<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวาคลัสเตอร์บางแค ผู้ติดเชื้อชุมชนบ้านขิงพุ่ง!ขยับตรวจเชิงรุกมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศบค.แจงตัวเลขติดเชื้อใหม่ 1,911 ราย เสียชีวิตอีก 18 ราย แต่มีข่าวดีผู้ป่วยหายถึง 2,435 คน หมอทวีศิลป์เผย &amp;ldquo;กทม.และปริมณฑล&amp;rdquo; ยังต้องจับตาใกล้ชิด ผวา! คลัสเตอร์ชุมชนบ้านขิง เตรียมขยับตรวจเชิงรุกมากขึ้น &amp;ldquo;พล.อ.ณัฐพล&amp;rdquo; ย้ำมาตรการล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวจะเป็นมาตรการสุดท้าย ส่วนจะขยับโซนสีหรือไม่ต้องรอ สธ.วิเคราะห์ ตั้งเป้า 4 เดือนจะฉีดวัคซีนให้คน กทม. 6 ล้าน สาธารณสุขประชุมยันไม่หว่านแหแจกยาฟาวิพิราเวียร์ &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; ลั่นขอ 2 สัปดาห์สกัดโควิด-19 เมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,911 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 1,902 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,749 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 153 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 76,811 ราย หายป่วยสะสม 46,795 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วยถึง 2,435 ราย ซึ่งมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่วันเดียวกัน ทำให้มีเตียงว่างมากขึ้น และอยู่ระหว่างรักษา 29,680 ราย อาการหนัก 1,073 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 356 ราย
&amp;ldquo;มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 18 ราย อยู่ใน กทม. 6 ราย, สมุทรปราการ 3 ราย, นนทบุรี, เชียงใหม่และสมุทรสาคร จังหวัดละ 2 ราย ปทุมธานี, ยะลาและสิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย เป็นชาย 5 ราย หญิง 13 ราย มี 1 รายที่อายุ 100 ปี สาเหตุส่วนใหญ่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ไขมันในเลือดสูง และภาวะอ้วน ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 336 ราย&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์ระบุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์แถลงอีกว่า 5 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่ 6 พ.ค. ได้แก่ กทม. 739 ราย, นนทบุรี 273 ราย, สมุทรปราการ 143 ราย, ชลบุรี 76 ราย และสมุทรสาคร 65 ราย แต่ถ้าดูเฉพาะตัวเลข กทม.และปริมณฑล ยังไม่น่าไว้วางใจ กราฟตัวเลขผู้ติดเชื้อยังสูง ส่วนใหญ่อยู่ในชุมชนแออัด ตลาด โดยศูนย์บูรณาการแก้ไขโควิด-19 ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ได้วิเคราะห์ข้อมูลยอดผู้ติดเชื้อระลอกเดือน เม.ย. ซึ่งดูแนวโน้มแล้วยังสูงขึ้น โดย 10 เขตที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ ห้วยขวาง, ดินแดง, บางเขน, วัฒนา, จตุจักร, ลาดพร้าว, วังทองหลาง, สวนหลวง, บางกะปิ และบางแค โดยที่ประชุมมีการพูดคุยถึงชุมชนที่เป็นคลัสเตอร์ใหญ่ 3 ชุมชน คือ ชุมชนคลองเตย, ชุมชนพัฒนาบ่อนไก่ ปทุมวัน และชุมชนบ้านขิง บางแค โดยเฉพาะชุมชนบ้านขิง ที่ระหว่างวันที่ 28 เม.ย.-1 พ.ค.มีการตรวจเชิงรุกในห้างสรรพสินค้าบางแห่งในเขตดังกล่าว 1,413 ราย พบติดเชื้อ 68 ราย คิดเป็น 4.8% และยังมีท่าปล่อยรถเมล์ที่มีพนักงาน 100 คน พบติดเชื้อ 4 ราย โดยเมื่อวันที่ 4 พ.ค. มีการตรวจหาเชื้อพนักงาน 70 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผล ซึ่งพนักงานเหล่านี้เชื่อมโยงไปยังชุมชนบ้านขิงที่มีประชากรกว่า 1,000 คน&amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. มีการรับแจ้งว่าคนในชุมชนพบเชื้อ 30 ราย&amp;nbsp; วันที่ 30 เม.ย. พบเชื้ออีก 24 ราย วันที่ 3 พ.ค. มีการค้นหาเชิงรุกในชุมชนพบติดเชื้ออีก 25 ราย &amp;nbsp;
ขยับตรวจเชิงรุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า หลังจากนี้จะตรวจพื้นที่เชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าดูตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันแล้ว จำนวนที่พบจากการตรวจเชิงรุกถือว่าน้อยกว่าระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ จึงคุยกันว่าต้องเพิ่มการตรวจเชิงรุกหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลระหว่างวันที่ 5 เม.ย.-5 พ.ค. มีการตรวจเชิงรุกในพื้นที่ กทม. ทั้งสถานบันเทิง สถานประกอบการ ตลาด ชุมชน และห้างสรรพสินค้า รวม 49 แห่ง 69 ครั้ง ตรวจไปแล้ว 42,251 ราย พบติดเชื้อ 1,677 ราย คิดเป็น 3.97% และยังรอผลอีก 559 ราย โดย กทม.มีแผนตรวจเชิงรุกให้ได้ 26,850 รายต่อสัปดาห์ แบ่งเป็นการตรวจเชิงรุกในคลัสเตอร์สำคัญ 8,300 รายต่อสัปดาห์ เฝ้าระวังเชิงรุกใน 6 โซน กทม. วันละ 3,000 ราย หรือ 15,000 รายต่อสัปดาห์ การสุ่มตรวจในผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 250 ตัวอย่างต่อวัน หรือ 1,750 รายต่อสัปดาห์ และการตรวจในสถานกักตัวของรัฐ ที่มีการจัดเป็นที่พักให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงแยกตัวออกมาอยู่ในโรงแรม 3 แห่ง คือ โรงแรมธำรงอินน์ จรัญสนิทวงศ์, โรงแรมมายโฮเทล ห้วยขวาง และโรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท วันละ 600 คนต่อวัน หรือ 1,800 รายต่อสัปดาห์ ขณะเดียวกัน จะจัดเตรียมเตียงรองรับไว้ให้ได้ 1,343 เตียงต่อสัปดาห์ เพื่อรองรับคนที่ตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมการ 3 ชุดที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งขึ้นเพื่อบูรณาการงานในส่วนของ กทม.และปริมณฑล จะทำงานอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดความทับซ้อนกับงานของ ศบค. นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งใน ศบค. ทำงานประสานงานเชื่อมโยงระหว่างคณะทำงานชุดต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องและเชื่อมโยงข้อมูลขึ้นมาสู่การบริหารจัดการในระดับที่นายกฯ จะได้เข้ามารับรู้ข้อมูลเป็นรายวันโดยเร็วเพื่อบริหารสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับภาคส่วนอื่นๆ ยังดูแลกันเหมือนเดิม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศปก.ศบค. และประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบูรณาการด้านการแพทย์และสาธารณสุข กล่าวถึงการทำงานที่อาจซ้ำซ้อนกันว่า ในกรอบ ศบค.ทั้งหมด มีส่วนเข้าร่วมในทุกกิจกรรม ทุกกรรมการ โดยเป็นบุคคลหลักในการบูรณาการงานทุกคณะกรรมการให้เป็นไปอย่างประสานสอดคล้อง ไม่ให้ไม่ซ้ำซ้อน ส่วนความจำเป็นที่ต้องตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายมารองรับการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไปก้าวล่วงทุกหน่วยงานได้ ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า ศบค.ให้ทหารมารบโรคระบาดแทนที่จะเป็นแพทย์นั้น ใน ศบค.มีหลายหน่วยงาน ถ้าไม่มีหน่วยงานบูรณาการ หมอซึ่งรับผิดชอบรักษาโรคหรือป้องกันการแพร่ระบาดก็ต้องมารับภาระประสาน เช่น การระวังป้องกันตามแนวชายแดน ฉะนั้นเห็นว่างานต่างๆ มีมากมาย การที่ได้รับมอบจากนายกฯ เข้ามาก็เพื่อประสานการปฏิบัติเท่านั้น การรักษาโรคการป้องกันการแพร่ระบาดเป็นหน้าที่ของ สธ.
ล็อกดาวน์มาตรการสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า หากถึงวันศุกร์ที่ 14 พ.ค. ตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตยังเพิ่มขึ้น ศบค.จะมีมาตรการอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ทุกครั้งที่ ศบค.กำหนดมาตรการการแพร่ระบาด จะฟังข้อเสนอแนะของ สธ.เป็นหลัก ซึ่งจะวิเคราะห์ต้นเหตุของการแพร่ระบาดในแต่ละครั้งว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และเมื่อออกมาตรการมาแล้ว และใกล้ครบ 14 วัน ก็ต้องมาประเมินอีกครั้งหนึ่งว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ยังทำให้เกิดการแพร่ระบาด และต้องออกมาตรการป้องกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีแนวโน้มที่จะถึงขั้นล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิวหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า นายกฯ ห่วงใยในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน โดยให้ ศบค.พิจารณาอย่างรอบคอบในการพิจารณาการออกมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาด พยายามให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด มาตรการล็อกดาวน์หรือมาตรการเคอร์ฟิวจะเป็นมาตรการสุดท้าย หากไม่สามารถหยุดยั้งได้จริงๆ
เมื่อถามถึงความคืบหน้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ที่จะเปิดประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังเป็นไปตามกำหนดเดิม 1 ก.ค.นี้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า จะตอบว่าเป็นไปได้หรือไม่ ศบค.ก็จะพยายามทำให้เป็นไปได้ แต่คงต้องดูสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นอีกครั้ง ขณะนี้นายกฯ ได้ให้นโยบายกระทรวงสาธารณสุขว่า วัคซีนที่ทยอยเข้ามาในเดือนนี้ก็จะเร่งฉีดให้กับในพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่ที่มีการระบาดเป็นอันดับแรก เพื่อให้ทำให้แผนการแพร่ระบาดลดลง และเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เช่น ภูเก็ต เกาะสมุย และพัทยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม จะยังคงมีมาตรการเข้มงวดในสถานบริการยาวถึงสิ้นเดือน พ.ค.นี้หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า คงต้องรับฟังจาก สธ.เป็นหลักว่าจะมีความเห็นอย่างไร หลังจากที่ได้มีการสอบสวนโรคแล้ว ก็จะทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาด โดย สธ.จะนำมาวิเคราะห์เมื่อครบ 14 วัน เพื่อออกมาตรการที่เหมาะสมต่อไป
เมื่อถามว่า กรณีที่มีหัวคะแนนในพื้นที่เขตคลองเตยจัดคิวฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนบางกลุ่ม ศบค.จะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ในชั้นต้นได้รับข้อมูล แต่ได้สอบถามหน่วยงานในพื้นที่ ไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งช่วงเช้า ศปก.ศบค.ได้เน้นย้ำหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะ ผอ.เขตคลองเตยและหน่วยงานด้านสาธารณสุข ขอเพ่งเล็งเรื่องนี้เป็นพิเศษ และมิให้เกิดปัญหาเช่นนั้นขึ้น โดยในอนาคตหากยังมีเหตุการณ์เช่นนี้ อาจจะให้ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปสนับสนุนต่อไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นอกจากกลุ่มเสี่ยงเช่นผู้สูงอายุ โรคประจำตัว ที่เป็นเป้าหมายแรกในการฉีดวัคซีน คนหนุ่มสาวมีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนหรือไม่ เพราะเสี่ยงติดเชื้อโควิดเช่นกัน เลขาฯ สมช.กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งการเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ในการประชุม ครม. ให้นโยบายแก่ สธ. จำเป็นจะต้องฉีดให้คนกลุ่มอื่นและคนทำงาน ไม่ใช่ฉีดเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวหรืออายุ 60 ปีขึ้นไป เพราะวันนี้มีพื้นที่เสี่ยงและคนกลุ่มอื่นอาจเข้าไปติดเชื้อ โดย สธ.กำลังประชุมเรื่องนี้อยู่ คาดว่าจะจัดสรรฉีดวัคซีนให้คนกลุ่มอื่นด้วย &amp;nbsp;
4 เดือนฉีดคน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีการตั้งเป้าการฉีดวัคซีนให้คนกรุงเทพฯ อย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า เป็นนโยบายจากนายกฯ ตั้งเป้าจะฉีดให้คนไทย 50 ล้านคนในสิ้นปีนี้ ที่เหลือเวลาอีก 8 เดือน และ ศบค.ก็วางแผนว่าใน 4 เดือนแรกควรฉีดในเข็มแรกให้คนกรุงเทพฯ และประชากรแฝง คาดว่า 6 ล้านคน หรือประมาณวันละ 6 หมื่นคน โดย ศบค.ให้กรอบดังกล่าวไปให้ กทม. และ กทม.ต้องไปการวางแผนว่าในพื้นที่ 50 เขตว่าจะมีกี่จุด เพื่อให้สามารถฉีดได้ตามเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงโควิด-19 สายพันธุ์บราซิลและแอฟริกาที่มีข้อกังวลว่าจะมีการแพร่ระบาดเข้ามาทางชายแดน หรืออาจพบในสถานกักกัน ศบค.จะเข้าไปแก้ปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า นายกฯ ได้เน้นย้ำฝ่ายความมั่นคง ทั้งกองทัพไทยและกระทรวงมหาดไทย ให้เข้มงวดตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเข้ามาโดยผิดกฎหมาย และแม้จะเข้าโดยถูกกฎหมาย ก็ให้เพิ่มความเข้มงวดตรวจคัดกรองให้รอบคอบมากยิ่งขึ้น โดยได้หารือกันแล้วว่าถึงแม้ขยายเวลากักตัวเป็น 14 วันเหมือนเดิม สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ก็จะให้ติดตามหลังจากที่ได้ออกจากสถานกักกัน และก็ขอความร่วมมือที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับคนอื่นอีกสักระยะหนึ่งเพื่อป้องกันการติดเชื้อต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงการฉีดวัคซีนโควิดว่า จะฉีดวัคซีนให้ทุกคนที่อยู่ในไทย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติที่ประสงค์จะฉีดทุกคนโดยความสมัครใจ โดยในการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศต้องฉีด 70% ของประชากร ซึ่งแผนการจัดหาวัคซีนมีประชากรทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่อยู่ หรือมีการทำงานต่อเนื่องในไทย รวมทั้งคณะทูตานุทูตทั้งหมด 70 ล้านคน เป็นคนไทย 67 ล้านคน และต่างชาติอีก 3 ล้านคน เมื่อคิดยอดที่ต้องฉีด 70% คือ 50 ล้านคน โดย 1 คนฉีด 2 โดส รวมวัคซีน 100 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การที่ฉีดวัคซีนให้กับทุกคนในแผ่นดินไทย รัฐบาลและ สธ.&amp;nbsp; โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ย้ำหลายครั้งว่า Nobody is safe until everyone is safe. ทุกคนจะปลอดภัย เราต้องทำให้ทุกคนในแผ่นดินไทยให้ปลอดภัย&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว และว่า การฉีดวัคซีนให้กับคนต่างชาติและคณะทูตานุทูต ยึดหลักการปฏิบัติแบบสากล ด้วยความเคารพและให้เกียรติกันและกัน จะไม่มีใครฉีดก่อนฉีดหลัง เป็นไปตามความสมัครใจ และข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และสาธารณสุข ยืนยันว่าทุกคนที่อยู่ในแผ่นดินไทยจะได้ฉีดวัคซีนอย่างพร้อมเพรียงและใกล้เคียงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า ข่าวดีวันนี้วัคซีนซิโนแวคเข้ามาในไทยอีก 1 ล้านโดส ทำให้ในเดือน พ.ค.เป็นเดือนที่ได้รับวัคซีนค่อนข้างมาก โดยจะมีกระบวนการขั้นตอนในการตรวจเชิงคุณภาพใช้เวลาประมาณ 7 วัน จากนั้นจะเร่งกระจายวัคซีนไปฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในจังหวัดต่างๆ และกระจายวัคซีนไปฉีดเพื่อควบคุมสถานการณ์ในจุดที่มีการระบาด เช่น เขตคลองเตย
ไม่หว่านแหฟาวิพิราเวียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 05.35 น. ที่เขตปลอดอากรและคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้รับมอบวัคซีนโควิด-19 ของซิโนแวค 1 ล้านโดส จากประเทศจีนที่ขนส่งโดยสายการบิน Air China Airline
ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงเรื่องการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ว่าผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนยืนยันตรงกันว่า กรณีผู้ติดเชื้อยืนยันที่ไม่มีอาการและไม่มีโรคร่วม จะยังไม่ให้ยารักษาเฉพาะ ส่วนผู้ติดเชื้อยืนยันที่อาจมีอาการเล็กน้อย หรือไม่มีอาการ แต่มีโรคร่วมหรือมีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งนอกเหนือจากการรักษาตามอาการแล้ว สามารถให้ยาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์ได้ตามดุลพินิจของแพทย์ อาทิ อายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง รวมโรคปอดเรื้อรังอื่นๆ โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคหัวใจแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดี ภาวะอ้วน น้ำหนักมากกว่า 90 กิโลกรัม ตับแข็ง ภาวะ ภูมิคุ้มกันตาและภาวะอื่นๆ ที่แพทย์พิจารณาเห็นว่าเป็นปัจจัยเสี่ยง จึงเปิดช่องเอาไว้ให้แพทย์ที่รักษาให้พิจารณาเป็นรายๆ ไป ขณะที่คนติดเชื้อที่เริ่มมีอาการปอดอักเสบเล็กน้อย นอกจากให้ยาฟาวิพิราเวียร์แล้ว การให้ยาสเตียรอยด์ยังช่วยลดความรุนแรงจนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจในอนาคตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่เราไม่หว่านแหให้ยาฟาวิพิราเวียร์ เพราะมีผลข้างเคียง บางคนจะมีปัญหาตับอักเสบ และในที่สุดจะเกิดปัญหาเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นภาวะที่ผู้เชี่ยวชาญเป็นห่วงมาก เพราะตอนนี้เท่าที่ดูยังไม่มียารักษาเฉพาะ มีเพียงการวิจัยระยะ 2 และ 3 แต่ยังไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนและยังเอามาใช้ไม่ได้ ดังนั้นเราจะต้องเก็บยาตัวนี้เอาไว้เป็นอาวุธสําคัญ ที่ใช้รักษาโรคโควิด-19 จึงไม่อยากหว่านแห ที่สำคัญเราพบว่าผู้ติดเชื้อยืนยันที่ไม่มีอาการและไม่มีโรคร่วมที่มีประมาณ 30-40% นั้น ในจำนวนนี้มี 80-90% ไม่เปลี่ยนไปเป็นผู้ป่วยอาการสีเหลืองหรือสีแดง จึงไม่จำเป็นต้องให้ยา เพราะเป็นการให้ยาโดยเปล่าประโยชน์&amp;quot; นพ.สมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยได้มอบหมายสำนักงานเขต 50 เขต เร่งจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 5 ฝ่าย และมอบหมายทุกสำนักงานเขตเร่งสำรวจผู้ป่วยตกค้างในพื้นที่ ทั้งในส่วนที่ทำการตรวจคัดกรองหาเชื้อจากที่อื่น หรืออยู่ในรายชื่อผู้ป่วยของทีมแพทย์ กทม.ให้เพื่อให้การช่วยเหลือเข้ารับระบบการรักษาไม่ให้มีผู้ป่วยตกค้างในพื้นที่ กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการในที่ประชุมหัวหน้าหน่วยงาน ให้ทั้ง 50 เขตปูพรมทำการ Swab และฉีดวัคซีน โดยเฉพาะชุมชนหนาแน่นและกลุ่มเสี่ยง โดยมีเป้าหมายร่วมกันควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้อยู่ภายในวงจำกัดภายใน 2 สัปดาห์นี้&amp;rdquo; นางศิลปสวยระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102040</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กทม.และปริมณฑล, คลัสเตอร์บางแค, ฉีดวัคซีน, ตรวจเชิงรุก, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ติดเชื้อชุมชนบ้านขิง, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093f9432c094.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
