<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหล่าทัพลั่นปกป้อง‘จอมทัพไทย’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กแก้ว&amp;rdquo; เรียกประชุมผู้นำเหล่าทัพนัดแรก ประกาศทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย &amp;ldquo;พระมหากษัตริย์&amp;rdquo; เป็นทั้งประมุขและจอมทัพไทยที่ต้องพิทักษ์ปกป้อง ลั่นการปฏิวัติไม่อยู่ในความคิดของทหารยุคปัจจุบัน &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; เสวนารัฐธรรมนูญบอกขึ้นอยู่กับการปฏิบัติไม่ใช่เนื้อหากฎหมาย&amp;nbsp; &amp;ldquo;เฮียตือ&amp;rdquo; โผล่เตือนอย่าประมาทพลังเด็กในการชุมนุม 14 ต.ค. &amp;ldquo;ภูมิธรรม-ญาติวีรชนฯ&amp;rdquo; พร้อมใจบี้ประยุทธ์ลาออกปลดล็อกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ต.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) มีการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ&amp;nbsp; ครั้งที่ 1/2563 โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดย พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์&amp;nbsp; ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) แถลงภายหลังประชุมว่า วาระที่ได้หารือเป็นกรอบการทำงานของกองบัญชาการกองทัพไทยร่วมกับเหล่าทัพ ซึ่งแนวทางดังกล่าวเป็นไปตามภาระหน้าที่ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 52 ที่เป็นหน้าที่ของรัฐในการพิทักษ์รักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์เอกราชอธิปไตยบูรณภาพแห่งดินแดน สอดรับกับหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และเป็นหน้าที่โดยตรงที่ทหารต้องปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการปกป้องสถาบันที่มีประชาชนและคนรุ่นใหม่บางส่วนออกมาล่วงละเมิด พล.อ.เฉลิมพลกล่าวว่า ในเรื่องสถาบันและภาระหน้าที่ของทหารได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับตั้งแต่ปี 2475&amp;nbsp; เป็นต้นมาจนถึงปี 2560 มาตรา 52 และในส่วนมาตรา 8 ก็บัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งองค์จอมทัพไทย ซึ่งข้าราชการทหารมีขวัญกำลังใจและปลาบปลื้มในการปฏิบัติหน้าที่ต่อรัฐธรรมนูญ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องความนิยมและเป็นประมุขของรัฐที่ทุกรัฐมีเป็นสากล กำลังทหารมีหน้าที่ปกป้องรัฐ ประเทศ และประมุขของรัฐที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของทหาร เราจึงใช้คำว่าจอมทัพไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าจะใช้เครื่องมืออะไรของรัฐ ในการทำความเข้าใจและพูดคุยกับประชาชนที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับสถาบัน พล.อ.เฉลิมพลกล่าวว่า ในส่วนข้อมูลข่าวสารประชาชนจะได้รับข้อมูลหลายส่วน ในการดำเนินการของเหล่าทัพจะดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่กำหนดตามรัฐธรรมนูญ ในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ก็ได้กำหนดว่าสามารถมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก สามารถดำเนินการได้เท่าใดขอให้ไปดูบทบัญญัติที่มีเขียนต่อท้ายว่า ไม่กระทบความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประเทศ ส่วนนอกเหนือจากนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงบทบาทกองทัพกับการเมืองจะวางตัวอย่างไร พล.อ.เฉลิมพลกล่าวว่า เรื่องการเมืองเป็นเรื่องการบริหารประเทศตามอำนาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ทหารเป็นกลไกของรัฐบาลปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการช่วยเหลือประชาชน ส่วนด้านการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการในส่วนของผู้เกี่ยวข้องกับการเมือง บทบาททหารไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่สิ่งที่อาจเกี่ยวพันหรือทาบทับกันคือเรื่องความมั่นคงของรัฐ ที่เป็นหน้าที่โดยตรงของทหาร ซึ่งไม่ต้องมีผู้ใดสั่ง แต่ภาพการปฏิบัติเราอยู่ภายใต้กรอบแนวทางนโยบายรัฐบาลทุกเรื่องรวมถึงเรื่องความมั่นคง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ผบ.เหล่าทัพเป็น ส.ว.โดยตำแหน่งจะวางตัวอย่างไร โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp; พล.อ.เฉลิมพลกล่าวว่า ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้มี ส.ว.เพื่อให้ผู้มีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์ของบ้านเมือง มาเป็นหลักดูแลทั้งด้านกฎหมายและการดำเนินการต่างๆ เป็นเพียงห้วงเวลาหนึ่ง ผบ.เหล่าทัพและ ผบ.ตร.ก็เป็น ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ เราไม่สามารถพูดได้ว่ามีความเห็นอย่างไร เพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่มีข้อกฎหมายกำหนดไว้ เราปฏิบัติตามภาระหน้าที่ เมื่อเข้ามาเป็น ส.ว.ก็จะได้รับการชี้แจงการดำเนินการปฏิบัติในแต่ละบุคคลไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ผบ.เหล่าทัพได้พูดคุยหรือไม่ว่าจะไม่รับค่าตอบแทน ส.ว.เหมือนอดีต ผบ.เหล่าทัพที่ปฏิบัติมา พล.อ.เฉลิมพลกล่าวว่า เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล เพราะตำแหน่ง ส.ว.กำหนดมาในแต่ละบุคคล เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคนในการพิจารณา แต่ในส่วนของตนเองไม่รับเงินเดือนในส่วนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะจัดเวลาปฏิบัติหน้าที่ ส.ว.อย่างไร พล.อ.เฉลิมพลกล่าวว่า ถือเป็นความเร่งด่วน เพราะเป็นเรื่องที่เราต้องไปปฏิบัติด้วยตนเอง ไม่สามารถให้คนอื่นทำแทนได้ และจะให้ความสำคัญในส่วนนี้ โดยภารกิจทั่วไปมอบหมายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ทหารจะทำหน้าที่นอกรัฐธรรมนูญหรือปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.เฉลิมพลกล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ในแนวทางดำเนินการ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเรามีการปกครองระบอบประชาธิปไตย&amp;nbsp; ทหารคือประชาชน ในหน่วยทหารอะไรที่ไม่ใช่การปกครองที่ต้องสั่งการ เป็นภารกิจเพื่อการอยู่ร่วมกัน เราก็ใช้ประชาธิปไตยในการดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพล
ปฏิวัติไม่อยู่ในความคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในส่วนของทหารเรามีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และเชื่อมั่นอย่างที่ประชาชนเชื่อมั่นว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยจะเป็นการปกครองที่แย่น้อยที่สุดในภาพของสังคมโลก เพียงแต่จะทำอย่างไรให้ได้รับโอกาสและสิทธิต่างๆ ลดความยากลำบาก มีมาตรฐานและคุณภาพชีวิต เพื่อเพิ่มโอกาสเป็นพลเมืองเป็นพลังแผ่นดินกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ เน้นพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลยากลำบากที่บางหน่วยงานเข้าไปไม่ถึง จะกระจายสิ่งเหล่านี้ให้ถึงประชาชน การปฏิวัติไม่ได้อยู่ในความคิดของทหารในปัจจุบัน&amp;rdquo; พล.อ.เฉลิมพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานว่า ผบ.?เหล่าทัพได้หารือกันแล้วว่าจะไม่ขอรับเงินเดือนตำแหน่ง ส.ว. โดยให้แต่ละคนทำหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา?
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีเครือข่ายครูขอสอน เรียกร้องกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษาและการสร้างโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยว่า เข้าใจว่าการแสดงออกทางการเมืองทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ข้อสำคัญที่สุดต้องเคารพกฎหมายด้วย เพราะยังมีกฎหมายลูกจากรัฐธรรมนูญทุกมาตรา ขอให้ดูตรงนั้นด้วย ไม่ใช่เป็นการละเมิดสิทธิ์หรอก หากเป็นการละเมิดสิทธิ์ก็ต้องไม่ให้ชุมนุม ดังนั้นชุมนุมได้แต่อย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 ต.ค. ผมคาดหวังไม่อยากให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น เพราะไม่เป็นผลดีกับประเทศในเวลานี้เลย ยิ่งอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 ด้วย ขณะที่ในสภาเขาก็มีการเคลื่อนไหวเรื่องเหล่านี้ที่มีการเรียกร้องอยู่หลายข้อ ขอให้รับฟังตรงนี้ด้วย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว ซึ่งน่าสังเกตว่า พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าเหนื่อย อิดโรย และตอบคำถามสื่อด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ไม่ได้อารมณ์เสียแต่อย่างใด &amp;nbsp;
ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษก บช.น.กล่าวถึงการรับมือการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.ว่า จะใช้แผนชุมนุม 63 เป็นแนวทางการปฏิบัติ โดยเบื้องต้นจะใช้กำลังตำรวจของ บช.น. 20 กองร้อย และมีกำลังเสริมจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, 2, 3, 4 และ 7 ไว้รองรับตามจำนวนผู้ชุมนุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงผลโพลของสำนักวิจัยซูเปอร์โพลในเรื่องการชุมนุมว่า ผลโพลแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าในการชุมนุมต่างๆ ที่ผ่านมาเป็นการใช้เสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็นที่เกินขอบเขต ฝ่าฝืนกฎหมาย ใช้สิทธิเกินส่วน ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นการชุมนุมที่อยู่บนพื้นฐานของการแสดงออกตามหลักประชาธิปไตยที่ดี ดังนั้นจึงขอให้น้องๆ&amp;nbsp; เยาวชน นักศึกษา พิจารณาทบทวนก่อนที่จะเข้าร่วมการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. ว่าหลักการประชาธิปไตยที่แท้จริงคืออะไร เพราะมีคนบางกลุ่มกำลังใช้ประโยชน์จากการชุมนุมโดยที่ไม่ออกหน้าแสดงความรับผิดชอบใดๆ เลยหรือไม่ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่แอบรอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้ตนเองอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การยุบสภายังไม่ควรทำในขณะนี้ เพราะจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องล่าช้าไปอีก ส่วนการเรียกร้องให้หยุดคุกคามประชาชน ก็ไม่สมควรทำโดยการคุกคามผู้อื่นที่เห็นต่างของกลุ่มแกนนำเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; น.ส.ทิพานันกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก&amp;nbsp; น.ส.ทิพานันกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์คิดถึงอนาคตที่ดีของลูกหลานและประเทศชาติ จึงได้อดทนอดกลั้นในการปฏิบัติหน้าที่ ท่านตระหนักดีว่าอาจมีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มที่หมดอนาคตไปแล้ว หวังใช้พลังบริสุทธิ์ของเยาวชนลูกหลาน เอาอนาคตของผู้มาชุมนุมใช้เป็นเครื่องมือบันไดไปสู่อนาคตใหม่ที่ดีของกลุ่มตัวเอง
ขณะเดียวกันที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จัดโครงการ 86 ปีมหาวิทยาลัยสวนดุสิตกับการก่อเกิดโรงเรียนกฎหมายและการเมือง โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ &amp;ldquo;คุณธรรม&amp;nbsp; จริยธรรม ของนักกฎหมาย และนักการเมือง เพื่อการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี&amp;quot; ตอนหนึ่งระบุว่า หลักที่ดีกับคนที่ดีต้องไปด้วยกัน รัฐธรรมนูญ 2540 ถ้าดีจริงทำไมทหารต้องยึดอำนาจ คนดีคนชั่วมีอยู่ทุกวงการ อย่าเกรงใจแล้วทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ต้องไม่เกรงใจแล้วยึดหลักความถูกต้องเอาไว้ และไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองและนักกฎหมายเท่านั้น แต่ทุกคนต้องมีหลักคุณธรรมจริยธรรมทั้งสิ้น
ปัญหาอยู่ที่ภาคปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้านักการเมืองมาจากระบบที่ถูกต้อง มีคุณธรรม จริยธรรม เราก็จะมีรัฐบาลที่มีคุณธรรม เพราะรัฐบาลมาจากนักการเมืองเสียงข้างมาก หากสภาสีขาวรัฐบาลก็จะขาว ถ้าสภาสีดำรัฐบาลก็จะเป็นสีดำ&amp;nbsp; เพราะมาจากที่เดียวกันคือผู้แทนเสียงข้างมาก ปัญหาบ้านเมืองเราอยู่ที่ภาคปฏิบัติ เพราะเห็นตัวอย่างมามากมายคนที่สอนให้คนอื่นซื่อสัตย์ แต่ก็ไม่ซื่อสัตย์ หรือนักการเมืองที่บอกว่าเห็นด้วยกับการปฏิรูปการเมือง แต่เบื้องหลังก็ยังมีการซื้อเสียง&amp;rdquo; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นมีการเสวนาวิชาการหัวข้อ คนเดือนตุลากับคุณค่าประชาธิปไตย : ร่องรอย ความทรงจำ และความหวังอนาคตการเมืองไทย โดยนายธเนศ อาภรณ์สุวรรณ อดีตคณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวตอนหนึ่งว่า คุณธรรมจริยธรรมจะต้องมีทั้งของผู้นำและของประชาชน&amp;nbsp; ซึ่งคุณธรรมจริยธรรมของประชาชนสำคัญกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ไม่เคยเห็นความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง อำนาจเป็นของประชาชน แต่กลับอยู่ในมือทหารตลอดเวลา แม้กระทั่งวันนี้อำนาจก็ยังไม่อยู่ในมือประชาชน จึงเป็นความท้าทายของเด็กรุ่นใหม่ มีแฮชแท็กให้จบที่รุ่นเรา เพราะเขาไม่ต้องการส่งต่อสิ่งเหล่านี้ไปยังรุ่นลูกรุ่นน้องของเขา เชื่อว่าเด็กรุ่นใหม่มีสำนึกที่เขายอมไม่ได้
&amp;ldquo;วันที่ 14 ต.ค.นี้อย่าประเมินเสียงของประชาชนต่ำ เพราะเสียงของประชาชนดังและเป็นเสียงสวรรค์ บริบททั้งหมดนี้จะทำให้เด็กรุ่นใหม่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในสังคมได้&amp;rdquo;
นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;รำลึกเดือนตุลาคม...เดือนแห่งการเปลี่ยนแปลง : เดือนแห่งความทรงจำทางการเมือง&amp;rdquo; ระบุว่า &amp;quot;การรำลึกถึงประวัติศาสตร์เดือนตุลาคม จึงเป็นการรำลึกถึงความทรงจำทางการเมืองที่รำลึกถึงจิตวิญญาณของความเป็นนักประชาธิปไตย ที่ต่อสู้กับเผด็จการ และความใฝ่ฝันที่อยากเห็นสังคมไทยดีขึ้นกว่าเดิมในบริบทสังคมไทยปัจจุบัน ซึ่งประเทศไม่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การบริหารประเทศแบบระบอบประยุทธ์ไม่ใช่คำตอบของสังคมไทยในวันนี้ และวันข้างหน้า ประยุทธ์ออกไปสังคมไทยจะกลับมาดีกว่าเดิมแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ส.ว.ต้องระมัดระวังในการลงมติชั้นรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 6 ฉบับ โดยจุดยืนต้องยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง เพราะ ส.ว.ต้องมีอิสระ ไม่ใช่นักการเมือง ต้องมีดุลยพินิจ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ&amp;nbsp; นี่คือจุดยืน ส.ว.ที่ต้องพิจารณารัฐธรรมนูญให้ดี เพราะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ อีกทั้งต้องรับฟังผลการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญศึกษาญัตติของรัฐสภาก่อนพิจารณาลงมติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องดูว่า ส.ว.จะพิจารณาอย่างไร เพราะฝ่ายหนึ่งบอกว่าให้ทำประชามติตอนนี้ และมีการหารือในข้อกฎหมาย หากดำเนินการไม่ถูกต้องอาจขัดต่อกฎหมายได้ ยอมรับตามตรงว่ายังไม่เข้าใจในเรื่องนี้&amp;nbsp; จึงยังไม่สามารถตอบได้ชัดในขณะนี้&amp;rdquo; นายพรเพชรกล่าวตอบถึงเรื่องการทำประชามติก่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อกังวลว่ารัฐสภาอาจตีตกในวาระรับหลักการในช่วงเปิดสมัยประชุมหน้า ทำให้ต้องไปเริ่มกระบวนการใหม่ในสมัยประชุมปี 2564 เดือน พ.ค.นั้น นายพรเพชรยืนยันว่าไม่ใช่ธงที่ตั้งไว้ ทำไมต้องถูกตีตกไป ยืนยันไม่มีความคิดเรื่องนี้ จากที่ฟังเสียงของ ส.ว.แต่ละคนจะรับฟังผลศึกษา และขอให้ติดตามรายงานผลการศึกษาของคณะ กมธ. ซึ่งจะไม่ได้ชี้นำการลงมติ แต่จะแจงในข้อกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวถึงการเชิญฝ่ายค้านร่วมเป็น กมธ.ว่า ยังไม่เห็นหนังสือเชิญ แต่หากเชิญไปเพื่อจะซื้อเวลา ยื้อเวลา เราไม่ขอเข้าร่วม เพราะผลการศึกษาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนั้นมีอยู่แล้วมากมาย ถ้ารัฐบาลจริงใจต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท.กล่าวว่า การตั้ง กมธ.ก่อนลงมตินั้นเป็นการรอสัญญาณจากผู้มีอำนาจว่าจะตัดสินใจอย่างไรมากกว่า ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลประเมินสถานการณ์ทางการเมืองก่อนตัดสินใจ ส่วนกระแสข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ส่งสัญญาณให้พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.รับหลักการญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้
พท.ลั่นไม่จับมือ พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท.กล่าวว่า พรรคจะประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ใน&amp;nbsp; 1-2 สัปดาห์ เพื่อกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์พรรค โดยมุ่งเน้น 4 ภารกิจ คือ ต่อสู้เพื่อความเป็นประชาธิปไตย เดินหน้าเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน และนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหา ส่วนกระแสข่าวตั้งรัฐบาลแห่งชาติ พรรคย้ำว่าจะไม่เข้าร่วมเป็นรัฐบาลแห่งชาติ พรรคจะไม่จับมือกับอำนาจที่มาจากเผด็จการ&amp;nbsp; เพราะหากทำเช่นนั้นเท่ากับเราปฏิเสธความยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย &amp;nbsp;
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การส่งสัญญาณของ พล.อ.ประยุทธ์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่ชัดเจนว่า พล.อ.ประยุทธ์สามารถสั่งให้รัฐบาลรวมทั้ง ส.ว.ลงมติตามที่รัฐบาลต้องการได้ ดังนั้นกรณีการลงมติรับหรือไม่รับหลักการญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขึ้นกับผู้มีอำนาจในรัฐบาลมากกว่าทำตามความต้องการของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภาคม 2535 ได้ออกแถลงการณ์ หัวข้อ &amp;quot;ปลดล็อกประเทศไทย...จัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจช่วยชาติ&amp;quot; โดยได้เรียกร้อง 5 ข้อ คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่ง 2.พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ถอนตัวจากพรรคร่วม 3.ส.ว.ช่วยชาติ โดยร่วมมือกับพรรคการเมืองในสภา ด้วยการผลักดันการตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจช่วยชาติ 4.กลุ่มผู้ชุมนุมควรมุ่งไปที่การกดดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกสถานเดียว และ 5.นิรโทษกรรมคดีการเมืองตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน แล้วเร่งแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ จัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากฉันทานุมัติของรัฐสภา โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79592</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปกป้องจอมทัพไทย, ประชุมผู้นำเหล่าทัพ, ประมุขและจอมทัพไทย, ผู้นำเหล่าทัพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7b1fa7a8907.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งัดข้อหาฟ้องกันนัว พปชร.ชงถอด6หัวโจก/ฝ่ายแค้นร้องปปช.ฟันบิ๊กตู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผู้นำทหารพรึ่บ! ตบเท้ารับ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ตรวจเยี่ยมเหล่าทัพทำพิธีเปิดอาคาร &amp;quot;ศรีสิทธิสงคราม&amp;quot; จารึกประวัติศาสตร์แกนนำ&amp;ldquo;กบฏบวรเดช&amp;rdquo; ปกป้องสถาบันฯ โอดไม่เคยโดนด่าเหมือนตอนมาเป็นนายกฯ 2 ขั้วการเมืองอ้างกฎหมายฟ้องกันดะ! พปชร.ยื่น ปธ.สภาฯ ชงศาล รธน.ถอด 6 หัวโจกฝ่ายแค้นร่วมวงแก้ ม.1 ฟันธงไม่มีแผ่นดินอยู่เหมือนทักษิณ ขณะที่ &amp;quot;พลท.&amp;quot; ยื่น ป.ป.ช.ฟัน &amp;quot;นายกฯ-มทภ.4-บุรินทร์&amp;quot; ผิด ม.157 ฐานแจ้งเท็จ จ่อฟ้องแพ่งร้อยล้าน &amp;quot;ชวน-2 องครักษ์&amp;quot; รุมดีดปาก &amp;quot;อดิศร&amp;quot; ยันไม่ได้ห้ามแก้ รธน. แต่เตือนแก้มาตรา 1 จะซ้ำรอยไฟใต้ &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ท้าเดิมพัน พ.ร.บ.งบฯผ่านสภาแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน เวลา 07.30 น. วันที่ 9 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางมาตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพบก โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม, พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้การต้อนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ทำพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ บริเวณลานด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นเป็นประธานตัดริบบิ้นในพิธีเปิดอาคารศรีสิทธิสงคราม โดยอาคารศรีสิทธิสงครามนั้น เป็นอาคารสูง 2 ชั้น ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก ถือเป็นอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมีลักษณะทางสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่ง ผบ.ทบ.ได้มีดำริให้ปรับปรุงอาคารสำหรับใช้เป็นอาคารอเนกประสงค์ในการจัดประชุมต้อนรับและประกอบพิธีที่สำคัญของกองทัพบกเป็นส่วนรวม โดยอาคารดังกล่าวจะอยู่ในแถวอาคารเดียวกับพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อจากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ยังได้ใช้ห้องประชุมภายในอาคารศรีสิทธิสงครามบรรยายสรุปภารกิจของ ทบ. และรับมอบนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตำรวจแห่งชาติ รวมถึง 5 เสือ ทบ. เข้าร่วมด้วย นอกจากนั้นยังได้เยี่ยมชมภายในตัวอาคาร ซึ่งมีห้องบวรเดช ซึ่งเป็นห้องอเนกประสงค์ที่เอาไว้ใช้จัดงานรับรองแขกในและต่างประเทศ ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 2 ของตัวอาคาร และได้ลงนามที่สมุดเยี่ยมที่ตั้งบนโพเดียม ด้านหลังเป็นรูปภาพของพันเอกพระยาศรีสิทธิสงคราม (ดิ่น ท่าราบ) อดีตทหารผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ และกองทัพ และเป็นอดีตนายทหารบกผู้เป็นแกนหลักในเหตุการณ์กบฏบวรเดชเมื่อปี พ.ศ.2476 พระยาศรีสิทธิสงคราม มีชื่อเดิมว่า ดิ่น ท่าราบ และมีศักดิ์เป็นตาของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวแจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวมอบนโยบายให้กับผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตอนหนึ่งว่า ขอให้ทุกคนตระหนักว่าภารกิจการพิทักษ์ ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันอันสูงสุด ที่เป็นศูนย์รวมของจิตใจปวงชนชาวไทย เป็นภารกิจอันสำคัญยิ่ง พร้อมขอให้นำความรู้จากการฝึกและการดูงานกองทัพประเทศที่เจริญแล้วมาพัฒนาปรับปรุงกิจการกองทัพบกให้มีความทันสมัย เพื่อสอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน และให้มีการเตรียมความพร้อมที่สามารถรองรับได้ทั้งภัยคุกคามแบบเดิมและภัยคุกคามรูปแบบใหม่
ไม่เคยโดนด่าเหมือนเป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการทำงานร่วมกับส่วนราชการอื่นๆ หรือหน่วยงานภาคส่วนอื่นๆ ขอให้ดำเนินการอย่างประสานสอดคล้องกัน รวมทั้งสั่งการให้ดำเนินกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ในเดือนต.ค.นี้ทั้ง 3 วาระสำคัญ ได้แก่ วันที่ 13 ต.ค. วันคล้ายวันสวรรคตในหลวง ร.9, วันที่ 18 ต.ค. วันคล้ายวันพระราชสมภพ ร.4 และ วันที่ 23 ต.ค. วันคล้ายวันสวรรคต ร.5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวตอนหนึ่งอีกว่า &amp;quot;ตั้งแต่รับราชการทหารมา ไม่เคยต้องมาโดนด่าเหมือนตอนมาเป็นนายกฯ แต่ก็ต้องอดทน เพราะภารกิจยังไม่จบสิ้น ส่วนตัวยืนยันไม่ได้ต้องการจะมาอยู่ตรงนี้ แต่สถานการณ์มีความจำเป็นที่ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการเดินทางมาเยี่ยมกองทัพบกครั้งนี้ ยังได้นำยานเกราะล้อยางสไตรเกอร์มาจอดไว้ด้านหน้าหลังอาคารพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้ชมยุทโธปกรณ์ใหม่ที่กองทัพบกนำเข้าประจำการ แต่ไม่ได้นำไปจอดด้านหน้าเพื่อต้อนรับ เพราะเกรงว่าจะมีคนนำไปโจมตี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับเวลา 09.30 น. กองทัพบกได้จัดกำลังพลจากทุกหน่วยภายในกองทัพบกมาตั้งแถวส่ง พล.อ.ประยุทธ์จนถึงประตูทางออกด้านหน้า บก.ทบ. โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้เปิดกระจกพร้อมทั้งทำมือเป็นสัญลักษณ์ &amp;ldquo;ไอเลิฟยู&amp;rdquo; ให้กับกำลังพลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่กำลังพลล้วนฮือฮาจดจำเลขทะเบียนรถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หมายเลข 4 กต 29 กทม. โดยตลอดเส้นทางก่อนออกจากประตู เจ้าหน้าที่ได้นำต้นพุดซึ่งเป็นดอกไม้หอมในวรรณคดีตามที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยระบุว่าชื่นชอบดอกไม้หอมมาประดับไว้บริเวณรอบสนามหญ้าด้านหน้า บก.ทบ.ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงบ่าย ที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล อาคารลาดพร้าว ฮิลล์ ซอยลาดพร้าว 4 ถนนลาดพร้าว กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;เยี่ยมชมภารกิจสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและมอบนโยบาย โดยนายกฯ ได้เยี่ยมชมภารกิจจุดให้บริการดิจิทัลครบวงจร และยังได้ทดลองสแกนเครื่องตรวจจับใบหน้าและอารมณ์ พบว่า ณ เวลานี้นายกฯ อารมณ์ดีเกิน 90% ขณะที่ช่วงดูเครื่องตรวจวัตถุระเบิดนายกฯ ได้หันหน้าไปทางสื่อ พร้อมกับพูดอย่างอารมณ์ดีว่า ต้องเอาไปตรวจนักข่าวบ้าง เพราะวางระเบิดนายกฯ ทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ เป็นประธานการประชุมหัวข้อ &amp;ldquo;แนวทางการพัฒนาประเทศไทยสู่ ASEAN Digital Hub&amp;rdquo; ก่อนที่เวลา 16.30 น. นายกฯ ได้มอบนโยบายกลุ่มสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ตอนหนึ่งว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ก็ไม่ใช่ว่าไม่ฟังใครเลย เวลาด่าก็ด่าจัง ตนไม่อยากโมโหใครทั้งสิ้น ต้องช่วยกันทำความเข้าใจว่าวันนี้ประเทศไทยอยู่ตรงไหน และปัญหาอยู่ตรงไหน ปัญหาสำคัญคือความเป็นอยู่ของประชาชนทุกอาชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น นายกฯ ได้รับฟังข้อเสนอจากตัวแทนกลุ่มสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ โดยช่วงหนึ่งมีข้อเสนอเรื่องอธิปไตยด้านการลงทุนหรือการสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งทันทีที่นายกฯ ได้ยินคำว่า อธิปไตย ก็ได้หันหลังมาพูดกับทุกคนว่า &amp;quot;อธิปไตยไม่ต้องกลัว ยังเป็นของประเทศไทยอยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ฝากพวกเราเอาคนกลับมาพัฒนาประเทศให้ถูกทาง อย่าไปแก้ปัญหาผิดๆ แบบเดิม มันทำไม่ได้ จะเอาทุกอย่างเหมือนที่อื่นคงไม่ได้ เพราะที่นี่คือประเทศไทย &amp;ldquo;ถ้าจะด่าจะว่าลุงแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะ ก็ทำได้ แต่ก็ขอให้เข้าใจกันบ้าง ไปว่าใครเขาไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อเลือกทางนี้ก็ต้องโดนอยู่แล้ว เป็นทหาร 40 ปี เป็นนายกฯ มา 5 ปี ก็แก่ไปเยอะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงท้ายนายกฯ พูดหยอกพร้อมหัวเราะด้วยว่า &amp;quot;เลิกเป็นนายกฯ ดีกว่า มาเป็นนายกฯ สตาร์ทอัพ มีความสุขดีเนอะ&amp;rdquo;
ยื่นถอด 6 หัวโจกฝ่ายแค้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร. นำรายชื่อ 51 ส.ส.พปชร. ยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนายแทนคุณ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองประธานสภาฯ เพื่อให้ใช้อำนาจประธานสภาฯ ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสมาชิกภาพ 6 ส.ส. ประกอบด้วย 1.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย 2.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ 3.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ 4.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ 5.นายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และ 6.นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 ประกอบมาตรา185 (1) หรือไม่ จากกรณีจัดเวทีเสวนาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จังหวัดปัตตานี โดยได้มีการพูดถึงการแก้ไขในมาตรา 1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายชัยวุฒิกล่าวว่า เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องไม่ควร รวมถึงกรณีการใช้อำนาจหน้าที่การเป็น ส.ส. เข้าไปแทรกแซงก้าวก่ายการทำงานของ กอ.รมน.เพื่อตัวเองและพรรคนั้น โดยเตรียมจะเรียก พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เข้าชี้แจง กมธ. ซึ่งเป็นการใช้อำนาจมิชอบ เป็นการใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ของพรรคและเพื่อตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระกล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ฝ่ายค้านหยุดทำลายประเทศชาติ หยุดทำลายรัฐบาล พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า มีกระบวนการแบ่งกันทำงานหรือไม่ เพราะมีฝ่ายหนึ่งพยายามทำลายรัฐบาล อีกฝ่ายหนึ่งพยายามทำลายฝ่ายนิติบัญญัติ และขณะนี้กำลังมีอีกฝ่ายพยายามทำลายฝ่ายตุลาการ จึงขอเตือนคนที่คิดจะทำลายประเทศชาติว่า จะไม่มีแผ่นดินอยู่ในประเทศไทย เช่นเดียวกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และขอทำนายว่าคนเหล่านี้จะต้องหนีไปจากประเทศไทย และจะไม่ได้ตายอยู่ในประเทศไทยแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไม่เป็นไร แล้วแต่เขา เรื่องนี้ต้องดูข้อเท็จจริง แต่เรามองว่าไม่มีอะไร เมื่อเขามีช่องทางก็ให้เป็นเรื่องของเขาให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายสุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายอดิศร เพียงเกษ โฆษกผู้นำฝ่ายค้าน &amp;nbsp;แต่งกลอนโพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก โดยมีลักษณะเหน็บแนมนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ว่า เป็นคำหยาบและเป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม แต่ตนก็ไม่ได้แปลกใจสำหรับคนอย่างนายอดิศรที่ใช้ถ้อยคำแบบนี้ เพียงแต่เห็นว่าหายหน้าไปนาน นึกว่าอุปนิสัยจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่น่าผิดหวังที่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม&amp;nbsp;
นายชวนพูดภาษาไทย แต่ทำไมนายอดิศรฟังไม่เข้าใจว่าไม่ได้ห้ามให้มีการแก้ไข รธน. แต่เรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงขอให้ระมัดระวังที่นายชวนต้องเตือนเพราะเคยมีความผิดพลาดในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ตั้งแต่ปี 2544 ซึ่งเป็นรัฐบาลที่นายอดิศรเคยสังกัดอยู่ เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2544 เกิดวลีพูดติดปากว่าโจรกระจอก รวมถึงกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงผิดพลาด ส่งผลให้สถานการณ์ 3 จังหวัดภาคใต้ที่ทำท่าจะเย็นลงกลับลุกเป็นไฟ
รุมดีดปาก&amp;quot;อดิศร&amp;quot;มั่วนิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ กล่าวว่า การโพสต์ของนายอดิศร เป็นข้อความใส่ร้ายประธานสภาฯ เป็นการวัดคุณภาพของคน ไม่ว่าจะจบการศึกษาระดับไหน มีคำนำหน้านามเป็น ดร. ก็ไม่ได้วัดว่าคุณเป็นคนดี นายอดิศรใช้ทักษะการเเต่งกลอนมาทำร้ายบุคคล เป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ยอมรับ นายอดิศรเคยเป็นสมุนของบริษัทที่เข้ามาทำการเมือง วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายเเดนภาคใต้ก็เกิดจากเจ้านายของนายอดิศรเอง ทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ ฝ่ายค้านทำเรื่องจะแก้รัฐธรรมนูญก็ไปเกี่ยวข้องกับความมั่นคง จึงทำให้เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.จำเป็นต้องเเจ้งความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนกล่าวชี้แจงว่า เป็นการเข้าใจผิด และนายอดิศรจับประเด็นไม่ถูก ยืนยันไม่เคยคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งตนเป็นหนึ่งในผู้ที่ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดังนั้นจึงไม่วิจารณ์ เพียงแต่จะเสนอแนะขอให้คุยกับทุกฝ่าย รวมถึงวุฒิสภาด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่อยากแก้ไข แต่ก็ควรมาหารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางร่วมกันว่ากระบวนการแก้ไขควรเป็นอย่างไร และหลังจากนั้นค่อยไปดูในรายละเอียดว่าอะไรที่ควรแก้ไขต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากคำให้สัมภาษณ์ ตนบอกเพียงว่าขณะนี้ได้มีญัตติการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหารัฐธรรมนูญเข้ามาในสภาเท่านั้น โดยจะพิจารณาในสมัยประชุมหน้า แต่ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะแก้ไขในมาตราใด เพราะอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาแนวทาง เช่นเดียวกับกรณีที่สื่อมวลชนสอบถามการแก้ไขมาตรา 1 ซึ่งตนได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่ขอวิจารณ์ แต่อยากแนะนำว่า ไม่ว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ควรศึกษาประวัติศาสตร์ และดูให้ดี หากเสนอแนวทางที่ดีกว่าเดิม ก็สามารถแก้ไขได้ แต่หากไม่มั่นใจควรต้องระมัดระวัง เพราะเคยมีประสบการณ์ความผิดพลาด เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2544 มาแล้ว ซึ่งในขณะนั้นตนเป็นคนเดียวที่ทักท้วงว่าอย่าทำอะไรนอกเหนือกฎหมาย ไม่เช่นนั้นจะมีผลเสียตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่รัฐบาลขณะนั้นซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่นายอดิศรสังกัดไม่รับฟัง จนทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นในวันนี้หากจะเปลี่ยนแปลงอะไร จะต้องมั่นใจ เพราะเรื่องของความมั่นคงจะไปทดลองไม่ได้ เพราะหากผิดพลาดแล้วจะแก้ไขยาก จึงขอเตือนด้วยความหวังดี&amp;quot; นายชวน กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. สนามบินน้ำ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย (พลท.) ยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.รมน. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ฐานจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อกฎหมาย หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามกฎหมายอาญาฐานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ม.157 ที่ได้มีเจตนาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานเพื่อให้ผู้อื่นเกิดความเสียหายตาม ม.137 และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาตาม ม.172 รวมไปถึง ม.173 และ ม.174 วรรคสอง กรณีมอบให้ พล.ต.บุรินทร์แจ้งความกล่าวหาพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการจำนวน 12 คน ในความผิดมาตรา 116 ที่ จ.ปัตตานี
ขู่ฟ้องแพ่งร้อยล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิคมกล่าวว่า ทางพรรคยังจะได้หารือกับทีมกฎหมายต่อไปอีกด้วยว่าจะดำเนินการฟ้องแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายจาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นหลักร้อยล้านบาท ฐานทำให้ตนและพรรคพลังปวงชนไทยได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ถูกลดคุณค่า ลดบทบาท ส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยม และชื่อเสียงด้านการเมือง และเมื่อยื่น ป.ป.ช.แล้ว จะไปยื่นเรื่องที่กองบัญชาการปราบปรามอีกทางหนึ่งด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา จังหวัดเพชรบุรี พรรคเพื่อไทยจัดสัมนาโครงการเสริมศักยภาพ ส.ส.และบุคลากรทางการเมือง โดยมีคณะกรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรค และส.ส.ของพรรคทุกภูมิภาค เดินทางมาร่วมรับฟังการสัมมนาอย่างคับคั่ง โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค กล่าวเปิดสัมมนาตอนหนึ่งถึงการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นภาระสำคัญของเราอย่างยิ่งยวด เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประชาชนพ้นจากวิกฤติต่างๆ เราจะหาทางปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ให้มีชีวิตที่ดีเยี่ยม ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลก ในการอภิปรายงบประมาณ 17-18 ต.ค. ได้คุยกับนายชวน หลีกภัย แม้รัฐบาลกำหนดให้ฝ่ายค้านอภิปรายเพียง 2 วันนั้น ได้บอกว่าคงเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยต้องให้เวลา 3 วัน ขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุว่า รัฐธรรมนูญปี 60 เปิดช่องให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส. สามารถโหวตร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้ว่า หากรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ก็แล้วแต่เขา ถ้ามีสิทธิ์ก็ว่าไป แต่โดยปกติรัฐมนตรีเขาไม่เคยโหวตยกมือในประเด็นที่ถูกอภิปราย ถ้าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ผ่าน นายกฯ จะต้องรับผิดชอบ สำหรับ ส.ส.ของพรรค ส่วนใหญ่จะเป็นไปตามมติพรรคจะแหกไม่ได้ ตนเป็น ส.ส.มา 30 ปี ไม่เคยเห็นฝ่ายค้านโหวตให้รัฐบาลก่อนวันอภิปรายจะกำชับเรื่องการโหวตอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย เดินทางมาพบนายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร เพื่อขอความร่วมมือโหวตร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 63 ว่า ไม่ต้องคุย หากดีเขาก็โหวตเอง หากไม่ดีก็ไม่ต้องโหวต ยืนยันว่าไม่ได้มอบหมายให้นายสัมพันธ์ไปพูดคุยกับพรรคเล็ก และกล่าวยอมรับว่าหาก พ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ผ่าน ก็เป็นไปตามที่นายวิษณุได้ระบุไว้คือยุบสภา ในส่วนของรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส. ทุกคนจะต้องยกมือโหวต เพราะมีสิทธิ์โหวต สำหรับงบประมาณกองทัพไม่ได้มากกว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และใช้น้อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นแผนการพัฒนาของกองทัพ ซึ่งผบเหล่าทัพดำเนินการ และวางแผนใช้งบประมาณไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่ใช่เบิกปากเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาเดิมพันกันเอาไหมว่า พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะผ่านหรือไม่&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าวเมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่า พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะผ่านสภา.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47724</URL_LINK>
                <HASHTAG>กบฏบวรเดช, ผู้นำทหาร, ผู้นำเหล่าทัพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รำลึกถึงคณะราษฎรและเหตุการณ์การปราบปรามกบฏบวรเดช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาคารศรีสิทธิสงคราม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9df0bd5fa44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำทหารพรึ่บ! ตบเท้ารับ&#039;บิ๊กตู่&#039;ตรวจเยี่ยมกองทัพบก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค. 62 &amp;ndash; ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน เมื่อเวลา 07.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางมาตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพบก โดยมีพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำพิธีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ บริเวณลานด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ จากนั้นเข้ารับฟังการบรรยายสรุปบทบาทและการปฏิบัติภารกิจของกองทัพบก รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพบก โดยในปีงบประมาณ 2563 กองทัพบกมีแผนการพัฒนาที่สำคัญหลายด้าน อาทิ ด้านกำลังพล ด้านการข่าวและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ด้านยุทธการ การฝึก ศึกษา และวิจัยพัฒนาทางทหาร การปรับปรุงอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ โครงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (CSOC) ในระดับกองทัพภาค ด้านการส่งกำลังบำรุง ด้านกิจการมวลชน การสนับสนุนพลเรือนในการพัฒนาประเทศ การช่วยเหลือประชาชนและบรรเทาสาธารณภัย การฝึกร่วมและการป้องกันบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัด รวมถึงการฝึกแลกเปลี่ยนความรู้การบรรเทาสาธารณภัย ทั้งในระดับอาเซียน และระดับนานาชาติ นอกจากนี้พล.อ.อภิรัชต์ยังได้นำรถเกราะล้อยางสไตรเกอร์ จำนวน 2 คัน มาโชว์พล.อ.ประยุทธ์ด้วยโดยจอดอยู่บริเวณด้านหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 ภายใน บก.ทบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้เป็นประธานพิธีเปิดห้องศรีสิทธิสงคราม กับห้องบวรเดช ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นชื่อของนายทหารผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันและกองทัพ ภายหลังจากปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เป็นไปอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทหาร ทั้งภายในบก.ทบ. และรอบพื้นที่บก.ทบ. โดยอนุญาตให้สื่อมวลชนสามารถทำข่าวและบันทึกภาพได้เฉพาะช่วงที่พล.อ.ประยุทธ์ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศเท่านั้น และห้ามไม่ให้เดินไปยังจุดต่างๆภายใน บก.ทบ.อย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกองทัพบกได้นำต้นพุด ซึ่งเป็นดอกไม้หอมในวรรณคดีตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยระบุว่าชื่นชอบดอกไม้หอมมาประดับไว้บริเวณรอบสนามหญ้าด้านหน้า บก.ทบ. ด้วย อย่างไรก็ตามในระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางกลับเวลา 09.30 น. กองทัพบกได้จัดกำลังพลจากทุกหน่วยภายในกองทัพบกมาตั้งแถวส่ง พล.อ.ประยุทธ์ จนถึงประตูทางออกด้านหน้า บก.ทบ. โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้เปิดกระจก พร้อมทั้งทำมือเป็นสัญลักษณ์ &amp;ldquo; ไอ เลิฟ ยู&amp;rdquo; ให้กับกำลังพล ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่กำลังพลล้วนฮือฮาจดจำเลขทะเบียนรถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หมายเลข 4 กต 29 กทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47660</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, ทบ., บิ๊กตู่, ผู้นำเหล่าทัพ, พล.อ.ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9d54408a11d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
