<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! จนมุมที่เยอรมนี รวบแล้ว&#039;อดีตพระพรหมเมธี&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 มิ.ย.2561 - รายงานข่าวเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รวบตัวอดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาตามหมายจับ &amp;nbsp;ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน เป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัดโดยเป็นพระชั้นผู้ใหญ่รายสุดท้ายตามหมายจับ ที่ยังหลบหนีการจับกุมอยู่ในขณะนี้ที่เยอรมนนี เนื่องจากการตรวจสอบหนังสือเดินทางไม่ผ่านการตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้บินด่วนไปเพื่อรับตัวเพื่อมาดำเนินคดีในไทยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเส้นทางการหลบหนีนั้น คาดว่าได้เดินทางออกจากไทยจาก จ.นครพนม ผ่านไปยังประเทศลาว, &amp;nbsp;กัมพูชา ก่อนไปเยอรมนี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10569</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนงค์ เอี่ยมอินทรา, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม, พระพรหมเมธี, ยักยอกทรัพย์, หมายจับ, เยอรมนี} พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b11f3f02287a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 22:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบผ้าเหลืองสู้พศ. หึ่งบุกปปป.ขวางแจ้ง จับ7วัด สนช.จี้มส.ฟัน &#039;3พระเถระ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานอนุกรรมาธิการการศาสนา สนช. จี้วงประชุมมหาเถรสมาคมศุกร์นี้ ต้องจัดการ 3 พระเถระชั้นผู้ใหญ่-กรรมการ มส. โดนเอาผิดทุจริตเงินทอนวัดให้พ้นจากทุกตำแหน่งไปก่อน ทั้งกรรมการ มส.-เจ้าอาวาส-เจ้าคณะภาค เหตุสร้างความมัวหมอง ระบุอุ้มต่อไป มส.จะเสียชื่อด้วย ลุ้น! 19 เม.ย. &amp;quot;ผอ.สำนักพุทธฯ&amp;quot; &amp;nbsp;บุกตำรวจ ปปป.แจ้งเอาผิดเพิ่มอีก 7 วัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพร เทพสิทธา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศาสนาในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประธานสภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวเรียกร้องให้ที่ประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ที่จะมีการประชุมในวันศุกร์ที่ 20 เม.ย. จะต้องมีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งถูกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจ้งความเอาผิดว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติฯ โดยควรที่ มส.จะต้องมีมติให้พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว หยุดพักการเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ เป็นการชั่วคราว เพื่อหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน จนกว่าเรื่องจะยุติ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานอนุกรรมาธิการการศาสนาฯ สนช.กล่าวว่า แม้เรื่องดังกล่าวจะอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หลังรับสำนวนจากตำรวจและ พศ. แต่ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน ก็เห็นว่าเมื่อกรรมการมหาเถรสมาคม ถูกกล่าวหา หลักการที่ถูกต้อง ที่ประชุม มส.ควรต้องมีมติให้พระทั้ง 3 รูปพ้นจากการเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมชั่วคราว รวมถึงตำแหน่งต่างๆ เช่น เจ้าอาวาส เจ้าคณะภาค เพราะข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเรื่องมัวหมอง แม้เรื่องยังไม่ได้ข้อยุติ คณะสงฆ์ต้องรักษาความบริสุทธิ์ เมื่อมีการกล่าวหาว่ากระทำผิดพระธรรมวินัย ทาง มส.ก็ต้องพิจารณาว่าจะสมควรให้ท่านเป็นดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ ตรงนี้ มส.ก็ต้องพิจารณาเอง ไม่อยากไปก้าวล่วงพระผู้ใหญ่ แต่เป็นเรื่องกระทบกระเทือนใจชาวพุทธมาก กับการที่พระชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าคุณมาถูกกล่าวหา เราต้องเชื่อว่าคำกล่าวหาของสำนักพุทธฯ ต้องมีมูล ไม่อย่างนั้นสำนักพุทธฯ คงไม่กล้ามากล่าวหาง่ายๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้ถือว่ามัวหมองแล้ว มหาเถรสมาคมต้องพิจารณาดำเนินการปกป้องมหาเถรฯ เมื่อกรรมการ มส.รูปใดบกพร่อง ก็ต้องเป็นเรื่องของ มส.รูปนั้น ทาง มส.ก็ต้องดำเนินการ ไม่อย่างนั้นจะทำให้มหาเถรสมาคมต้องมัวหมองตามไปด้วย มส.จึงต้องอยู่ในความเป็นกลาง เพื่อที่ป้องกันไม่ให้มีการใช้อิทธิพลอย่างใด เพราะขนาดนายกฯ ก็ยังเป็นห่วงจะมีม็อบพระ ก็ต้องขอร้องพระทั้งหลายให้สงบ ให้เป็นเรื่องของราชการสอบสวน ขอย้ำว่าเรื่องนี้กระทบกระเทือนใจชาวพุทธมาก ผิดหวังมาก ที่พระชั้นผู้ใหญ่ 3 รูปถูกกล่าวหาว่าทุจริต เป็นเรื่องถึงขั้นปาราชิก และเห็นด้วยว่าควรต้องมีการปฏิรูปคณะสงฆ์ได้แล้ว โดยการแก้กฎหมายคณะสงฆ์ ไม่ใช่ให้เป็นระบบแบบปัจจุบันที่รวมอำนาจ ที่อะไรๆ ก็ให้มหาเถรสมาคมรับผิดชอบหมด ทุกอย่างส่งมา มส.หมด ทำให้ มส.เสียชื่อไปด้วย ต้องแก้กฎหมายกระจายอำนาจได้แล้ว&amp;quot; นายสมพรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะอนุกรรมาธิการการศาสนาฯ ของ สนช.กล่าวอีกว่า หากเสียงส่วนใหญ่ของ มส.มีมติว่าให้พระที่ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งชั่วคราวเพื่อให้การสอบสวนเป็นไปด้วยความเป็นธรรม มันก็เหมาะสม จะทำให้คนเห็นว่า มส.เสียงส่วนใหญ่ไม่ได้ปกป้อง ไม่อย่างนั้น ท่านก็อาจแสดงเจตนาว่าขอลาออกจากตำแหน่งมหาเถรสมาคมเป็นการชั่วคราว อย่างที่มีการวิจารณ์เสนอให้พระที่มีชื่อพิจารณาตัวเอง ก็จะเป็นสิ่งที่สวยงาม เพราะเมื่อท่านถูกกล่าวหา แล้วลาออกเป็นการชั่วคราว &amp;nbsp;โดยหากต่อมาการสอบสวนแล้วเสร็จ ถ้าไม่เกี่ยวข้อง ก็แต่งตั้งใหม่อีกครั้งได้ ส่วนตำแหน่งในวัด เช่น เจ้าอาวาส หากหยุดพักการทำหน้าที่ ก็ให้รองเจ้าอาวาสขึ้นมาทำหน้าที่แทนได้ หรือตำแหน่งเจ้าคณะภาค ก็ให้รองเจ้าคณะภาคมาทำหน้าที่แทนได้ ไม่มีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากที่ประชุม มส.วันที่ 20 เม.ย.ไม่มีการดำเนินการใดๆ กับกรรมการมหาเถรสมาคมที่ถูกพศ.แจ้งความเอาผิด จะเป็นอย่างไร นายสมพรกล่าวว่า ก็คงผิดหวัง เพราะเราก็หวังว่า มส.จะเป็นที่พึ่งของเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำนวนคดีดังกล่าวที่มีการแจ้งความเอาผิดกับพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป มีกรรมการมหาเถรสมาคม 3 รูป ประกอบด้วย 1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 4-7 3.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 10
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสิปป์บวร แก้วงาม โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวถึงเรื่องเดียวกันนี้ หลัง
ป.ป.ช.ตั้งคณะทำงานตรวจรับข้อกล่าวหาคดีทุจริตเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมฯ ว่า ไม่มีข้อมูลใดๆ ในเรื่องดังกล่าว และทางคณะสงฆ์ไม่ได้มีการติดต่อหรือสอบถามในเรื่องนี้มายัง พศ.แต่อย่างใด ทราบแต่เพียงว่า ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ตามปกติ ส่วนจะมีการหารือในเรื่องที่มีพระเถระใน มส.ถูก พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมเสน่ห์ ผอ.พศ. ร้องทุกข์กล่าวหาโทษต่อ ปปป.คดีเงินทอนวัดหรือไม่นั้น ไม่ทราบ เป็นเรื่องของทางคณะสงฆ์ว่าจะหยิบยกขึ้นมาหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์สอบถามเรื่องดังกล่าวกับนายสมเกียรติ ธงศรี รอง ผอ.พศ. แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยระบุเพียงว่า ไม่ทราบเรื่อง ทราบข่าวจากสื่อเท่านั้น และไม่รู้อะไรทั้งสิ้น จากนั้นได้วางสายทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เปิดเผยถึงกรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ปปป. เพื่อเอาผิดกับพระชั้นผู้ใหญ่ที่เอี่ยวทุจริตเงินทอนวัดอีก 7 วัด และให้การเพิ่มเติม หลังจากที่แจ้งความดำเนินคดีกับพระชั้นผู้ใหญ่ไปแล้ว 3 วัด 5 รูป เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า &amp;nbsp;ในวันที่ 19 เม.ย. เวลา 10.00 น. พ.ต.ท.พงศ์พร ผอ.พศ.จะมาดูรายละเอียด ส่วนจะแจ้งความเพิ่มด้วยหรือไม่นั้น ถ้าดูแล้วมีพยานหลักฐานเพียงพอ ท่านก็คงจะแจ้งเพิ่ม รวมทั้งสอบปากคำด้วย โดยได้เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ส่วนจะสอบปากคำในประเด็นไหนบ้าง ไม่ขอเปิดเผย เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร รอง ผบก.ปปป. กล่าวว่า ตามกำหนดในวันพรุ่งนี้ พ.ต.ท.พงศ์พร ผอ.พศ. จะข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับอีก 7 วัดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด หลังจากที่แจ้งความดำเนินคดีแล้วกับ 3 วัด แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะสามารถแจ้งได้กี่วัด ต้องดูทาง ผอ.พศ.ที่เตรียมพยานหลักฐานมาในวันพรุ่งนี้ก่อน อย่างไรก็ตาม ถ้าพนักงานสอบสวน ปปป.รับคำร้องทุกข์เสร็จ ก็จะรีบส่งให้ ป.ป.ช.เร็วที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;น่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน ไม่อยากจะเอาไว้นาน โดยขั้นตอนหลังจากรับแจ้งความต้องสอบปากคำ ผอ.พศ.เพื่อประกอบสำนวน ก่อนส่งให้ ป.ป.ช. แต่ถ้า พ.ต.ท.พงศ์พรมีหลักฐานสามารถแจ้งความได้ทั้ง 7 วัด ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ผมคาดว่าหลักฐานถึงทั้ง 7 วัดอยู่แล้ว&amp;quot; พ.ต.อ.จักษ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับ 7 วัดที่เหลือดังกล่าว เป็นคดีที่เกิดจากการสืบสอบขยายผลจากคดีเดิมก่อนหน้านี้ ส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ มส. และพระที่เป็นเครือข่ายของผู้พระใหญ่ อย่างไรก็ตาม เรื่องการแจ้งความในครั้งนี้ ได้มีการกำชับในหมู่ข้าราชการ พศ. ว่าห้ามให้ข้อมูลหรือให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด เพราะไม่ต้องการให้ พศ.กระทบกระทั่งกับคณะสงฆ์เหมือนในช่วงที่ผ่านมา การดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามพยานหลักฐานและกฎหมายเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแลงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวเช่นกันว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ตั้งใจว่าจะพูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจากนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสียก่อน เพื่อสอบถามรายละเอียดข้อเท็จจริงของเรื่องนี้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร แล้วจึงค่อยดูว่าจะเชิญผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ มาสอบถามหรือไม่อีกครั้ง เพื่อให้ ผอ.พศ.ได้ชี้แจง อย่างไรก็ตามขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์แล้วว่าเรื่องนี้ต้องเดินหน้าต่อไปตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รัฐบาลจะส่งใครไปพูดคุยกับทางมหาเถรสมาคมหรือไม่ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเกี่ยวโยงถึงพระผู้ใหญ่ชั้นสมเด็จ พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ให้สำนักพุทธฯ ดำเนินการไปก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอหารือกับนายสุวพันธุ์ ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลโดยตรงก่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความศรัทธาของผู้คน และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงต้องระมัดระวัง และต้องทำงานอย่างรอบคอบที่สุด ต้องใช้หลักฐานข้อมูลที่ถูกต้องและสมบูรณ์ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ต้องขอเวลานิด เพราะผมเองก็ต้องการทราบรายละเอียดเช่นกัน&amp;rdquo; พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงค่ำ มีรายงานความเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์บางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการแจ้งความเอาผิดคดีเงินทอนกับพระเถระใน มส. เตรียมจะเดินทางไป บก.ปปป. ย่านแจ้งวัฒนะ เพื่อแสดงพลังต่อต้าน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. ที่จะเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับอีก 7 วัดที่เหลือ ในเวลา 10.00 น. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7390</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ้าคณะกรุงเทพมหานคร, นายสมพร เทพสิทธา, ปปป., ประชุมมหาเถรสมาคม, ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม, พระเถระชั้นผู้ใหญ่-กรรมการ, พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าอาวาสวัดสามพระยา, เอาผิดทุจริตเงินทอนวัด, โรงเรียนพระปริยัติฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad75c65b33b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
