<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2020 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2020 12:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้นำฝ่ายค้าน&#039;ชำแหละงบ64ทำเหมือนปกติทั้งที่มีวิกฤตลึกกว่าต้มยำกุ้ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการบริหารประเทศที่ต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับสภาวะของประเทศ เวลานี้ประเทศอยู่ในภาวะโควิด19 แต่นายกฯไม่ได้ระบุถึงวิธีการแก้ไขอย่างใด การทำงบประมาณครั้งนี้ต้องพิเศษกว่าทุกครั้ง คือ ต้องรองรับวิกฤตเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แม้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากการระบาดน้อย แต่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจจะสูง เป็นสิ่งที่น่ากังวล ซึ่งมาตรการของรัฐบาลใช้ต้นทุนสูงเกินความจำเป็นและอาจเสียหายเกิน 2 ล้านล้านบาท เป็นวิกฤตที่ลงลึกกว่าต้มยำกุ้งด้วยซ้ำ การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ การรักษาการจ้างงาน การรักษาธุรกิจไม่ให้ล้ม และป้องกันไม่ให้ลามไปถึงระบบการเงินของประเทศ แต่เวลานี้ธุรกิจค่อยๆ ล้มและเกิดการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก และปัญหาจะลามไปถึงสถาบันการเงิน โดยเฉพาะหนี้เสียที่ธนาคารปล่อยกู้เงินไปนั้นจะเกิดขึ้นสูงและรวดเร็วมาก&amp;quot; นายสมพงษ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า งบประมาณปี 2564 จัดสรรแบบเก่า เน้นการก่อสร้าง และการอบรมสัมมนา เสมือนทำไปวันๆ เหมือนทุกปีตามที่ส่วนราชการเสนอมา รัฐบาลไม่ได้มองไปที่ภาพใหญ่ว่าประเทศไทยจะก้าวไปทิศทางไหน จะรับรองธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่อย่างไร เราจะเอาประเทศของเราไปอยู่ส่วนไหนของห่วงโซ่อุปทานใหม่ของโลก นโยบายการแจกเงินนั้นเป็นเพียงการหาคะแนนความนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากดำเนินการไม่ถูกต้องจะเป็นอันตรายต่อประเทศมาก หากรัฐบาลชี้แจงไม่ได้ก็คงจะสนับสนุนงบประมาณนี้ให้ผ่านไปไม่ได้&amp;quot; ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, พท., พรรคเพื่อไทย, ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564, ส.ส.เชียงใหม่, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece06e517790.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมพงษ์&#039;ชี้วิกฤตพิสูจน์ฝีมือผู้นำอัด&#039;บิ๊กตู่&#039;ยังไม่เห็นทิศทางปรับ&#039;งบ63-เงินกู้&#039;สู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;รัฐบาลต้องเคร่งครัด บริหารงบประมาณและใช้เงินอนาคตของประชาชนอย่างมีทิศทาง มียุทธศาสตร์ และมีประสิทธิภาพ&amp;rdquo; ระบุว่า วันนี้เรามีโจทย์ใหญ่สำคัญ 2 ประการ ที่กำลังคุกคามโลกและประเทศไทย คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) วิกฤติ &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; การติดเชื้อและความเจ็บป่วยที่กำลังก่อผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของผู้คนทั้งโลกอย่างรุนแรง รวดเร็ว การขยายตัวในปริมาณและพื้นที่ในวงกว้างระดับโลก จนคาดเดาไม่ได้ว่ารัฐบาลแต่ละประเทศจะสามารถจัดการและประคับประคองสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ให้ประชาชนในประเทศของตนเผชิญอันตรายและสูญเสียน้อยที่สุดได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) วิกฤติ &amp;ldquo;เศรษฐกิจ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการระบาดของไวรัส &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; อันเป็นผลที่ตามมาและจะก่อผลสะเทือนที่ขยายวงกว้างไปทั้งโลก สถานการณ์เศรษฐกิจของแทบทุกประเทศไม่สามารถดำเนินไปในทิศทางเดิมได้อีก เกิดปัญหาตามมาเป็นลูกโซ่ ทั้งปัญหาแรงงาน การยุติการลงทุน การท่องเที่ยว การเดินทางสื่อสารระหว่างกันของประชาชนมีแนวโน้มว่าจะก่อให้เกิดวิกฤติที่ทับซ้อนเข้ามาคุกคามประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย
วิกฤติทั้งสองนี้ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกครั้งใหญ่ และมีผลกระทบต่อทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกชนชั้น มากเกินกว่าจะคาดคิด... หากรัฐบาลหรือผู้นำประเทศใดไม่มีศักยภาพมากเพียงพอที่จะสามารถกอบกู้วิกฤติครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ ผลที่ติดตามมาจะส่งผลเสียหายต่อประชาชนในประเทศนั้นอย่างรุนแรงยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ดังกล่าว คือข้อท้าทายภาวะการนำที่มีศักยภาพ ที่ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการทดสอบวิสัยทัศน์ การคิดเชิงยุทธศาสตร์ในอนาคตว่า ผู้นำมีความสามารถในการนำความรู้ด้านการบริหาร ประสานกับความรู้เฉพาะทางจากวิชาชีพที่เชี่ยวชาญ การจัดการงบประมาณและทรัพยากรทุกด้านที่จำเป็น มีความเป็นผู้นำที่สามารถสื่อสารอย่างน่าเชื่อถือในสถานการณ์ฉุกเฉิน และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในประเทศของตนอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากวิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ เราได้เห็นความโดดเด่นในการแก้ไขปัญหาของผู้นำหลายประเทศ ที่แสดงถึงศักยภาพการบริหารประเทศภายใต้ภาวะวิกฤติ ซึ่งมีความชัดเจน เด็ดขาด ตรงไปตรงมา มองเห็นภาพรวมทั้งระบบในการแก้ไขปัญหา ทำให้คนทั้งประเทศมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจ สามารถทำให้ผู้คนพร้อมที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลก กำลังก้าวเข้าสู่บททดสอบสำคัญ ถึงความสามารถในการบริหารประเทศยามวิกฤติ และต่างกำลังพยายามใช้ทุกวิถีทางในการบริหารจัดการประเทศของตน ให้ก้าวพ้นปัญหา และเลือกใช้มาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ และร่วมประคับประคองประเทศให้พ้นวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอยกตัวอย่างประเทศใกล้บ้านเราอย่างเช่นสิงคโปร์ วันนี้เขารับมือกับวิกฤติโดยบริหารงบประมาณของประเทศจำนวนมากถึง 3 หมื่นกว่าล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำมากระตุ้นและเตรียมรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น โดยมุ่งรับมือกับความถดถอยทางเศรษฐกิจของโลกที่กำลังจะมาถึง และเตรียมรับมือกับวิกฤติที่เป็นผลกระทบจากการระบาดที่ร้ายแรงของ &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; โดยใช้นโยบาย 3 ประสาน คือ นโยบายการเงินการคลัง นโยบายสาธารณสุขที่สู้กับการระบาดของโรค และนโยบายการช่วยเหลือดูแลหน่วยธุรกิจต่างๆ ทุกระดับของประเทศ พร้อมกับการประคับประคองเยียวยาประชาชนและคนยากคนจนของสิงคโปร์ให้อยู่รอดได้ นั่นเพราะเขาให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ในฐานะที่เป็นพลังสำคัญสำหรับการฟื้นฟูและผลักดันให้ประเทศกลับคืนสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว ด้วยการใช้ศักยภาพและทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมด มาทุ่มเท เตรียมรับมือและฟื้นฟูประเทศ เพื่อเตรียมก้าวเข้าสู่บริบทใหม่ทางเศรษฐกิจของโลกในอนาคตอันใกล้ที่กำลังจะมาถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สถานการณ์สร้าง &amp;ldquo;ผู้นำ&amp;rdquo; ฉันใด สถานการณ์ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความล้มเหลวของ &amp;ldquo;ผู้นำ&amp;rdquo; ได้ฉันนั้น
เมื่อมองกลับมาที่สถานการณ์ของประเทศไทยเราในวันนี้ จึงเป็นบททดสอบสำคัญต่อ &amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี&amp;rdquo; ว่ามีศักยภาพเพียงพอในการเป็นผู้นำในยามวิกฤติหรือไม่ และจะสามารถนำพาประเทศของเราให้ก้าวข้ามพ้นวิกฤติได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งผมได้เคยบอกกล่าวไปแล้วว่าในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เราพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากแต่วันนี้ เรายังไม่เห็นถึงความชัดเจนของรัฐบาลในนโยบายสำคัญด้านการเงินการคลัง ว่ามีแผนจะจัดการปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณปี 2563 อย่างไร เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติทั้งทางชีวิต สุขภาพ การป้องกันตนเอง และการเร่งเยียวยาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมทั้งหน่วยเศรษฐกิจ บริษัท ห้างร้านในระดับต่างๆ ที่ต้องมีมาตรการการดูแลไม่ให้เสียหายมากจนเกินไป เพราะส่งผลผูกพันกับพนักงาน แรงงานจำนวนมหาศาล รวมถึงกลุ่มเกษตรกรในภาคการผลิตที่ขาดการดูแลและประกันรายได้ รัฐบาลควรมีแผนการเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในมิติต่างๆ ของประเทศ คู่ขนานไปกับการแก้วิกฤติสุขภาพ โดยควรกำหนดทิศทางให้ชัดเจนว่า จะมีนโยบายเตรียมพร้อมเศรษฐกิจของประเทศในทุกภาคส่วนอย่างไร เพื่อให้ประชาชนเห็นแนวโน้มและจังหวะก้าวของชีวิตในอนาคต พร้อมกับการเตรียมการรับมือเศรษฐกิจครัวเรือนของตนอย่างมีความหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากผมจะยังไม่เห็นความชัดเจนในการปรับงบประมาณปี 2563 แล้ว ผมยังมีความเป็นห่วงต่อการที่รัฐบาลเตรียมการจะขอออกพระราชกำหนดสำคัญทางการเงิน โดยเฉพาะพระราชกำหนดกู้เงิน ซึ่งหากไม่มีการจัดการที่มีคุณภาพ เราอาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการนำเงินเก็บก้อนใหญ่อันเป็นเงินในอนาคตของประเทศ มาใช้อย่างขาดหลักประกัน ผมพร้อมสนับสนุนหากรัฐบาลนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาของประเทศและพี่น้องประชาชนอย่างมีแผน อย่างเป็นระบบ ครบถ้วนรอบด้าน ทั่วถึง และโปร่งใส อันจะเป็นผลต่อการเยียวยาชีวิตให้กับคนไทยทุกชนชั้น ทั้งแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่วันนี้...ผมยังไม่เห็นแผนการใช้งบประมาณที่ชัดเจนเลยครับ ผมขออนุญาตส่งเสียงเตือนรัฐบาลอย่างจริงจัง เพราะนี่คือ &amp;ldquo;เรื่องสำคัญอย่างยิ่งของประเทศ&amp;rdquo; ผมอยากเห็นการบริหารประเทศ ที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันเวลาและเท่าทันสถานการณ์ ไม่อยากเห็นการบริหารงาน ที่ไร้ทิศทาง ไร้ยุทธศาสตร์ ทำลายอนาคต ทำลายโอกาสของประเทศ และทำลายความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมและพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมทั้งประชาชนคนไทยจะเฝ้าติดตามการบริหารงานของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด และหวังว่าเสียงสะท้อนของพวกเรา จะนำไปสู่การสร้างการมีส่วนร่วม ที่รัฐบาลพึงรับฟัง เพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้อย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62462</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ, ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, พท., พรรคเพื่อไทย, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d2d8c61751.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้นำฝ่ายค้าน&#039;ร่อนแถลงการณ์บอกฝ่ายค้านพร้อมจับมือรัฐบาลเต็มที่พาชาติพ้นวิกฤติโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 เม.ย.2563 - นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ &amp;nbsp; ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ออกแถลงการณ์ในหัวข้อ &amp;ldquo;ฝ่ายค้านพร้อมร่วมมือรัฐบาล และเราจะฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน&amp;rdquo; ระบุว่า สถานการณ์ของบ้านเมืองเราวันนี้เจอโจทย์ปัญหาที่ใหญ่และหนักหนาสาหัสจากวิกฤติไวรัสโควิด-19 ซึ่งกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ทั้งทางด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง เป็นเรื่องที่ท้าทายพวกเราทุกคนในชาติว่าเราจะสามารถฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้หรือไม่ ทั้งนี้ผมมองว่าชีวิตของพี่น้องประชาชนสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่ง เราต้องร่วมกันทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตของประชาชนไว้ด้วยวิธีที่ชาญฉลาด และสร้างบาดแผลให้กับประเทศน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมและพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมอย่างยิ่งที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลทั้งในด้านการจัดสรรงบประมาณ การออกกฎหมายเร่งด่วน และการเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่สร้างสรรค์ เพื่อเราจะได้ฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้หมอ พยาบาล และบุคลากรทางด้านสาธารณสุขเป็นนักรบแนวหน้าให้กับพวกเรา กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะเอาชนะกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทุกฝ่ายในสังคมต่างช่วยสนับสนุนกันอย่างเต็มที่ ในขณะที่รัฐบาลก็พยายามทำงานอย่างหนักเช่นกัน แม้ว่าแนวทางการรับมือของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมายังขาดความเป็นระบบและขาดการมองปัญหาให้ครบทุกมิติ ทุกมาตรการหรือคำสั่งการล้วนเป็นการแก้ปัญหาหนึ่ง และสร้างอีกปัญหาหนึ่งขึ้นมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา นอกจากต้องมองผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาให้รอบด้านแล้ว ยังต้องคำนึงถึงมิติของการเคารพในความเป็นมนุษย์ เคารพในการมีส่วนร่วมรับรู้ร่วมชะตากรรมร่วมกันของทั้งสังคม ยึดหลักการจัดการที่เน้นการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน และคำนึงถึงหลักการจัดการที่ให้เกิดความยุติธรรมและทั่วถึงกับคนทุกส่วนในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ผมคิดว่ารัฐบาลต้องมีความเด็ดขาด และชัดเจนโปร่งใส เพื่อยับยั้งไวรัสโควิด-19 ไม่ให้ลุกลามมากจนระบบสาธารณสุขไม่สามารถรับมืออย่างเช่นในประเทศอิตาลี นั่นหมายความว่าหมอ พยาบาล ซึ่งเป็นนักรบแนวหน้าของเราต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือในการป้องกันที่พรั่งพร้อมไม่ขาดแคลนจนต้องออกมาขอรับบริจาค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรณรงค์เรื่อง &amp;ldquo;การสร้างระยะห่างทางสังคม&amp;rdquo; (Social Distancing) และการปฏิบัติตัวเพื่อการป้องกันตัวเองของประชาชน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่จะส่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงนั้น&amp;hellip;จำเป็นที่จะต้องเสริมความเข้าใจให้กระจ่างชัดและทั่วถึง เพราะนี่ถือเป็นการลงทุนป้องกันที่มีค่าใช้จ่ายน้อยสุด หากสามารถทำได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพจะส่งผลสำเร็จต่อการหยุดยั้งโรคร้าย ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด กระจายตัวออกไปได้ในวงกว้างจนเกินการควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ปัญหาเศรษฐกิจอันเป็นสืบเนื่องจากวิกฤติโควิด-19 ก็เป็นโจทย์ใหญ่ที่หนักหนาไม่แพ้กัน ที่รัฐบาลจะต้องมีมาตรการและแผนรองรับที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งบประมาณปี 2563 ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งพวกเราพรรคร่วมฝ่ายค้านพร้อมที่จะให้ความร่วมมือหากสิ่งที่รัฐบาลต้องการสามารถช่วยเหลือประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศไม่ให้จมดิ่งลงไปในเหวลึกมากกว่าที่เป็นอยู่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศยามนี้มีปัญหาหลายสิ่งที่ถาโถมเข้ามารอบด้าน ทั้งโควิด-19 ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาไฟป่าทางภาคเหนือ ปัญหาภัยแล้ง เป็นบทพิสูจน์ความร่วมมือร่วมใจของพวกเราคนไทยทุกคน ในการเอาชนะวิกฤติการณ์ที่หนักหนาสาหัสครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะของผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชน ประชาชนเองก็ต้องร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และฝ่ายค้านพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลในอย่างเต็มที่ &amp;ldquo;นี่คือเวลาที่จะหันหน้าเข้ามาร่วมมือกัน ช่วยนำพาประเทศ ให้พ้นจากวิกฤติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61657</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, ฝ่ายค้าน, รัฐบาล, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, แถลงการณ์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e83faafb2cb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
