<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด!ศาลสั่งคุก 1 ปี ปรับ 31,000 บาทผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. ชักปืนขู่แท็กซี่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;20 ต.ค.63- ที่ห้องพิจารณา 709 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2384/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายพิเศษ หรือภูษิต นาคะพันธุ์ อายุ 54 ปี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นจำเลย ฐานข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 วรรคสอง, 371, 392 และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ, 72 ทวิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2561 จำเลยได้พกพาอาวุธปืนโคลท์ รีวอลเวอร์ ขนาด.38 สเปเชียล เลขทะเบียน กท.2117198 พร้อมกระสุน แล้วหันปลายกระบอกปืนไปทางรถแท็กซี่รับจ้าง ที่มีนายพิพัฒน์ สีสะออน ผู้เสียหาย ขับตามมา พร้อมกับพูดว่า &amp;quot;ขับตามมาทำไม ให้ถอยรถออกไปวิ่งเส้นอื่น&amp;quot; อันเป็นการข่มขืนใจผู้เสียหายกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยให้กลัวว่า จะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ โดยมีอาวุธ และทำให้เกิดความกลัวหรือตกใจโดยการขู่เข็ญ จนผู้เสียหายจำยอมไม่ขับรถตามหลังรถจำเลยตามที่ถูกจำเลยข่มขู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยให้การรับสารภาพ และได้รับการประกันตัว วันนี้จำเลยพร้อมทนายความ เดินทางมาศาลฟังคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว จำเลยยอมรับว่ามีอาวุธปืนไว้ครอบครอง เนื่องจากไว้ป้องกันตัว เพราะทำงานด้านการไต่สวนอาจเกิดอันตราย วันเกิดเหตุจำเลยขับรถมาถึงแยกศูนย์ราชการ พบผู้เสียหายขับช้า จำเลยจึงบีบแตร ผู้เสียหายหยุดรถและบีบแตร จำเลยหยิบอาวุธปืนถามผู้เสียหายว่าไล่ตามมาทำไม ทั้งนี้ ระหว่างการพิจารณา ผู้เสียหายมาที่ศาล จำเลยได้ขอโทษผู้เสียหาย และผู้เสียหายไม่เรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จำเลยได้มอบเงินให้ 2,000 บาท ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดี จำเลยให้การรับสารภาพ ไม่เคยถูกดำเนินคดีมาก่อน มีภาระต้องดูแลบิดามารดา และเป็นข้าราชการระดับสูงซึ่งเคยทำคุณประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพากษาจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ฐานข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ จำคุก 2 ปี ปรับ 60,000 บาท และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง ปรับ 2,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกฐานข่มขืนใจฯ 1 ปี ปรับ 30,000 บาท ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง ปรับ 1,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี ปรับ 31,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เยียวยาผู้เสียหายแล้ว จึงให้รอการลงโทษ 2 ปี พร้อมรายงานการคุมประพฤติทุก 4 เดือนใน 1 ปี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81212</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุก1ปี, ผู้ช่วยเลขาธิการปปช., ภูษิต นาคะพันธุ์, ศาลอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e5d47cf119.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2019 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2019 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กกุ้ย&#039;แจงยิบ!ย้ายเด็กในคาถา ข้ามห้วยนั่งเก้าอี้ผู้ช่วยเลขาฯปปช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล&amp;nbsp;ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีกรณีที่มีกระแสข่าวว่าได้ลงนามในคำสั่งสำนักงาน ป.ป.ช.ที่ 309/2562 ลงวันที่ 2 พ.ค.62 เพื่อรับโอน พล.ต.ต.อรุณ อมรวิริยะกุล ผู้บังคับการกองยุทธศาสตร์ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 1 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 1 ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้บริหารระดับต้น มีผลตั้งแต่วันที่ ‪17 พ.ค.‬62 ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่าเป็นการโอยย้ายข้ามห้วยมาดำรงตำแหน่งในระดับผู้บริหารของป.ป.ช. อย่างไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์​ ว่า​ ยืนยันว่าไม่มีการล็อกสเปก แต่มีการยื่นเรื่องมาเพื่อขอโอนย้าย ทางสำนักงานป.ป.ช.และกรรมการป.ป.ช. ได้พิจารณาถึงความจำเป็น อีกทั้งเจ้าตัวก็เคยมาช่วยงานที่นี่อยู่แล้วและป.ป.ช. กำลังทำงานร่วมกับตำรวจเพื่อที่จะสะสางงานเก่า ซึ่งเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมาก็มีการประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานป.ป.ช.กับสตช. ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายงานของป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณี วิจารณ์ว่าเป็นคนสนิทของประธานป.ป.ช.จึงสามารถโอนย้ายได้ง่าย พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า ก็เป็นข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง แต่เขา ก็เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและทางป.ป.ช. ก็ต้องการใช้งานเขา เพื่อมาขับเคลื่อนงานซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการสะสางงานเก่า เขาจะมาขับเคลื่อนงานและเป็นแบบอย่างในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการเทียบโอนทั้งที่ความจริงเทียบตำแหน่งกันไม่ได้ที่จะข้ามห้วยมาเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ป.ป.ช. ประธานป.ป.ช.กล่าวว่า &amp;ldquo; มันเทียบได้ครับ ถ้าเทียบไม่ได้กรรมการป.ป.ช.ทั้ง9คนคงไม่กล้าหรอก เพราะมันผิดกฎหมาย แต่นี่เทียบได้อยู่แล้ว โดยตอนนี้มีตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช.ว่างอยู่ 11 ที่ เขาโอนมาตำแหน่งเดียว ส่วนคนที่มีคุณสมบัติครบ มีสิทธิที่จะเป็นแคนิเดตในตำแหน่งนี้คือคนที่เป็นระดับผอ.ทั่วประเทศ เขาก็อาจมีสิทธิสมัคร ดังนั้นว่างอีก 10 ที่ ที่ต้องพิจารณา ซึ่งยังอยู่รัหว่างพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36031</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., ผู้ช่วยเลขาธิการปปช., พล.ต.ต.อรุณ อมรวิริยะกุล, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, ย้ายข้ามห้วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190516/image_big_5cdd136fac31a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
