<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 08:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 08:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;ปลุกไปศาลรธน. ขวางทุนสามานย์ครอบงำประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า #อย่ายอมให้ลักไก่แก้รัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; ขอเชิญพี่น้องไปร่วมกันยื่นหนังสือ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่รัฐสภาลักไก่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำลายสิทธิของประชาชน เรื่องการเลือกตั้ง จากบัตร 1 ใบ ไปสู่บัตร 2 ใบ เพื่อให้ผู้ชนะกินรวบ และนำไปสู่ระบบทุนสามานย์ครอบงำประเทศ วันอังคารที่ 28 กันยายนนี้ เวลา 9.30 น. พบกันที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117956</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ลักไก่, ศาลรธน., แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61511c99bd803.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคปชช.ร้องผู้ตรวจแผ่นดินสอบนายกฯ-สธ. บริหารวัคซีนอืดเจตนาเลี้ยงไข้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค. 64 - ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ นำโดย พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวะพันธ์ศรี&amp;nbsp; และนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายวัทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; รมว.สาธารณสุข ผอ.องค์การเภสัชกรรม ผอ.องค์การอาหารและยา คณะกรรมการบริหารวัคซีน&amp;nbsp; รมว.มหาดไทย กรณีบริหารจัดการวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ล่าช้า ไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ท.พญ.กมลพรรณ กล่าวว่า&amp;nbsp; หลายหน่วยงานในต่างประเทศ รวมทั้งแพทย์ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค ต่างก็ออกมาระบุว่าเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพต่ำ ราคาแพง&amp;nbsp; แต่รัฐบาลยังกลับสั่งนำเข้ามาใช้กับประชาชนจำนวนมาก ขณะเดียวกันโรงพยาบาลเอกชนซึ่งต้องการนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์โมเดอร์นา หน่วยงานของรัฐทั้งองค์การเภสัชกรรม สำนักงานคณะกรรมการองค์การอาหารและยา กลับดำเนินการอนุญาตล่าช้า ซ้ำยังเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งส่งผลเสียทำให้ประชาชนได้รับวัคซีนที่มีคุณภาพล่าช้า และถูกโรงพยาบาลเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งที่รัฐธรรมนูญมาตรา 47 กำหนดว่าบุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและมาตรา 55 ระบุว่ารัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง ดังนั้นรัฐควรจะสนับสนุนให้เอกชนนำเข้าวัคซีนโดยไม่จัดเก็บภาษี หรือนำเข้าเองมาฉีดให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้มีคนติดเชื้อวันละ 5000 คน เสียชีวิตวันหลายสิบคน แต่กลับใข้เงินกู้ 2 ครั้งกว่า 1.5 ล้านล้านบาท เยียวยาประชาชนคนละเล็กน้อยไม่พอใช้&amp;nbsp; โดยไม่คิดจะทุ่มงบประมาณไม่เกินแสนล้านจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพมาให้กับประชาชน วัคซีนไฟเซอร์ ราคา 300-500 บาท จำนวน 60 ล้านโดส สองเข็มใช้เงินแค่หลักหมื่นล้านบาท&amp;nbsp; ก็สามารถฉีดให้กับประชาชนได้ครอบคลุมทั้งประเทศ แต่รัฐบาลกลับไม่ดำเนินการเจตนาเหมือนต้องการเลี้ยงไข้และต้องการจัดหาวัคซีนเพียงซิโนแวคเท่านั้น ทั้งๆ ที่สามารถบริหารจัดการให้สามารถป้องกันโรคได้ การกระทำของรัฐบาลและหน่วยงานทั้งหมด จึงเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำงานล่าเช้า และถ่วงเวลา &amp;ldquo;พ.ท.พญ.กมลพรรณ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108654</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบ, นายกฯ, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวะพันธ์ศรี, วัคซีน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e293f6acdc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104527</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 05:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ3เก้าอี้ใหญ่ ‘กสม.-ผู้ตรวจการ-ก.อ.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ในหลวง&amp;rdquo; โปรดเกล้าฯ 3&amp;nbsp; ตำแหน่งสำคัญ &amp;ldquo;พรประไพ กาญจนรินทร์&amp;rdquo; นั่งประธาน กสม. &amp;ldquo;สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต&amp;rdquo; รั้งเก้าอี้ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และ &amp;ldquo;พชร ยุติธรรมดำรง&amp;rdquo; ประธาน ก.อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 พ.ค. ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตำแหน่งสำคัญๆ หลายตำแหน่ง ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ประกอบด้วย ประกาศแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีเนื้อหาว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชน ลงวันที่ 20 พ.ย.2558 ต่อมาเมื่อพระ?ราชบัญญัติ?ประกอบ?รัฐธรรมนูญ? (พ.ร.ป.)? ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2560 มีผลใช้บังคับเป็นเหตุให้ประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามประกาศดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง แต่ให้คงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่แต่งตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่นั้น บัดนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่วุฒิสภาและวุฒิสภา ได้ให้ความเห็นชอบผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง กสม.จำนวน 6 คน และผู้ได้รับความเห็นชอบดังกล่าวได้ประชุมเพื่อเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธาน กสม.แล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ เป็นประธาน กสม., นางปรีดา คงแป้น, นายสุชาติ เศรษฐมาลินี, น.ส.ศยามล ไกยูรวงศ์, น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช และนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ เป็น กสม. ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. เป็นต้นไป
มีรายงานว่า ผู้ได้รับแต่งตั้ง กสม.จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ โดย กสม.ชุดนี้ถือเป็นชุดที่ 4 แต่กว่า สนช.และวุฒิสภาจะมีมติเห็นชอบทั้ง 6 คน ต้องผ่านการสรรหาถึง 4 รอบในเวลา 3 ปี นับแต่ปี 2561 และยังคงอยู่ในระหว่างการดำเนินการสรรหาของ ส.ว.อีก 1 คน&amp;nbsp; โดย น.ส.พรประไพนั้นก่อนเกษียณอายุราชการ ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ อธิบดีกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังมีประกาศแต่งตั้งประธานผู้ตรวจการแผ่นดินและผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยระบุว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน และเป็นประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 18 พ.ย.2557 และประกาศลงวันที่ 18 พ.ย. 2561 นั้น ต่อมา พล.อ.วิทวัสได้พ้นตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ บัดนี้ ส.ว.ได้ให้ความเห็นชอบนายอิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม และนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดินที่เหลืออยู่ได้ประชุมกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายสมศักดิ์เป็นประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอิสสรีย์เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
มีรายงานว่า นายสมศักดิ์และนายอิสสรีย์จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 31 พ.ค. ส่วนตำแหน่งผู้ตรวจการแผ่นดินอีก 1 ตำแหน่งนั้น ส.ว.อยู่ระหว่างดำเนินการสรรหา
ต่อมามีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งประธานคณะกรรมการอัยการ ระบุว่า ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอรรถพล ใหญ่สว่าง เป็นประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.2562 ซึ่งนายอรรถพลดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว และสำนักงานอัยการสูงสุดได้เลือกประธาน ก.อ.คนใหม่คือ นายพชร ยุติธรรมดำรง จึงนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายพชรเป็นประธาน ก.อ. ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.แล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104527</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสม., ประธาน ก.อ., ผู้ตรวจการแผ่นดิน, พชร ยุติธรรมดำรง, พรประไพ กาญจนรินทร์, สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โปรดเกล้าฯ 3  ตำแหน่ง, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0eed041e2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104391</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตั้งทีมติดตามแผนกระจายวัคซีน แนะเปิดโอกาสรพ.เอกชนช่วยฉีด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;27 พ.ค.64 - พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีการจัดการวัคซีนของรัฐบาลว่า ตั้งแต่ปลายเดือน เม.ย. นายกฯจะเข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบ และมีการปรับเปลี่ยนการตัดสินใจมาอยู่ที่นายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. แต่ล่าสุดยังมีความสับสนอยู่ ทั้งการได้มาซึ่งวัคซีน การจัดส่งวัคซีน การส่งต่อไปยังสถานพยาบาลแต่ฉีดวัคซีน ซึ่งเรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาติดตามการแก้ปัญหาเรื่องวัคซีน ทั้งนี้ที่เป็นห่วงคือ แผนการฉีดวัคซีนเป็นอย่างไร วัคซีนจะได้มาเมื่อไหร่ ที่สำคัญคือ เป้าหมายที่รัฐบาลประกาศว่าจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนประมาณ 50 ล้านคนให้เสร็จภายในปี 2564 ซึ่งขณะนี้เหลือประมาณ 7 เดือนเศษ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นห่วงว่า ต้องฉีดให้ได้วันละเกือบ 250,000&amp;nbsp;โดสต่อวัน เรื่องนี้บุคลากรทางการแพทย์เราพร้อมหรือไม่ เข็มฉีดวัคซีน สถานที่พร้อมหรือไม่ และต้องบริหารจัดการให้ดีเพื่อไม่ให้คนไปแออัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ส่วนที่มีการปรับเปลี่ยนวิธีการลงทะเบียนฉีดวัคซีนจากหมอพร้อมนั้นต้องหาวิธีการสื่อสารกับประชาชน หากชี้แจงไม่ชัดเจนอาจจะทำให้เกิดความหวั่นไหว และขาดความเชื่อมั่น แต่ที่สำคัญคือ วัคซีนจะได้ตามกำหนดเวลาหรือไม่ ทั้งนี้อยากฝากถึงรัฐบาลว่าน่าจะให้คำตอบที่ทำให้สังคมมีความเชื่อมั่นว่าจะได้วัคซีนในกำหนดเวลาที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;พล.อ.วิทวัส&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเห็นว่าน่าจะให้โรงพยาบาลเอกชนที่ถือได้ว่ามีความพร้อม มีความรู้ มีบุคลากร ที่จะเข้ามาช่วยฉีดวัคซีน อย่างกรณีของราชวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ซึ่งตนคิดว่าเป็นจุดเปลี่ยนอันหนึ่งว่าการเข้าถึงวัคซีนที่ราชวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ได้ดำเนินการ โดยมีสิทธิที่จะเข้าไปซื้อวัคซีนที่แตกต่างจากรัฐบาลได้ และสามารถช่วยฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ดังนั้นอยากให้รัฐบาลลองพิจารณาว่าถ้าโรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีอยู่ทุกจังหวัดนั้น สามารถช่วยฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104391</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ตรวจการแผ่นดิน, พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์, วัคซีนโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af7b41a2fc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2021 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2021 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039;ร้องผู้ตรวจฯให้เสนอศาลปกครองกรณีอัยการไม่ฟ้อง&#039;ธนาธร&#039;ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23เม.ย.64 -นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า กรณีที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่นั้น อาจมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรืออาจเป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในคำวินิจฉัยที่ 14/2562 แล้วว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชนอยู่ในวันที่ 6 ก.พ.62 ซึ่งเป็นวันที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้นายธนาธรใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ ม98(3) ทำให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายธนาธรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ ม.101(6) ประกอบ ม.98(3) ย่อมเห็นได้ว่าน่าจะเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 ม.151 โดยชัดแจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีแก่นายธนาธรตามบทบัญญัติของ ม.151 ดังกล่าวแล้ว พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนแล้วมีความเห็นให้สั่งฟ้องนายธนาธร และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพร้อมนำตัวนายธนาธรไปส่งให้พนักงานอัยการ เมื่อวันที่ 12 ม.ค.64 ต่อมาพนักงานอัยการนัดฟังคำสั่งว่า จะสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องในวันที่ 19 ก.พ.64 แต่เมื่อถึงวันนัดได้เลื่อนนัดมาฟังคำสั่งในวันที่ 22 เม.ย.64 ที่ผ่านมา โดยปรากฎว่า โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกมาเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบทราบมาว่า &amp;ldquo;คดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่สำนักงานคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธรดังกล่าวอาจขัดหรือแย้งต่อ รัฐธรรมนูญ2560 ม.211 วรรคสี่ ที่บัญญัติไว้ชัดเจนว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้ส่งเรื่องร้องเรียนไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นไปยังศาลปกครองว่า การที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือว่าเป็นคำสั่งหรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เป็นคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไรตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.231(2) ประกอบ ม.230(2) ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100416</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีถือหุ้นสื่อ, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, นายศรีสุวรรณ  จรรยา, บริษัท วีลัค-มิเดีย, ผู้ตรวจการแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082438297a99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เข็มแรก’วาเลนไทน์ อย.ไฟเขียวแล้วย้ำฉีดวัคซีนครึ่งประเทศภายในปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินยันการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาลทำเต็มที่-รอบคอบ เตรียมฉีดวัคซีนเข็มแรก 14 ก.พ.นี้ ได้วัคซีนแล้ว 2 แหล่ง จาก Sinovac และ AstraZeneca ยันในสภาวการณ์ระบาดฉุกเฉินทั่วโลก รัฐจะเป็นผู้บริหารจัดการวัคซีน&amp;nbsp; ยังไม่สามารถให้เอกชนจัดซื้อได้โดยตรง รองเลขาธิการ อย.เผยอนุมัติวัคซีนแล้ว 2 บริษัท โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ มีนโยบายฉีดให้ประชาชน 50% ภายในปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2564 พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงข่าวว่า ประเทศไทยได้เริ่มดำเนินการจัดหาวัคซีนมานานแล้วตั้งแต่กลางปี 2563 มีการตั้งเป้าหมายการจัดหาวัคซีนครอบคลุมประชากรไทยในปี 2564 จำนวน 33,000,000 คน คิดเป็นร้อยละ 50 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยได้วัคซีนจาก 2 แหล่ง คือ แหล่งที่ 1 ระยะเร่งด่วน จากบริษัท Sinovac Biotech จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนของประเทศจีน จำนวน 2,000,000 โดส คาดว่าจะได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกในวันวาเลนไทน์เดือนกุมภาพันธ์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งที่ 2 จากบริษัท AstraZeneca จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัคซีนของประเทศอังกฤษและสวีเดน จำนวน 26,000,000 โดส คาดว่าจะได้รับวัคซีนในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2564 ซึ่งที่ผ่านมา สถาบันวัคซีนแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งศึกษาถึงรายละเอียด ความปลอดภัย ความคุ้มค่า ในบริบทที่มีความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว เต็มที่ และรอบคอบแล้ว เพื่อความปลอดภัยของประชาชนคนไทย ซึ่ง สตง.ได้ให้คำแนะนำว่า ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างนั้น&amp;nbsp; จะไม่สามารถดำเนินการจัดซื้อสิ่งที่ยังไม่มีในตลาดได้ แต่สถาบันวัคซีนแห่งชาติสามารถใช้จ่ายงบประมาณในลักษณะของการร่วมวิจัยพัฒนาวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วิทวัสกล่าวว่า โดยที่ปัจจุบันวัคซีนโควิด-19 กำลังเป็นที่ต้องการทั่วโลก และบริษัท AstraZeneca จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ผลิตวัคซีนได้ มีเป้าหมายการผลิตวัคซีนจำนวน 3,000 ล้านโดสต่อปี แต่ไม่สามารถดำเนินการผลิตฝ่ายเดียวได้ จึงต้องหาพันธมิตรที่มีศักยภาพของบุคลากรและมีเทคโนโลยีที่พร้อมในการรับถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการมาสำรวจบริษัทต่าง ๆ ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและในประเทศไทย และพบว่าบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด มีขีดความสามารถเป็นฐานการผลิตในภูมิภาคนี้ได้ และเป็นบริษัทที่ไม่แสวงหากำไร AstraSeneca จึงเลือกที่จะร่วมมือกับบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด โดยมีการตั้งเป้าการผลิตจำนวน 200 ล้านโดสต่อปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในสภาวการณ์ระบาดฉุกเฉินทั่วโลก รัฐจะเป็นผู้บริหารจัดการวัคซีน ยังไม่สามารถให้เอกชนจัดซื้อได้โดยตรง สำหรับการแจกจ่ายนั้น กระทรวงสาธารณสุขจะทำหน้าที่แจกจ่ายกระจายต่อไปยังประชาชนหรือหน่วยงาน โดยเรียงลำดับความจำเป็นของผู้ที่ต้องการใช้วัคซีน ซึ่งต้องมีแผนควบคุมการใช้ การแจกจ่าย การติดตามผลข้างเคียง ไปจนถึงการทิ้งหรือการทำลายภาชนะบรรจุ ทุกอย่างต้องมีการรายงานโดยละเอียด เพื่อป้องกันอันตรายจากการฉีดวัคซีน และการติดตามผลอย่างใกล้ชิด&amp;quot; พล.อ.วิทวัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 อย่างเต็มที่ ได้ระดมสรรพกำลังทั้งผู้เชี่ยวชาญภายในและภายนอกมาร่วมพิจารณา เพื่อให้สามารถอนุมัติวัคซีนได้โดยเร็วที่สุด ยึดหลักว่าต้องเป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัย มีคุณภาพมาตรฐาน และมีประสิทธิผล ไม่สามารถผ่อนคลายกฎเกณฑ์หรือลดหย่อนการกำกับดูแล เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชน
อย.อนุมัติวัคซีนแล้ว 2 บริษัท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท แอสตร้า เซนเนก้า อย.ได้รับเอกสารการขอขึ้นทะเบียนในวันที่ 22 ธ.ค.2563 และได้จัดส่งเอกสารให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลของวัคซีน จนมีการอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้า เซนเนก้า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 รวมเวลาการพิจารณาประมาณ 1 เดือน ซึ่งวัคซีนที่ อย.รับขึ้นทะเบียนเป็นวัคซีนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในภาวะฉุกเฉินที่จะต้องมีระบบการกำกับติดตาม เฝ้าระวังความปลอดภัยจากการใช้อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุรโชคกล่าวต่อว่า ขณะนี้มีผู้มายื่นขออนุมัติวัคซีนโควิด จาก อย. จำนวน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอสตร้า เซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ซิโนแวค ไบโอเทค จำกัด โดยมีองค์การเภสัชกรรมเป็นผู้มายื่นขอ ซึ่ง อย.รอเอกสารเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ยืนยันว่าไม่ปิดกั้นบริษัทใดมายื่นขออนุญาตและพร้อมให้คำปรึกษาหรือตอบข้อสงสัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการขออนุญาตอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า การจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 จำนวน 2 ล้านโดส จากบริษัท ซิโนแวค ประเทศจีน (Sinovac Biotech Limited, People&amp;rsquo;s Republic of China) ซึ่งองค์การดำเนินการตามที่ได้มอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข ขณะนี้ได้แจ้งยื่นขออนุญาตขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไปแล้ว อยู่ระหว่างการประสานรวบรวมข้อมูลประกอบการยื่นขอขึ้นทะเบียนเพิ่มเติม โดยการดำเนินการนี้องค์การจะทำหน้าที่จัดซื้อตามจำนวนที่กรมควบคุมโรคแจ้งความต้องการมา เพื่อนำไปฉีดตามแผนการจัดสรรของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 นี้ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและแข่งกับเวลา ภายใต้สถานการณ์มีความต้องการใช้ทั่วโลก อีกทั้งวัคซีนที่มีอยู่เพิ่งเสร็จจากงานวิจัยเข้าสู่กระบวนการผลิตของแต่ละบริษัท และทั่วโลกมีความต้องการใช้สูง ทราบมาว่าขณะนี้มีบริษัทเอกชนรายอื่นที่ได้ขอขึ้นทะเบียนวัคซีนจากผู้ผลิตประเทศจีนเช่นเดียวกัน&amp;rdquo; นพ.วิฑูรย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์มีนโยบายให้คนไทยได้ฉีดวัคซีนร้อยละ 50 ภายในปีนี้ จึงต้องจัดหาวัคซีนประมาณ 70 ล้านโดส เพราะแต่ละคนต้องฉีดคนละ 2 โดส ซึ่งการนำเข้าวัคซีนนั้นจะรีบร้อนไม่ได้ ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยไม่ให้เกิดความเสียหายด้วย โดยคาดว่าวัคซีนล็อตแรกประมาณ 50,000 โดสจะมาถึงประเทศไทยภายในเดือน ก.พ.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เมื่อวัคซีนมาถึงประเทศไทยแล้ว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะดำเนินการสุ่มตรวจว่ามีคุณภาพตามที่บริษัทกำหนดไว้หรือไม่ ก่อนที่จะนำไปฉีดให้ประชาชน หลังจากนั้นบริษัทดังกล่าวจะทยอยส่งวัคซีนที่เหลือเข้ามาอีก 1.5 แสนโดสตามมา คาดว่าจะเป็นในเดือน มี.ค.และ เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรับการผลิตวัคซีนของบริษัท แอสตร้า เซนเนก้า ในประเทศไทย ที่ร่วมกับบริษัท สยาม ไบโอไซเอนซ์ฯ ก็จะมีการขึ้นทะเบียนสถานที่ผลิตในประเทศไทย และมีผลให้ใช้ได้ในประเทศไทยในเดือน พ.ค.นี้ ประมาณ 26 ล้านโดส ที่จะผลิตในประเทศไทย ซึ่งบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ฯ พยายามดำเนินการเพื่อประโยชน์คนไทยผลิตวัคซีนในไทย มีกำลังผลิต 200 ล้านโดสต่อปี ดังนั้นไทยเองไม่ใช่แค่ผลิตเพื่อคนไทยเท่านั้น ในอนาคตสามารถแบ่งปันให้เพื่อนบ้านได้อีกด้วย ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการจัดหาวัคซีนรัฐบาลให้ความสำคัญตรวจสอบรัดกุมเพื่อความปลอดภัย
&amp;quot;แรมโบ้&amp;quot;ตบปาก&amp;quot;ธนาธร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกลุ่มก้าวหน้าบอกว่าคำว่าวัคซีนพระราชทานไม่ได้พูด แต่เป็นคำพูดของนายกฯ โดยระบุว่าหากนายธนาธรได้ฟังคำพูดของนายกฯ ที่แถลงข่าวเมื่อวันที่ 27 พ.ย.63 หลังเป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ซึ่งนายกฯ ระบุตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;เราต้องมีการเตรียมการภายในประเทศคือ เมื่อรับวัคซีนมาแล้ว จะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งอันนี้ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้บริษัท สยาม ไบโอไซเอนซ์ฯ ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย อยู่ในขั้นตอนคือเมื่อรับวัคซีนเข้ามาแล้วจะมีการบรรจุ แจกจ่าย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ในคำพูดของนายกฯ เป็นการพูดถึงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย รับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนโควิด-19 เข้ามาเป็นผู้ร่วมผลิตวัคซีนโควิดแอสตราเซเนกา (AstraZeneca) บริษัทผลิตวัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน และไม่ได้บอกว่าเป็นวัคซีนพระราชทานเพื่อจะนำมาฉีดให้กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ยังชี้แจงว่า บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย มีวัตถุประสงค์ที่อยากจะผลิตยาเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้ใช้ยาที่มีราคาถูกกว่ายาที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยไม่คิดถึงกำไรเลยแม้แต่น้อย ต้องการให้ประชาชนคนไทยได้เข้าถึงยาที่มีคุณภาพที่ดีที่สุด เพื่อสุขภาพที่ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่นายธนาธรบิดเบือนคำพูดของนายกฯ คือสิ่งที่เลวทรามที่สุด ไร้จรรยาบรรณความรับผิดชอบ และยังกล้าก้าวล่วงพาดพิงไปถึงสถาบันเบื้องบนเพื่อให้คนสำคัญผิด และยังดูหมิ่นดูแคลนเยี่ยงนี้ พวกผมทนไม่ได้ ต้องทำหน้าที่ดำเนินคดีไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป ไม่ใช่เป็นการเตะตัดขาหรือทำลายเครดิตทางการเมืองของนายธนาธร แต่ทุกอย่างนายธนาธรพูดเอง ทำเอง ต้องรับผิดชอบเอง คนประเภทนี้เหมือนสุภาษิตปลาหมอตายเพราะปาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของฉายาแรมโบ้อีสานกล่าวว่า นายธนาธรก็ควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย ที่ท่านทรงมีพระเมตตาทำเพื่อประเทศชาติและประชาชนมาโดยตลอดจวบจนถึงทุกวันนี้ มากกว่าที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ พูดจาบจ้วงสถาบันไม่หยุด เพราะไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งนั้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า การที่นายธนาธรออกมาพูดเรื่องวัคซีนพระราชทาน เชื่อว่านายธนาธรได้ฟังคำพูดของนายกฯ อย่างละเอียดแล้ว และทราบดีว่านายกฯ ไม่ได้พูดถึงวัคซีนพระราชทาน แต่นายธนาธรมีความพยายามที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจในตัวนายกฯ และรัฐบาลผิดๆ เพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น โดยไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชนเลย พร้อมกับย้ำว่าการที่ตนเองและพวกไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายธนาธรมาตรา 112 จึงเป็นเรื่องที่ทำถูกต้องแล้ว เพราะคนประเภทนี้ต้องได้รับกรรมตามที่ทำไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในสมองวันๆ มีแต่ความอาฆาตแค้น เพราะไม่สนใจความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่เคยมีจิตสำนึกว่าครอบครัวนายธนาธรร่ำรวยบนผืนแผ่นดินไทย แทนที่จะช่วยกันตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ตรงข้ามมีแต่จะสร้างปัญหาความแตกแยกวุ่นวายให้เกิดขึ้นตลอดเวลา พยายามที่จะยุยงให้คนออกมาทำลายสถาบัน นี่คือสิ่งที่คนไทยเกลียดที่สุด สวรรค์มีตา กรรมจะตามสนองคนอย่างนายธนาธรอย่างแน่นอน&amp;quot;
อวย&amp;quot;ไบเดน&amp;quot;ถล่ม&amp;quot;บิ๊กตู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ภายหลังการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของนายโจ ไบเดน เพียงในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง นายไบเดนได้เซ็นคำสั่งพิเศษ 10 ฉบับ เพื่อรับมือกับการจัดการโรคโควิด-19 โดยให้ความสำคัญเร่งด่วนเทียบเท่ากับแผนรับมือสถานการณ์ในภาวะสงคราม สิ่งที่ไบเดนให้ความสำคัญเป็นอย่างแรกคือ การเร่งหาวัคซีนและการเยียวยาความเดือดร้อนให้ประชากรในประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยซึ่งติดเชื้อโควิดครบรอบ 1 ปี สิ่งที่ได้เห็นจากรัฐบาลคือการตั้งคณะทำงานเกือบ 10 ชุด สวนทางกับคณะทำงานแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ระดับโลก โดยจะมอบอำนาจให้ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขดูแล แต่ของไทยทำงานข้ามหัวรัฐมนตรี ไปรายงานและขออนุมัติโดยตรงที่ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งผูกขาดคำสั่งการไว้เพียงผู้เดียวในฐานะหัวหน้า ศบค. ซ้ำยังปล่อยให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงซึ่งเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดระลอก 2 มาควบคุมสถานการณ์และออกมาตรการ โครงสร้างแบบนี้ต่อให้มีนายกรัฐมนตรีเป็นร้อยคนก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ถอดบทเรียน 365 วัน กับ COVID-19 คนไทย...เรียนรู้อะไร&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,186 คน พบว่า ตลอดปีที่ผ่านมา สิ่งที่คนไทยเรียนรู้และปฏิบัติตัวเพื่อให้อยู่รอดปลอด COVID-19 มากที่สุด คือ การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่าง ร้อยละ 99.3 รองลงมาคือ ระวังตัวมากขึ้นเวลาไปในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ร้อยละ 86.6 และเช็กไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อ เช็กข่าวพื้นที่เสี่ยงอยู่เสมอ ร้อยละ 74.8
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 50.1 ระบุว่า หากการระบาดของ COVID-19 ยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อเรื่องรายได้ และการประกอบอาชีพมากที่สุด รองลงมาร้อยละ 27.4 ส่งผลกระทบต่อความวิตกกังวลว่าตนเองและคนในครอบครัวจะติดเชื้อ และร้อยละ 15.0 ส่งผลกระทบต่อเรื่องการเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความหวังกับวัคซีนป้องกัน COVID-19 ที่กำลังจะมานี้เพียงใดว่าจะช่วยป้องกันและหยุดยั้งเชื้อในประเทศได้ คนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 51.3 ระบุว่า มีความหวังปานกลาง รองลงมาร้อยละ 32.8 ระบุว่ามีความหวังมากถึงมากที่สุด และร้อยละ 15.9 ระบุว่ามีความหวังน้อยถึงน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องที่คนไทยกังวลมากที่สุดเกี่ยวกับวัคซีนป้องกัน COVID-19 คือ เรื่องผลข้างเคียงหลังจากฉีดวัคซีน ร้อยละ 39.6 รองลงมาคือ เรื่องประสิทธิภาพของวัคซีน ร้อยละ 17.0 และเรื่องเชื้ออาจกลายพันธุ์ต้องคิดค้นวัคซีนใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบทเรียนสำคัญที่คนไทยได้เรียนรู้จาก COVID-19 ในรอบ 1 ปี คือการปล่อยให้มีการลักลอบเข้าประเทศส่งผลเสียรุนแรง ร้อยละ 40.2 รองลงมาคือการปิดบังข้อมูลเท่ากับทำให้คนอื่นมีความเสี่ยง ร้อยละ 20.3 และคนเพียงบางกลุ่มที่ไม่ระวังตัวทำให้คนส่วนมากเดือดร้อน ร้อยละ 17.6.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90782</URL_LINK>
                <HASHTAG>AstraZeneca, COVID-19, Sinovac, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, วัคซีนโควิด, วัคซีนโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_600043387763c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89437</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 12:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องผู้ตรวจแผ่นดิน สอบ3ปมมาตรการรัฐบาลเอื้อเจ้าสัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 64 - ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp; เมื่อเวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา&amp;nbsp; เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน&amp;nbsp; ขอให้ตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริง&amp;nbsp; มาตรการของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาการแพร่เชื้อไวรัสโควิด -19&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวม 3 กรณี&amp;nbsp; คือ กรณีการปิดตลาดนัดชุมนุม ภายหลังมีการตรวจพบประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) หรือคณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดมักใช้มาตรการปิดตลาดนัด เป็นเหตุให้พ่อค้าแม่ค้ารายเล็กเดือดร้อน&amp;nbsp; ทั้งที่พื้นที่ตลาดนัดเป็นสถานที่โล่ง&amp;nbsp; โอกาสแพร่ระบาดน้อยกว่าในห้องแอร์หรือในห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อ&amp;nbsp; เป็นการเลือกปฎิบัติตามรัฐธรรมนูญและเอื้อกลุ่มทุน ห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีการผลิตหน้ากากอนามัยของโรงงานที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ สร้างและมอบให้กับทางราชการ โรงงานดังกล่าวว่าส่งมอบตั้งแต่เดือนเม.ย.2563&amp;nbsp; มีกำลังการผลิต 1 แสนชิ้นต่อวัน&amp;nbsp; จนถึงปัจจุบันน่าจะมีหน้ากากกว่า&amp;nbsp; 30 ล้านชิ้น&amp;nbsp; แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ประชาชนกลับยังต้องหาหน้ากากอนามัยอย่างยากลำบาก และไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้หน้ากากดังกล่าวอยู่ที่ไหน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือว่าโรงงานดังกล่าวไม่ได้ผลิตตามที่โฆษณาไว้จริง&amp;nbsp; หรือมีการลักลอบนำเอาหน้ากากไปขายในตลาดมืด&amp;nbsp; นอกจากนั้นยังมีกระแสวิพากาวิจารณ์ว่าร้านสะดวกซื้อในเครือซีพี ขายหน้ากากอนามัยแพงกว่าราคาตามที่กฎหมายควบคุม&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และกรณีการนำวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; มาฉีดให้คนไทยล่าช้า เนื่องจากปลายเดือนพ.ย. 2563&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานลงนามสัญญาจัดหาวัคซีนกับบริษัท แอสตราเซนเนก้า&amp;nbsp; ซึ่งจะมีการส่งมอบวัคซีนชุดแรกกลางปีหน้า 26 ล้านโดส ทั้งที่ประเทศอื่นในภูมิภาคมีการฉีดไปตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; นอกจากนั้นยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การที่รัฐบาลจัดหาวัคซีนจากบริษัท ชิโนแวค ไบโอเทค&amp;nbsp; ของจีน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งมีข่าวว่าบริษัทเจ้าสัวเมืองไทย&amp;nbsp; เข้าไปถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวด้วย&amp;nbsp; ดังนั้นกรณีดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่กันหรือไม่&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งกรณีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ไม่มีการรับรองวัคซีนของบริษัทต่างๆ&amp;nbsp; ที่มีการเริ่มใช้ไปแล้ว&amp;nbsp; ทั้งนี้หาก อย.รับรองวัคซีนแล้วจะทำให้โรงพยาบาลเอกชนที่มีศักยภาพ สามารถจัดซื้อจัดหาวัคซีนมาบริการประชาชนได้รวดเร็วขึ้น แม้จะมีราคาแพง&amp;nbsp; แต่คนที่มีกำลังซื้อก็จะสามารถเข้าถึงวัคซีน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จึงขอให้ผู้ตรวจฯ แสวงหาข้อเท็จจริง ทั้ง&amp;nbsp; 3 กรณี&amp;nbsp; เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลิกใช้อำนาจและเลือกปฎิบัติกรณีปิดตลาดนัดแต่ไม่ปิดห้างสรรพสินค้า และควรมีมาตรการชดเชยความเสียหายให้กับพ่อค้า แม่ค้า&amp;nbsp; &amp;nbsp;และให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องหน้ากากของบริษัท ซีพี ออกมาเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณทุกเดือนว่าหน้ากากอนามัยดังกล่าว นำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่&amp;nbsp; รวมทั้งตรวจสอบกี่ที่รัฐบาลจัดหาวัคซีนล่าช้า มีอะไรซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังหรือไม่ และขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอให้รัฐบาลสั่งให้ อย.รับรองวัคซีนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89437</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายทุน, ผู้ตรวจการแผ่นดิน, วัคซีน, ศรีสุวรรณ จรรยา, เจ้าสัว, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffbdc454007e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
