<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 13:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าเพิ่งชะล่าใจ!ศบค.ให้คง’รพ.สนาม’ไว้ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;ในที่ประชุม ศปก.ศบค. ได้หารือกันว่า แม้ตัวเลขจะลดลง แต่ยังขอให้ตรึงกำลังระบบบริการสาธารณสุข เนื่องจากมีหลายจังหวัดปิดโรงพยาบาลสนามเพื่อจะคืนพื้นที่ จึงขอให้มีโครงสร้างรองรับไว้หากตัวเลขกลับมาสูงขึ้นอีก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115280</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักดนตรี, ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ศบค., โควิด-19, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d8cb3528f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110635</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดเพิ่ม10กิจการ ทุบสถิติ!ติดเชื้อ1.3หมื่นรายโควิดเรือนจำพุ่งตจว.ยังหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉุดไม่อยู่! ติดเชื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1.3 หมื่นราย ดับอีก 108 ราย เดลตาระบาด กทม.เกิน 50% ขยายมาตรการพื้นที่สีแดงเข้ม ปิดเพิ่ม 10 กิจการ ร้านตัดผม-สนามกีฬา-สวนสาธารณะ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ลั่นต้องไม่มีคนตายที่บ้าน เร่งจัดหาเตียงผู้ป่วยต่อเนื่อง สั่งปรับสโมสร ตร.-ทหารเป็นศูนย์พักคอย &amp;quot;สธ.-สปสช.-สพฉ.&amp;quot; เตรียมระบบส่งต่อผู้ติดเชื้อที่ต้องการกลับรักษาตัวที่ภูมิลำเนา พศ.ประกาศทุกวัดเผาศพโควิดฟรี ปริมณฑลยังอ่วม! พุ่งเกิน 600 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 21 กรกฎาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13,002 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 11,922 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 9,012 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,910 ราย, มาจากเรือนจำและที่ต้องขัง 1,049 ราย, มาจากต่างประเทศ 31 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 439,477 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 8,248 ราย หายป่วยสะสม 304,456 ราย อยู่ระหว่างรักษา 131,411 ราย อาการหนัก 3,786 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 879 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 108 ราย เป็นชาย 59 ราย หญิง 49 ราย โดยมากสุดอยู่ใน กทม. 40 ราย และมีถึง 42 รายที่เสียชีวิตไม่เกิน 6 วันนับจากทราบผล จึงขอเน้นย้ำหากใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและมีอาการทางเดินหายใจขอให้รีบตรวจโดยเร็ว ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้เสียชีวิตสะสม 3,610 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 192,228,307 ราย เสียชีวิตสะสม 4,133,324 ราย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 21 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,921 ราย, สมุทรสาคร 932 ราย, นนทบุรี 661 ราย, สมุทรปราการ 656 ราย, ชลบุรี 636 ราย, ฉะเชิงเทรา 374 ราย, ปทุมธานี 350 ราย, ระยอง 305 ราย, ปัตตานี 282 ราย, พระนครศรีอยุธยา 235 ราย นอกจาก 10 จังหวัดดังกล่าวแล้ว ยังพบหลายจังหวัดมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น อาทิ จ.มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ ขอนแก่น นครราชสีมา ผู้ติดเชื้อที่พบเป็นผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม จึงขอให้ผู้ที่ตรวจเชื้อแล้วผลเป็นบวกเข้าระบบโดยเร็ว โดยไม่ต้องเคลื่อนย้าย เพราะข้อมูลผู้ติดเชื้อใน กทม. 70-80% มีอาการแค่สีเขียวและสีเขียวอ่อน การเดินทางอาจทำให้อาการแย่ลงได้ ที่สำคัญหากจะกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา ต้องมีการติดต่อสถานที่รักษาไว้ก่อน เนื่องจากตอนนี้เตียงรักษาในพื้นที่ต่างจังหวัดมีการเพิ่มปริมาณและค่อนข้างตึงตัว หากไปโดยไม่มีการประสานงานล่วงหน้าอาจได้รับการปฏิเสธได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะที่ข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่าการแพร่เชื้อใน กทม.เป็นการระบาดของสายพันธุ์เดลตาเกิน 50% ในหลายจุด โดยเฉพาะในเขตจตุจักร บางรัก จอมทอง คลองเตย และหลักสี่ ทำให้ กทม.พุ่งเป้าการจัดทีมป้องกันและแก้ปัญหาโควิด-19 เชิงรุกในชุมชน หรือทีม CCRT ที่จะไปค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชนให้ได้รับการรักษาให้เร็วที่สุด โดยผลดำเนินการระหว่างวันที่ 15-20 ก.ค. มีการลงพื้นที่เดินเท้าเคาะประตูบ้านไปแล้ว 139 ชุมชน มีผู้รับบริการ 4,583 ราย เฉพาะวันที่ 20 ก.ค.วันเดียว มีการตรวจแรพิด แอนติเจนเทสต์คิต 383 ราย พบเชื้อ 37 ราย โดยแยกกักตัวที่บ้าน 31 ราย แยกกักที่ศูนย์พักคอยในชุมชน 3 ราย ส่งโรงพยาบาล 3 ราย และมีผู้สัมผัสใกล้ชิด 134 ราย ส่วนนี้จะให้กักตัวที่บ้านต่อไป&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า ผอ.ศบค.ได้เน้นย้ำว่าจะต้องไม่มีคนเสียชีวิตที่บ้านจากโควิด-19 ซึ่งเป็นประเด็นที่เราต้องจำเป็นนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบโดยเร็วที่สุด โดยจะมีการขยายจุดตรวจให้ครอบคลุม ตอนนี้มีการเพิ่มเติมในภาคส่วนต่างๆ เช่น รถพระราชทาน คลินิก ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. อธิบดีกรมการแพทย์ระบุว่าการจัดสรรเตียงในปัจจุบันที่ยังว่างอยู่ในตอนนี้คือ จุดที่สั่งเพิ่มขยาย กทม.และกระทรวงสาธารณสุขพยายามเปิดตรงนี้เพิ่มเติม การจัดศูนย์พักคอยในชุมชนจะมาตอบโจทย์นี้ นโยบาย ผอ.ศบค.คือ ต้องมีศูนย์พักคอยในชุมชนอย่างน้อย 50 เขตใน กทม. ต้องมีเขตละ 1 ศูนย์ เขตไหนมีความสามารถให้มีเขตละ 2 ศูนย์ ถ้า 1 ศูนย์มี 100 เตียง 50 เขตจะได้ 5,000 เตียง ถ้าทุกคนมี 2 ศูนย์จะได้ 10,000 เตียง ถ้าทำได้ 200 เตียงทุกศูนย์ จะรองรับผู้ป่วย 20,000 เตียง ขณะนี้ กทม.ดำเนินการไปแล้ว 49 ศูนย์ใน 47 เขต เปิดรับผู้ป่วยแล้ว 19 ศูนย์ มีเตียงกว่า 3,000 เตียง ส่วนศูนย์นิมิบุตร ที่มีศักยภาพเป็นศูนย์พักคอยและพักแยก แต่ขณะนี้ต้องรับผู้ป่วยสีเหลืองเข้าไปด้วย ดังนั้น ใครที่ผ่านการตรวจแบบแรพิดแอนติเจนเทสต์ คิต มีการหารือว่าอาจเพิ่มศูนย์ลักษณะคล้ายที่นิมิบุตร เพื่อแรกรับและส่งต่อผู้ป่วยและคัดแยกหากเป็นผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดงจะจัดเข้าโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ถ้าเป็นสีเขียวให้แยกกักที่ชุมชน&amp;nbsp;
ปิดเพิ่ม 10 กิจการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า ขอย้ำสถานที่และประเภทกิจการที่ต้องปิดในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด นอกจากนี้ศปก.ศบค.ได้พิจารณาร่วมกันและมีความเห็นว่าเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์และมาตรการบังคับของข้อกำหนดฉบับที่ 28 จึงมีข้อเสนอแนะให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาสั่งปิดสถานที่ กิจการที่มีความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรค ดังนี้ ได้แก่ 1.สนามกีฬาทุกประเภท (ประเภทในร่ม เช่น แบดมินตัน สนามซ้อมกอล์ฟ สนามฟุตบอล สนามเทนนิส) 2.สนามเพื่อการเล่นกีฬา หรือกิจกรรมทางน้ำเพื่อการสันทนาการ สระว่ายน้ำสาธารณะ หรือกิจการอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 3.ลานกีฬา 4.ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ 5.ศูนย์การเรียนรู้ หรือศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุทยานวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม ศูนย์หอศิลป์ 6.ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดชุมชน ห้องสมุดเอกชนและบ้านหนังสือ 7.พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์สถาน พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงพิพิธภัณฑ์ในลักษณะเดียวกัน แหล่งประวัติศาสตร์ หรือโบราณสถาน 8.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน 9.ร้านเสริมสวย ทั้งร้านตัดผมหรือแต่งผม ร้านทำเล็บ ร้านสัก 10.สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานที่ที่เปิดได้ แต่ขอให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขการควบคุมโรค ได้แก่ สถานที่รับเลี้ยงเด็ก เฉพาะที่รับเลี้ยงในโรงพยาบาลและที่มีการรับตัวไว้เพื่อค้างคืนเป็นปกติ, สถานที่ดูแลผู้สูงอายุ เฉพาะที่มีการรับตัวไว้พักค้างคืนเป็นปกติ และตลาดนัดเฉพาะที่ขายอาหารหรือวัตถุดิบเพื่อการบริโภค สำหรับการเดินทางขอย้ำว่ารถขนส่งสาธารณะเข้า-ออกพื้นที่สีแดงเข้มจะปิดให้บริการ และการเดินทางในพื้นที่สีแดงเข้มให้ลดปริมาณเหลือ 50%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กห. และพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัด กห. ได้ประชุมร่วมกับ กอ.รมน. นขต.กห. เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ VTC ณ ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อติดตามการสนับสนุนรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤติโควิด โดย พล.อ.ชัยชาญได้ย้ำว่า พล.อ.ประยุทธ์สั่งการให้ทุกเหล่าทัพประสานกับ สธ. พิจารณาปรับปรุงสโมสรทหารและตำรวจในพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัด เป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยหรือ รพ.สนาม ตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นสถานที่พักคอยและรักษาผู้ป่วย รองรับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ &amp;nbsp;และให้ กห.ประสานกับ อว. (กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม) สนับสนุนจัดตั้ง รพ.สนาม ร่วมกับ รพ.ในสังกัดมหาวิทยาลัย รองรับดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ต่างๆ เสริมไปด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พร้อมกันนี้ นายกฯ และ รมว.กห.ได้สั่งการให้กองทัพจัดกำลังทหารกระจายลงพื้นที่ จัดตั้ง &amp;ldquo;จุดรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน&amp;rdquo; ในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จว. โดยให้ประสานทำงานร่วมกับ กทม. ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยและติดเชื้อในแต่ละพื้นที่ทันทีภายใต้มาตรการที่สาธารณสุขกำหนด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้เห็นชอบแบบโรงพยาบาลสนามระดับสูง (สนามบินสุวรรณภูมิ) ณ อาคารเทียบเครื่องบินรองหลักที่ 1 (SAT1) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตามที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพออกแบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะดำเนินการตามขั้นตอนการเสนอของบประมาณสนับสนุนต่อไป ซึ่งจะรองรับผู้ป่วย 4,500 เตียง โดยเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เดือน ส.ค.เป็นต้นไป ขณะนี้บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ยังอยู่ระหว่างการจัดเตรียมพื้นที่อาคารคลังสินค้า 4 ของท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อจัดตั้งโรงพยาบาลสนามอีก ซึ่งจะรองรับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงได้อีกประมาณ 2,000 เตียง รวมทั้ง 2 พื้นที่ของ ทอท. จะรองรับผู้ป่วยได้เกือบ 7,000 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในนามผู้อำนวยการ ศบค. ให้ภาคเอกชน ได้แก่ คณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำโดยนายทศพร ศิริสัมพันธ์ กรรมการอิสระและประธานกรรมการฯ และคณะผู้บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ โดยนางสาวอรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน พร้อมคณะ เข้าพบเพื่อมอบสิ่งของและเงินบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมีนายอุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน, นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย
ทุกวัดเผาศพโควิดฟรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เตรียมระบบส่งต่อผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีอาการคงที่และประสงค์เดินทางกลับไปรักษาตัวยังภูมิลำเนา แสดงความจำนงผ่านสายด่วน สปสช. 1330 (กด 15) &amp;nbsp;โดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวว่า สธ.ได้ร่วมกับ สพฉ.และ สปสช. วางระบบการนำส่งผู้ติดเชื้อโควิดกลับภูมิลำเนาเพื่อให้การขนส่งผู้ป่วยเป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันและควบคุมโรคป้องกันการแพร่กระจายเชื้อระหว่างการเดินทาง และลดการแพร่เชื้อระหว่างจังหวัด โดยเงื่อนไขการเดินทางผู้ป่วยจะต้องมีอาการคงที่ สามารถเดินทางได้ และจังหวัดปลายทางยินยอมรับกลับ นอกจากนี้ ได้ประสานกับกระทรวงกลาโหม, กรมการขนส่งทหารบก, &amp;nbsp;กระทรวงคมนาคม, การรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมวางแผนการเดินทางและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยโควิดที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้โทร.แจ้งความจำนงที่สายด่วน สปสช. 1330 (กด 15) จากนั้น สปสช.จะรับผิดชอบประสานงานกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และกองทัพบก/การรถไฟฯ เพื่อจัดทำแผนส่งกลับต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถานว่า ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.ค. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,049 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 1,015 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 34 ราย) หายป่วยเพิ่ม 95 ราย รวมยังมีผู้ต้องขังติดเชื้อที่อยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 3,824 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตต่อเนื่องเป็นวันที่ 11
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมหารือแนวทางการฌาปนกิจผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้บริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัดเข้าร่วม โดยนายอนุชากล่าวว่า ขอให้บุคลากรสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทุกคนร่วมมือร่วมใจในการช่วยเหลือประชาชน บรรเทาความเดือดร้อนและความยากลำบาก ทั้งนี้ ประกาศเจตนารมณ์ &amp;ldquo;ทุกวัดเผาศพโควิดไม่มีค่าใช้จ่าย&amp;quot; เพื่อแสดงให้เห็นว่าองค์กรพุทธเป็นหน่วยงานที่เคียงข้างประชาชนจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพบก ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งประชาชนผู้ที่เดือดร้อน ติดขัดเรื่องการรักษาพยาบาล การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโควิด การจัดพิธีศพผู้เสียชีวิตจากโควิด สามารถประสานขอความช่วยเหลือ ผ่าน หน่วยทหารของกองทัพบกใกล้บ้านทั่วประเทศ หรือโทร.แจ้งได้ที่ศูนย์ประสานงานต้านภัยโควิดกองทัพบก CALL CENTER: 0-2270-5685-9 ตลอด 24 ชม. ทบ.พร้อมประสานความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ นอกจากนี้ กองทัพบกได้จัดเตรียมโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลค่ายในจังหวัดต่างๆ 37 แห่งทั่วประเทศ ไว้รองรับผู้ติดเชื้อ ซึ่งประชาชนตรวจสอบที่ตั้งโรงพยาบาลของกองทัพบกได้ตามแผนที่ : google map &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; https://bit.ly/3zbcaLw &amp;nbsp;รพ.สนาม : รพ.ค่ายทหาร 37 แห่งทั่วประเทศ : ฌาปนสถาน ทบ. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ต่างจังหวัดยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก นพ.นนท์ จินดาเวช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 656 ราย เสียชีวิต 3 ราย คลัสเตอร์ใหม่เรือนจำกลาง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องขังแดน 7 จำนวน 391 ราย บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด อำเภอบางเสาธง 40 ราย ส่วนที่เหลือเป็นคลัสเตอร์เดิมที่แพร่ระบาดในกลุ่มคนใกล้ชิด
ต่างจังหวัดยังระบาดหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณุสข จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า เรือนจำขอนแก่นมีผู้ต้องขังทั้งหมด 4,458 คน โดยขณะนี้พบผู้ต้องขังยืนยันติดเชื้อโควิดแล้ว 315 คน ถือว่าเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ จึงได้ประสานงานร่วมกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนควบคุมโรคในรูปแบบบับเบิลแอนด์ซีล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นครราชสีมา พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีกจำนวน 277 ราย ซึ่งถือเป็นสถิติการพบจำนวนผู้ป่วยรายวันสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดของเชื้อโควิดเป็นต้นมา โดยเป็นผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 64 ราย ติดเชื้อมาจากการสัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้า 190 ราย ป่วยโควิดเดินทางมารักษา 23 ราย รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสม 3,593 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานว่า มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิดรายใหม่ เพิ่มขึ้นอีก 106 ราย แยกเป็นพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่จังหวัด 8 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 98 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.อำนาจเจริญ พบมีผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่ม 44 ราย เป็นผู้ติดเชื้อเดินทางกลับมาจากพื้นที่เสี่ยง แล้วเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันทีที่มาถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.พิษณุโลก พบผู้ป่วยรายใหม่อีก 82 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 1,089 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ตราด พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดแล้วจำนวน 117 ราย ปัจจุบันคลัสเตอร์โรงพยาบาลพยาบาลตราดยังคงพบผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง หลังนายสุรชัย เจียมกูล รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตราดระบุว่า กรณีพนักงานโกลบอลเฮ้าส์สาขาตราดติดเชื้อโควิด 10 ราย ที่มีความเชื่อมโยงกันและยังมีแนวโน้มที่อาจจะพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดของจ.ปัตตานี เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ของวันที่ 20 ก.ค. พุ่งถึง 297 คน ยอดสะสม 6,672 คน เสียชีวิตเพิ่ม 5 ศพ ทำให้ยอดสะสมผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 74 ศพแล้ว และอยู่ระหว่างรอผลตรวจอีกหลายพันคน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังพบคลัสเตร์ใหม่ เป็นเรือนจำกลางปัตตานี พบนักโทษติดเชื้อทั้งหมดประมาน 71 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการแยกเรือนนอนไปยังตึกสำหรับผู้ป่วยโควิดที่ทางเรือนจำมีอยู่แล้วเกือบ 200 เตียง และยังมีนักโทษรายอื่นๆ เข้าค่ายกลุ่มเสี่ยง และอยู่ระหว่างรอผลตรวจอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าฯสงขลา เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 175 ราย เสียชีวิต 7 คน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อสะสม 9,626 ราย เสียชีวิตสะสม 51 คน ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตตกค้างที่ยังไม่รายงานให้เข้าสู่ระบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.ภูเก็ต ได้รับรายงานจากนายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ว่ามีนักท่องเที่ยวสาวชาวไทยฝ่าฝืนกฎของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ โดยเข้ามาอยู่ภูเก็ตได้ 9 วัน เดินทางออกไปทางเครื่องบิน ลงที่กรุงเทพมหานคร และเดินทางต่อไปที่ จ.ชลบุรี โดยเหตุเกิดเมื่อคืนที่ผ่านมา ถือว่าผิดกฎหมายของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ทาง สสจ.ภูเก็ต ประสานงานไปที่ สสจ.ชลบุรี ไปเชิญตัวนักท่องเที่ยวรายนี้ตั้งแต่เมื่อคืน ทำการควบคุมตัวนำเข้าสถานที่กักตัวที่รัฐกำหนดต้องกักตัวให้ครบ 14 วัน ในกรณีนี้ทางศูนย์ปฏิบัติการ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ร่วมกับฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต ดำเนินการตามกฎหมายเข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110635</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายมาตรการพื้นที่สีแดงเข้ม, ติดเชื้อสูงสุดเป็นประวัติการณ์, ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60debb69d6fa6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>15มิ.ย.ประเมินโรงงานไม่ผ่านมาตรการเข้มโควิดโดนลงโทษ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2564 - พญ.อภิสมัย ศรีสังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้มีการหยิบยกกรณีการติดเชื้อในโรงงานแปรรูปเนื้อไก่ที่ จ.สระบุรีมาหารือ เนื่องจากขณะนี้มีการกระจายเชื้อไปหลายจังหวัด โดยโรงงานดังกล่าวมีแรงจำนวนมาก เป็นคนไทย 4 พันกว่าคน ชาวต่างชาติพันกว่าคน ส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา ซึ่งการติดเชื้ออยู่ในหลายแผนกด้วยกัน กระจายติดไปทั้งโรงงาน กรมควบคุมโรควิเคราะห์ว่า พนักงานคนไทยจะอยู่บ้านพักส่วนตัวหรือหอพักโดยรอบโรงงาน ส่วนแรงงานต่างชาติจะอยู่หอพักที่โรงงานจัดให้ บางจุดค่อนข้างแออัด อยู่กันห้องหนึ่ง 3-6 คน ใช้พื้นที่กลาง ร่วมรับประทานอาหาร แต่พบว่าในส่วนของแรงงานฝีมือหรือช่างแม้จะอยู่ปะปนกับแรงงานอื่นๆแต่มีการติดเชื้อน้อย เป็นเพราะแรงงานกลุ่มนี้มีมาตรการส่วนตัวเข้มข้นและระมัดระวังตัวอย่างสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ได้รายงานตัวเลขการพบผู้ติดเชื้อในโรงงานต่างๆ ว่าในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมามีการติดเชื้อใน 10 จังหวัด ส่วนใหญ่จะติดในโรงงานขนาดใหญ่ที่มีแรงงานเกิน 200 คน เนื่องจากสถานที่แออัด ระบบระบายอากาศไม่ดี จุดสัมผัสไม่สะอาด มีการรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่าโรงงานที่มีขนาดใหญ่พบการติดเชื้อมากถึง 20% โรงงานขนาดเล็กติดเชื้อเพียง 5% ทั้งนี้ ตัวเลขโรงงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมไว้ 63,000 แห่ง โดยมีโรงงานที่มีผู้ติดเชื้อและเข้าสู่การประเมินตนเองในแบบประเมินตนเองด้านสาธารณสุข จำนวน 8,200 โรงงาน แต่พบว่าโรงงานขนาดใหญ่ 3,300 โรงงาน เข้าไปประเมินเพียง 650 โรงงาน ทั้งที่เป็นเป้าหมายที่มีการติดเชื้อมากกว่าโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่มีการเฝ้าระวังตนเองค่อนข้างน้อยเพียง 20% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;จึงเน้นย้ำให้ภายในวันที่ 15 มิ.ย. โรงงานขนาดใหญ่ที่มีรายชื่ออยู่ในกระทรวงอุตสาหกรรมต้องเข้าไปประเมินตนเองให้ครบถ้วน 100% จะเลือกทำบางส่วนไม่ได้ และขอให้ตอบตามความเป็นจริง หากได้คะแนนน้อยหรือไม่ผ่านเกณฑ์จะมีทีมพี่เลี้ยงลงพื้นที่ไปช่วยปรับปรุงแก้ไขให้ผ่าน แต่หากขอความร่วมมือแล้วเพิกเฉย ไม่ประเมินตนเอง เป็นเหตุให้มีการติดเชื้อและกระจายไปที่อื่น ตรงนี้จะมีการพิจารณาบทลงโทษ แต่หากโรงงานทำได้ดี จะมีการให้รางวัล ปรับให้เป็นสถานประกอบต้นแบบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับกรณีแคมป์คนงานที่ประชุมศบค. ชุดเล็กได้หารือกันว่าจากการวางมาตรการการ ควบคุมการแพร่ระบาดของแคมป์ที่พักคนงาน ไซด์ก่อสร้าง ทาง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผอ.ศปก.ศบค. ได้มอบให้กรมควบคุมโรคทบทวนรายละเอียดในแง่ของการจัดการบับเบิลแอนด์ซีล การพยายามที่จะทำให้การแพร่ระบาดมีวงจำกัดอยู่เฉพาะที่แคมป์คนงาน เพื่อให้สถานประกอบการ แคมป์คนงาน สามารถที่จะเกิดความเข้าใจในแง่ของรายละเอียดการปฏิบัติให้ตรงกันแล้วจะได้ทำให้ถูกต้อง เนื่องจากขณะนี้หลายแคมป์คนงานบอกว่าที่ทำอยู่นั้นเพียงพอและถูกต้องแล้วจึงทำให้เกิดการแพร่ระบาดติดเชื้อ โดยทางกรมควบคุมโรคจะได้นำเสนอรายละเอียดข้อปฏิบัติยิบย่อยให้ แต่หากยังไม่ปฏิบัติตามผอ.ศปก.ศบค.ได้ขอความช่วยเหลือให้ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บ.ชน.) ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง(ศปม.) ให้การสนับสนุนการทำงานของ กทม.และกรมควบคุมโรค เพื่อกำชับให้มาตรการที่ออกมาทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อว่าการแพร่ระบาดจะสามารถควบคุมได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม สุดท้ายฝากไปที่ประชาชนมาตรการรัฐที่เข้มข้น ถ้าผู้ประกอบการ แคมป์คนงาน สถานประกอบการย่อหย่อนปฏิบัติไม่ได้ หมายความพี่น้องประชาชนจะไม่ได้รับความปลอดภัย ดังนั้น ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนจึงต้องช่วยเป็นหูเป็นตา ที่ผ่านมาศบค.ได้รับทราบเหตุการณ์ หรือการฝ่าฝืนมาตรการในตรงนี้นั้นตรงนี้เป็นเพราะพี่น้องประชาชนแจ้งเข้ามา และสื่อมวลชนช่วยกันเป็นกระบอกเสียง จึงขอความร่วมมือจากทุกคนให้ทำหน้าที่ต่อไป เราคงจะได้เห็นสถานการณ์ที่ดีขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105042</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, พญ.อภิสมัย ศรีสังสรรค์, ศบค., แคมป์คนงาน, โควิด-19, โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fad8b70450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.พบคลัสเตอร์ใหม่ห้างสรรพสินค้าแถวลาดพร้าว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย.2564 - เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีสังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,440 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,338 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,175 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,163 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,087 เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 15 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 165,462 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 2,843 ราย หายป่วยสะสม 114,578 ราย อยู่ระหว่างรักษา 49,777 ราย อาการหนัก 1,247 ราย ใส่ท่อ 381 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 38 ราย เป็นชาย 24 ราย หญิง 14 ราย อยู่ใน กทม. 18 ราย สมุทรปราการ 4 ราย ชลบุรี ปทุมธานี จังหวัดละ 3 ราย ฉะเชิงเทรา นนทบุรี สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 2 ราย พระนครศรีอยุธยา ร้อยเอ็ด ราชบุรี อุดรธานี จังหวัดละ 1 ราย ผู้เสียชีวิตอายุน้อยสุด 10 เดือน อายุมากสุด 95 ปี และมีถึง 8 ราย ที่เสียชีวิตในสัปดาห์แรกหลังจากทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,107 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 171,927,802 ราย เสียชีวิตสะสม 3,575,545 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 15 ราย ในจำนวนนี้มี 4 ราย เป็นชาวจีน 2 ราย ไทย 1 ราย มาจากเมียนมาลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ และอีก 1 ราย เป็นคนไทย มาจากกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ ขณะที่ ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีผู้ลักลอบเข้าประเทศ 211 ราย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด ได้แก่ กทม. 680 ราย สมุทรปราการ 466 ราย เพชรบุรี 449 ราย ตรัง 176 ราย และสมุทรสาคร 78 ราย ส่วนภาพรวมการแพร่ระบาดในประเทศพบคลัสเตอร์ใหม่ อาทิ โรงงานน้ำแข็ง จ.สมุทรปราการ ส่วนพื้นที่ กทม. ขณะนี้มี 48 คลัสเตอร์ โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตลาดพร้าว มีผู้ติดเชื้อถึง 23 ราย ซึ่งทาง กทม.มีการปรับแผนจะลงตรวจหาเชิงรุกในพื้นที่ลาดพร้าวเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105041</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์, ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, พญ.อภิสมัย ศรีสังสรรค์, ศบค., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fad6af1b88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าห่วง!ผู้ป่วยกทม.ส่วนใหญ่อาการปานกลาง-หนัก&#039;รพ.สนาม&#039;ไม่ตอบโจทย์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.2564 - พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,012 ราย เป็นผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศ 2,001 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,893 มาจากการค้นหาเชิงรุก 108 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 61,699 ราย หายป่วยสะสม 34,402 ราย อยู่ระหว่างรักษา 27,119 ราย อาการหนัก 695 ราย ใช้เครื่องช่วยหายใจ 199 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 15 ราย เป็นชาย 11 ราย หญิง 4 ราย ในจำนวนนี้อยู่ใน กทม.ถึง 9 ราย สาเหตุหลักมาจากการติดเชื้อในครอบครัว 10 ราย รวมถึงมี 1 ราย เป็นการเสียชีวิตระหว่างรอคิวตรวจ 3 วัน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 178 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 149,328,858 ราย เสียชีวิตสะสม 3,148,781 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับ 5 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในวันที่ 28 เม.ย. ได้แก่ กทม. 830 ราย สมุทรปราการ 161 ราย ชลบุรี 108 ราย นนทบุรี 71 ราย และสมุทรสาคร 59 ราย อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.หลังจากมีการออกมาตรการปิดสถานบันเทิง พบว่าแม้ตัวเลขลดลงบ้าง แต่ยังเป็นตัวเลขที่สูงอยู่ ซึ่งข้อมูลวันนี้ มี 9 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ ขณะเดียวกัน มีจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 1-10 ราย 35 จังหวัด จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 11-50 ราย 25 จังหวัด จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 51-100 ราย 5 จังหวัด และจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อ 100 รายขึ้นไป 3 จังหวัด ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ในรอบเดือน เม.ย. ข้อมูลถึงวันที่ 25 เม.ย. อันดับแรกคือ การสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า จำนวน 9,177 ราย หรือร้อยละ 44.3 ซึ่งเกิดจากความไม่ระมัดระวังตัว แยกกักตัวอย่างทันท่วงที เราจึงมีมาตรการอออกมาเข้มข้น รองลงมาคือ สถานบันเทิง จำนวน 5,226 ราย อันดับสาม การค้นหาเชิงรุกในชุมชน 2,025 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า การระบาดระลอกนี้แตกต่างจากคลัสเตอร์ จ.สมุทรสาคร ที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ โดย 90% ต้องอยู่โรงพยาบาลสนาม แต่การระบาดระลอกนี้ผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มจำนวนแบบก้าวกระโดด ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้โรงพยาบาลสนามสามารถเปิดเพิ่มได้ แต่บางกรณี เช่น กทม.ไม่ตอบโจทย์ เพราะผู้ติดเชื้อจำนวนมากเป็นกลุ่มมีอาการรุนแรงปานกลางไปจนถึงอาการหนัก บางส่วนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ จึงต้องบริหารจัดการเตียงให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ จึงขอความร่วมมือว่าหากไม่มีอาการรุนแรง ขอร้องไปให้ใช้โรงพยาบาลหรือฮอตพิเทล เพื่อรักษาเตียงให้กับผู้ป่วยที่จำเป็นจริงๆ ส่วนกรณีที่ผู้ป่วยรักษาตัวเป็นเวลา 14 วัน จนมีผลเป็นลบแล้ว และแพทย์อนุญาตให้กลับไปบ้าน ถือเป็นเป็นมาตรฐานของสาธารณสุข แต่ยังต้องให้กลับไปกักตัวที่บ้านอีก 14 วัน ไม่ให้ออกไปทำงานหรือไปสถานที่ชุมชน เพื่อความปลอดภัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับการฉีดวัคซีนนั้น เราพยายามรณรงค์ให้ฉีดเพื่อลดอัตราการเสียชีวิต หรือการใช้ไอซียู ดังนั้น ประชาชนควรฉีดวัคซีน ส่วนแผนการกระจายวัคซีนนั้น เราตั้งใจจะกระจายให้ประชาชนร้อยละ 70 หรือประมาณ 50 ล้านคนภายในปี 64 หรือคิดเป็น 100 ล้านโดส เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์วิกฤต บางครั้งความขัดแย้งต้องมีการคำถาม ซึ่งคิดว่าที่มาที่ไปเกิดจากความใส่ใจและห่วงใย เราเห็นต่างกันได้ แต่ต้องมีข้อเสนอชี้แนะบนพื้นฐานความถูกต้องที่เคารพซึ่งกันและกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101046</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, รพ.สนาม, ศบค., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ab6e1d965b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด!77จังหวัดติดโควิด-19รอบ3เกลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.2564 - พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,458 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,454 ราย มาจากการระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,346 ราย มาจาการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 108 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 4 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 46,643 ราย หายป่วยสะสม 29,371 ราย อยู่ระหว่างรักษา 17,162 ราย &amp;nbsp;โดยผู้ติดเชื้อใหม่นั้นครบทั้ง 77 จังหวัดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 2 ราย รายที่ 1 เป็นหญิงไทย 56 ปี อยู่ กทม. มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไตวายเรื้อรัง โรคอ้วน วันที่ 10 เม.ย. เริ่มมีอาการไข้ ไอ ไปตรวจเชื้อวันที่ 13 เม.ย. ผลยืนยันติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 14 เม.ย. จากนั้นวันที่ 17 เม.ย.เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล มีอาการเหนื่อยหอบ ปอดอักเสบรุนแรง ต่อมาวันที่ 19 เม.ย.ระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตในวันเดียวกัน รายที่ 2 เป็นชายไทย อายุ 32 ปี อยู่ จ.นนทบุรี มีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 เม.ย.จากนั้นวันที่ 8 เม.ย.มีอาการไข้ต่ำ ไอ มีเสมหะปนเลือด วันที่ 15 เม.ย.มีอาการเหนื่อยมากขึ้น ต่อมาวันที่ 16 เม..เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล มีอาการปอดอักเสบรุนแรง อาการแย่ลงและเสียชีวิตในวันที่ 19 เม.ย. ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 110 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 143,542,550 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 3,057,541 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ขณะนี้มีข่าวว่าทางการมาเลเซียเตรียมผลักดันคนไทยกลับประเทศ เราได้เตรียมมาตรการรองรับคนกลุ่มนี้ไว้แล้ว พร้อมกับมีการเฝ้าระวังและจัดสรรให้เข้าระบบที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ในที่ประชุมอีโอซีของกระทรวงสาธารณสุข ได้หารือถึงการตรวจหาเชื้อแบบหาภูมิคุ้มกัน หรือ Rapid Test ที่มีประชาชนบางส่วนไปตรวจกันเอง จึงขอเน้นย้ำว่าสถานที่ตรวจต้องได้มาตรฐาน เป็นที่ยอมรับ เพราะบางครั้งไปตรวจในที่ที่ไม่ได้มาตรฐานแล้วผลเป็นลบ จากนั้น 4-5 วันไปตรวจอีกครั้งผลจึงเป็นบวก จะทำให้ระหว่างนั้นมีการแพร่เชื้อ หรือทำให้การช่วยเหลือล่าช้า อาการทรุดลงและเป็นอันตรายได้ ขณะเดียวกัน มีข้อปฏิบัติสำหรับประชาชนที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ขอให้เคร่งครัดในเรื่องของการกักกันตัว ห้ามเดินทาง ห้ามสัมผัสผู้ใกล้ชิด แยกห้อง แยกของใช้ส่วนตัว ไม่ไปที่ชุมชน งดกิจกรรมสังคม และสวมหน้ากากตลอดเวลา และเมื่อได้รับผลตรวจยืนยัน ให้ติดต่อไปที่สถานที่ตรวจ โดยจะได้รับคำแนะนำว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร โดยโรงพยาบาลจะมีการคัดแยกว่าจะมีอาการระดับไหน แต่อย่างไรตาม ระหว่างรอเข้ารับการรักษาตัว ให้สังเกตอาการตัวเองอย่างใกล้ชิด หากมีอาการเหนื่อยหอบ ถ่ายเหลว ต้องรีบโทรศัพท์หาสายด่วน 1669 เพื่อประสานเข้ารับการรักษาตัวโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ยอมรับว่ามีกรณีที่ประชาชนโทรหาสายด่วนต่างๆ เพื่อประสานเรื่องเตียงรักษาและต้องรอเป็นเวลานาน แต่ไม่มีคนรับสาย หรือสายไม่ว่าง หรือรอเป็นเวลานาน เราเห็นใจประชาชน เพราะทุกคนเป็นห่วงอาการป่วยไข้ของตัวเองและคนในครอบครัว แต่ก็เห็นใจบุคลากรที่ต้องพยายามบริหารจัดการเตียงเหมือนกัน และสายด่วนแต่ละเบอร์นั้นวันๆ หนึ่งเขาต้องรับเกินพันสายต่อวัน ตรงนี้เราน้อมรับคำติงและพร้อมรับข้อเสนอแนะจากประชาชนที่ส่งมายัง ศบค.โดยตรง หรือส่งผ่านสื่อ เพราะทุกคนถือว่ามีส่วนในการร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหาครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า หลังการฉีดวัคซีน พบว่ามีคนไทย 6 คนมีอาการอัมพฤกษ์ พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในข้อเท็จจริงเรื่องนี้ในที่ประชุมกระทรวงสาธารณสุข มีการรายงานเคสที่มีผลตามมาจากการฉีดวัคซีนแล้วและมีคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประกอบด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อายุรแพทย์โรคสมอง โดยเบื้องต้นที่มีการรายงานในเช้าวันเดียวกันพบว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่ได้เรียกว่าโรคอัมพฤกษ์ แต่ใช้คำว่ามีอาการคล้ายอัมพฤกษ์หรือสโตรก เป็นเรื่องของกล้ามเนื้ออ่อนแรง รู้สึกชา หรือประสาทสัมผัสไม่รู้สึก และพบว่าในเช้าวันเดียวกันทุกคนที่มีอาการฟื้นตัวดีขึ้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100193</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ศบค., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ab6ed145a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยติดเชื้อใหม่เพิ่มอีก1,458รายเสียชีวิตเพิ่ม2ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.2564 - พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 1,458 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 46,643 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย เสียชีวิตสะสม 110 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่นั้น สามารถแบ่งออกเป็น ติดเชื้อในประเทศ 1,454 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,346 ราย การค้นหาเชิงรุกในชุมชน 108 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ 4 ราย ส่วนสถานการณ์การติดเชื้อในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 64 ถึง 21 เม.ย. 64 พบจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 1,458 ราย ทำให้ในระยะเวลา 20 วันของการระบาดระลอกใหม่ มีผู้ติดเชื้อสะสมไปแล้ว 17,780 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ab6e1d965b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
