<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 21:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คาเมเนอี&#039;ป้องกองทัพก่ออุบัติเหตุขมขื่น สหรัฐรับทหารเจ็บ 11 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน นำละหมาดวันศุกร์ กล่าวปกป้องอุบัติเหตุกองทัพยิงเครื่องบินโดยสารยูเครนตกว่าเป็นโศกนาฏกรรมอันขมขื่น แต่ก็ไม่ควรบดบังการสังเวยชีวิตของนายพลกาเซม สุไลมานี ด้านสหรัฐเพิ่งยอมรับมีทหารบาดเจ็บ 11 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี นำละหมาดวันศุกร์เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสูงสุดของอิหร่านนำการละหมาดที่มัสยิดโมซัลลาในกรุงเตหะรานเมื่อวันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยครั้งสุดท้ายที่คาเมเนอีเป็นผู้นำละหมาดเองเกิดในโอกาสครบรอบ 33 ปีการปฏิวัติอิสลาม เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งตรงกับช่วงวิกฤติเกี่ยวกับปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เครื่องบินตกเป็นอุบัติเหตุอันขมขื่น มันเผาไหม้หัวใจของพวกเรา&amp;quot; คาเมเนอีกล่าวต่อฝูงชนที่พากันชูกำปั้นร้องตะโกนสาปแช่งอเมริกา โดยหมายถึงโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารยูเครนโดนมิสไซล์ของอิหร่านยิงตกเมื่อวันที่ 8 มกราคม สังหารผู้โดยสารและลูกเรือทั้งลำ 176 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวอิหร่านและแคนาดา และว่า บางคนพยายามวาดภาพเหตุการณ์นี้เพื่อให้ลืมการสังเวยชีวิตและการพลีชีพครั้งยิ่งใหญ่ ของพลตรีกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ ซึ่งเป็นกองกำลังปฏิบัติการนอกประเทศของกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพลผู้ทรงอิทธิพลรายนี้โดนโดรนสหรัฐยิงมิสไซล์ลอบสังหารใกล้กับสนามบินแบกแดด พร้อมกับผู้นำกองกำลังของอิรักและทหารอิรัก-อิหร่านหลายนาย เมื่อเช้ามืดวันศุกร์ที่ 3 มกราคม กองทัพอิหร่านตัดสินใจตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพ 2 แห่งในอิรักที่ทหารอเมริกันและกองกำลังผสมนานาชาติใช้เป็นที่มั่น สร้างความเสียหายรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองบัญชาการกลางของสหรัฐเพิ่งแถลงเมื่อวันพฤหัสบดี ยอมรับว่า การโจมตีของอิหร่านช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 8 มกราคม ทำให้ทหารอเมริกันบาดเจ็บ 11 นาย ซึ่งขัดแย้งกับรายงานของกองทัพสหรัฐก่อนหน้านี้ที่ว่าไม่มีทหารบาดเจ็บล้มตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาเมเนอีกล่าวโทษศัตรูของอิหร่านว่าฉวยโอกาสใช้โศกนาฏกรรมเครื่องบินตกเพื่อโฆษณาชวนเชื่อในการต่อต้านกองทัพ, กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ และระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังจุดชนวนการประท้วงรอบใหม่ที่กรุงเตหะรานและอีกหลายเมือง หลังจากกองทัพยอมรับว่าทำผิดพลาด ยิงเครื่องบินลำนี้ตก เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นมิสไซล์ครูซที่สหรัฐยิงตอบโต้ แต่การประท้วงที่เกิดขึ้นยังไม่รุนแรงเท่ากับที่เกิดในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งมีชนวนเหตุจากการประท้วงการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง แอมเนสตีอินเตอร์เนชันแนลระบุว่า การปราบปรามคราวนั้นมีผู้ประท้วงถูกฆ่าไม่ต่ำกว่า 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำปราศรัยเมื่อวันศุกร์ คาเมเนอียกย่องนายพลสุไลมานีว่า ปฏิบัติการนอกพรมแดนอิหร่านของเขาเป็นการทำหน้าที่เพื่อสร้างความมั่นคงของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังพิธีละหมาดวันศุกร์ ทางการอิหร่านเรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุมเพื่อแสดงความสนับสนุนกองทัพและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเป็นศัตรูระหว่างอิหร่านกับสหรัฐเพิ่มพูนขึ้นนับแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากความตกลงนิวเคลียร์เมื่อปี 2561 แล้วรื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวว่า โศกนาฏกรรมเครื่องบินตกเป็นธงและสัญญาณเตือนร้ายแรงมากๆ ให้เริ่มต้นลดทอนความตึงเครียด และยุติการคุกคามอย่างต่อเนื่องและเที่ยวบินทหารในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนมิถุนายน 2562 อิหร่านและสหรัฐหมิ่นเหม่ที่จะเผชิญหน้าทางทหารกันโดยตรงภายหลังอิหร่านยิงโดรนลำหนึ่งของสหรัฐตกในช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างว่าโดรนลำนี้รุกล้ำน่านฟ้า ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่าเขาสั่งให้กองทัพสหรัฐโจมตีทางทหารตอบโต้ แต่เปลี่ยนใจยกเลิกในนาทีสุดท้าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54836</URL_LINK>
                <HASHTAG>นำละหมาด, ผู้นำสูงสุดอิหร่าน, อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี, อุบัติเหตุขมขื่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e21bfd6d1162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
