<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2020 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2020 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯดันบทบาทสตรีขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนและสาธารณสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย.63 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการผลักดันบทบาทสตรีของรัฐบาล พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ร่วมของประชาคมอาเซียนในการประชุมสุดยอดอาเซียนกับผู้นำสตรีอาเซียนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลเน้นย้ำการเสริมสร้างบทบาทสตรีที่ยั่งยืน โดยเสนอให้อาเซียนให้ความสำคัญต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งส่งเสริมให้สตรีมีบทบาทด้านสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทย บทบาทสตรีด้านการสาธารณสุขนั้นมีความโดดเด่นในระดับโลก นั่นคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านบ้าน (อสม.) กว่าล้านคนที่ ในภาพรวมเกิน80% เป็นสตรี โดยองค์กรสหประชาชาติยอมรับว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด19 ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าในการขยายเครือข่ายและเพิ่มบทบาทในการเชื่อมโยงชุมชนในด้านอื่นในฐานะเป็นผู้ใกล้ชิดและเป็นที่ยอมรับของประชาชนด้วยกันอยู่แล้ว เช่น ช่วยนำข้อมูลเกี่ยวกับระบบสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กและครอบครัว ผู้สูงอายุ ผู้พิการ สวัสดิการด้านที่อยู่อาศัย และด้านการรักษาพยาบาลและสุขภาพ หากประชาชนมีความรู้ความเข้าใจก็จะสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางด้อยโอกาส มากไปกว่านั้น รัฐบาลจะดูแลในเรื่องการให้สวัสดิการเพื่อตอบแทนอุดมการณ์ของการเป็นจิตอาสา ที่ตอนนี้เป็นต้นแบบที่หลายประเทศให้ความสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ควบคู่กันไปกับงานด้านสาธารณสุข นายกรัฐมนตรี ยังได้เร่งรัดให้พลังดันนโยบายการส่งเสริมความรู้เรื่องพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มสตรี เพื่อจะได้นำสินค้าชุมชนเข้าถึงผู้ซื้อโดยตรง เพิ่มโอกาสในการมีรายได้ที่มากขึ้น ทั้งนี้ มีการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน ผ่าน &amp;ldquo;โครงการ ไทยแลนด์อีคอมเมิร์ซ เพื่อความยั่งยืน&amp;rdquo; ประกอบด้วย กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมการจัดหางานสำนักงาน คณะกรรมการดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิกส์ เป็นการให้ความรู้และทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การทำอีคอมเมิร์ซเพิ่มช่องทางการขายของออนไลน์ตลอดจนการรู้เท่าทันและใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ อีกทั้ง ยังมีโครงการ ในลักษณะฟื้นฟูยกระดับอาชีพหลังวิกฤตโควิด19 ที่จะนำภูมิปัญญาท้องถิ่น มาผสานกับความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้กลุ่มแม่บ้านสามารถพัฒนาสินค้าใหม่ๆ โดยกรมกิจการสตรีฯจะทำร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความภาคภูมิใจในบทบาทสตรีในการมีส่วนร่วมดูแลสังคมเป็นอย่างมาก อีกทั้งได้หยิบยกขึ้นเป็นตัวอย่างในเวทีอาเซียนด้วย โดยเฉพาะผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ในช่วงวิกฤตโควิด19 มากไปกว่านั้นกลุ่มสตรียังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเรื่องกิจกรรมทางการเกษตร และการผลิตสินค้าชุมชน ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมศักยภาพสตรีให้มากขึ้น ผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับการตลาด การทำอีคอมเมิร์ซ การพัฒนาสินค้าให้น่าสนใจ ซึ่งทั้งหมดนี้มีอยู่ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรี ที่ครอบคลุมในเรื่องการส่งเสริมสถานภาพสตรีและการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84468</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, ผู้นำสตรีอาเซียน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faaa5553d03d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 06:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 06:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเน้นย้ำศักยภาพสตรีในเวทีอาเซียนส่งเสริมการประกอบธุรกิจSMEsและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
13 พ.ย.63 - เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563เวลา 19.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้นำสตรีอาเซียน เรื่อง &amp;ldquo;การเสริมสร้างบทบาทสตรีสำหรับประชาคมอาเซียนที่ยั่งยืนและรวมเป็นหนึ่งเดียวในโลกหลังโควิด&amp;rdquo; ซึ่งเป็นหนึ่งในการประชุมนอกเหนือจากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 37 ผ่านระบบประชุมทางไกล โดยเป็นการหารือร่วมกันเพื่อเสริมสร้างศักยภาพสตรีในการรับมือกับประเด็นท้าทายในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเหวียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนามในฐานะประธานอาเซียนและประธานการประชุมกล่าวเปิดการประชุมได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการประชุมว่าเป็นเวทีเพื่อหารือแนวทางการเสริมสร้างศักยภาพของสตรีในการรับมือกับประเด็นท้าทายในภูมิภาค โดยเฉพาะในช่วงการฟื้นฟูหลังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเพื่อร่วมสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยในการประชุมนี้ สมเด็จพระราชินีแม็กซิมา เสด็จเป็นผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ โดยทรงมีพระราชดำรัสถึงการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการพัฒนา การส่งเสริมศักยภาพสตรีเพื่อการพัฒนาที่ครอบคลุมและยั่งยืนในโลกที่เปลี่ยนแปลง และนางวิคตอเรีย วาวา รองประธานธนาคารโลกสำหรับเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้กล่าวถ้อยแถลงเกี่ยวกับผลกระทบของโควิด-19 ต่อสตรี และสังคมที่เติบโตพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีของไทย ได้กล่าวว่า&amp;nbsp; ไทยชื่นชมเวียดนามที่ตระหนักถึงความสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพสตรีอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้มีการประชุมผู้นำอาเซียน สมัยพิเศษ เรื่องการเสริมสร้างศักยภาพสตรีในยุคดิจิทัล เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2563 และได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งตามเป้าหมายของวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2025 ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้มีมาตรการต่าง ๆ เพื่อเยียวยากลุ่มสตรีที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยแบ่งความช่วยเหลือออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ด้านสวัสดิการและการสงเคราะห์ เช่น ปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ช่วยเหลือพนักงานสตรีที่ตั้งครรภ์และถูกเลิกจ้างงานอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น
2. ด้านส่งเสริมการจ้างงาน ให้สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการในการทำงานของสตรี
3. ด้านการส่งเสริมศักยภาพ ผ่านการฝึกทักษะให้แก่สตรี โดยเฉพาะกลุ่มสตรีแรงงานนอกระบบ
4. ด้านเศรษฐกิจ ด้วยการออกมาตรการพักชำระหนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ระยะเวลา 1 ปี
&amp;nbsp;
นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำว่า มีสตรีอีกจำนวนมากที่สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยใช้ศักยภาพและคุณสมบัติที่มี คือ ความเข้มแข็ง เคารพตนเอง พึ่งตนเองได้ และรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งสตรีที่เป็นแนวหน้าในการป้องกันและต่อสู้กับการแพร่ระบาดในชุมชน ตลอดจนสตรีที่เริ่มต้นประกอบธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย ซึ่งถือเป็นพลังขับเคลื่อนที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างประชาคมอาเซียนที่ยั่งยืนและรวมเป็นหนึ่งเดียว พร้อมเสนอแนะ 2 ประการที่อาเซียนควรให้ความสำคัญ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้สตรีสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้ ปรับกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์ยุคโควิด-19
2. ส่งเสริมให้สตรีมีบทบาทด้านการสาธารณสุข ซึ่งไทยมีกลุ่มสตรีที่เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวนหลายล้านคน เป็นบทบาทสำคัญในการทำงานเชิงป้องกันและต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในชุมชน ทำให้สามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศได้ในระดับที่น่าพอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ผู้นำสตรีอาเซียน, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fadc7c343aa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
