<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2021 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หญิงหน่อย&#039;บี้มท.เร่งแก้ระเบียบปลดล็อกเบี้ยคนชรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.พ. 64 - คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ปลดล็อกกฎหมาย แก้ปัญหาเรียกคืนเบี้ยชรา เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มสร้างไทย ได้เสนอหนทางแก้ไขปัญหาเรียกคืนเบี้ยยังชีพคนชรา ซึ่งกระทบกับผู้สูงอายุทั่วประเทศกว่า 15,000 คน เสนอให้กระทรวงมหาดไทยแก้ไขปรับปรุงระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ. 2552 ข้อ 6 (4) ว่า ในการจ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุ จะต้องไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากรัฐ เช่น ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ระเบียบดังกล่าวได้สร้างปัญหาให้กับผู้สูงอายุจำนวนมากที่จะถูกเรียกเงินคืนเพราะเป็นผู้ได้รับบำนาญ เช่น กรณีคุณยายที่ลูกชายเสียชีวิตจากคลังแสงระเบิด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอดรับกับที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหาทางออกร่วมกัน โดยมีมติ&amp;rdquo;ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือมหาดไทยไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขระเบียบโดยไม่ชักช้า&amp;rdquo; ทั้งนี้เงินบำนาญพิเศษเป็นคนละก้อนกับเงินบำนาญปกติ เพราะการจะได้รับเงินบำนาญพิเศษจะต้องเกิดจากการที่ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติแล้วเกิดความพิการ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ซึ่งในกรณีที่ทุพพลภาพยังได้รับบำนาญตามปกติและได้รับบำนาญพิเศษ และตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ 2494 ยังกำหนดว่าในบำนาญพิเศษที่จ่ายให้กับบิดามารดาให้ได้รับตลอดชีวิต ดังนั้นจึงเห็นว่าผู้สูงอายุที่ได้รับเงินบำนาญพิเศษ มีสิทธิที่จะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดิฉันและกลุ่มสร้างไทย ต้องขอขอบคุณประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่ได้ตัดสินใจปลดล็อกกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องต้องกันกับข้อเสนอของกลุ่มสร้างไทย ทำให้ผู้สูงอายุ ครอบครัวผู้สูงอายุทั่วประเทศอุ่นใจได้ว่า ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาใช้หนี้ หากเข้าข่ายเงื่อนไขของระเบียบ และรับโดยสุจริต เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า การปลดล็อกกฎหมาย เป็นเรื่องที่สามารถเป็นไปได้ และทำได้ทันที หากผู้มีอำนาจ และรัฐราชการคำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92338</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์   เกยุราพันธุ์, ผู้ตรวจ, มท., หญิงหน่อย, เบี้ยผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70b427ae780.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักกฎหมาย-ทนายความ ยื่นผู้ตรวจฯส่งศาลรธน.สอย 90 ส.ว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.63 - ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ พร้อมด้วยนายทรรศนัย ทีน้ำคำ นักกฎหมายและทนายความ ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของวุฒิสภาทั้ง 90 คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 108 ข.(1) (3) และ (9) หรือไม่ โดยยื่นผ่านนายปิยะ ลือเดชกุล ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบเรื่องร้องเรียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิติพงศ์ กล่าวว่า การที่สมาชิกวุฒิสภา 250 คน ได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2562 ซึ่งพบว่ามีส.ว. จำนวน 90 คน เป็นอดีตสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตามรัฐธรรมนูญ 2557 มาตรา 6 และยังทำหน้าที่ ส.ส.และส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งถือว่าขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 108 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ได้ระบุว่า ส.ว.จะต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม คือมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 98 (17) หรือเคยเป็นส.ส. เว้นแต่พ้นจากการเป็นส.ส.ไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ เคยดำรงตำแหน่งส.ว. ซึ่งส.ว. ทั้ง 90 คนนี้ เคยดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสนช. จึงถือว่าขาดคุณสมบัติ และมีลักษณะต้องห้าม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากรณีนี้ถ้าหากส.ว.สู้ว่าอาจเป็นความต่อเนื่องของรัฐธรรมนูญจะได้หรือไม่ นายปิติพงศ์ กล่าวว่าไม่ได้แน่นอน เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจนว่าไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับความต่อเนื่องของรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องที่คุณได้ปฏิบัติหน้าที่มาแล้วก็ถูกต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และที่สำคัญคือสนช.เหล่านี้ที่ส.ว.นั้นมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ซึ่งตอนนี้ป.ป.ช.ก็ได้มีคำวินิจฉัยแล้วว่าสนช.ถือเป็นสมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ฉะนั้นแล้วเมื่อป.ป.ช.รับลูกเช่นนี้แล้วแปลว่าสมาชิกเหล่านี้จะขาดคุณสมบัติเป็นสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการยื่นของนายปิติพงศ์ เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน พิจารณาในครั้งนี้ได้ยื่นรายชื่อส.ว. จำนวน 90 คนที่ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม เช่นนายพรเพชร วิชิตชลไชย &amp;nbsp;พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร &amp;nbsp;พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นายสมชาย แสวงการ &amp;nbsp;พล.อ.อู้ด เบื้องบน &amp;nbsp;นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ &amp;nbsp; นายกล้านรงค์ จันทิก นอกจากนั้นก็จะเป็นนายทหาร และนายตำรวจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68123</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปิติพงศ์ เต็มเจริญ, ผู้ตรวจ, วุฒิสภา, ศาลรัฐธรรมนูญ, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5eddde3225b4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
