<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ราชทัณฑ์&#039; แจงรับตัวแกนนำม็อบ ยึดหลักป้องกันโควิดเหมือนผู้ต้องขังทั่วไปไม่เลือกปฏิบัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64 - นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีการรับตัวผู้ต้องขังเข้าใหม่ ในคดีก่อให้เกิดความวุ่นวายทางการเมือง ว่าผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการรับตัวที่กรมราชทัณฑ์ได้เน้นย้ำให้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงานของเรือนจำ (SOPs) อย่างเคร่งครัด ซึ่งเป็นไปตามกรอบของกฎหมายและมาตรฐานสากลที่สำคัญ เช่น พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง หรือข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) และข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง หญิงในเรือนจำฯ หรือข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขณะนี้ กรมราชทัณฑ์ได้รับตัวแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมไว้ในเรือนจำทัณฑสถานต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ประกอบด้วย เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำอำเภอธัญบุรี และทัณฑสถานบำบัดพิเศษหญิง ซึ่งกลุ่มแกนนำดังกล่าว ถือเป็นผู้ต้องขังเข้าใหม่ ที่ต้องได้รับการตรวจสุขภาพร่างกาย คัดกรองโรค ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) และกักตัวอยู่ในสถานที่กักกันโรคตามระยะเวลามาตรฐานการดำเนินงานด้านสาธารณสุข ดังนั้น จึงขอชี้แจงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจและเชื่อมั่นว่ากรมราชทัณฑ์จะปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ภายใต้กรอบของกฎหมายและมาตรฐาน ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมควบคุมดูแลไม่ให้มีการทำร้ายร่างกายผู้ต้องขังแต่อย่างใดแน่นอน และหากพบว่าเจ้าหน้าที่คนใดกระทำการดังกล่าว จะถือเป็นความผิดทั้งทางวินัยและอาญาเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112861</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมราชทัณฑ์, ผู้ต้องขัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_608a54902d49f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105322</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039; จี้เร่งฉีดวัคซีนให้มากที่สุด &#039;ผู้ต้องขัง&#039; ก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 64 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง นักการเมืองชื่อ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ผมได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของโควิดในเรือนจำมาก่อนหน้านี้บ้างแล้ว มาถึงวันนี้ก็ยังรู้สึกว่าสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง อาจเลวร้ายลงไปได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่เคยเป็นรัฐมนตรียุติธรรม เคยเข้าไปตรวจราชการรับฟังปัญหาในเรือนจำมาบ้างและในฐานะที่เคยถูกคุมขังระหว่างดำเนินคดีในศาลทหารมาแล้ว จึงขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้อีกสักครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจำนวนผู้ต้องขัง ซึ่งประกอบด้วยนักโทษเด็ดขาดและผู้ถูกคุมขังระหว่างการดำเนินคดีรวมทั้งหมดทั่วประเทศประมาณ 3.1 แสนคน ถึงวันนี้มีผู้ติดเชื้อโควิดสะสมรวมประมาณ 30,000 คน ซึ่งถือว่าเป็นอัตราส่วนที่สูงมาก เรือนจำบางแห่งมีผู้ติดเชื้อกว่าครึ่ง บางแห่งมากถึงเกือบ 90% ก็มี ในหลายวันมานี้ จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง แม้บางวันจะเพิ่มเป็นหลักร้อย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเพิ่มเป็นหลักพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ยุติธรรม คนนี้ได้ชี้แจงในสภาถึงสาเหตุที่ทำให้มีการระบาดได้ง่าย เพราะเรือนจำมีสภาพแออัด ไม่สามารถจัดให้มีการทิ้งระยะห่างได้ เรือนจำหลายแห่งผู้ต้องขังต้องนอนติดกันแบบห่างกันเพียง 2 เซนติเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (4 มิถุนายน 2564) มีโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแก่ผู้ต้องขังเรือนจำกลางสมุทรปราการ ซึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ไปถึงวันที่ 6 มิถุนายน รวม 4 วัน หรือวันละประมาณ 1,800 คน ถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยป้องกันการระบาดและการเจ็บป่วยของผู้ต้องขัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.ยุติธรรม บอกด้วยว่า จากนี้จะทยอยฉีดวัคซีนให้แก่เรือนจำอื่นๆ อีก โดยเฉพาะเรือนจำที่ปลอดเชื้อแต่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำถามก็คือโครงการนี้จะมีมากแค่ไหนและใช้เวลาเท่าใด หากไม่ดำเนินการให้กว้างขวางรวดเร็วพอ การแพร่ระบาดในเรือนจำก็อาจจะรุนแรงมากกว่าที่เป็นอยู่และเกิดความเสียหายอีกมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องยอมรับว่าเรือนจำส่วนใหญ่ไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะกักตัว (quarantine) อย่างถูกสุขลักษณะได้ พอติดเชื้อไม่กี่คนก็แพร่ระบาดจนเกือบจะป่วยกันทั้งเรือนจำในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนการรักษาพยาบาลก็ยิ่งอัตคัดขัดสนอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการแก้ปัญหาความแออัดในเรือนจำ รมว.ยุติธรรม ได้ขอให้ข้าราชการและผู้ต้องขังร่วมกันป้องกันตัวเองตามมาตรการป้องกันโรค และเร่งลดความแออัดภายในเรือนจำ รวมถึงการแก้ไขกฎหมายปรับอัตราโทษผู้ต้องคดียาเสพติดใหม่ และการขอพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องขังที่ป่วยติดเตียง ที่คาดว่าจะดำเนินการมีผลบังคับใช้ได้ ก็จะแก้ปัญหาความแออัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัญหาก็คือ ความพยายามเหล่านี้จะน้อยเกินไปและช้าเกินไปหรือไม่ เรือนจำในประเทศไทยอยู่ในสภาพผู้ต้องขังล้นคุก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมาณการกันว่าน่าจะเกินมาตรฐานอยู่ประมาณ 1 แสนคน จัดว่าเป็นการล้นคุกในอันดับต้นๆ ของโลก หลายประเทศได้ให้ความสนใจในเรื่องผู้ต้องขังล้นคุกนี้โดยเฉพาะเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด ก็ได้หาทางปล่อยตัวนักโทษที่ไม่ได้กระทำผิดร้ายแรงด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆ มาตรการที่กระทรวงยุติธรรมของไทยกำลังใช้อยู่ยังมีผลไม่มากและเร็วพอที่จะรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไม่มีการวางมาตรการรับมือกับการแพร่ระบาดในเรือนจำทั่วประเทศที่มีผลเพียงพอ ผู้ต้องขังอีกหลายหมื่นคนหรือนับแสนคนอาจต้องติดเชื้อและป่วย รวมทั้งอาจเสียชีวิตอีกจำนวนมากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางออกที่เป็นประโยชน์ในระยะยาวคือ การวางมาตรการเพื่อแก้ปัญหาคนล้นคุกอย่างเป็นระบบ มีหลักเกณฑ์ที่ดี สำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดีที่สุดคือการเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ต้องขังทั่วประเทศให้มากที่สุดและเร็วที่สุด รวมทั้งมีมาตรการทางสาธารณสุขที่ได้มาตรฐานด้วยความตระหนักว่าผู้ต้องขังทั้งหลายก็เป็นคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105322</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จาตุรนต์ ฉายแสง, ผู้ต้องขัง, เรือนจำ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609b3ecc042eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอวัคซีนคำตอบสุดท้ายสกัดโควิดเรือนจำ! &#039;สมศักดิ์&#039;ทวง&#039;อนุทิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 64 - นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงมาตรการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดในเรือนจำว่า&amp;nbsp; ถ้าเข้าใจว่าการเว้นระยะห่าง จะไม่สงสัยว่าทำไมถึงติดเชื้อในเรือนจำ เพราะนับตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมตัวเลขผู้ต้องขังมีจำนวน 3.9 แสนคน&amp;nbsp; ซึ่งล้นเรือนจำ และได้บริหารจัดการจนลดลงบ้างและตามมาตรฐานสากล ผู้ต้องขังควรมีพื้นที่นอน 2.25 ตารางเมตรต่อคน แต่วันนี้ยังไม่ถึง1.2 ตารางเมตรต่อคน และยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานเว้นระยะห่าง 1.5-2 เมตรต่อคน&amp;nbsp; แล้วจะไม่ให้ติดได้อย่างไร&amp;nbsp; ถ้าจะแก้โดยการสร้างเรือนจำเพิ่มให้ได้มาตรฐานสากล ต้องสร้างอีกเป็นร้อยเรือนจำ โดยเรือนจำหนึ่งใช้เงินประมาณ 1.5 พันล้านบาท&amp;nbsp; จะใช้เงินทั้งหมด 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นวิธีการที่เร็วที่สุดในขณะนี้ โดยแจ้งไปถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุขคือ นำวัคซีนไปฉีดในเรือนจำที่มีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ เพื่อสะกัดไว้ก่อน&amp;nbsp; ส่วนรายละเอียด นายกรัฐมนตรีและนายอนุทินจะแถลงเอง เราแค่ยื่นความจำนงเข้าไป&amp;nbsp; เพราะการที่เชื้อโรคจะแพร่เข้าไปมีหลายทาง ตัวอย่างหนึ่งคือที่เชื้อในอากาศ หรือแอร์บอร์น และถึงแม้จะมีตัวเลขในเรือนจำเยอะ&amp;nbsp; แต่ติดในพื้นที่จำกัด และหายไปตามระยะเวลา อย่างที่จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; จังหวัดนราธิวาส เป็นต้น ฉะนั้นอย่าไปตกใจกับตัวเลข ทั้งนี้ได้สั่งการให้เปิดพื้นที่เรือนจำเบา ให้รับผู้ต้องขังใหม่ไม่ให้ปะปนกับผู้ต้องขังเดิม เป็นการทำเพื่อรอวัคซีน ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่และวัคซีนมีมาแน่ และ เรารอได้ เพราะซื้อขอหรือจ้างเหมา ก็ต้องมีสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เนื่องในวันพิเศษจะมีพระราชทานอภัยโทษ จะมั่นใจได้อย่างไรผู้ต้องขังจะไม่ติดเชื้อโควิด นายสมศักดิ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; การขอพระราชทานอภัยโทษในวันเเฉลิมพระชนมพรรษาครั้งนี้ ยังมีเวลาอีก 58 วัน&amp;nbsp; ซึ่งวัคซีนที่ขอไปจะฉีดให้คนไม่ติดเชื้อ สำหรับผู้ป่วยติดเตียงให้ออกมาด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104750</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ต้องขัง, รมว.ยุติธรรม, วัคซีน, สมศักดิ์ เทพสุทิน, เรือนจำ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b44e5d36ca8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสม.จี้รัฐบาลเร่งดูแลผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 - นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทำหน้าที่แทนประธาน กสม.เผยว่า ในการประชุม กสม.ด้านการบริหาร ครั้งที่ 21/2564 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 กสม. มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่งต่อสิทธิในสุขภาพและชีวิตของผู้ต้องขังในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อันเนื่องมาจากสภาพความแออัดของเรือนจำ และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังที่ต้องอาศัยในพื้นที่ปิดเป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการได้รับและแพร่กระจายเชื้อ ประกอบกับเรือนจำต่าง ๆ ยังขาดแคลนอุปกรณ์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค รวมทั้งบุคลากรทางด้านสาธารณสุขที่ดูแลผู้ต้องขังได้อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ต้องขังถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีสิทธิในการได้รับการรักษาพยาบาลอันเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ประกอบกับองค์การอนามัยโลก (WHO) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ได้ประกาศแนวปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องขังว่า รัฐควรให้ความใส่ใจพิเศษต่อบุคคลที่ถูกคุมขังซึ่งมีความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นในการติดโรคในกรณีมีการแพร่ระบาดและการติดเชื้อเกิดขึ้นแล้ว และการเว้นระยะห่างทางสังคมยากที่จะกระทำได้ โดยรัฐควรมีมาตรการพิเศษสำหรับทุกคนในการแก้ไขปัญหาและตอบสนองต่อวิกฤติโดยเร็ว ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและในอนาคต กสม. จึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคส่วนต่าง ๆ พิจารณาดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขเร่งจัดหาและดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างทั่วถึง ทั้งนี้หลังจากที่ได้มีการตรวจคัดกรอง แยกและรักษาผู้ต้องขังที่ติดเชื้อแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขอสนับสนุนให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการตาม 10 มาตรการเชิงรุกในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในเรือนจำที่ได้ประกาศไว้ และควรพิจารณาเพิ่มเติมให้มีการตรวจคัดกรองเชิงรุกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำและครอบครัวอย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขอให้กรมราชทัณฑ์ทำความเข้าใจกับญาติของผู้ต้องขังถึงข้อจำกัดเรื่องสิทธิในการเข้าเยี่ยม การเปิดเผยข้อมูลความเจ็บป่วยของผู้ต้องขังที่ติดเชื้อแก่ญาติ และเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารหรือเข้าเยี่ยมผ่านระบบ Video Conference เพื่อป้องกันมิให้ผู้ต้องขังได้รับเชื้อโควิด 19 จากบุคคลภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กสม.ขอให้สังคมเข้าใจเหตุผลและความจำเป็นทางด้านสาธารณสุขที่รัฐควรต้องเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนเพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ผู้ต้องขัง และตระหนักว่าผู้ต้องขังต่างก็มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ กสม. ขอเป็นกำลังใจให้ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo;นายสุวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103421</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, กสม., นายสุวัฒน์ เทพอารักษ์, ผู้ต้องขัง, วัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4a6484b77f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิวไฮ!ติดโควิด 4,887 คน ในคุกเกินครึ่ง เสียชีวิต 32 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.64- ศูนย์ข้อมูล COVID-19 &amp;nbsp;รายงาน ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ณ วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม 2564
รวม 4,887 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อใหม่ 2,052 ราย ติดเชื้อในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 2,835 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หายป่วยกลับบ้าน 1,572 ราย ผู้ป่วยสะสม 64,891 ราย เสียชีวิต 32 ราย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102757</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ต้องขัง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609c8227273ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ชี้พบผู้ป่วยโควิด1รายยังไม่ใช่ระบาดรอบ2 ตราบใดที่คุมได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย. 63 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;โควิด 19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการป้องกันการระบาดของโรคโควิด 19 ผลกระทบได้ประโยชน์ทำให้โรคไข้หวัดใหญ่ RSV และโรคทางเดินหายใจลดลงอย่างมาก หรือแทบจะไม่พบเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากมีนโยบายผ่อนปรน และเปิดโรงเรียนเต็มรูปแบบ โรคทางเดินหายใจขณะนี้เริ่มพบในเด็ก และมาสู่ในวัยผู้ใหญ่ที่บ้าน จากการศึกษาที่ศูนย์ พบว่าสาเหตุส่วนใหญ่จะเป็น Rhinovirus A และรองลงมา เป็น Adenovirus&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Rhinovirus มี 3 ชนิด&amp;nbsp; คือ A B และ C อาการที่พบจะมีไข้ต่ำๆ เพียงวันเดียว และจะมีน้ำมูก คัดจมูก ตามมา หรือที่เราเรียกว่าไข้หวัด common cold&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามฤดูกาลนี้ของทุกปีจะพบ ไข้หวัดใหญ่ และ RSV สูงมาก ปีนี้ได้รับผลจากการดูแลป้องกันโควิด 19 ทำให้ลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก็จะต้องมีมาตรการอย่างเข้มงวดต่อไป ไม่ให้เกิดโควิด 19 ระบาดในรอบ 2 ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพบผู้ป่วย 1 ราย ยังไม่นับว่าเป็นการระบาด ถ้าเราควบคุมได้และไม่ให้เกิดรายที่ 2 3 ต่อไป และจ่ายเป็นรายที่ 4 ที่ 5&amp;nbsp; อย่างการระบาดในระยะรอบแรกในช่วงต้นเดือนมีนาคม&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76704</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ต้องขัง, ระบาดรอบ2, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebce17283a37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2020 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2020 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาธารณสุขพิษณุโลก ตรวจผู้ต้องขัง 3,000 รายพบ 690 รายเสี่ยงไทรอยด์สูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 5 มกราคม 2562 จากเหตุการณ์ผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก พบป่วยแขนขาอ่อนแรงจำนวนมาก และเสียชีวิตจำนวน 4 ราย ตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2562 เช้าวันนี้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข ประชุมให้การช่วยเหลือผู้ป่วยภายในเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp; มีนายชัชพงศ์ เอมะสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปสถานการณ์กรณีผู้ป่วยแขนขาอ่อนแรงเป็นกลุ่มก้อน (จำนวนมาก) ของเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก

&amp;nbsp;หลังการประชุม นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์&amp;nbsp; นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่ผู้ต้องขังเสียชีวิตไล่เลี่ยกันดังกล่าว เกิดตั้งแต่วันที่ 29&amp;nbsp; ธันวาคม 2562 1 ราย และ วันที่ 30 ธันวาคม 2562 จำนวน 2 ราย และมีผู้ต้องขังทยอยป่วยต่อเนื่อง และมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ในวันที่ 4 มกราคม 2563 ได้ส่งทีมแพทย์เข้าไปในเรือนจำ พร้อมกับทีมสอบสวนโรค&amp;nbsp; หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ระดมสาธารณสุข จาก 9 อำเภอ พร้อมเครื่องมือ เพื่อตรวจชีพจรผู้ต้องขัง ถ้ามีสัญญาณชีพจร ผิดปกติก็จะทำการเจาะเลือด ตรวจอีกครั้งเพื่อทำการรักษา&amp;nbsp; ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในจังหวัดพิษณุโลกมาเป้าหมายเดินทางมาที่เรือนจำเพื่อตรวจคัดกรองผู้ต้องขังป่วย จำนวนทั้งหมดกว่า 3,000 กว่าคน&amp;nbsp; แล้วเสร็จครบ 100%&amp;nbsp;

เมื่อคืนนี้ 4 มกราคม 2563 ตอน 4 ทุ่มกว่า&amp;nbsp; โดยจากการตรวจผู้ต้องขังทั้งหมดเมื่อคืนนี้พบว่าภาวะที่เกิดขึ้นกับผู้ต้องขังที่ป่วย จากการสุ่มตรวจพบผลเลือดออกหมดแล้ว มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง และมีภาวะโปตัสเซียมในเลือดต่ำ สาเหตุสงสัยเรื่องอาหาร แต่ที่ยังไม่ฟันธง 100% เพราะผลตรวจอาหารยังไม่มา ต้องรอผลแล็ป 1-2 สัปดาห์

&amp;nbsp;นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์&amp;nbsp; นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยต่ออีกว่า เมื่อคืนได้ตรวจจนหมด 3 พันกว่าคน พบว่ามีคนที่มีหัวใจเต้นเร็ว คือเหมือนกับมีปัญหาเรื่องไทรอยด์ฮอร์โมนที่เกิน พบ 690 คน ซึ่งในเบื้องต้นจะคัดแยกเป็น 2 กลุ่ม ใน 690 คน กลุ่มที่ 1 คืออาการไม่มาก หมายถึงมีหัวใจเต้นเร็วไม่มากอาการยังอื่นไม่มาก เราให้ยารักษาในเรือนจำ ณ เดี๋ยวนั้นเลย แล้วจะมีการติดตามเอายาไปให้ทุกวัน

&amp;nbsp;ส่วนกลุ่มที่ 2 คนที่หัวใจเต้นเร็วมาก คือไปวัดบางคน 130-140 ต่อนาที คนปกติประมาณ 80 ต่อนาที อันนี้คือภาวะเร่งด่วน เราทำการเจาะเลือด เพื่อดูว่ามีภาวะรุนแรงเร่งด่วนแค่ไหน แล้วตอนที่เข้าไปพบว่ามีบางส่วนเหมือนกันที่มีภาวะหัวใจเต้นเร็วด้วย และภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงด้วย อันนี้เป็นกรณีเร่งด่วนสุดจำเป็นต้องส่งตัวออกมารักษาข้างนอกที่โรงพยาบาล ซึ่งเมื่อคืนได้ส่งมารักษาที่รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวร&amp;nbsp; 24&amp;nbsp; ราย อีกส่วนหนึ่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลวังทอง

&amp;nbsp;สำหรับภาวะไทรอยด์สูง จะนำไปสู่การมีหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ บางคนใจสั่น เมือมั่น&amp;nbsp; และนำไปสู่การมีภาวะโปรตัสเซียมในเลือดต่ำ ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง และอาจจะทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง ไม่ใช่โรคติดต่อ เกิดจากสาเหตุ 1. ร่างกายสร้างฮอร์โมนตัวนี้ขึ้นมาเอง เยอะผิดปกติ&amp;nbsp; คือคนที่ป่วยด้วยโรคไทรอยด์ 2.ได้รับไทรอยด์ฮอร์โมนจากแหล่งภายนอก เช่น ยา หรือ ปนเปื้อนมาจากอาหาร และกินเข้าไป&amp;nbsp; ในกรณีผู้ต้องขังทั้งหมด ไม่ได้เกิดจากร่างกายของเขาเอง แต่น่าจะเกิดจากการได้รับไทรอยด์ฮอร์โมนจากภายนอก และที่น่าสงสัยมากที่สุดก็คือเรื่องของอาหาร แม้ว่าจะปรุงสุกแล้ว ก็ไม่ได้มีผลกับการจัดการไทรอยด์ฮอร์โมน เพราะสามารถทนความร้อนได้

&amp;nbsp;นายแพทย์ปิยะ ศิริลักษณ์&amp;nbsp; นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก บอกต่ออีกว่า ในกรณีทั้ง 4&amp;nbsp; ราย เสียชีวิตก่อนถึงมือ รพ. เขาเสียชีวิตในเรือนจำ เรารับรู้ได้เพียงแค่เหตุการณ์ เขาไม่ได้มีอาการแล้วมารักษาที่เรา และเสียที่เรา เราเลยระบุลำบากเพราะเวลาที่เขาเสียชีวิตในเรือนจำกว่าจะตัวออกมาได้ขั้นตอนมีหลายอย่าง ขณะที่ผลการตรวจผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มกราคม นั้น คือ รายที่ 4 นั้น พบสาเหตุการเสียชีวิตแน่ชัดว่า เกิดจาก ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 5 รายนั้น 1 รายมาจากเรือนจำกลาง ซึ่งเสียชีวิตจากสาเหตุอื่น ไม่ใช่จากภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง

สำหรับผู้ป่วย 690 ราย ที่พบผิดปกติจะให้ทานยาทุกวัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย&amp;nbsp; พร้อมกับวางแวนไว้ว่าในวันที่ 7 มกราคม 2563 นี้ จะทำการเจาะเลือดผู้ต้องขังทั้งหมด 3,000 ราย เพื่อตรวจหาภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่อยากให้ตระหนกตกใจ ว่าโรคนี้ หรือเหตุการณ์นี้&amp;nbsp; จะแพร่ขยาย หรือ กระจายออกไปสู่ภายนอก และไม่ได้มีใครนิ่งนอนใจเลย ทางเรือนจำ หน่วยงานสาธารณสุข ทุกหน่วยงานทำงานหนักมาตลอดตั้งแต่เกิดเหตุ&amp;nbsp; พยายามที่จะหยุดยั้งปัญหานี้ให้ได้&amp;nbsp; ไม่ได้มีใครเพิกเฉยหรือละเลย เราทำอย่างเต็มที่&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก

&amp;nbsp;ขณะที่บรรยากาศที่หน้าเรือนจำจังหวัดพิษณุโลก วันนี้อาทิตย์ที่ 5 ม.ค.63 เป็นวันที่ไม่ได้เปิดให้มีการเยี่ยมญาติผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่าค่อนข้างเงียบเหงา เช้านี้ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ต้องขังที่ได้รับการปล่อยตัวออกมา ซึ่งทุกคนสุขภาพร่างกายแข็งแรง ผู้ต้องขังรายหนึ่งบอกว่า ถูกส่งตัวเข้ามาที่เรือนจำในวันที่กำลังมีการป่วยรุนแรงพอดีคือวันที่ 29 ธันวาคม 2562 ช่วงนั้นก็พบเห็น ผู้ต้องขังหลายรายมีอาการป่วยแขนขาอ่อนแรง และทราบข่าวว่ามีผู้ต้องขังเสียชีวิตด้วยสำหรับอาหารการกินนั้นก็สะอาดครบทุกมื้อส่วนใหญ่รสชาติค่อนข้างจืด

สำหรับญาติผู้ต้องขังรายหนึ่งเมื่อทราบข่าวได้มาติดต่อเนื่องจากร้อนใจ กลัวลูกป่วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ให้เข้าเยี่ยมจะเยี่ยมได้ตามเวลา และได้รับการชี้แจ้งว่าถ้าหากลูกป่วยก็จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อไป แต่อย่างไรก็ยังรู้สึกเป็นห่วง คงได้มาเยี่ยมตามวันเวลากำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53841</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิษณุโลก, ผู้ต้องขัง, โรคไทรอยด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200105/image_big_5e1199408d30b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
