<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้นำฝ่ายค้าน&#039;จั่วหัวเฉ่ง&#039;บิ๊กตู่&#039;จัดงบล้มเหลว! ไล่ลาออกคืนความสุขปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค. 64 - ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 11.30 น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2565 ว่า สิ่งที่เห็นจากร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 เหมือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อยู่คนละโลกกับประชาชนเจ้าของประเทศ ไม่อยู่บนโลกความเป็นจริง เพราะความเป็นจริงที่ทุกคนเผชิญอยู่ในขณะนี้ ประชาชนลำบากแสนสาหัส แต่รัฐบาลกลับวางแผนจัดงบประมาณปี2565 ราวกับประเทศอยู่ในภาวะปกติ สะท้อนความล้มเหลว หละหลวมในการบริหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯไม่ได้ยินเสียงประชาชนที่เดือดร้อน หรือมีศักยภาพการบริหารจัดการได้เท่านี้ ไม่สนใจประเทศจะเสียหายอย่างไร ขอให้ยังรักษาอำนาจผลประโยชน์พวกพ้อง ที่ผ่านมารัฐบาลวนเวียนกับความปลาบปลื้มในการควบคุมโรคระบาดได้ดี แต่อีกด้านกลับมืดบอด มองไม่เห็นความเดือดร้อนจากการพังทลายของภาคธุรกิจที่จมน้ำตายต่อหน้าต่อตา เป็นรัฐบาลที่ตัดสินใจผิดพลาดอย่างมากเท่าที่เคยมีมา โดยเฉพาะความผิดพลาดเรื่องวัคซีน ที่ประชาชนไม่สามารถเลือกวัคซีนที่ตนเองคิดว่าปลอดภัยที่สุด การกระจายวัคซีนที่ไม่หลากหลาย ไม่รวดเร็ว ไม่ทั่วถึง สะท้อนการไร้ศักยภาพของผู้นำที่ขาดวิสัยทัศน์ ไม่มีแผนการรับมืออย่างเป็นระบบ ล้มเหลวไม่เป็นท่า คนไทยมีหนี้ครัวเรือนสูงที่สุด เศรษฐกิจเสียหายกว่า 1 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มจมดิ่งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ไม่อาจยอมรับให้ผ่านได้ใน 4ประเด็น คือ 1.เป็นงบประมาณที่ไม่จัดลำดับความสำคัญของปัญหา ไม่บรรเทาความเดือดร้อน ที่เห็นได้ชัดเจนคือ จัดงบให้กระทรวงกลาโหมมากที่สุด มากกว่ากระทรวงสาธารณสุขเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่งบกระทรวงสาธารณสุขถูกปรับลดเป็นครั้งแรกในรอบ 12ปี ถึงกว่า 4,000ล้านบาท ทั้งกรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันวัคซีน หน่วยงานที่เกี่ยวกับการควบคุมโควิด&amp;nbsp; เช่น การคัดกรอง การจัดหาชุดตรวจ และการบริหารจัดการวัคซีน ถูกตัดในช่วงเวลาที่ประเทศมีความจำเป็นสูงสุดด้านสาธารณสุข แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่&amp;rdquo; นายสมพงษ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ไม่คำนึงถึงปัญหาทุกข์ร้อนประชาชน ในสภาวะที่ประเทศต้องการสวัสดิการดูแลชีวิตประชาชน แต่งบประมาณกระทรวงพัฒนาสังคมฯ กระทรวงแรงงาน ถูกตัดลดลงอย่างมาก รัฐบาลใจดำกับประชาชน&amp;nbsp; 3.ไม่มีวิสัยทัศน์ ขาดการคิดวางแผนงบประมาณในการวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเตรียมให้ประเทศออกจากวิกฤต เช่น การฟื้นฟูส่งเสริมกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี และ4.สะท้อนถึงความอ่อนด้อยการบริหารจัดการ ไม่ทำให้เกิดความเชี่อมั่น จะก้าวพ้นวิกฤตในอนาคตได้&amp;nbsp; จัดงบปี 2565 ชนเพดาน กู้ชดเชยขาดดุลเพิ่มไม่ได้อีกแล้ว ไม่รู้จักหาเงินเข้าประเทศ รู้จักแต่การกู้ นำมาใช้แบบไม่ก่อให้เกิดรายได้ งบประมาณประเทศที่ถูกจัดอย่างไร้ยุทธศาสตร์ ไม่อาจยอมรับให้ผ่านสภาฯได้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเสียสละตนเอง ลาออกคืนความสุขให้ประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104774</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบ65, นายกฯ, บิ๊กตู่, ผู้นำฝ่ายค้าน, สภา, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b476ff447af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;แย้ง3ฉายารัฐสภา ขอเปลี่ยนสมพงษ์&#039;ผู้นำฝ่ายค้านที่โลกลืม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค. 63 - นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้งฉายาให้กับรัฐสภาของสื่อมวลชนประจำรัฐสภาในปีนี้ว่า ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของทุกปี ที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภา จะมีฉายาให้กับสมาชิกรัฐสภา ซึ่งถือว่าเป็นกระจกเงา ที่สะท้อนภาพการทำงานของสมาชิกรัฐสภาในรอบปีที่ผ่านมา ฉายาทั้งหมดอาจจะมีถูกใจ หรือไม่ถูกใจของใครบางคนบ้างก็ตาม ในฐานะสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง ที่ไม่ได้โดนตั้งฉายา แต่เคารพและยอมรับการตั้งฉายาประจำปีนี้ทั้งหมด แม้ว่าจะเห็นด้วยกับบางฉายา เช่น ฉายาของรัฐสภา ฉายาของประธานวุฒิสภา ฉายาของสมาชิกวุฒิสภา และฉายาของเหตุการณ์แห่งปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เห็นว่าเป็นฉายาที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง เช่น ฉายาของประธานสภาผู้แทนราษฎร ฉายาของผู้นำฝ่ายค้าน และฉายาดาวดับแห่งปี เพราะเห็นว่าฉายาครูใหญ่ไม้เรียวหัก อาจจะไม่ตรงกับบทบาทของการทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นการทำหน้าที่เพื่อขอความร่วมมือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีบทลงโทษเป็นจิตสำนึกส่วนบุคคล และสภาชุดนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็มีความหลากหลายมากกว่าสภาทุกสมัย ส่วนฉายาของผู้นำฝ่ายค้านนั้นเห็นว่าควรจะตั้งฉายาให้ตรงกับบทบาท ถ้าเห็นว่ามีบทบาทไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ก็อาจจะตั้งเป็นฉายาผู้นำฝ่ายค้านที่โลกลืม หรือผู้นำฝ่ายค้านไร้น้ำยาก็ได้ ไม่ควรจะไปเปรียบเทียบกับชื่อของนายสุทิน คลังแสง ส่วนฉายาดาวดับ ก็เห็นว่าเป็นการแสดงออกทางการเมือง และไม่มีผลกระทบในทางลบที่รุนแรงจนถึงขั้นเป็นดาวดับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท กล่าวด้วยว่า การเกิดขึ้นของฉายาทั้งหมดนี้ ก็มาจากบริบททางการเมืองที่เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ทั้งสิ้น ที่เป็นรัฐธรรมนูญ ที่มาจากการเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจ จึงทำให้องค์ประกอบทางการเมืองทุกภาคส่วน มีข้อจำกัดและเกิดอาการบิดเบี้ยวอย่างที่เห็นกันอยู่ จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้เป็นประชาธิปไตย และยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88172</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉายารัฐสภา, ประธานสภา, ผู้นำฝ่ายค้าน, เทพไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201228/image_big_5fe942692ab74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สมพงษ์’ฟุ้งเชื่อเป็นฝ่ายค้านอีกไม่นาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา มีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภา และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยพรรคก้าวไกล รวมทั้งผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาเข้าร่วมในพิธีและแสดงความยินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงแนวทางการทำงานของฝ่ายค้านในอนาคตว่า จากบทเรียนที่ได้เคยดำรงตำแหน่งนี้มาก่อนจะต้องมีการปรับการทำงานให้ดีขึ้น และจะต้องเป็นฝ่ายค้านที่ทำงานสร้างสรรค์ แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น เรามีความคิดเห็นก็ได้นำมาผสมผสานกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจำได้ว่ารับพระบรมราชโองการเมื่อปีที่แล้ว ท่านสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภามาร่วมพิธีด้วย ท่านให้คำพูดสั้นๆไว้ แต่เป็นที่ประทับใจว่าขออำนวยอวยพรให้พี่พงษ์ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านให้อยู่นานๆ แต่วันนี้ท่านสุชาติไม่มาก็อาจจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ได้ หมายถึงเป็นผู้นำฝ่ายค้านอาจจะใช้เวลาไม่นานก็ได้ ก็วาดหวังอย่างนั้น&amp;quot;นายสมพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ยังหวังกลับไปเป็นรัฐบาลใช่หรือไม่ นายสมพงษ์ กล่าวว่า &amp;quot;ก็ไม่แน่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าอีกไม่นานจะมีการเลือกตั้งใหม่ใช่หรือไม่ นายสมพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนน่าจะมองออกว่าผ่านมาปีกว่าเป็นอย่างไร ไม่อยากเอ่ยถึงนายกฯ เพราะท่านเองก็บอกว่าท่านไม่สะดุ้ง ก็หวังใจว่าท่านคงจะทำใจได้แล้ว การอภิปรายกี่หนท่านก็คงไม่กระทบกระเทือน ส่วนเราจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำให้นายกฯออกไปเลยใช่หรือไม่ นายสมพงษ์ กล่าวว่า อยู่ที่นายกฯ ความจริงท่านน่าจะไปหลายหนแล้ว แต่ไม่ไป และยังยึดมั่น เก้าอี้ท่านเหนียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามต่อว่า ช็อตเด็ดที่ฝ่ายค้านจะนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้คืออะไร นายสมพงษ์ กล่าวว่า ช็อตเด็ดมีแน่ แต่จะให้แย้มออกมาคงไม่ได้ เดี๋ยวนายกฯ จะรู้ตัวแล้วเกิดมาฟังการอภิปรายขึ้นมา ทั้งๆที่ท่านก็ไม่เคยฟัง ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านฯก็สามารถพูดกระเซ้านายกฯได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87005</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์, ผู้นำฝ่ายค้าน, พท., ส.ส.เชียงใหม่, หัวหน้าพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd985c0d8c9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 21:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.63 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่าตามที่ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ นั้น เนื่องด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๓ เป็นเหตุให้พ้นจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ต่อมา พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น พรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด ได้เลือกตั้งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรคอีกวาระหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
ประธานสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ครูจุ๊ย-อดีตสส.ส้มหวาน&amp;#39; โวยสื่อ-ดร.นิว
	ส.ศิวรักษ์&amp;#39; ซัด &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; โง่แล้วยังงก
	หงายไพ่ใบสุดท้ายของเจ้าของม็อบ 3 นิ้ว!
	เจ็บ! &amp;#39;นิพิฏฐ์&amp;#39; ถามรสนิยมค้อนเคียว เวลาลี้ภัยมีใครไปอยู่ประเทศคอมมิวนิสต์บ้าง
	เละ! &amp;#39;ฟันเฟือง&amp;#39; ถอนตัวพ้น &amp;#39;การ์ดภาคีฯ&amp;#39;
	&amp;#39;ดร.อานนท์&amp;#39; ข้องใจ &amp;#39;อัยการปรเมศวร์&amp;#39;&amp;nbsp;
	อีกล็อต! ยกโขยงตาม &amp;#39;เจ๊หน่อย&amp;#39; ทิ้งพรรคเพื่อไทย
	คลิปร้อน &amp;#39;การ์ดธนาธร&amp;#39; สุดเดือด!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86453</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ผู้นำฝ่ายค้าน, ราชกิจจานุเบกษา, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมพงษ์&#039; พ้นตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เพื่อไทยเตรียมชงชื่อใหม่หลังเลือก กก.บห.พรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.63 - &amp;nbsp;เวลา 11.35น. ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ ถึงกรณีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะทำให้พ้นไปจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านโดยปริยายหรือไม่ ว่า ตำแหน่งผู้นำฝ่านค้านคือหัวหน้าพรรคที่ใหญ่ที่สุดซึ่งไม่ได้ร่วมรัฐบาล เมื่อลาออกก็เท่ากับพ้นไปทันที วันนี้พรรคจะทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อแจ้งให้ทราบว่านายสมพงษ์ลาออก จากนี้เมื่อมีประชุมใหญ่วิสามัญและได้หัวหน้าพรรคคนใหม่พรรคจะทำหนังสือแจ้งไปยังนายชวนอีกครั้งเพื่อนำรายชื่อหัวหน้าพรรคคนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78859</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, ผู้นำฝ่ายค้าน, พรรคเพื่อไทย, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f353c400eff9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78838</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.เปลี่ยนโลโก้พรรค! ไม่เอาหัวแหลม ปัดกลับลำตั้งรบ.แห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย. 63 - นายชูศักดิ์ ศิรินิล รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยก่อนการประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยว่า มีเรื่องสำคัญ 2 วาระ คือ 1.รับทราบกรณีกรรมการบริหารพรรคบางคนลาออก และ2.หารือเพื่อที่จะแต่งตั้งกรรมการบริหารคนใหม่แทนโดยเร็วที่สุด วันที่ 1 ต.ค.นี้ ส่วนวาระสำคัญอีกหนึ่งเรื่องคือ หารือเพื่อเตรียมเปลี่ยนสัญลักษณ์พรรคเพื่อไทยใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเปลี่ยนแปลง หลายอย่างที่เกิดขึ้นในพรรค แต่ยืนยันการเปลี่ยนสัญลักษณ์ของพรรคในครั้งนี้ ไม่ได้เปลี่ยนเพราะคนเก่าออก และจะมีคนใหม่มาแทน หรือต้องการจะล้างบางกลุ่มไหน เพราะการเปลี่ยนแปลงของเพื่อไทยครั้งใหม่ จะมีกลุ่มคนหลากหลายอายุ ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกันทำงาน และมั่นใจว่าทุกคนในพรรคต้องการจะให้พรรคเกิดความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยน เพื่อให้พรรคขับเคลื่อนไปพร้อมกันและทุกคนจะได้ มาผนึกกำลังร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการเปลี่ยนแปลงโลโก้พรรค หมายความว่าจะเป็นการยกเครื่องการทำงานทุกอย่างภายในพรรคหรือไม่ นายชูศักดิ์ ระบุว่า โลโก้พรรคจะดูดีและสื่อความหมายได้ดีขึ้น เป็นเรื่องของสัญลักษณ์ เพราะไหน ๆ จะประชุมใหญ่ก็ถือโอกาสเปลี่ยนแปลงเลยตนไม่สามารถเปิดเผยได้ตอนนี้ แต่หากดูโลโก้ ท.ทหาร จะเห็นเป็นหัวแหลม ๆ เราก็ทำให้กลมเป็น ท.ทหารแบบไทยๆ เป็นต้น ก็ถือโอกาสนี้ เมื่อถึงโอกาสก็ทำเลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์การเปลี่ยนแปลงในพรรคเพื่อไทย อาจนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น นายชูศักดิ์ ยืนยันว่า จุดยืนพรรคเพื่อไทยยังเหมือนเดิม และคงเป็นการวิเคราะห์คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าจะไปร่วมกับพรรคนั้น พรรคนี้ แต่ว่าโดยส่วนตัวไม่น่าจะไปถึงขนาดนั้น&amp;nbsp; ซึ่งตอนหลังเราฮิตคำว่า ดีเอ็นเอ ก็ต้องดูดีเอ็นเอกันด้วยพอสมควรเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูศักดิ์ กล่าวถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคลาออกจากตำแหน่ง จะทำให้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพ้นไปด้วยนั้นว่า ตามกฎหมายก็จะพ้นไปโดยปริยาย ซึ่งวันนี้พรรคก็จะทำหนังสือส่งถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และเมื่อได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ก็จะต้องนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้งนั้น นายชูศักดิ์ กล่าวว่าด้วยความที่พรรคเป็นพรรคใหญ่มีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งมีข้อจำกัดหลายอย่างที่ ตำแหน่งนี้จะต้องเป็น ส.ส. และเป็นผู้อาวุโสได้รับการยอมรับ จึงอาจเป็นไปได้ แต่ขอให้รอดู.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78838</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูศักดิ์ ศิรินิล, ผู้นำฝ่ายค้าน, พท., รัฐบาลแห่งชาติ, เปลี่ยนโลโก้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f7168428168d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านหนุนใช้โมเดลรธน.40</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผู้นำฝ่ายค้านยกคณะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ญัตติรวด ทั้งปิดสวิตช์ ส.ว. ย้อนกลับไปใช้การเลือกตั้งยุค 2540 &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; เล็งบรรจุวาระ 23-24 ก.ย. &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เผยไทม์ไลน์แก้ รธน.ใช้เวลายาวนานไม่ว่าเลือกฝ่ายไหน บอกมีฉบับใหม่แล้วยุบสภาไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ &amp;ldquo;พีระพันธุ์&amp;rdquo; ร่ายยาวแจงยิบรายงานศึกษาแก้ รธน.60 ชงรัฐสภาคานอำนาจองค์กรยุติธรรม-องค์กรอิสระ ตั้ง ส.ส.ร.แก้ทั้งฉบับยกเว้นหมวด 1-2 &amp;ldquo;ก้าวไกล&amp;rdquo; พาเหรดแซะทำไมแก้ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมหัวหน้าพรรค 6 พรรค และคณะ ได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย 1.การแก้ไขมาตรา 272 และ 159 ว่าด้วยการให้ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี 2.มาตรา 270 และ 271 ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ 3.มาตรา 279 ว่าด้วยการรับรองคำสั่งและประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ 4.การแก้ไขระบบเลือกตั้ง ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชวนกล่าวว่า เมื่อมีการเสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาแล้วจะตรวจสอบความถูกต้องว่ามี ส.ส.เข้าชื่อครบตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่ หากไม่มีอะไรผิดพลาดจะบรรจุเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาได้ภายใน 15 วัน ซึ่งทันกับการประชุมรัฐสภาในวันที่ 23-24 ก.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า การยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มี ส.ส.ร่วมลงชื่อประมาณ 170 คน ซึ่งการแก้ไขกระบวนการเลือกนายกฯ จะกำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นเป็นผู้เลือกนายกฯ จากบัญชีที่พรรคการเมืองเป็นผู้เสนอ หากไม่สามารถเลือกนายกฯ ตามบัญชีที่พรรคการเมืองเสนอได้ จะเปิดโอกาสให้ ส.ส.ในสภาเสนอชื่อ ส.ส.ที่มีคุณสมบัติ และไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามให้สภาเลือกเป็นนายกฯ ต่อไป ซึ่งเท่ากับปิดโอกาสนายกฯ คนนอกไปโดยปริยาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวว่า ในระบบเลือกตั้ง พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอให้นำระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2540 มาบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. 500 คน แบ่งเป็นระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน โดยระบบแบ่งเขตเลือกตั้งใช้รูปแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ส่วนการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะใช้ระบบการกัน 5% หมายความว่าพรรคการเมืองใดที่จะมี ส.ส.บัญชีรายชื่อได้นั้น ต้องมีจำนวนคะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 5% จากจำนวนคะแนนเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งจะไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใหญ่หรือทำลายพรรคการเมืองเล็ก ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้ยังไม่เป็นที่ยุติ อาจมีการอภิปรายและแก้ไขในชั้นของคณะกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่ยังถกเถียงกันอยู่ว่า ไม่ได้ถกเถียง โดยถ้าใช้ร่างของพรรค พท. ก็จะมี ส.ส.ร. ซึ่งต้องทำให้เสร็จภายใน 4 เดือน แต่ถ้าใช้ร่างของพรรคร่วมรัฐบาล จะไม่มี ส.ส.ร. แต่จะทำให้เสร็จภายใน 240 วัน หรือ 8 เดือน ทั้งนี้ เราต้องดูถึงทัศนะของแต่ละฝ่ายที่แสดงออกมาในร่างรัฐธรรมนูญ พรรค พท.มีทัศนะอย่างไร เรารู้จากร่างที่เขายื่น พรรคร่วมรัฐบาลมีทัศนะอย่างไร เราก็รู้จากในร่างของเขา ฉะนั้น คนนั้นพูด คนนี้พูด ก็ไม่รู้ว่าจะฟังใคร
ย้ำแก้รธน.เรื่องยาว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลาร่างนานใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ยาวนานแน่นอน เพราะต้องมีเวลาก่อนหน้านั้น กับระยะเวลาหลัง เช่น การทำกฎหมายประชามติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 การจัดตั้ง ส.ส.ร. การร่างรัฐธรรมนูญ การทำประชามติ การประกาศผล การคัดค้าน รอขึ้นศาล เมื่อผ่านทุกอย่างแล้วก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย รวมเวลาทั้งหมดก็เป็นปี
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเป็นห่วงอยู่นิดเดียวที่มีเสียงพูดออกมาว่า เมื่อรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้แล้วยุบสภา ยุบแล้วเป็นอย่างไร ยุบแล้วเลือกตั้งใหม่ใช่หรือไม่ ก็ต้องถามว่าแล้วใครทำกฎหมายลูก เพราะรัฐธรรมนูญที่คุณร่างออกมาใหม่ ถ้าเหมือนของเก่าเปี๊ยบ ก็ไม่จำเป็นต้องทำกฎหมายลูก แต่คำถามคือคุณไปร่างใหม่หาอะไร คุณร่างใหม่ก็เพราะคุณต้องการเปลี่ยนวิธีเลือกตั้งใหม่ แล้วถ้าแก้ไม่สำเร็จ คุณก็ต้องมีวุฒิสมาชิกแบบเลือกตั้ง ซึ่งทั้งหมดก็ต้องทำกฎหมายลูกให้หมดอย่างน้อย 3-4 ฉบับ และอาจมีมากกว่านี้ เพราะไม่รู้ว่าเขาจะร่างออกมาอย่างไร ซึ่งตรงนี้ต้องใช้เวลาสภา ฉะนั้นถ้าจะยุบอย่างที่เรียกร้องกันว่ารัฐธรรมนูญประกาศใช้ใหม่แล้วก็ได้ แต่ถ้ายุบแล้วก็ต้องไปเลือก แล้วจะเลือกตามกติกาอะไร เพราะมันไม่มีสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เผลอๆ ตอนนั้น ส.ว.ก็อาจไม่มีด้วย ซึ่งวิธีแก้มันมี แต่ต้องไปคิดให้รอบคอบทั้งหมด ซึ่งก็ต้องให้ ส.ส.ร. 200 คนคิด เรื่องนี้ไม่ได้คิดว่ายุ่งยากอะไร เพียงแต่ต้องคิดเอาไว้ล่วงหน้า มันไม่ยุ่งหรอก เพียงแต่อาจยาวนาน&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการประชุมพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งมีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ เป็นประธานพิจารณาเสร็จแล้ว
โดยนายพีระพันธุ์กล่าวถึงสาระสำคัญว่า ระบบเลือกตั้งจะกลับไปใช้ระบบเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และควรยกเลิกการเสนอชื่อนายกฯ ไม่ควรกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ขณะที่การคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามมาตรา 91 ควรยกเลิก ส่วน ส.ว.นั้นมีข้อเสนอให้มีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง องค์กรอิสระ และตุลาการ เพื่อไม่ให้กรรมการในองค์กรดังกล่าวใช้หน้าที่ไม่ถูกต้อง ส่วนการเลือกกันเองของ ส.ว.นั้น ต้องแก้ไขประเด็นข้อห้ามเลือก ส.ว.ในกลุ่มอาชีพเดียวกันให้ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์ยังกล่าวว่า ประเด็นยุทธศาสตร์ชาติควรปรับปรุงให้แก้ไขได้ภายในระยะเวลา 2 ปี และให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ขณะที่องค์กรตุลาการศาลนั้น การใช้ดุลยพินิจพิพากษาที่อาจถูกแทรกแซง หรือมีอคติไม่เป็นไปตามระเบียบ หรือกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ควรมีบทบัญญัติการพิจารณาพิพากษาที่เป็นอิสระ ส่วนที่มีผลพิพากษาแทรกแซงนั้นให้ถือเป็นโมฆะ และให้สิทธิผู้ต้องคำพิพากษาที่ถูกแทรกแซงสามารถโต้แย้งได้ ส่วนศาลยุติธรรมนั้นมีข้อเสนอว่าไม่ควรตั้งผู้พิพากษาเป็นกรรมการในหน่วยงานหรือองค์กรอื่นของรัฐ รวมถึงไม่ควรเข้ารับการอบรมของหน่วยงานของรัฐ ขณะที่ศาลไม่ควรตั้งหลักสูตรอบรม เพราะจะเปิดช่องให้เกิดความใกล้ชิด สร้างสัมพันธ์ส่วนตัว ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนได้
ทุกองค์กรตรวจสอบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ศาลปกครองไม่ควรใช้มติของที่ประชุมใหญ่ของศาลเพื่อแก้ไขกฎหมายเอง ขณะที่ศาลทหารเสนอให้จำกัดกรอบพิจารณาเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหาร เว้นกรณีมีศึกสงคราม ส่วนศาลรัฐธรรมนูญ กมธ.?เห็นว่ามีอำนาจกว้างขวาง และคำวินิจฉัยมีผลกระทบทางการเมือง ดังนั้นควรจำกัดขอบเขต การผูกพันองค์กรต่างๆ และควรให้รัฐสภา ฐานะตัวแทนประชาชนตรวจสอบศาลรัฐธรรมนูญได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด&amp;rdquo; นายพีระพันธุ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์ยังกล่าวว่า การใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญของตุลาการและเรื่องการตรวจสอบนั้น ควรให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบคำพิพากษาของตุลาการในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดการถ่วงดุล ตามระบอบประชาธิปไตยกำหนดให้ผู้พิพากษาตุลาการร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีใช้ดุลยพินิจที่มิชอบได้ ทั้งนี้ การใช้ดุลยพินิจต้องมีกลไกกำกับให้การใช้ดุลยพินิจที่ถูกต้องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพีระพันธุ์กล่าวด้วยว่า องค์กรอิสระต้องกำหนดกรอบและอำนาจการตรวจสอบเช่นเดียวกันควรให้รัฐสภามีอำนาจตรวจสอบการทำงานองค์กรอิสระได้ นอกจากนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ควรมีหน้าที่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และควรให้ศาลฎีกาพิจารณาแทน ขณะที่ ป.ป.ช.กรณีการชี้มูลความผิดต้องมีพยานหลักฐานแน่ชัด ไม่เพียงเพราะเชื่อได้ว่า ?
นายพีระพันธุ์ระบุอีกว่า บทบัญญัติว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ?นั้น มีข้อเสนอของ กมธ.หลายแนวทาง แต่ที่เห็นร่วมกันมากที่สุดคือยกเลิกเงื่อนไขที่ใช้เสียง ส.ว.เห็นชอบวาระแรกและวาระสาม ด้วยเสียง 1 ใน 3&amp;nbsp; เหลือเป็นเสียงข้างมากของที่ประชุมรัฐสภา รวมถึงยกเลิกเกณฑ์ที่ใช้เสียง ส.ส.ฝ่ายค้าน 20% และยกเลิกการทำประชามติส่วนที่กำหนดให้ดำเนินการกรณีที่แก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ดํารงตําแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ หรือเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่หรืออํานาจของศาลหรือองค์กรอิสระ หรือเรื่องที่ทําให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติตามหน้าที่หรืออํานาจได้ ทั้งนี้ กมธ.มีข้อเสนอด้วยว่าหากแก้ไขหลายมาตรา รูปแบบที่ดีคือการตั้ง ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ยกร่างใหม่ยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 จากนั้นให้นำร่างรัฐธรรมนูญออกเสียงประชามติหลังทำเสร็จ
นายพีระพันธุ์กล่าวว่า หมวดการปฏิรูปประเทศ กมธ.เสนอให้ตัดออกจากรัฐธรรมนูญ เพราะปฏิบัติไม่ได้จริง เป็นอุปสรรค และล่าช้า และควรบัญญัติเป็นกฎหมายระดับรอง ขณะที่มาตรา 272 ว่าด้วยอำนาจ ส.ว.ลงมติเลือกนายกฯ นั้น ที่ประชุมเห็นเป็น 2 แนวทางคือ กมธ.เสียงข้างน้อยเห็นว่าควรแก้ไข ขณะที่ กมธ.เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าไม่ควรยกเลิก เพราะเป็นการทำชั่วคราว ขณะที่มาตรา 279 ว่าด้วยการรับรองประกาศและคำสั่ง คสช.นั้น กมธ.มีความเห็นในสัดส่วนใกล้เคียงกันคือควรยกเลิก เพราะทำให้ไม่สามารถตรวจสอบประกาศ คำสั่งของคณะปฏิวัติได้ อีกความเห็นคือไม่ควรแก้ไข เพราะกังวลว่าจะมีผลกระทบทางกฎหมาย และหากคำสั่งหรือประกาศใดที่ควรยกเลิกควรใช้กลไกของรัฐสภาออกเป็นพระราชบัญญัติ
ต่อมาที่ประชุมได้เปิดให้ ส.ส.อภิปรายสลับกับการชี้แจงของ กมธ.เป็นระยะด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวว่า จากที่อ่านรายงานของคณะ กมธ.เขียนไว้เห็นด้วย และถูกใจในข้อสังเกตว่าควรกำหนดให้มีกระบวนการตรวจสอบในใช้อำนาจของผู้พิพากษาและตุลาการพิจารณาคดี ในกรณีที่คดีขัดต่อความสงบเรียบร้อย โดยถ้าเป็นไปตามได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องการถ่วงดุลของศาลและองค์กรอิสระทุกองค์กรต้องมี ไม่ใช่มีอภิสิทธิ์ เป็นผู้ที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ หรือเป็นคนที่ไม่รับผิดชอบต่อดุลยพินิจของตัวเองหรือการกระทำของตัวเอง สร้างความเดือดร้อนล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพต่อประชาชน
แซะหมวด 1 และ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.20 น. น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรค ก.ก. อภิปรายว่า รายงานของ กมธ.ไม่มีตรงไหนที่พูดถึงหมวด 1 และหมวด 2 ที่มีถึง 24 มาตรา โดยรายงานข้ามไปเลย เพราะการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และ 2 ไม่ใช่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด ในอดีตมีการแก้ไขในหมวด 1 และ 2 อยู่หลายครั้ง รวมถึงในรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นเรื่องปกติ สามารถแก้ไขได้ โดยไม่ส่งผลต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงไม่ส่งผลเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐตามมาตรา 255 ทำไม กมธ.ไม่ใช้โอกาสนี้พิจารณาในหมวด 1 และ 2 เราควรรับฟังเสียงของประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อหาแนวทางร่วมกัน อะไรทำได้หรือไม่ก็ต้องมีการได้พูดคุยชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอย้ำว่าการแก้ไขหมวด 1 และ 2 ไม่ได้เป็นการล้มล้าง ในอนาคตหากมีการตั้ง ส.ส.ร.แล้วไปจำกัดการแก้ไข คิดว่าเป็นทางตัน ควรเปิดโอกาสให้ ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนพิจารณาทุกเรื่องด้วยเหตุผล รับฟังข้อเสนอของทุกกลุ่มไม่ปิดกั้น สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหลักอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ดิฉันจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และต้องการเห็นสถาบันคงอยู่อย่างสง่างาม มั่นคง สมพระเกียรติ สถาบันเป็นของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะผู้ขาดความจงรักภักดี และป้ายสีให้คนเห็นต่างเป็นพวกทำลายชาติ&amp;rdquo; ส.ส.นครปฐมกล่าว
ต่อมาในเวลา 13.15 น. นายปิยบุตร แสงกนกกุล กมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่า ตามที่รายงานของ กมธ.เกี่ยวกับการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ระบุไว้ว่าไม่มีประเด็นต้องแก้ไข แต่ตนเองมีความเห็นที่แตกต่างไปจาก กมธ. ซึ่งข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญคือ ห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ และห้ามเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง หมายความว่าแก้ได้ทุกหมวดทุกมาตรา แต่ห้ามแก้จนไทยเป็นสหพันธรัฐ ห้ามแก้ประธานาธิบดีเป็นประมุข ห้ามแก้จนไทยเป็นเผด็จการ นี่คือข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 หรือหมายความว่าแก้ได้ทุกมาตรา แต่ห้ามแก้รูปของรัฐและระบอบการปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 13.25 น. นายพีระพันธุ์ ในฐานะประธาน กมธ. ชี้แจงกลับว่า คณะ กมธ.เห็นว่าหมวด 1 หมวด 2 แก้ไขได้ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าจะแก้ไขหรือไม่ ซึ่งการพิจารณาในชั้น กมธ.ยืนยันไม่มีใครพูดถึงสองหมวดดังกล่าวเลยแม้แต่คนเดียว ดังนั้นคณะ กมธ.จึงเห็นว่าไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องแก้ไข ไม่ใช่ว่าแก้ไขไม่ได้ แต่เห็นว่าไม่มีประเด็นต้องแก้ไข เช่นนั้นจึงไม่มีผลการศึกษา ส่วนที่นายปิยบุตรระบุว่าเป็น กมธ.เสียงข้างน้อยนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะการจะเป็น กมธ.เสียงข้างน้อยต้องคุยกันในที่ประชุม และมีการลงมติ แต่ที่ผ่านมาไม่มีการคุยเรื่องนี้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นบรรดา ส.ส.และ กมธ.ก็ยังคงอภิปรายรายงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลา 18.20 น. หลังจากที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านอภิปรายกันอย่างกว้างขวางครบถ้วนทั้ง 33 คนแล้ว หลังใช้เวลานานกว่า 7 ชั่วโมง นายชวนแจ้งว่า แม้จะมีความเห็นแตกต่าง แต่ทุกคนต่างเห็นพ้องให้รับรายงานฉบับดังกล่าว พร้อมกับส่งรายงาน ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญไปให้รัฐบาลพิจารณา จึงขอใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ 88 ยกเว้นไม่ต้องลงมติ ซึ่งที่ประชุมไม่มีผู้ใดคัดค้าน ทำให้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานฉบับนี้ ส่งให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป ก่อนที่นายชวนสั่งปิดประชุมในเวลา 18.25 น.
วันเดียวกัน ที่เดอะสตรีท รัชดา กลุ่มไทยภักดี&amp;nbsp;นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และนางหฤทัย ม่วงบุญศรี พร้อมแกนนำกลุ่มไทยภักดี&amp;nbsp;แถลงข่าว &amp;ldquo;ไทยภักดีคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ภายใต้แฮชแท็ก #ถามประชาชนหรือยัง โดย นพ.วรงค์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญไม่ใช่ปัญหา แต่นักการเมืองเป็นปัญหาของสังคม ดังนั้น กลุ่มไทยภักดีจึงเป็นองค์กรกลางในการรวบรวมประชาชนที่มีแนวคิดคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยรวบรวมรายชื่อประชาชนให้มากกว่า 50,000 รายชื่อ เพื่อส่งประธานวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่เห็นด้วย ซึ่งจะทำให้เร็วที่สุดไม่น่าจะเกิน 1 เดือน โดยตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.เป็นต้นไป จะรณรงค์ทั่วประเทศ เริ่มจากจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยจะจัดเสวนาในห้องประชุมหรือสถานที่ปิด และถ่ายทอดสดทาง Social Media พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการจัดม็อบชนม็อบแน่นอนเพราะทางกลุ่มเน้นใช้ Fact สู้กับ Fake หรือใช้ความจริงสู้กับความเท็จ และยึดถือกรอบของกฎหมาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77094</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดสวิตช์ ส.ว., ผู้นำฝ่ายค้าน, ส.ส.ร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน., แก้รัฐธรรมนูญ, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3c105f208.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
