<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้างคำสั่งคสช.ใช้คุ้มครองกกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; อ้างคำสั่ง คสช.ใช้คุ้มครอง กกต. เหตุทำตามประกาศเขตเลือกตั้งไม่ได้ หวั่นมีการฟ้องร้องจนการเลือกตั้งเป็นโมฆะเหมือนคราวที่แล้ว &amp;quot;อิทธิพร&amp;quot; ปัดรับใบสั่งเปลี่ยนเขตเลือกตั้ง ยันแบ่งจบภายใน 30 พ.ย. เคาะรับสมัคร ส.ว.สัปดาห์หน้า จับฉลากเลือก 413 ผู้ตรวจการเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 16/2561 ให้ขยายเวลาการแบ่งเขตเลือกตั้งว่า เหตุผลที่ออกคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากต้องการคุ้มครองคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ให้มีความผิด เพราะก่อนหน้านี้ กกต.ได้ออกประกาศเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่กำหนด แต่ไม่สามารถดำเนินการแบ่งเขตได้เสร็จสิ้นเรียบร้อย รวมถึงภายใน กกต.มีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ โดยบางส่วนคิดว่าหากต้องเร่งดำเนินการถ้าได้แค่ไหนเอาแค่นั้น แต่คงไม่ดี จึงต้องทำให้ครบเรียบร้อย ดังนั้นแม้ กกต.จะเป็นผู้กำหนดเวลาการแบ่งเขตเลือกตั้งว่าเป็นเมื่อใด ถือเป็นการมัดตัวเอง และมีผู้ร้องเรียนมาถึง คสช.และ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จึงมีความคิดกันว่าต้องออกเป็นคำสั่งหัวหน้า คสช.ดังกล่าว ที่มีลักษณะเป็นเชิงบริหารเพื่อคุ้มครอง กกต.ให้สามารถพิจารณาหรือดำเนินการแบ่งเขตเสียใหม่ได้ โดยไม่กระทบกับเวลาใดๆ ในโรดแมปทั้งสิ้น เพราะของเดิมการแบ่งเขตเลือกตั้งจะทำให้เสร็จเมื่อไรก็ได้ภายในวันที่ 11 ธ.ค.61 ซึ่งเมื่ออยากให้กระบวนการต่างๆ รวดเร็ว แต่ติดที่การแบ่งเขตเลือกตั้งล่าช้า จึงเหลือเวลาทำไพรมารีโหวตไม่ถึง 30 วัน จึงยืดให้ทำไพรมารีโหวตได้เรื่อยๆ จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้ง &amp;nbsp;ซึ่งน่าจะเป็นในช่วงปลายเดือน ธ.ค. คาดว่า 10 วันหลังจากวันที่ 11 ธ.ค. ซึ่ง พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งจะเป็นตัวคุมไทม์ไลน์ทั้งหลาย และเมื่อ พ.ร.ฎ.ดังกล่าวประกาศใช้จะเริ่มหาเสียงได้ และต้องปลดล็อกคำสั่งและประกาศของ คสช.&amp;quot; นายวิษณุระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้มีการร้องเรียนมานานแล้ว ที่ประชุม คสช.ได้พิจารณา 2 ครั้ง ส่วนจะมีพรรคการเมืองใดร้องเรียนเข้ามาบ้าง กกต.คงมีการเปิดเผยต่อไป ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะพรรคการเมือง แต่มีชาวบ้านที่ร้องเรียนเข้ามาด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวอะไรกับการเลื่อนการเลือกตั้ง เคยบอกไปแล้วว่าเราเริ่มต้นทุกอย่างในวันที่ 11 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ ส่วนกระบวนการต่างๆ ที่พูดถึงคือ กระบวนการต่างๆ ที่ต้องดำเนินการก่อน 11 ธ.ค. ไม่เช่นนั้นเมื่อถึงวันที่กฎหมาย ส.ส.มีผลบังคับใช้จะเกิดความยากลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการที่ คสช.ออกคำสั่งดังกล่าว ทำให้ถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานของ กกต.นั้น &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ได้ไปแทรกแซงอะไร ไม่ได้มีการไปบอกให้แบ่งเขตเลือกตั้งอย่างไร อำนาจยังเป็นของ กกต.อยู่ แต่เมื่อ กกต.ไปประกาศตั้งแต่ก่อนหน้านี้และทำตามที่ประกาศไว้ไม่ได้ ดีไม่ดีจะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น จนการเลือกตั้งจะเสียถ้ายังดำเนินการต่อไป ดังนั้น เวลาที่ กกต.ได้กำหนดไว้เองตั้งแต่ต้นแล้วไม่สามารถทำตามให้เสร็จได้ แล้วจะมากำหนดใหม่มันก็ไม่สวยงาม ประโยคสำคัญในคำสั่งหัวหน้า คสช.จึงระบุว่าให้ไปจัดการดูใหม่ และคุ้มครอง กกต.ตามรัฐธรรมนูญเพราะเกรงว่าจะโดนฟ้อง ไม่ได้เป็นการไปแทรกแซงอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณไม่รู้ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลัง กกต.อยู่ด้วยความไม่มั่นใจว่าถูกหรือผิด จึงออกคำสั่งนี้ให้มันถูกเสีย เพราะคนจ้องจะเล่นงานเขามีอยู่ พอดีพอร้ายเดี๋ยวเลือกไปจะมีปัญหา ดีกว่าปล่อยให้เล่นงานไปแล้วและการเลือกตั้งมีปัญหา เช่น เลือกตั้งเป็นโมฆะเหมือนคราวที่แล้ว แต่ตอนนี้แม้ กกต.ถูกเล่นงานใหญ่ก็ไม่มีปัญหา&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการมองว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการเอื้อให้บางพรรคการเมืองที่ยังดำเนินการต่างๆ ไม่เรียบร้อย นายวิษณุกล่าวว่าคงไม่ใช่ การดำเนินการของพรรคจะเรียบร้อยหรือไม่นั้นไม่สำคัญ แต่การแบ่งเขตเลือกตั้งจะต้องออกมาอย่างนั้น แล้วเรายังไม่เคยเห็นด้วยว่า กกต.แบ่งเขตกันอย่างไร บางคนอาจจะรู้คร่าวๆ แต่ของจริงไม่มีใครรู้ ส่วนกรณีพรรคการเมืองขนาดเล็กเตรียมยื่นให้ กกต.เลื่อนการเลือกตั้งนั้นไม่มีความเห็น เมื่อถามย้ำว่า เวลาที่เหลืออยู่ถือว่าเพียงพอสำหรับการเตรียมตัวของพรรคการเมืองต่างๆ หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อวันนี้ได้กำหนดวันเลือกตั้งคือ 24 ก.พ.62 จึงคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่สุด และขณะนี้ยังไม่มีอะไรแสดงว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต.แถลงภายหลังการประชุม กกต.ว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/61 ออกมาเพื่อให้ กกต.ปฏิบัติงานได้เรียบร้อย และให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตเลือกตั้งพึงพอใจภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย และให้ กกต.ได้พิจารณาคำร้องอย่างรอบคอบ ซึ่ง กกต.มีการพิจารณาคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/61 และมีมติที่จะออกประกาศ กกต.กำหนดระยะเวลารับเรื่องร้องเรียน โดยจะเปิดรับตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 พ.ย.61 ซึ่งฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการแบ่งเขตเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นประชาชนพรรคการเมือง หากเห็นว่าควรแบ่งเขตรูปแบบใด สามารถเสนอความเห็นมาได้ แต่ต้องระบุชื่อ-นามสกุล-ที่อยู่ให้ชัดเจน และให้ความเห็นด้วยว่าต้องการให้รูปแบบการแบ่งเขตเป็นแบบใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กกต.ได้วางกรอบเวลาเป็นการภายในว่าจะเริ่มพิจารณาในวันที่ 26 พ.ย.และเสร็จไม่เกิน 30 พ.ย. จากนั้นจะส่งประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งลงในราชกิจจานุเบกษาโดยเร็วต่อไป โดยมีกำหนดว่าต้องทำให้แล้วเสร็จก่อน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ขณะนี้มีคำร้องที่ตกค้างหลังการพิจารณาแบ่งเขตเสร็จรอบที่แล้วเมื่อวันที่ 7 พ.ย.จนถึงปัจจุบัน 26 คำร้อง ซึ่ง กกต.จะหยิบขึ้นมาพิจารณารวมกับคำร้องใหม่ที่จะมีเข้ามาทั้งผ่านช่องทางที่ร้องตรงมายัง กกต.และผ่าน คสช.กับรัฐบาลด้วย โดยการพิจารณาของ กกต.ไม่ได้เป็นการรื้อเขตเลือกตั้งทุกจังหวัด แต่จะพิจารณาเฉพาะจังหวัดที่มีการยื่นคำร้องเข้ามาเท่านั้น ทั้งนี้ยืนยันว่าการดำเนินการของ กกต.เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กกต.คงไม่สามารถให้รายละเอียดเกี่ยวกับจังหวัดที่มีการยื่นคำร้องเข้ามา รวมถึงรูปแบบที่เสนอด้วย หากเปิดเผยก็จะมีการโต้แย้งกันไม่จบสิ้น อีกทั้งอำนาจในการแบ่งเขตก็เป็นของ กกต. การที่กฎหมายกำหนดให้รับฟังความเห็นเป็นเพียงการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ยืนยันว่ารูปแบบเขตเลือกตั้งที่ กกต.กำหนดจะยึดโยงกับรูปแบบที่ได้เคยรับฟังความเห็นประชาชนมาแล้ว ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย เพราะ กกต.คงไม่เอาตัวไปเสี่ยงกับการทำผิดกฎหมายเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่าการแบ่งเขตไม่สามารถทำให้ถูกใจทุกคนได้ ฉะนั้นมันต้องมีทั้งคนได้และคนเสียในเวทีของการแบ่งเขต&amp;quot; นายณัฏฐ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.ยืนยันว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ไม่มีอะไรเคลื่อนไปจากที่กฎหมายกำหนด โดยในคำสั่งที่ 13/61 ระบุให้ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จก่อน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับในวันที่ 11 ธ.ค. เช่นเดียวกับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2561 ที่ออกมาล่าสุด แต่ยอมรับว่าการประกาศแบ่งเขตเลือกตั้งอาจจะคลาดเคลื่อนไปจากปฏิทินของ กกต.ที่กำหนดไว้ในระเบียบว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง มีสาเหตุมาจากเรื่องของสุขภาพที่ตนต้องไปผ่าตัดตา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่มีกระแสข่าวเรื่องใบสั่งจากผู้มีอำนาจให้เปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้งนั้น นายอิทธิพรปฏิเสธว่า ไม่คิดเช่นนั้น เพราะได้บอกแล้วว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ทั้งฉบับที่ 13/61 และ 16/61 ล้วนกำหนดให้แบ่งเขตเลือกตั้งก่อนกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ไม่แตกต่างกัน โดยยืนยันได้ว่าจะไม่แบ่งเขตตามคำร้องขอของผู้มีอำนาจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอิทธิพรพร้อมด้วยนายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย, นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ และนายปกรณ์ มหรรณพ กกต.ร่วมกันจับฉลากแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด สำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) แล้ว โดยจังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งไม่เกิน 5 เขต จะมีผู้ตรวจการฯ &amp;nbsp;5 คน, จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้ง 6-8 เขต มีผู้ตรวจการฯ 6 คน, จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้ง 9-11 เขต มีผู้ตรวจการฯ 7 คน และจังหวัดที่มีเขตเลือกตั้ง 12 เขตขึ้นไป มีผู้ตรวจการฯ 8 คน สำหรับผู้ตรวจการฯ มีทั้งหมด 595 คน และผ่านการจับฉลากเพียง 413 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรเปิดเผยว่า การจับฉลากครั้งนี้เป็นการแบ่งตามกลุ่มจังหวัด 10 กลุ่ม โดยจะมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง 2 คนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนั้นเป็นตัวหลัก ที่เหลืออาจจะ 3-5 คนจะมาจากผู้ตรวจการเลือกตั้งที่มีพื้นที่ใกล้เคียงกันมาร่วมเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งของจังหวัดนั้นๆ ซึ่งทั้ง 413 รายชื่อจะนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ในวันที่ 20 พ.ย. จากนั้นเมื่อ กกต.ให้ความเห็นชอบสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาฯ กกต.แถลงว่า กกต.มีมติกำหนดวันเลือกและรับสมัคร ส.ว.ตั้งแต่วันที่ 26-30 พ.ย. วันเลือกระดับอำเภอ 16 ธ.ค. วันเลือกระดับจังหวัด 22 ธ.ค. และวันเลือกระดับประเทศวันที่ 27 ธ.ค. จากนั้นจะมีประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาต่อไป และจะเปิดรับสมัครที่อำเภอและสำนักงานเขตทั้งผู้สมัครอิสระและผู้สมัครจากองค์กร โดยทั้งองค์กรที่ส่งผู้สมัครและผู้สมัครอิสระต้องเตรียมหลักฐานให้พร้อม จึงขอให้มาแต่เนิ่นๆ รวมถึงตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามให้ครบถ้วน และอย่าฮั้วกันหรือทำผิดกฎหมาย ซึ่งตามกฎหมายแล้วผู้สมัคร ส.ว.ไม่สามารถหาเสียงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.เปิดเผยภายหลังการประชุมสำนักเลขาธิการ คสช.ที่มีพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เลขาธิการ คสช.เป็นประธานว่า พล.อ.อภิรัชต์ระบุถึงคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ &amp;nbsp;16/2561 ว่ามีบางส่วนนำไปขยายความให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน &amp;nbsp;ทั้งที่คำสั่งดังกล่าวมีเจตนาเพื่อให้ กกต.มีเวลาในการพิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างเหมาะสมมากขึ้น เกิดความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและพรรคการเมืองทุกพรรคอย่างเท่าเทียมกัน &amp;nbsp;โดยไม่มีผลกระทบต่อโรดแมปการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทราบว่า กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงการลงนาม แต่มีคำสั่ง คสช.ออกมา จึงชัดเจนว่าต้องการแทรกแซงการแบ่งเขตของ กกต. ขอให้ กกต.ยึดมั่นว่าเป็นองค์กรอิสระ ขอให้ใช้อำนาจของตนเองตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติต่อไป โดยดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งไปตามปกติที่ทำไว้แล้ว แม้ คสช.จะขอให้ทบทวนแต่ก็ยังสามารถยืนยันไปเช่นเดิมได้ ไม่ต้องหวาดกลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ คสช.เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง จะเป็นตัวบั่นทอนความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง จึงอยากให้ คสช.และรัฐบาลยึดระบบในประเทศระยะยาวเป็นหลัก มิเช่นนั้นประเทศไทยก็จะวนเวียนอยู่ในวัฏจักรความวุ่นวาย ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ กกต.แม้คำสั่ง คสช.ที่ออกมาเหมือนกับจะให้การคุ้มครองทุกอย่าง แต่ กกต.ต้องพิสูจน์ความเป็นอิสระและความเป็นมืออาชีพว่า การที่อยู่ดีๆ จงใจจะไปแบ่งเขตเลือกตั้งเพื่อความได้เปรียบเสียเปรียบเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ยกเว้นประชากรเปลี่ยนไปถึงจะมีการปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เราทราบ เพราะมีคนมาต่อรองกับอดีต ส.ส. พยายามเอาเรื่องนี้มาต่อรองว่าถ้าไปอยู่พรรคนั้นก็จะแบ่งเขตเลือกตั้งให้แบบนี้ ถ้าไม่อยู่ก็จะแบ่งเขตให้อีกแบบหนึ่ง สิ่งเหล่านี้ก็สงสัยว่าอำนาจการแบ่งเขตเลือกตั้งที่เป็นของ กกต. ทำไมถึงมีคนกล้าที่จะมาอ้างว่าสามารถที่จะเข้าไปมีอิทธิพลไปแทรกแซงได้ คำสั่ง คสช.ที่ออกมาหากการแบ่งเขตเป็นไปลักษณะที่ว่า จะบั่นทอนความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งอย่างมาก ความจริงท่านก็มีความได้เปรียบในเรื่องอื่นๆ อยู่แล้ว ก็หลบเลี่ยงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในหลายเรื่องๆ อยู่แล้ว ถ้าท่านทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ผู้เสียหายคือประเทศ &amp;nbsp;และจะถูกตั้งคำถามเป็นปัญหาเปล่าๆ&amp;quot; นายอภิสิทธิ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมีความได้เปรียบพรรคการเมืองอื่น และเหมือนกับรู้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่พรรคการเมืองอื่นไม่รู้ เพราะบอกว่ามีความชัดเจนเรื่องส่งผู้สมัครแล้ว ตอน กกต.รับฟังความเห็นเรื่องแบ่งเขตบอกว่ามี 3 แบบ แต่ตอนนี้ทราบว่าจะมีเขตเลือกตั้งแบบที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ออกมา ซึ่งสร้างปัญหาต่อการจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอย่างมาก รู้ข้อมูลอยู่พรรคเดียว ซึ่งไม่ยุติธรรมกับพรรคการเมืองอื่น ทั้งนี้ในวันที่ 20 พ.ย. แกนนำของพรรคนัดหารือเพื่อพิจารณาต่อปัญหาที่เกิดขึ้นและเตรียมนำเสนอไปยัง กกต. ในวงประชุมวันที่ 22 พ.ย. โดยจะถามให้ กกต.ตอบว่าการเลือกตั้งจะเลื่อนหรือไม่ ด้วยเหตุผลอะไร และที่สำคัญคือวันที่ชัดเจนของการประกาศเขตเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. นายสาธุ อนุโมทามิ หัวหน้าพรรคพลังไทยดี นำสมาชิกพร้อมรายชื่อผู้ก่อตั้ง &amp;nbsp;841 คน และทุนประเดิม 1 ล้าน 5 หมื่นบาทมายื่นขอจดจัดตั้งพรรค และยืนยันว่าจะร่วมกับพรรคการเมืองอื่นในนาม &amp;quot;สหพรรคการเมืองไทย&amp;quot; เพื่อยื่นหนังสือถึง กกต.ในวันที่ 22 พ.ย. ขอให้เลื่อนการเลือกตั้งจากวันที่ 24 ก.พ.62 เป็นวันที่ 5 พ.ค.62 โดยมีพรรคและกลุ่มการเมืองร่วมลงชื่อแล้ว 13 พรรค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22312</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งคสช.ใช้คุ้มครองกกต., ผู้ตรวจการเลือกตั้ง, รับสมัคร ส.ว., หนังสือพิมพ์, เปลี่ยนเขตเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181119/image_big_5bf2c83b66cc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2018 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2018 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ฟันธงเลือกตั้งครั้งนี้เข้มข้น! ติวเข้มผู้ตรวจฯรับศึกหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ย. 61 - ที่อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานในพิธีมอบนโยบายการสัมมนาเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด และกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ตรวจการเลือกตั้งจากกรุงเทพฯ และ 76 จังหวัดทั่วประเทศ ที่กกต.ได้แต่งตั้งไปแล้วก่อนหน้านี้ รวม 597 คนเข้าร่วมสัมมนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอิทธิพร กล่าวตอนหนึ่งว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของผู้ตรวจการเลือกตั้ง และเป็นครั้งแรกของ กกต. เช่นเดียวกัน เพราะต่างก็ใหม่กันทั้งคู่ ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 28 กำหนดให้การเลือก ส.ส. เลือก ส.ว. แต่ละครั้งให้ กกต.จัดให้มีผู้ตรวจการการเลือกตั้ง เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ทำการเลือกตั้ง ตรวจสอบการกระทำที่ผิดกฎหมายของการเลือกตั้งและพรรคการเมือง หรือการกระทำใดที่จะเป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอให้แนวทางการปฏิบัติหน้าที่ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีรูปแบบที่เปลี่ยนไปมาก กกต. จึงประเมินว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความเข้มข้นโดยเฉพาะที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งจะมีผู้มีสิทธิในหน่วยเลือกตั้งเพิ่มขึ้น ขณะที่กรรมการประจำหน่วยลดลง จึงอยากให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งได้เป็นที่ปรึกษาและสร้างขวัญกำลังใจกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และควรทำความรู้จักเครือข่าย กกต. อาทิ ศูนย์ส่งเสริมพัฒนา ประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล (ศส.ปชต.) หมู่บ้านไม่ขายเสียง ซึ่งจะเป็นส่วนสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งอีกส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นผู้ตรวจการเลือกตั้งหลายท่านมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้งมาแล้ว ดังนั้นจึงขอให้ศึกษาทำความเข้าใจกฎหมายและระเบียบใหม่ๆ ให้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันอยากให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งยึดถือมาตรฐานจริยธรรมเดียวกันกับ กกต. โดยการใช้อำนาจโดยสุจริต เที่ยงธรรม มีความกล้าหาญ ไม่อยู่ภายใต้การครอบงำ ปราศจากอคติ เพื่อเป็นเกราะคุ้มภัยในการทำหน้าที่ของเรา อย่างไรก็ตาม กกต. ผู้บริหารสำนักงาน กกต. มีความยินดีและพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการเลือกตั้งทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากให้ข้อคิดผู้ตรวจการเลือกตั้งจังหวัดต่างๆ ทำงานร่วมกันอย่างสามัคคี ขอให้ยึดถือสามัคคีคือพลังเป็นคาถาของเรา ขอให้ทุกท่านใช้ประโยชน์จากความหลากหลายของประสบการณ์มาช่วยเสริมกันและกัน นำประสบการณ์ของแต่ละคนมาหล่อหลอมให้เกิดประโยชน์สูงสุด และในระยะเวลา 5 ปีที่จะมีชื่อในบัญชีเลือกตั้งนั้น อยากให้ผู้ตรวจการเลือกตั้งทำความคุ้นเคยกับพื้นที่อื่นๆ นอกจากจังหวัดของตัวเอง ซึ่งจะเป็นเรื่องที่สำคัญหากถูกจับฉลากไปอยู่ในพื้นที่อื่น ซึ่งในวันที่ 19 พ.ย.นี้ก็จะจับฉลากแล้ว ทั้งนี้การเลือก ส.ว.จะเป็นบททดสอบบทที่หนึ่ง และการเลือก ส.ส. จะเป็นบททดสอบที่สองของการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเราจะทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo;ประธาน กกต. ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21952</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ติวเข้ม, ผู้ตรวจการเลือกตั้ง, ยึดจริยธรรม, อิทธิพร บุญประคอง, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5beba8b812439.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2018 12:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2018 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯกกต.ขู่กลุ่มสามมิตรหากพบทำผิดกม.ชงฝ่ายความมั่นคงจัดการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7ก.ย.61 พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา&amp;nbsp; เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรที่มีการขึ้นรถแห่ผู้สมัครที่จังหวัดชัยภูมิ ว่า ทางสำนักงานกกต. ต้องติดตามความเคลื่อนไหว ถ้าผิดกฎหมายความมั่นคงก็จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะในขณะนี้คสช.ยังไม่ปลดล็อก ยืนยันว่ากกต.จะดำเนินคดีอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนเรื่องการควบคุมการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียเมื่อวานนี้ทางสำนักงานฯได้มีการพิจารณายกร่างระเบียบว่าด้วยการหาเสียงทางโซเชียลมีเดียเป็นรอบที่สอง โดยได้รับฟังผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะการควบคุมว่าจะทำได้แค่ไหนอย่างไร และจะเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เบื้องต้นเห็นว่าร่างกฎหมายควรเป็นการควบคุมแบบไม่จำกัดเสรีภาพ จะไม่มีมาตรการห้ามเพียงแต่จะทำ ใช้ช่องทางใดขอให้มาแจ้งให้กกต.รับทราบ อย่างไรก็ตามก่อนออกระเบียบจะมีการมีการรับฟังความคิดเห็นจากทางพรรคการเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนในขณะนี้ที่มีการเปิดเพจเชิญชวนให้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคขอให้ระมัดระวังเพราะในขณะนี้ยังไม่มีการคลายล็อค และอยากให้ศึกษาพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองโดยเฉพาะเรื่องการหาสมาชิกพรรคอย่างไม่ผิดกฎหมาย เนื่องจากตามกฎหมายหากมีการจูงใจด้วยผลประโยชน์และการกระทำโดยพรรคมีสิทธิ์ถูกยุบพรรคได้ หากเป็นกระทำโดยบุคคลก็จะมีโทษปรับและติดคุก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ. จรุงวิทย์ กล่าวถึงการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง ว่า ขณะนี้อยู่ระว่างการประมวลข้อเท็จจริงให้กับกกต.กลางพิจารณาว่าขอมูลที่ผู้ขาดคุณสมบัติชี้แจงมารับฟังได้หรือไม่ ซึ่งกกต.ก็จะพิจารณาว่าจะประกาศหรือว่าเปลี่ยนตัวบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เมื่อแล้วเสร็จก็จะมีการประกาศและอบรม ก่อนที่จะลงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบการเลือกตั้งในจังหวัดต่อไป ส่วนเรื่องการแบ่งเขตนั้นอำนาจการแบ่งเขตเป็นของกกต. ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าแต่ละจังหวัดจะมีส.ส.เพิ่มเท่าใดเพราะขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร การที่กกต.มีหนังสือเวียนไปยังสำนักงานฯทั่วประเทศก็เป็นการให้จังหวัดได้เตรียมการ เป็นการแบ่งคร่าวๆยังยืนยันว่าจะเป็นการแบ่งตามที่กระแสข่าวหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17015</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คสช., &#039;กกต.&#039;, กลุ่มสามมิตร, จรุงวิทย์ ภุมมา, ผู้ตรวจการเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b920ba277aad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กกต.ชี้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งโดนร้องค้าน 23 คนใน 10 จว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ส.ค.61- พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหาผู้ตรวจการเลือกตั้งว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐานของทางจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน โดยได้เปิดโอกาสให้ผู้ถูกร้องเรียนได้คัดค้านและชี้แจงก่อนที่จะส่งสำนวนมายังสำนักงานกกต. ขณะนี้มีผู้ถูกร้องเรียนจำนวน 23 เรื่องใน 10 จังหวัด ส่วนใหญ่จะถูกร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติ เช่น มีความเป็นกลางทางการเมืองหรือไม่,เคยสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ หรือเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดหรือไม่ &amp;nbsp; โดยกระบวนการตรวจสอบกับมีความเข้มข้นพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า บุคคลที่ไม่มีเรื่องร้องเรียนจะต้องให้กกต.พิจารณาประกาศแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจการเลือกตั้ง คาดว่าการแต่งตั้งจะเกิดขึ้นพร้อมกัน ซึ่งอาจจะต้องรอให้การไต่สวนคำร้อง 23 เรื่องที่ถูกร้องเรียนแล้วเสร็จก่อนถึงจะแต่งตั้งในคราวเดียวกัน &amp;nbsp;ประมาณต้นเดือนก.ย.61ทั้งนี้หลังจากกระบวนการแต่งตั้งแล้วเสร็จผู้ได้รับการแต่งตั้งจะต้องเข้ารับการอบรมให้มีความรู้เรื่องการเลือกตั้งและกฎหมายเลือกตั้งเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนไปทำหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการกกต. กล่าวถึงการเตรียมการของสำนักงานกกต.หลังคลายล็อกพรรคการเมือง ว่า กกต.จะเดินหน้าแบ่งเขตเลือกตั้งภายใน50-60 วัน หลังจากกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะต้องนำรูปแบบเขตเลือกตั้งออกไปประกาศและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและพรรคการเมืองด้วย &amp;nbsp;ในส่วนพรรคการเมืองก็จะต้องเตรียมความพร้อมในการทำไพรมารีโหวต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16236</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., การเลือกตั้ง, ผู้ตรวจการเลือกตั้ง, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b8381ba69681.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.เตรียมรับสนองพระราชโองการโปรดเกล้าฯพรุ่งนี้ พร้อมสานงานกกต.เก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;16 ส.ค.61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. และ นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต.&amp;nbsp;ได้เดินทางมาลงดูความพร้อมของสถานที่ที่จะใช้ในพิธีรับสนองพระราชโองการโปรดเกล้าฯ&amp;nbsp;ประธาน และ กกต.ใหม่ทั้ง 5 คนที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp;(17 ส.ค.) โดยจะใช้ห้อง 201&amp;nbsp;บริเวณชั้น 2 ของ สำนักงานกกต.&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;นายกฤช เปิดเผยว่า พิธีจะเริ่มในเวลา 09.00 น. ประธาน กกต. และ กกต. อีก 4 คนจะเดินทางมาสำนักงาน กกต. เพื่อสักการะพระพรหมเจ้าที่ของศูนย์ราชการ&amp;nbsp;จากนั้นจะมาเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดปกติขาวเพื่อทำพิธีรับสนองพระราชโองการ&amp;nbsp;โดยมีกำหนดการเปิดกรวยสักการะในเวลาประมาณ&amp;nbsp; 11.44 น.&amp;nbsp; หลังจากนั้นในช่วง 13.00 น. กกต.ชุดเก่าและชุดใหม่จะมาพบปะพูดคุยกันที่ห้องรับรองชั้น 9&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.&amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งยังไม่ได้มีการกำหนดไว้ในวาระการประชุมของ กกต.&amp;nbsp;แต่อาจเป็นเรื่องหารือของ กกต.ชุดเก่าและใหม่ที่จะพบกันในวันพรุ่งนี้&amp;nbsp; และยังไม่ได้มีการกำหนดวาระประชุมนัดแรกของ กกต.ชุดใหม่&amp;nbsp;สำหรับการเดินทางเข้าสำนักงานของ กกต.ในวันนี้ถือว่าเป็นการปฎิบัติหน้าที่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า&amp;nbsp;ขอหารือกับ กกต.ก่อน แต่ทราบว่านายศุภชัย สมเจริญ อดีต กกต.ได้ให้ข้อมูลไว้บ้างแล้วว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบพรรคเพื่อไทย ส่วนกำหนดการจัดสัมมนาของสำนักงาน กกต.ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี&amp;nbsp;ประธาน กกต.คนใหม่และกรรมการกกต.บางคน ยืนยันว่าจะเดินทางไปร่วมสัมมนา แต่ก็ยังไม่ทราบว่าท่านจะมอบนโยบายอะไรหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;เมื่อถามถึงกรอบเวลาเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งจะครบ 15 วัน&amp;nbsp; หลังจากที่นำไปติดประกาศให้ประชาชนยื่นเรื่องคัดค้านคุณสมบัติ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ถ้ามีผู้ร้องคัดค้านก็จะตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระบบอยู่แล้ว และประมวลเรื่องส่งมายัง กกต.กลาง เพื่อให้พิจารณา&amp;nbsp;และเมื่อครบ 15 วันต้องรายงานเข้ามา อาจจะเป็นตัวเลขเรื่องร้องเรียนเข้ามาก่อน&amp;nbsp; และสำนวนตามมาทีหลัง&amp;nbsp;ซึ่งก็มีห้วงเวลาเพื่อให้ทางจังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในกรอบเวลาไม่เกินวันที่ 7 ก.ย. ตามที่เรากำหนดกรอบเวลาไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15526</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;ประธาน กกต.&quot;, ผู้ตรวจการเลือกตั้ง, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, รับสนองพระราชโองการโปรดเกล้าฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b75061d739be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉแสนความคิดเห็น ต้านแก้พรป.กกต. มาจากแหล่งเดียวกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค. 61 - นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเรื่องการเสนอแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่มีประชาชนจำนวนมากกว่า 1แสนความเห็นแสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวในเรื่องที่มาผู้ตรวจการเลือกตั้งว่า &amp;nbsp;ได้ตรวจสอบโดยได้รับคำยืนยันจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภาแล้วว่า คะแนนไม่เห็นด้วยกว่า 1 แสนความเห็นที่ไม่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมายกกต.นั้น มาจากไอพีแอดเดรสเดียวกัน เป็นลักษณะการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ปั่นคะแนน &amp;nbsp;ไม่ทราบว่าเป็นฝ่ายใดทำและมีเจตนาเพื่ออะไร แต่แสดงถึงความผิดปกติในการลงคะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมหรรณพ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการพิจารณาการแก้ไขพ.ร.บ.กตต.ครั้งนี้ ไม่ได้ยึดจำนวนคะแนนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเป็นเกณฑ์สำคัญ เพราะเป็นการดำเนินการตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นจากประชาชนเมื่อมีการเสนอกฎหมายต่างๆ &amp;nbsp;ดังนั้นจะดูจากความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลัก เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาต่อไป &amp;nbsp;จำนวนคะแนนไม่ใช่เรื่องสำคัญ &amp;nbsp;เพราะไม่ใช่การทำประชามติที่ยึดเอาจำนวนคะแนนเป็นเกณฑ์ กรณีนี้เป็นการทำประชาพิจารณ์ รับฟังความเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ใช่การนับจำนวนคะแนน &amp;nbsp;ส่วนการแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่สุภาพ เราไม่ถือสา เป็นการสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะของบุคคลนั้นๆ &amp;nbsp;ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผ่านทางเว็บไซต์ www.senate.go.th ได้ต่อไปถึงวันที่ 18 ส.ค. จนครบกำหนด 15 วัน ในการรับฟังความคิดเห็น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15302</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ผู้ตรวจการเลือกตั้ง, มหรรณพ เดชวิทักษ์, สนช., แก้พรป.กกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b715afddf18e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2018 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพดล&#039;ชี้หาก สนช.ถอยไม่แก้ พรป.กกต. จะช่วยลดความขัดแย้งการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพดล ชี้ สนช.ควรไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนจะเสนอแก้ไข กม.กกต. เพราะจะกระทบกับโรดแมปเลือกตั้ง จริงๆควรเลี่ยงความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงแนวคิดสนช.บางคนจะเสนอแก้ไข พรป. ว่าด้วย กกต.ปมผู้ตรวจการเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายที่เสนอแก้ไขชี้แจงว่าไม่เกี่ยวกับการขยับโรดแมปเลือกตั้ง แต่ก็มีบางคนยอมรับเองว่าถ้ามีการแก้ไขกฎหมายคงทำให้การเลือกตั้งไม่ทันเดือนกุมภาพันธ์ 62ว่า ในประเด็นนี้ หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าเจตนาที่แท้จริงคืออะไร ถ้าใช้หลักกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา คนที่ติดตามการเมืองน่าจะสามารถหาคำตอบได้ เพราะประชาชนฉลาดและคิดวิเคราะห์ได้&amp;nbsp;สนช.ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจนั้นจะทำอะไรควรไตร่ตรองให้รอบคอบว่าทำแล้วประชาชนได้ประโยชน์ไหม บ้านเมืองปรองดองหรือจะขัดแย้งตามมา ประชาชนอยากเลือกตั้งช้าหรือเร็ว หลายท่านมีความรู้มีประสพการณ์น่าจะคิดได้ และอย่าประเมินความอดทนของประชาชนต่ำเกินไปและเห็นมีข่าวว่าอาจจะไม่เดินหน้าแก้ไขกฎหมายแล้ว ไม่แน่ใจว่าเริ่มคิดได้ว่ามีงานอื่นที่ควรทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ หรือเพราะมีเสียงคัดค้าน ถ้าไม่เสนอแก้จริงคงจะช่วยเลี่ยงความขัดแย้งทางการเมืองในเรื่องนี้ได้ และเป็นผลดีต่อประเทศที่จะได้เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งในกรอบเวลาที่ผู้นำในรัฐบาลได้พูดไว้คือกุมภาพันธ์ 62&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15236</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพดล ปัทมะ, ผู้ตรวจการเลือกตั้ง, สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180119/image_big_5a61cf086314a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
