์ ขันทอง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และดำเนินคดีแก่ผู้เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีและการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี 32/2563 ลงวันที่ 21 ก.ย. 63 ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เอาผิด นายธนาธร 3 ข้อหา ได้แก่ ความผิดมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 ความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณา กรณีไลฟ์เฟซบุ๊ก เกี่ยวกับวัคซีนบนเพจคณะก้าวหน้า และเพจนายธนาธร ซึ่งมีเนื้อหาวิจารณ์การจัดหาวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลที่มีความล่าช้าเเละมีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน ภายหลังพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ได้ส่งสำนวนความเห็นสมควรฟ้อง นายธนาธรต่อพนักงานอัยการ เป็นที่เรียบร้อยเเล้วนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกรณีที่นายธนาธรได้ให้สัมภาษณ์กล่าวหารัฐบาลใช้กฎหมาย มาตรา 112 กลั่นแกล้งปิดปากประชาชนนั้น นายเสกสกลระบุว่า ที่ผ่านมาคนไทยทั้งแผ่นดิน ทราบดีว่านายธนาธร และนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำกลุ่มก้าวหน้า มีพฤติกรรมที่ต้องการก้าวล่วงบิดเบือนข้อมูลและใส่ร้ายสถาบันเบื้องสูงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอย่างไร คนไทยที่รักและปกป้องสถาบันรู้เช่นเห็นชาติพฤติกรรมของคนทั้งสองนี้ดี นอกจากนั้นยังมีพฤติกรรมสนับสนุนกลุ่มสามนิ้วออกมาทำผิด ม.112 อย่างต่อเนื่อง อย่าได้สะเออะออกมาพูดเลยว่ารัฐบาลกลั่นแกล้งรังแก &amp;nbsp;ต้องถามกลับนายธนาธร ว่าจิตใจยังเป็นคนไทยอยู่หรือเปล่า สถาบันกษัตริย์ลงมาทำอะไรให้ครอบครัวนายธนาธรเดือดร้อน นายธนาธรครอบครัวและบริษัท ไทยซัมมิทร่ำรวยมหาศาลได้เงินได้ทองมากมายบนผืนแผ่นดินไทยไม่ใช่หรือ &amp;nbsp;ทั้งที่เชื้อสายนายธนาธรมาจากประเทศอื่นด้วยซ้ำ ครอบครัวนายธนาธรได้มาอาศัยบนผืนแผ่นดินที่ราชวงศ์ได้เสียสละชีวิตเลือดเนื้อเพื่อรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานทำมาหากินตราบเท่าทุกวันนี้ นายธนาธรยังไม่มีจิตสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอะไรเลย คนเช่นนี้ถือเป็นคนอกตัญญูเป็นคนหนักแผ่นดิน ชาติชั่วสารเลวที่สุด ที่กล้าออกมาพูดจาใส่ร้ายป้ายสี ทำลายสถาบันให้เสื่อมเสียและใช้ข้อมูลที่บิดเบือนเป็นเท็จโกหกหลอกลวงประชาชน นายธนาธรช่างบังอาจกล้ามาพูดเย้ยฟ้าท้าดินเจตนาท้าทายกฎหมาย ไม่เคยมีจิตสำนึกในบุญคุณแผ่นดินไทยเลยใช่ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่เคยใช้ม.112 ไปกลั่นแกล้งใครทั้งสิ้น ม.112 เป็นกฎหมายอาญาแผ่นดิน ประชาชนทั่วไปก็สามารถไปแจ้งความร้องทุกข์กกล่าวโทษ ดำเนินคดีกับนายธนาธร หรือบุคคลใดก็ได้ที่ดูหมิ่นดูแคลนก้าวล่วงพระมหากษัตริย์หรือองค์รัชทายาท หรือราชวงศ์พระองค์ใดในสถาบันฯคงไม่ลงมาดำเนินคดีด้วยตัวเอง กฎหมายจึงมีความจำเป็นที่ต้องให้ประชาชนคุ้มครองปกป้องสถาบันฯได้ตามกฎหมาย พฤติกรรมของคนที่คิดร้ายทำผิดกฎหมายเช่นนี้ คนไทยส่วนใหญ่จึงเรียกว่าคนหนักแผ่นดิน คนอกตัญญูต่อแผ่นดิน ไม่สมควรเป็นคนไทยและไม่สมควรอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย เป็นคนเนรคุณต่อบรรพบุรุษของไทย คนเช่นนี้ต่อไปจะพบแต่ความวิบัติในภายภาคหน้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกลยืนยันอีกครั้งว่า ม.112 ไม่เคยไปรังแกกลั่นแกล้งผู้บริสุทธิ์ และไม่เคยไปกลั่นแกล้งใคร และไม่เคยเดินไปหาใครถึงบ้านเพื่อกลั่นแกล้งรังแกใครทั้งสิ้น มีแต่พวกคนชาติชั่วที่คิดร้ายต่อสถาบันฯเท่านั้นที่จะโดนความผิดตามมาตรานี้ ดังนั้นต้องถามนายธนาธรและพวกว่า สถาบันฯไปทำอะไรให้นายธนาธรและครอบครัวเดือดร้อน นายธนาธรและพวกจึงไม่รักและปกป้องสถาบัน คิดแต่จะใส่ร้ายป้ายสียุยงให้คนออกมาทำร้ายสถาบันฯอย่าต้องให้พลังคนไทยส่วนใหญ่ที่รักสถาบันทั้งแผ่นดิน ต้องลุกฮือออกมาขับไล่คนเนรคุณกลุ่มนายธนาธรและพวกออกนอกประเทศ ประชาชนแทบจะทนไม่ไหวแล้วกับพฤติกรรมเนรคุณอกตัญญู คนหนักแผ่นดิน กลุ่มนายธนาธรและนายปิยบุตร สักวันหนึ่งอาจจะไม่ต้องใช้ ม.112 บังคับใช้หรอก แต่พลังมวลชนคนทั้งแผ่นดินจะออกมาขับไล่พวกนายธนาธรและนายปิยบุตรเองให้พ้นจากผืนแผ่นดินไทยเอง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119616</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ประธานคณะก้าวหน้า, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, มาตรา 112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_60976562193dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แรมโบ้’เผยประชาชนปลื้มแนวคิด’ลุงตู่’ปรับภูมิทัศน์ทางรถไฟ-ท่าเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ &amp;nbsp;2 ฝั่งถนนเขตทางรถไฟ และท่าเรือ ของกระทรวงคมนาคม ซึ่งถือเป็นโครงการที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมไปดำเนินการ เนื่องจากนายกฯ เห็นถึงประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่โดยรอบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งทำให้เกิดความสวยงาม ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น &amp;nbsp;และมีความปลอดภัยในการสัญจร โดยโครงการที่กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการเป็น 2 ระยะ รวม 767 โครงการ เช่น แผนงานปรับภูมิทัศน์ริม 2 ข้างทาง จำนวน 20 สายทาง ,แผนงานเพิ่มศักยภาพจุดพักรถบรรทุก จำนวน 40 จุด, แผนงานปรับปรุงหมวดทางหลวงทั่วประเทศ จำนวน 584 แห่ง เพื่อเป็นจุดบริการและแวะพักของประชาชนที่ขับรถทางไกล, โครงการจัดกิจกรรมสีสันประเทศไทย สะพานภูมิพล เพื่อเพิ่มความสง่างามให้กับสะพานของพ่อ ในช่วง พ.ย. 64-ม.ค. 65 และโครงการประดับไฟสะพานมหาเจษฎาบดินทรทนุสรณ์ &amp;nbsp;,โครงการเสริมทัศนียภาพริมทางรถไฟ จำนวน 9 เส้นทาง ด้วยพันธุ์ไม้สวยงามประจำถิ่น &amp;nbsp;พร้อมทั้งพัฒนาเส้นทางโดยสารสายหลักของประเทศ จำนวน 2 เส้นทาง เช่น แนวเส้นทางรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน และช่วงบางซื่อ-รังสิต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากการพัฒนาโครงการใหญ่ๆ ของประเทศแล้ว นายกฯยังมีแนวคิดพัฒนาโครงการต่างๆเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งนอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนอีกด้วย ขณะเดียวกันนายกฯยังไม่หยุดคิดที่จะแก้ไขปัญหาไปพร้อมๆกับการพัฒนา ให้กับประเทศเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน&amp;rdquo;นายสุภรณ์กล่าวและว่า หลังจากที่นายกฯ มีข้อสั่งการไปแล้ว รมว.คมนาคมได้สัมภาษณ์ให้ข่าวโครงการนี้มีเสียงตอบรับจากประชาชนทั่วประเทศว่าเป็นโครงการที่ดีขอสนับสนุน และชื่นชมฝากมาถึงท่านนายกฯ และรัฐบาลอยากให้รีบลงมือทำโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและการพัฒนาประเทศให้เศรษฐกิจดีขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118197</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ท่าเรือ, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, เขตทางรถไฟ, โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152ded019023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แรมโบ้อัดปิยบุตร ให้ท้ายม็อบป่วน ‘ทะลุฟ้า’กระเจิง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เสกสกล&amp;quot; ตอก &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; เข้าข้างม็อบทะลุแก๊สเพราะได้ประโยชน์จากการชุมนุมที่ใช้ความรุนแรง ซัดไร้จิตสำนึก หนักแผ่นดิน คนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการ &amp;nbsp;ตร.ขีดเส้นสิ้นเดือน ก.ย.นี้ดินแดงสงบ &amp;quot;กลุ่มทะลุฟ้า&amp;quot; บุกทำเนียบฯ ยิงพลุ ปาประทัดยักษ์ใส่ คฝ. ชุดเคลื่อนที่เร็วจู่โจมสลายม็อบหนีกระเจิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 กันยายน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตปรากฏการณ์ทะลุแก๊สที่ดินแดงผุดขึ้นมาเอง ไร้การจัดตั้ง ว่านายปิยบุตรไม่ควรออกมาโพสต์เฟซบุ๊กในลักษณะที่มีความมั่นใจและเข้าข้างม็อบทะลุแก๊ส ด้วยการตั้งข้อสังเกตว่าผุดขึ้นมาเอง ไร้การจัดตั้ง เพราะคนมือเปล่าแบบไหนกันที่จะกล้าเอาชีวิตตนเองเข้าไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง บาดเจ็บล้มตายจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;หากไม่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือไม่ก็เป็นวัยรุ่นที่คึกคะนองโดยไม่คิดถึงความเดือดร้อนของใคร อีกทั้งยังมีความตั้งใจที่จะพกอาวุธพกระเบิดเพื่อที่จะนำมาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ บางคนถึงกับมีอาการบาดเจ็บสาหัส &amp;nbsp;และเป็นม็อบที่ไม่รู้สึกอะไรเลยที่ทำให้ประชาชนในบริเวณการชุมนุมเดือดร้อนอย่างหนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาชนส่วนใหญ่ยังรู้เลยว่า ม็อบรุนแรงรายวันใช้เด็กและเยาวชนเป็นเครื่องมือ แต่ที่นายปิยบุตรทำเป็นไม่รู้ &amp;nbsp;อาจเป็นเพราะว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่ได้ประโยชน์จากการชุมนุมที่ใช้ความรุนแรงของม็อบทะลุแก๊สหรือไม่ จึงหูหนวกตาบอด คนหนักแผ่นดินที่คิดร้ายต่อประเทศชาติ &amp;nbsp;ประชาชน และสถาบัน คนไทยส่วนใหญ่รู้ดีว่านายปิยบุตรกำลังคิดวางแผนอะไรอยู่ อย่าคิดว่าจะทำสำเร็จ คนส่วนใหญ่เขารู้ทันหมดแล้ว มีแต่สาปแช่งให้ไปอยู่ที่อื่น ไม่ต้องกลับมาอาศัยผืนแผ่นดินไทย ถ้ายังไม่มีจิตสำนึกในคุณแผ่นดินไทย อย่าได้กลับมาทำร้ายประเทศไทยและคนไทย &amp;nbsp;คนหนักแผ่นดินเช่นนี้คนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการเด็ดขาด&amp;quot; &amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น) แถลงว่า การชุมนุมเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มีการทํากิจกรรมปราศรัยที่ลานหน้าหอศิลป์ แยกปทุมวัน ตั้งแต่เวลา 16.00 น.จนถึง 19.00 น. ไม่มีเหตุรุนแรง &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มทะลุแก๊สที่สามเหลี่ยมดินแดง มีการนําแผงเหล็กมาวางปิดการจราจร จุดไฟเผาทรัพย์สินต่างๆ บนถนน มีการขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ประทัด พลุไฟ &amp;nbsp;และระเบิดต่างๆ ใส่สถานที่ราชการ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เพื่อติดตาม จับกุมผู้กระทําความผิดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป โดยการรักษาความสงบเจ้าหน้าที่จะยังคงยึดหลักนิติรัฐ เพราะประเทศไทยปกครองด้วยกฎหมายก็ต้องยึดหลักตามกฎหมายต่อไป ยืนยันอีกไม่นานเหตุวุ่นวายที่ดินแดงจะยุติในสิ้นเดือนนี้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าผู้ก่อเหตุย้ายพื้นที่ก่อเหตุไปที่ใด เจ้าหน้าที่ก็จะยังเข้าบังคับใช้กฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็นวันเดียวกัน กลุ่มทะลุฟ้าได้นัดชุมนุมที่แยกนางเลิ้ง เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลขับไล่ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาออกจากตำแหน่ง โดยนัดหมายชุมนุมในเวลา 16.00 น. แต่ก่อนถึงเวลานัดหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงเหล็ก ลวดหนามหีบเพลงมาปิดการจราจรบริเวณแยกนางเลิ้ง ถนนพิษณุโลกทั้งขาเข้าและขาออก โดยมีกำลังควบคุมฝูงชนและรถฉีดน้ำแรงดันสูงเตรียมรองรับสถานการณ์ในแนวตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 16.30 น. มวลชนได้เริ่มเข้าพื้นที่ โดยมีการฉีดสีสเปรย์ลงบนพื้นถนน เขียนข้อความบนป้ายผ้าโจมตีการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะเดียวกันเตรียมจรวดขวดน้ำเพื่อมาตอบโต้เจ้าหน้าที่เหมือนวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นได้นำป้ายผ้ามาขึงบนแผงลวดหนามหีบเพลงและเริ่มทำกิจกรรม เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนพร้อมด้วยรถจีโนเคลื่อนจากแนวตั้งมาอยู่หน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร &amp;nbsp;ห่างจากกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 200 เมตร โดยมีแกนนำอย่างนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำราษฎรนนทบุรี และนายเอกชัย &amp;nbsp;หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้าร่วมสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นได้มีการปาสีและยิงจรวดน้ำใส่เจ้าหน้าที่เพื่อยั่วยุ ส่วนเจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้ยุติการกระทำเนื่องจากผิดกฎหมายหลายมาตรา แต่มวลชนไม่สนใจพยายามรื้อรวดหนาม พร้อมยิงพลุและปาประทัดยักษ์ใส่เจ้าหน้าที่ตลอดเวลา กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนอีกครั้งจะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ก่อนจะฉีดน้ำเพื่อระงับยับยั้งกลุ่มผู้ชุมนุม สถานการณ์เริ่มตึงเครียดเมื่อมวลชนรื้อลวดหนามพยายามเข้าประชิดแนวเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว ทั้งรถกระบะ รถจักรยานยนต์ ได้โอบล้อมจากถนนนครสวรรค์และแยกยมราชเพื่อสลายการชุมนุม ทำให้กลุ่มหัวรุนแรงแตกพ่ายหนีกระเจิง สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 2 &amp;nbsp;คน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมในพื้นที่บางส่วนที่เป็นผู้หญิงไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ พยายามมากดดันล้อมกรอบเจ้าหน้าที่เอาไว้ แต่ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ ใช้เวลาประมาณ 20 &amp;nbsp;นาทีเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดพื้นที่แยกนางเลิ้งไว้ได้ทั้งหมด พร้อมกับตรึงกำลังเอาไว้เพราะยังมีมวลชนในพื้นที่บางส่วนไม่พอใจ ยืนด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยถ้อยคำหยาบคาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118043</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เข้าข้างม็อบทะลุแก๊สเพราะได้ประโยชน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210905/image_big_61346f6af1e11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116606</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ยื่นฟ้อง25ไทยไม่ทน ทะลุแก๊สปรับขบวนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณทรงรับตำรวจ คฝ.บาดเจ็บไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ &amp;nbsp;&amp;quot;กมธ.ตำรวจ&amp;quot; เตรียมพบ &amp;quot;ผบช.น.&amp;quot; 14 ก.ย. จี้ถามคลิป ตร.ขับรถชนผู้ชุมนุมแยกดินแดง &amp;quot;ภัคพงศ์&amp;quot; ปัดตั้งใจชน แจงรถคุมผู้ต้องขังถูกไล่ทุบทำร้ายต้องรีบหนี บอกใครได้รับความเสียหายใช้สิทธิ์แจ้งความได้ &amp;quot;พงส.&amp;quot; ยื่นอัยการฟ้อง 25 แกนนำไทยไม่ทน 4 ข้อหา &amp;quot;ทะลุแก๊ส&amp;quot; ปิดทวิตเตอร์ปรับยุทธศาสตร์ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 ก.ย. นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีส.ต.ต.ธนาวุฒิ จิรคเชนทร ผบ.หมู่กองร้อยที่ 1 กก.คฝ.2 บก.อคฝ. ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่จากการชุมนุมบริเวณแยกดินแดง ซึ่งแพทย์วินิจฉัยมีเลือดออกในสมอง กระดูกเบ้าตาด้านขวาแตก มีแผลฉีกขาดบริเวณใบหน้าและตาขวาว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณทรงรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลกล่าวว่า ขอประณามการกระทำของม็อบกลุ่มทะลุแก๊สที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และไม่ได้ออกมาชุมนุมตามข้อเรียกร้อง แต่ตั้งใจอยากออกมาชุมนุมเพื่อที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และตั้งใจที่จะมาทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น เพราะการชุมนุมมีการขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว พลุไฟ ปาระเบิดแบบไปป์บอมบ์และระเบิดประทัดยักษ์ ที่มีความรุนแรงมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กมธ.การตำรวจทำหนังสือเชิญ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เข้าชี้แจง กมธ.วันที่ 16 ก.ย. ภายหลังโซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ช่วงค่ำวันที่ 12 ก.ย.ที่สามเหลี่ยมดินแดง ที่รถตำรวจขับชนเยาวชนกลุ่มม็อบทะลุแก๊สแล้วหนีไม่ลงมาดูคนเจ็บ แต่ทั้งนี้เพื่อความรวดเร็ว ตนกังวลว่าจะล่าช้าไปจึงให้ตัวแทน กมธ.ตำรวจ อาทิ นายสัญญา นิลสุพรรณ รองประธาน กมธ.คนที่สอง, น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร รองประธาน กมธ.คนที่ห้า และนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กมธ.การตำรวจ ไปพบ ผบช.น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในวันที่ 14 ก.ย. เวลา 13.00 น. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ชนนกล่าวว่า ประเด็นที่เตรียมไปซักถามข้อเท็จจริงกับ ผบช.น. มี 2 ประเด็นหลักคือ 1.กรณีคลิปตำรวจขับรถตำรวจชนผู้ชุมนุมว่าใช้ความเร็วที่เท่าไหร่ และ 2.ถามถึงเจตนาการใช้ความเร็ว ซึ่งขอย้ำไม่ได้จับผิดการทำหน้าที่ของตำรวจ แต่ต้องสอบถามเพื่อตอบข้อสงสัยของสังคม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และจะพิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้าน ขณะเดียวกัน กมธ.จะติดตามกรณีมีตำรวจโดนเขวี้ยงระเบิดที่บริเวณหน้าได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าวด้วย&amp;quot; กมธ.การตำรวจผู้นี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พร้อมด้วยพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวสรุปเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ชี้แจงถึงคลิปเหตุการณ์กรณีรถควบคุมผู้ต้องหาวิ่งชนกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณแยกดินแดงดังกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อรถควบคุมผู้ต้องหาขับไปถึงจุดเกิดเหตุสามเหลี่ยมดินแดง ปรากฏมีผู้ชุมนุมประมาณ 6-7 คนได้วิ่งกรูใช้อาวุธเข้ามาทุบรถ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนรถเกิดความเสียหาย จากนั้นจึงเกิดเสียงดังคล้ายเสียงระเบิดดังขึ้น และไม่เห็นว่าผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ โดยระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าจะถูกทำร้ายจึงรีบขับรถหลบหนีเพื่อเดินทางกลับไปยังต้นสังกัด แต่รถไม่สามารถขับต่อไปได้ จึงไปจอดไว้ที่ รพ.พระมงกุฎฯ และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนที่จะทำการตรวจสอบสภาพรถ พร้อมกับลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ดินแดง รวมทั้งไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวที่ได้ก่อเหตุไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีพฤติกรรมชนแล้วหนี แต่เหตุการณ์เมื่อคืนได้มีการตรวจสอบไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง ก็ไม่ได้รับแจ้งหรือรายงานว่ามีใครได้รับบาดเจ็บแล้วมาเข้ารับการรักษา และหลังจากนี้หากกลุ่มผู้ชุมนุมคิดว่าตนเองได้รับความเสียหาย ก็มีสิทธิ์ที่จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายได้&amp;quot; พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.น.กล่าวว่า ในส่วนการเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่แฟลตดินแดงคืนวันที่ 11 ก.ย.นั้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์บานปลาย เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมก่อความวุ่นวาย มีการทำร้ายเจ้าหน้าที่และทำลายทรัพย์สิน ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงการสลายการชุมนุมในเคหสถานมาโดยตลอด แต่ผู้ชุมนุมยังไม่ยอมที่จะยุติ ส่งผลให้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายนาย ล่าสุด ส.ต.ต.ธนาวุฒิก็ถูกปาไปป์บอมบ์ใส่บริเวณใบหน้าด้านขวาและเบ้าตาต้องผ่าตัดด่วนถึง 8 ชม. ขณะนี้อาการยังคงทรงตัวและรักษาอยู่ที่ห้องไอซียู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า การชุมนุมในช่วงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้จำนวน 204 คดี มีผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 756 คน จับกุมได้ 511 คน โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่มีการชุมนุม เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 รายพร้อมยึดอาวุธปืนและมีระเบิดแสวงเครื่องและไปป์บอมป์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ จากนั้นก็จัดส่งดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีความคืบหน้าที่มีการยิงเด็กอายุ 14 ปี ตำรวจได้ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นภาพใกล้ๆ กับจุดเกิดเหตุขณะนี้ยังคงขาดพยานหลักฐานสำคัญ แต่ก็สามารถที่จะออกหมายจับได้ แต่อยากให้มีการพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดกว่านี้&amp;quot; โฆษก บช.น.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานอัยการพิเศษ คดีศาลแขวง 3 พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ส่งตัวพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง 25 แกนนำไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชน ให้อัยการพิเศษศาลแขวง ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 15) และอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 4 ข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และแกนนำไทยไม่ทนฯ กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการว่าหลังจากปฏิเสธข้อกล่าวหาแล้ว ได้ให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรแก่พนักงานสอบสวนลงวันที่ 9 ก.ย.2564 รวมถึงแนบภาพถ่ายการชุมนุมในวันดังกล่าวประกอบที่แสดงถึงข้อขัดแย้งกับข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนโดยสิ้นเชิง และได้ขอให้สอบพยานเพิ่มเติมอีก 4 คน เพื่อประโยชน์แก่ผู้ต้องหา แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้สอบพยานเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ให้เห็นความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา แต่กลับเร่งรีบยื่นส่งสำนวนสอบสวนที่ขาดการพิสูจน์ความผิดให้พนักงานอัยการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภายหลังพนักงานอัยการรับสำนวนพร้อมตัวผู้ต้องหาเเล้ว นายเมธา เปิดเผยว่า ทางอัยการได้นัดฟังคำสั่งวันที่ 17 ก.ย.นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งคาดว่าก็จะมีคำสั่งในเรื่องคำร้องขอความเป็นธรรมที่ยื่นไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กลุ่มทะลุแก๊สได้โพสต์ผ่านทางทวิตเตอร์ประกาศ &amp;quot;ขอยุติบทบาทชั่วคราว จนกว่าจะได้ข้อสรุปทางยุทธศาสตร์และจะกลับมาอีกครั้งในวันในที่ 18, ส่วนวันที่ 30 เจอกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เราจะไปรำลึกวีรชนผู้กล้า ผู้เป็นทั้งครูอาจารย์ในการกำหนดจริยธรรมของการต่อต้านเผด็จการ และยังเป็นแรงบันดาลใจในการต่อสู้ทางการเมืองของแอดมินเสมอมา&amp;quot; &amp;nbsp;โดยหลังมีการโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ดังกล่าว ทางกลุ่มทะลุแก๊สได้มีการลบแอคเคาต์ทวิตเตอร์ออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ทางเฟซบุ๊กทางกลุ่มทะลุแก๊ส ได้โพสต์แถลงการณ์ปิดเพจทะลุแก๊ส และติดตามความเคลื่อนไหวต่อได้ที่ เพจเยาวรุ่นทะลุแก๊ส และต่อไปนี้เพจนี้จะเป็นเพียงแค่กระจายข่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116606</URL_LINK>
                <HASHTAG>การชุมนุมบริเวณแยกดินแดง, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_61222ba4a0b50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แซ่บ!แรมโบ้ซัด‘อรุณี’ปรับสมองให้ดูดีเหมือนหน้าตาบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.2564 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ขอให้ชี้แจงกระแสข่าวผู้บริหารใน ศบค.ส่งสัญญาณให้หยุดการฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ พร้อมแนะนำ 4 สิ่ง รัฐบาลต้องทำทันทีในการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ว่าศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อยังคงดำเนินการต่อเนื่อง และเรื่องนี้ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งนายกฯ ยังได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแล้ว โดยให้มีการปรับแนวทางการบริหารจัดการสถานีกลางบางซื่อ โดยตั้งแต่วันที่ 1-31 ส.ค.นี้ จะไม่มีการเปิดให้วอล์กอินเข้ามาใช้บริการ แต่จะต้องลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านแอพพลิเคชัน &amp;quot;วัคซีนบางซื่อ&amp;quot; เพื่อให้สามารถฉีดได้ทันทีที่ไปถึง โดยจะให้บริการวัคซีน 20,000 โดสต่อวัน พร้อมประสานให้ทางกระทรวงกลาโหมเข้ามาช่วยดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้เป็นต้นไป และปรับรูปแบบไม่ต้องมีการวัดความดันก่อนฉีดวัคซีนนอกจากกรณีมีความจำเป็น เพื่อลดปัญหาความแออัดในสถานีกลางบางซื่อ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่โฆษกพรรคเพื่อไทยบอกว่ามีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก แต่นายกฯ ยังคงหยุดทุกวันหยุดราชการ นายเสกสกล ยืนยันว่าแม้จะเป็นวันหยุดราชการ ทั้งนายกฯ, รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ไม่มีใครได้หยุด ยังทำงานอยู่ตลอดเวลา เพราะแม้จะอยู่ที่ไหนนายกฯ ก็ทำงานตลอดเวลา &amp;nbsp;แต่คนที่ไม่เคยทำงานอะไรให้เป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นวันทำงานหรือวันหยุดในสถานการณ์เช่นนี้ก็คงจะเป็นโฆษกพรรคเพื่อไทย หรือคนในพรรคเพื่อไทยมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ข้อเสนอของโฆษกพรรคเพื่อไทยที่เสนอมานั้นนายกฯ ได้สั่งการทำทุกอย่างมาก่อนหน้านี้แล้วอยู่แล้วทั้งการ จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม &amp;nbsp;การเร่งตรวจหาเชื้อ ซึ่งล่าสุดอธิบดีกรมการแพทย์ บอกแล้วว่าผู้ที่เข้าข่ายติดโควิดจากการตรวจด้วย Antigen Test Kit จัดเป็นผู้ติดเชื้อเข้าข่าย หากใครที่ผลเป็นบวกติดต่อสายด่วน สปสช.เพื่อขอรับยา และเข้ารับการรักษาแบบ Home Isolation ต่อไปได้ ทั้งนี้ น.ส.อรุณีควรติดตามการทำงานของนายกฯให้ใกล้ชิดกว่านี้ ทั้งที่นายกฯได้สั่งการไปแล้ว มาเสนอแนะกับเรื่องที่นายกฯได้สั่งการไปแล้วจะหน้าแตกไปเสียเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 นายกฯ ทีมแพทย์ ได้ทำอย่างเต็มที่อยู่แล้ว และทราบดีว่าจะต้องดำเนินการในเรื่องใดบ้าง เนื่องจากนายกฯ ได้ทำงานมาโดยตลอด น.ส.อรุณีอย่ามาทำเป็นชี้แนะตามหลัง เพื่อที่จะตีกิน &amp;nbsp;ซึ่งก่อนที่จะออกมาแถลงข่าวนั้นก็ขอให้ช่วยทำการบ้าน ติดตามข่าวสารที่นายกฯสั่งการอย่างใกล้ชิดด้วย เพราะจะทำให้ประชาชนมองว่าไม่ทำการบ้านมาเลย ยิ่งจะทำให้เสียหายต่อพรรคเพื่อไทยด้วย น.ส.อรุณี ควรหัดเอาเวลาไปทำประโยชน์เพื่อคนอื่นบ้าง ในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่เอาเวลาในช่วงวันหยุด หรือแม้แต่วันทำงาน คิดแต่เรื่องที่จะกล่าวหา โจมตีนายกฯ และรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเคยชมโฆษกพรรคเพื่อไทย หน้าตาสวยดูดีแต่ช่วยเอาความคิด เอาสมองของตนเอง ปรับให้สวยดูดีเหมือนหน้าตาบ้างจะได้ไหม จึงจะทำให้พรรคเพื่อไทยมีค่ามีราคาในสายตาประชาชน นี่อะไรกันยิ่งปล่อยให้สาวกที่ไร้วุฒิภาวะออกมาพูดรายวันประเภทน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง หาสาระประโยชน์อะไรไม่ได้เลย มีแต่สร้างความสับสนให้ประชาชนรายวัน พรรคเพื่อไทยเตรียมรับความหายนะในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้เลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111359</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.อรุณี กาสยานนท์, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, พท., โฆษกพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ff8e082c92d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แรมโบ้’แจ้งจับ‘เจ๊หน่อย’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานเข้า! &amp;quot;ดร.แรมโบ้&amp;quot; แจ้งกองปราบฯ จับ &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; หารัฐบาลฆาตกร ยกคดี &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ติดคุกเพราะหมิ่นประมาท &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; ขณะ &amp;quot;สุดารัตน์&amp;quot; เคลื่อนไหวเอาใจประชาชนต่อ ด้าน ส.ส.เพื่อไทยแบไต๋ &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; กลับมาได้ตามรัฐธรรมนูญ ให้อำนาจของพระมหากษัตริย์ ที่ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการอภัยโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ที่กองปราบปราม นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษา กรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เข้าแจ้งความเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ตามกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 116 และมาตรา 328 ที่กองปราบปรามกล่าวหารัฐบาลฆาตกร กรณีเปิดแคมเปญเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันลงชื่อฟ้องรัฐบาลฆาตกร เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์อันพึงได้รับจากรัฐในฐานะประชาชนท่ามกลางวิกฤติโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ ตั้งพรรคการเมืองใหม่ แต่ยังเล่นการเมืองแบบไม่สร้างสรรค์ ยุยง ปลุกปั่น ใส่ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยก ล้มล้างการปกครอง ในสภาวะวิกฤติ ซึ่งเป็นวิกฤติของคนทั้งโลก ไม่ใช่แค่ประเทศไทย โดยรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำลังเร่งแก้ไขปัญหา รวมถึงไม่ได้ต้องการให้เกิดความสูญเสีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีในลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นในสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ถูกนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. แจ้งความกล่าวหาดำเนินคดีว่าเป็นฆาตกร จากกรณีการสลายการชุมนุม แต่ศาลพิพากษาตัดสินให้นายจตุพรถูกจำคุกโดยไม่รอลงอาญาในข้อหาหมิ่นประมาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกับเทียบเคียงในสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงสุดารัตน์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เกิดการระบาดของไข้หวัดนกปี 46-49 มีการปกปิดข้อมูล มีประชาชนเสียชีวิต อีกทั้งการฆ่าตัดตอนผู้ค้ายาเสพติดและมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กรือเซะ ตากใบอีกเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีใครออกมาแจ้งความดำเนินคดี พร้อมย้อนถามว่ารัฐบาลนายทักษิณและคุณหญิงสุดารัตน์เป็นฆาตกรด้วยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกลยืนยันว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ มาในนามส่วนตัว และในนามตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ไม่เกี่ยวข้องกับนายกฯ และไม่ได้แก้เกี้ยวหรือกลัวเสียหน้า พร้อมยืนยันไม่ใช่เกมการเมือง เพราะตนเองไม่มีเวลาในการเล่นการเมือง แต่เป็นการใช้สิทธิ์ปกป้องตนเองตามกฎหมาย และมองว่าคนที่เล่นการเมืองคือคุณหญิงสุดารัตน์มากกว่าที่มาออกแคมเปญเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังระบุกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร ประกาศจะกลับประเทศไทยนั้น ยืนยันว่านายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สามารถกลับมายังประเทศไทยได้ตลอดเวลา แต่ต้องมีเงื่อนไขที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและรับโทษ รวมไปถึงจะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่ได้ทำไว้กับประชาชนในโครงการรับจำนำข้าวและโครงการอื่นๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มีความเคลื่อนไหวของคุณหญิงสุดารัตน์ ยังคงออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด อ้างว่ายิ่งนานวันยิ่งชัดว่าประชาชนจะอดตาย ก่อนได้วัคซีนป้องกันโรคด้วยซ้ำ ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย รวมถึงพี่น้องประชาชนที่สายป่านไม่ยาว อาจจะถึงคราวต้องอดตาย เหมือนถูกบังคับให้กลั้นหายใจ เวลานี้กลั้นกันไม่ไหวแล้ว เขาอยากได้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของธุรกิจที่เดินไปพร้อมกับการมีชีวิตที่ดีมีความหวัง ไม่ใช่ไร้ทิศทาง จะตรวจโควิดหวิดยังต้องนอนรอความหวังข้ามคืน แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการผ่าน ครม.มาแล้วในวันนี้ แต่ยืนยันข้อเสนอการเยียวยา จากเงินกู้ 5 แสนล้านบาทมาช่วยพี่น้องคนไทยที่เดือดร้อนให้จ่ายค่าจ้างลูกจ้างของธุรกิจรายย่อย 75% ของรายได้ที่หายไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ให้จ่ายชดเชยเดือนละไม่ต่ำกว่า 7,000 บาท งดเก็บค่าน้ำค่าไฟบ้านที่ใช้ไม่เกิน 1,000 บาทถึงสิ้นปี (ไม่ใช่แค่ 2 เดือน) &amp;nbsp; พักชำระหนี้ ทั้งค่าผ่อนรถและผ่อนบ้าน อย่างน้อย 6 เดือน ข้อเสนอเหล่านี้ 70% สามารถทำได้ทันที อยากขอร้องรัฐบาลให้เร่งดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;อยากให้รัฐบาลเห็นใจ รัฐบาลเลี่ยงใช้คำว่าล็อกดาวน์ แต่ไม่ว่าคุณจะใช้คำว่าอะไร ผลกระทบที่เกิดขึ้นมันไปตกอยู่กับประชาชน จนถึงขั้นแยกได้ว่าไม่มีจะกิน มันถึงเวลาแล้วค่ะที่ท่านต้องเอาหัวใจมาทำงาน ต้องเอาหัวใจไปสอดส่องดูแลประชาชนว่าเขาเดือดร้อนแค่ไหน เขาไม่ได้นั่งสบายๆ รอกินเงินเดือน หรือจะตัดเงินเดือน 2-3 เดือน ไม่ได้เป็นผลอะไรกับนายกฯ หรอก แต่วันนี้เงิน 5 บาท 10 บาท ที่ควรจะซื้อกินแต่ละวันยังไม่มี&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ตอบโต้นายเสกสกลว่า รัฐบาลไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย จึงเป็นคู่ความไม่ได้ ดังนั้นคำพูดที่ว่า &amp;ldquo;รัฐบาลฆาตกร&amp;rdquo; ก็ดี หรือ &amp;ldquo;รัฐบาลส้นตีน&amp;rdquo; ก็ดี หรือ &amp;ldquo;รัฐบาลเฮงซวย&amp;rdquo; ก็ดี ไม่อาจเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้เลย ไม่เชื่อ ดร.เสกสกลลองคลิกเข้าไปดูคำพิพากษาฎีกาที่ 724/2490 ที่ได้วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่คุณหญิงกำลังรณรงค์คือการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้รณรงค์ให้เรียกโจรปัญญาน้อยมายึดอำนาจสร้างความเสียหายให้บ้านเมือง จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่ท่าน ดร.ควรสนับสนุน ถ้ารัฐบาลทำงานดี จะมีคนมาเข้าชื่อเป็นล้านคนหรือครับ เอาสมองของคนทั่วไปก็คิดออก ทำไมสมองอย่างท่าน ดร.จึงคิดไม่ออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พี่โทนี่ บอกเสียงดังและฟังชัดว่าไม่จำเป็นต้องเป็นนายกฯ วันนี้ขอแค่ พล.อ.ประยุทธ์ติดต่อขอปรึกษาจะให้ Work from Dubai ทางซูมก็พร้อมช่วย แนะต้องพยายามแก้ให้ เจ็บแล้วจบ หัวใจสำคัญอยู่ที่การตรวจ &amp;nbsp;รัฐบาลต้องทุ่มเรื่องการตรวจให้มากกว่านี้ และทุ่มเรื่องวัคซีน อย่าปล่อยให้ประชาชนต้องอยู่ในภาวะหวาดกลัวเพราะขาดวัคซีน พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหาโควิดในประเทศแบบลิงแก้แห พอจำนวนผู้ป่วยคุมไม่ได้ ไม่เคยแก้ต้นเหตุ แก้ที่ปลายเหตุทุกครั้ง คนซวยคือประชาชน ล็อกดาวน์ทำคนขาดรายได้หนัก ปิดแคมป์คนงานวันนี้คนยังไม่ได้เงินเยียวยา อยู่อย่างลำบาก ปิดหนทางทุกอย่างยิ่งทำให้ประชาชนสาหัส ต้องล็อกดาวน์อีกกี่ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดว่านายทักษิณ จะได้กลับหรือไม่ อย่างไร เมื่อไหร่ แต่พี่น้องประชาชนที่เคยสัมผัสการบริหารงานของท่านมาแล้ว ย่อมอยากให้นายทักษิณ กลับประเทศไทย เพื่อมาช่วยแก้ปัญหาให้ประเทศในขณะนี้ที่กำลังเจอวิกฤติอยู่ นายทักษิณเป็นคนมีความสามารถ ควรได้ใช้ความสามารถตรงนั้นมาเป็นประโยชน์ต่อประเทศไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายทักษิณมีคดีความติดตัวอยู่แบบนี้ ต้องผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ นายสมคิดตอบว่า ถ้าจะออกเป็นกฎหมายคงใช้เวลานาน แต่มีหลายช่องทางที่จะกลับมาได้ตามรัฐธรรมนูญ เช่น อำนาจของพระมหากษัตริย์ที่ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการอภัยโทษ ส่วนจะเป็นไปได้อย่างไรนั้น ไม่ทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์วิกฤติโควิดรอบด้าน ส่งผลทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมืองนอกสภา ในสภา ความเดือดร้อน เสียงร้องไห้ทั่วทุกหัวระแหงของประเทศ จะกดดันพรรคร่วมรัฐบาลอย่างหนัก จนถึงจุดที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่อยากเกาะ พล.อ.ประยุทธ์ จนจมลงไปก้นทะเลด้วยกัน ปรากฏการณ์สละเรือ กระโดดหนีตายจะเกิดขึ้น ถึงเวลานั้น แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะอยากอยู่ต่อแค่ไหนก็อยู่ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊กพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความกรณีการเสียชีวิตของคนไทยจากไวรัสโควิดระบาดมากกว่า 3,000 คน โดยระบุว่า &amp;quot;ตัวเลขยอดรวมผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในประเทศไทยทะลุ 3,000 คนแล้วในวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 แม้ตัวเลขจะฟังดูไม่มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า &amp;ldquo;3,032&amp;rdquo; ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่มันคือชีวิตของพ่อแม่พี่น้องลูกหลานใครบางคนที่ต้องสูญเสียไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าลืมว่าตัวเลขผู้เสียชีวิต 3,000 รายนั้น มาจากเชื้อโรคโควิดเท่านั้น ไม่นับถึงผู้ที่ฆ่าตัวตายจากปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลเยียวยาไม่ทั่วถึง ปัญหาเตียงล้นจนมีผู้ป่วยบางคนทนไม่ไหวต้องฆ่าตัวตายเพราะทรมาน หรืออีกหลายคนที่ฆ่าตัวตายเพราะรับไม่ได้กับการสูญเสียบุคคลที่รักจากโควิดไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109876</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสนธิญา สวัสดี, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a49a5559836.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
