<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>80.1%ให้กำลังใจ’ลุงตู่’แก้ปัญหาวิกฤตโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชน และความเป็นผู้นำ เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ธนาคาร สร้างสุข กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,655 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 - 23 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 96.6% ระบุ ธนาคารของรัฐ สร้างสุขช่วยเหลือประชาชน ยามวิกฤต เดือดร้อน ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือ 95.2% ระบุ มาตรการช่วยเหลือประชาชน ช่วงวิกฤตโควิด วิกฤตเศรษฐกิจ ผ่านระบบธนาคารต่าง ๆ มีประโยชน์ ลดความเดือดร้อนความทุกข์เรื่องค่าใช้จ่ายได้ และส่วนใหญ่หรือ 88.9% พอใจมาตรการของรัฐ ด้านต่าง ๆ เช่น คนละครึ่ง เราไม่ทิ้งกัน เราชนะ เราเที่ยวด้วยกัน ม.33 เรารักกัน จากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง ธนาคารของรัฐ สร้างสุขช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ช่วงวิกฤตโควิด วิกฤตเศรษฐกิจ ช่วยลงทะเบียน ตอบข้อซักถาม เอาใจใส่ให้บริการดี มีน้ำใจ อันดับหนึ่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย 56.9% อันดับสอง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 18.1% อันดับสาม ได้แก่ ธนาคารออมสิน 18% ตามด้วย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 1.9% และธนาคารอิสลาม 0.30% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เมื่อถามถึง ธนาคารของรัฐ สร้างสุข ช่วยเหลือ ผู้ประกอบการรายย่อย ช่วงวิกฤตโควิด วิกฤตเศรษฐกิจ ช่วยลงทะเบียนตอบข้อซักถามเอาใจใส่ให้บริการดี มีน้ำใจ อันดับหนึ่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย 47% อันดับสองได้แก่ ธนาคารออมสิน 32.8% อันดับสามได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 11.8% และรอง ๆ ลงไปได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 2.6% และธนาคารอิสลาม 0.8% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือ 80.1% ต้องการให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แก้ปัญหาวิกฤตโควิด วิกฤตเศรษฐกิจ ได้ดีต่างชาติทั่วโลกให้การยอมรับ ในขณะที่ 9.9% ระบุ ไม่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจเรื่อง ธนาคารสร้างสุข เกิดขึ้นจากการสำรวจเบื้องต้นในการเข้าใช้บริการของประชาชนตามธนาคารต่าง ๆ ของรัฐที่เข้าถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 พบว่าทั้งผู้ประกอบการค้ารายย่อยและประชาชนทั่วไปต่างพอใจและยกให้ธนาคารกรุงไทยเป็นธนาคารของรัฐที่ได้อันดับหนึ่งครองใจประชาชนผู้เข้าใช้บริการและพบว่า บางสาขาที่เจ้าหน้าที่ของธนาคารลงพื้นที่ไปตามร้านค้ารายย่อยต่าง ๆ และช่วยเหลือผู้ประกอบการค้ารายย่อยในการลงทะเบียนให้เข้าถึงโครงการ คนละครึ่ง กับผู้ประกอบการค้ารายย่อยที่อาจจะใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตไม่เป็น ลงทะเบียนไม่ได้ รวมถึงประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั่วไปต่างก็พอใจในการให้บริการและความเอาใจใส่ของพนักงานธนาคารของรัฐในช่วงวิกฤตโควิด วิกฤตเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนทุกข์ยากขณะนี้ให้เบาบางลงไปได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97094</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา, ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สถาบันวิจัยความสุขชุมชน และความเป็นผู้นำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605aad9b33337.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลให้ประยุทธ์สอบผ่าน &#039;ปชช.&#039;ยี้ผลงาน&#039;บิ๊กป้อม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6 เดือนหลังเลือกตั้ง โพลเทคะแนนลุงตู่สอบผ่าน แต่ประสิทธิภาพการบริหารประเทศห่วย ขณะที่ &amp;quot;พี่ป้อม&amp;quot; ครองแชมป์ตำแหน่งยี้ ประชาชนไม่ปลื้มอันดับหนึ่งใน ครม. เด็กเพื่อไทยขย้ำซ้ำ คิดสืบทอดอำนาจมีแต่เสื่อมกับทรุด ด้านซูเปอร์โพลเปิดผลสะท้อนการทำงาน ส.ส. ไม่คุ้มภาษีประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;6 เดือน นายกประยุทธ์ ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษาและอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,278 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความพึงพอใจต่อการทำงานของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการดำรงตำแหน่งครบ 6 เดือน ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พบว่า ร้อยละ 8.92 ระบุทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ดีมาก เพราะเชื่อมั่นในการทำงานของนายกฯ พูดจริงทำจริง ชัดเจน มีความซื่อสัตย์สุจริต กล้าตัดสินใจ ตั้งใจจริง มุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศ และพร้อมจะช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ 25.98 ระบุทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ไม่ค่อยดี เพราะการทำงานยังมีจุดบกพร่อง การบริหารงานประเทศไม่ดีขึ้น ยังไม่เห็นผลงาน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ไม่ดีเท่าที่ควร ประชาชนยังเดือดร้อน และมีการปกป้องพวกพ้อง, ร้อยละ 33.72 ระบุทำงานในตำแหน่งนายกฯ ได้ไม่ดีเลย เพราะการบริหารงานประเทศยังไม่มีประสิทธิภาพ ไม่คืบหน้า แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ บริหารประเทศไม่ดีทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ ไม่ได้ใส่ใจประชาชนเท่าที่ควร ยังไม่โปร่งใสพอ ไม่มีความเป็นธรรม และช่วยเหลือแต่พวกของตัวเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนลักษณะการทำงานในรอบ 6 เดือน ของนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ในด้านต่างๆ พบว่า ด้านอุดมการณ์ในการทำงาน ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 47.73 ระบุมีอุดมการณ์และความตั้งใจทำงานเพื่อชาติและประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.19 ระบุไม่มีประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศ ขณะที่ร้อยละ 34.35 ระบุมีประสิทธิภาพในการทำงานแก้ไขปัญหาของประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.49 ระบุว่าการทำงานไม่มีความโปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ ขณะที่ร้อยละ 35.45 ระบุว่าการทำงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความประทับใจในการทำงานของคณะรัฐมนตรี รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 5 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 26.21 ระบุประทับใจในการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 23.40 ระบุเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, อันดับ 3 ร้อยละ 18.00 ระบุเป็นนายวิษณุ เครืองาม ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความไม่ประทับใจในการทำงานของคณะรัฐมนตรี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายใต้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 5 อันดับแรก พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 57.20 ระบุว่าไม่ประทับใจในการทำงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 42.33 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า โพลสะท้อนได้ชัดเจนว่าในสายตาประชาชนจำนวนไม่น้อยเห็นว่ารัฐบาลล้มเหลวแทบทุกด้าน คะแนนความนิยมด้านต่างๆ ตกต่ำลงจนเห็นได้ชัดตอนเป็นรัฐบาลจากการรัฐประหารว่าคะแนนแย่แล้ว พอมาเป็นรัฐบาลสืบทอดอำนาจหลังการเลือกตั้ง กลับเสื่อมทรุดแย่กว่าเดิมอย่างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ต้องเปิดใจรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชนอย่างจริงใจ ไม่ใช่โพลไหนว่าดีกระโดดเข้าใส่ โพลไหนเข้าเนื้อกระโดดหนี ปฏิเสธความรับผิดชอบ ระยะเวลาที่ทอดยาวของรัฐบาลนี้ หากอยู่เพื่อเอื้อความมั่งคั่ง มั่นคงของตัวรัฐบาลและพวกพ้อง แล้วละทิ้งประชาชนไว้ข้างหลัง ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะอยู่ต่อไป&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็น 1.การทำหน้าที่ของนักการเมือง ณ วันนี้ แบบไหนที่ประชาชนชื่นชม โดยอันดับ 1 ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ซื่อสัตย์ ไม่ทุจริต ร้อยละ 58.90 2.การทำหน้าที่ของนักการเมือง แบบไหนที่ประชาชนอยากให้ปรับปรุง อันดับ 1 ขายเสียง ทำเพื่อผลประโยชน์ เงินทอง ร้อยละ 40.04 และประเด็นสุดท้าย สิ่งที่ประชาชนอยากบอกนักการเมือง คือการเป็นนักการเมืองที่ดี เป็นแบบอย่างที่ดี ร้อยละ 42.92&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ยังระบุถึงความเห็นของประชาชนต่อความคุ้มค่าเงินภาษีประชาชนกับการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.9 ระบุไม่คุ้มค่าเลย ในขณะที่ร้อยละ 22.1 ระบุคุ้มค่าแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ที่น่าเป็นห่วงคือเมื่อถามถึงข้อกังวลจะเกิดเหตุขัดแย้งรุนแรงบานปลายของคนในชาติเกิดจลาจลเหมือนบางประเทศ เศรษฐกิจตกต่ำลงไปอีก จากกลุ่มเคลื่อนไหว วิ่งไล่ลุง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.8 กังวล เพราะมีทั้งฝ่ายหนุนฝ่ายต้าน จะเผชิญหน้ากัน เศรษฐกิจกำลังแย่จะแย่ลงไปอีก ไม่ดีเลยแบบนี้ มีแต่แพ้ สุดท้ายประชาชนนั่นแหละคือผู้แพ้ บ้านเมืองจะวุ่นวาย ประเทศชาติเดินต่อไปไม่ได้ หยุดชะงักไปหมด เป็นต้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52042</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191208/image_big_5decfa9b2e7e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2019 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2019 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ซูเปอร์โพล&#039;เผยมีความเป็นไปได้ที่จะก้าวผ่าน&#039;ทักษิณ ชินวัตร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.62-ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ทำอย่างไรเราจึงก้าวข้ามทักษิณได้ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผ่าน &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; (Social Media Voice) ด้วยระบบ Net Super Poll จำนวน 1,850 ตัวอย่าง และ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม&amp;rdquo; (Traditional Voice) จำนวน 1,189 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15 &amp;ndash; 23 พ.ย.2562 พบว่า เมื่อถามถึง นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อธุรกิจของครอบครัวตัวเอง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 46.0 ระบุ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมาคือ ร้อยละ 29.9 ระบุ อดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 13.9 ระบุ นายชวน หลีกภัย ร้อยละ 5.2 ระบุ นายบรรหาร ศิลปอาชา และ ร้อยละ 5.0 ระบุคนอื่น ๆ เช่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และ นายควง อภัยวงศ์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ผลเปรียบเทียบภาพลักษณ์ที่ประชาชนจำได้ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ อดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร พบหลายประเด็นที่น่าพิจารณาคือ ด้านความเรียบง่าย เป็นกันเอง พล.อ.ประยุทธ์ฯ ได้ร้อยละ 60.3 ในขณะที่ ดร.ทักษิณฯ ได้ร้อยละ 52.8 ด้านการเปิดงาน พิธีต่าง ๆ พล.อ.ประยุทธ์ฯ ได้ร้อยละ 77.2 ดร.ทักษิณฯ ได้ร้อยละ 50.8 ด้านยิ้มเก่ง พล.อ.ประยุทธ์ฯ ได้ร้อยละ 38.0 ดร.ทักษิณฯ ได้ร้อยละ 47.4 ด้านมีคนรัก ขอถ่ายรูปด้วย พล.อ.ประยุทธ์ฯ ได้ร้อยละ 28.9 ดร.ทักษิณฯ ได้ร้อยละ 36.9 ด้านลงพื้นที่ช่วยคนเดือดร้อน พล.อ.ประยุทธ์ฯ ได้ร้อยละ 36.7 ดร.ทักษิณฯ ได้ร้อยละ 55.2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ด้านมีผลงานยั่งยืน ผลสำรวจพบว่า สูสีกันมาก โดย พล.อ.ประยุทธ์ฯ ได้ร้อยละ 50.5 ดร.ทักษิณฯ ได้ร้อยละ 48.1 อย่างไรก็ตาม ด้านคดีความต่าง ๆ พล.อ.ประยุทธ์ฯ ได้ร้อยละ 21.2 ในขณะที่ ดร.ทักษิณฯ ได้ร้อยละ 40.9&amp;nbsp;
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า ผลการสำรวจ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; (Social Media Voice) ผ่านระบบ Net Super Poll พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ฯ กำลังเข้าถึงคนทั้งหมดประมาณ27,477,598 คน หรือ ยี่สิบเจ็ดล้านคนเศษ ซึ่งมากกว่าจำนวนคนที่ ดร.ทักษิณฯ กำลังเข้าถึงคนในโลกโซเชียลจำนวน 7,843,158 คน หรือ เจ็ดล้านกว่าคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ที่น่าพิจารณาคือ คนในโลกโซเชียลจากหลากหลายประเทศกำลังให้ความสำคัญกับบุคคลทั้งสองแต่ยังคงพบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีจำนวนคนจากประเทศต่าง ๆ ที่กำลังเกาะติด พล.อ.ประยุทธ์ฯ มากกว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร แต่มีคำพูดที่แสดงถึงภาพลักษณ์ของบุคคลทั้งสองแตกต่างกัน คือ พล.อ.ประยุทธ์ฯ จะมีคนพูดถึงตำแหน่ง อำนาจบริหาร เอาเรื่องเอาราว ลงโทษเอาผิดคนอื่น เปิดงาน ร่วมกิจพิธีการต่าง ๆ มากกว่า แต่ถ้าเป็นคำพูดที่พูดแล้วดูดี มีผลทางจิตใจให้เกิดความรัก ความศรัทธาของคนในโลกโซเชียลเพราะช่วยเหลือคน จะพบว่า อดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณฯ จะถูกพูดถึงมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นช่องทางอะไรบางอย่างว่า มีความเป็นไปได้ที่จะก้าวผ่านอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตรไปได้อย่างดีถ้าทุกฝ่ายช่วยกันบริหารจัดการอารมณ์ความรู้สึกของสาธารณชนโดยข้อมูลชี้ให้เห็นชัดเจนแล้วว่า ภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ฯ จะอยู่กับเรื่องของตำแหน่ง อำนาจ การเปิดงานและพิธีการต่าง ๆ ที่เรื่องเหล่านี้ต้องทำให้เป็นช่องทางเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงมากกว่าเป็นเพียงพิธีกรรมที่ &amp;ldquo;วันเปิดคือวันปิด&amp;rdquo; และประชาชนจะไม่ได้อะไร ควรเกาะติดการพูดคุยของคนในโลกโซเชียลให้เป็นระบบเพื่องานความมั่นคงเพราะอาจเป็นหัวเชื้อจุดไฟลามไปถึงคนนอกโลกโซเชียลคล้าย ๆ กับทฤษฎีสองนคราประชาธิปไตย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่คนกรุงเทพฯ กับ คนต่างจังหวัด แต่จะเป็นคนในโลกโซเชียลกับคนในโลกดั้งเดิม จึงต้องป้องกันปัญหาดีกว่าตามแก้ปัญหา จะได้ไม่ต้องเหนื่อยกันทั้งประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50976</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำอย่างไรเราจึงก้าวข้ามทักษิณได้, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dd9f3ae34c18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2019 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2019 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาอีกโพลเห็นต่าง!64%มองหวยแบบใหม่มีแต่ผลเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2562 - &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เสียงประชาชนกับหวยแบบใหม่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,673 ตัวอย่าง ระหว่าง 27 - 29 มิ.ย. พบว่า คนเกินครึ่งหรือ 52.6% ไม่เล่นหวย ในขณะที่จำนวนมากหรือ 47.4% เล่นหวยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือ 64.3% ระบุเป็นการมอมเมาประชาชนเมื่อกองสลากฯ จะเพิ่มรูปแบบการออกหวย ในขณะที่ 35.7% ระบุไม่เป็นการมอมเมาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือ &amp;nbsp;64% ระบุ ผลเสียมากกว่าถ้ากองสลากฯ ออกหวยรูปแบบใหม่เพิ่ม ในขณะที่ 36% ระบุ ผลดีมากกว่า และเมื่อจำแนกคนตอบออกเป็นกลุ่มคนเล่นหวย กับ กลุ่มคนไม่เล่นหวย พบว่า ส่วนใหญ่ของกลุ่มคนไม่เล่นหวยหรือ 78.2% ระบุมีผลเสียมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้น เกินครึ่งหรือ 52.1% ของคนเล่นหวยระบุ ผลเสียมากกว่า เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือ 64.4% ระบุไม่เห็นด้วยต่อการออกหวยรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้นของกองสลากฯ เพราะจะทำให้ประชาชนเป็นหนี้มากขึ้น ยากจนขึ้น หมดตัวมากขึ้น เงินไม่พอใช้ มอมเมาประชาชน เป็นต้น ในขณะที่ 35.6% เห็นด้วย เพราะจะทำให้รัฐรวยขึ้น เก็บเงินจากประชาชนได้มากขึ้น แก้ปัญหาหวยเกินราคา เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39784</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, ประชาชน, ผลสำรวจภาคสนาม, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา, ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล, หวยแบบใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190630/image_big_5d183f670fa51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2019 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2019 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>92%โคตรเบื่อการเมืองอึ้ง!47%ให้เวลาประยุทธ์แค่1ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.2562 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง อารมณ์สาธารณชนต่อการเมือง กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,673 ตัวอย่าง โดยส่วนใหญ่หรือ 87.2% เห็นด้วยต่อการตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง สส.รัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว. ในขณะที่ 12.8% ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือ 67.5% กังวลมากถึงมากที่สุดต่อความขัดแย้งรุนแรงบานปลาย 23.2% กังวลปานกลาง และ 9.3% กังวลน้อยถึงไม่กังวลเลย นอกจากนี้ เมื่อถามถึงความเบื่อหน่ายต่อปัญหาการเมืองขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 92.4% รู้สึก เบื่อ เบื่อสุด ๆ ถึงโคตรเบื่อ ต่อปัญหาการเมืองขณะนี้ ในขณะที่เพียง 7.6% รู้สึกไม่เบื่อ ถึง สนุกต่อปัญหาการเมือง ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนใหญ่หรือ 59.5% ไม่เห็นด้วย ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ในขณะที่ 40.5% เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ประชาชนจำนวนมาก หรือ 46.9% ให้โอกาสรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชนไม่เกิน 1 ปี 30.7% ให้โอกาส 1 &amp;ndash; 2 ปี 8.1% ให้โอกาส 2 &amp;ndash; 3 ปี 11.2% ให้โอกาส 3 &amp;ndash; 4 ปี และเพียง 3.4% เท่านั้นที่ให้โอกาส 4 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า อารมณ์ความรู้สึกของสาธารณชนอาจพัฒนาไปสู่ความรุนแรงบานปลายที่ยากจะควบคุมได้ จากข้อมูลที่มีอยู่พบว่า ปัจจัยสำคัญที่จะป้องกันปัญหานี้คือ ความยุติธรรม ความเป็นธรรมทางการเมือง และการไม่เลือกปฏิบัติจะช่วยลดความร้อนแรงของอารมณ์สาธารณชนลงได้ ถ้าผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องเพิกเฉยก็อาจนำไปสู่สถานการณ์ต่อสู้กันที่รุนแรงจนยากจะควบคุม ผลที่ตามมาคือ บ้านเมืองจะเสียหาย ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะกลายเป็นผู้แพ้ ส่วนผู้ชนะคือกลุ่มคนหยิบมือเดียวที่ชนะบนซากปรักหักพังของบ้านเมือง เพราะคนกลุ่มนี้จะได้อำนาจได้ผลประโยชน์จากความเสียหายของประเทศชาติและความสูญเสียของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลสำรวจครั้งนี้พบด้วยว่า ประชาชนส่วนใหญ่เกือบ 90% เห็นด้วยกับการตรวจสอบคุณสมบัติของ ส.ส.และ ส.ว. จึงเห็นได้ว่าอะไรที่ดีย่อมมีประชาชนสนับสนุนเป็นส่วนใหญ่ คนไทยทั้งประเทศอยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้อย่างดีบนความถูกต้องเป็นธรรม จึงเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์บริหารจัดการสแกน กองกำลัง 500 ส.ส. เสมือนกองทัพ ส.ส.ใครดีมีวินัย มีความสามารถก็สนับสนุนให้เติบโตก้าวหน้า ดูแลผลประโยชน์ชาติตามลำดับชั้นที่น่าวางใจโดยไม่ต้องดูว่าสังกัดพรรคการเมืองใด ใครมีปัญหาก็จัดการด้วยกลไกกระบวนการยุติธรรม เพียงเท่านี้น่าจะควบคุมปัญหาการเมืองได้ ขอเพียงว่าหัวแถว หัวตอนและคนแวดล้อมของนายกรัฐมนตรีเป็นคนดีจริง ประชาชนส่วนใหญ่ย่อมสนับสนุน&amp;rdquo; ผศ.ดร.นพดล กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39777</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, การเมือง, ผลสำรวจภาคสนาม, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล, อารมณ์สาธารณชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190630/image_big_5d1820daa8150.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2019 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2019 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>6เดือนข้างหน้าการเมืองยังมืดมน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2562 - ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพลได้เผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อการเมือง โดยศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,164 ตัวอย่างพบว่า เกินครึ่งหรือ 51.81% ระบุ บรรยากาศการเมืองวันนี้แย่ลง เมื่อเทียบกับ 5 &amp;ndash; 6 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ 33.16% ระบุว่าเหมือนเดิม และ 15.03% ระบุว่า ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนใหญ่หรือ 71.39% ระบุว่า บรรยากาศการเมืองในอีก 6 เดือนข้างหน้ามืดมน ในขณะที่ 28.61% ระบุเห็นแสงสว่างว่าทุกอย่างจะไปได้ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือ 79.47% ระบุมีความเชื่อมั่นน้อยถึงไม่เชื่อมั่นเลยต่อความเข้มแข็งของรัฐบาลใหม่ ในขณะที่ 20.53% เชื่อมั่นมากถึงมากที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงความเหมาะสมในการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 61.51% ระบุว่าเหมาะสม ในขณะที่ 38.49% ระบุว่าไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลใหม่กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่กับกระแสความไม่เชื่อมั่น อารมณ์ของประชาชนในเวลานี้ต้องการได้รับการบริหารจัดการที่ดีเพราะพวกเขารู้สึกว่าอนาคตการเมืองไทยข้างหน้ามืดมน ถ้าการเจรจาต่อรองตำแหน่งแบ่งเค้กออกมาไม่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในแต่ละกลุ่มผลประโยชน์ก็น่าจะเตรียมพบกับความเปลี่ยนแปลงรอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทางออกคือ ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองน่าจะทำการเมืองครั้งนี้ให้สามารถดึงความเชื่อมั่นของสาธารณชนกลับคืนมาโดยคัดสรรคนดีมีฝีมือไม่มีประวัติด่างพร้อย ขาลุยทำงานได้ทันที เพราะข้อมูลเชิงลึกพบว่าใครก็ได้ที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องเป็นใครในเวลานี้ ประชาชนยอมรับได้ถ้าเป็นแล้วทำให้ประชาชนมีกินมีใช้ไม่ขัดสน บ้านเมืองไม่วุ่นวาย แต่ถ้าเล็งเห็นว่า ใครเป็นแล้วบ้านเมืองจะวุ่นวาย ความขัดแย้งจะรุนแรงบานปลาย จึงควรดับไฟเสียแต่ต้นลมเพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองและประชาชน&amp;rdquo; ผศ.ดร.นพดล กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37424</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ประชาชน, ผลสำรวจภาคสนาม, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา, ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190602/image_big_5cf33f865769a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
