<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/01/2019 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/01/2019 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดสธ.ประชุมทางไกลวิดีโอผู้บริหาร 16จังหวัดเตรียมพร้อมรับมือ&quot;ปาบึก&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ม.ค.62- ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.สุขุม &amp;nbsp;กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอกับผู้ตรวจราชการกระทรวง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาล เพื่อติดตามความพร้อมและแผนการรองรับการจัดบริการประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; (PABUK) &amp;nbsp;ในวันที่ 3 &amp;ndash; 5 มกราคม 2562 ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุขุมกล่าวว่า พายุปาบึกที่จะเคลื่อนเข้าสู่อ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ อาจเกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากใน 16 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ซึ่งเป็นบริเวณที่ลุ่มและทางน้ำ รวมทั้งกทม.และปริมณฑลที่อาจมีฝนตกหนักในวันที่ 4 ม.ค.คาดว่ามีสถานบริการสาธารณสุขทุกระดับที่อาจได้รับผลกระทบ 282 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เช่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/โรงพยาบาลศูนย์นครศรีธรรมราช สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ โรงพยาบาลชุมพร ได้สั่งการให้เปิดศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) ติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา ประสานการทำงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างใกล้ชิด และดำเนินการตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อสถานบริการ และไม่กระทบต่อการจัดบริการประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุขุมกล่าวต่อว่า ได้กำชับให้เตรียมความพร้อมใน 5 ด้าน ดังนี้ &amp;nbsp;1.ป้องกันอาคารสถานที่ อุปกรณ์การแพทย์ ก่อสร้างที่กั้นน้ำในพื้นที่บริการผู้ป่วยหรืออาคารที่สำคัญ เตรียมเครื่องสูบน้ำ ตรวจสอบระบบระบายน้ำไม่ให้อุดตัน เคลื่อนย้ายเวชภัณฑ์ เอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย สำรวจความแข็งแรงสิ่งก่อสร้าง ป้ายประกาศ ไฟส่องสว่าง ตัดแต่งต้นไม้ รื้อถอนสิ่งที่เป็นอันตรายหรือซ่อมแซมให้ปลอดภัย 2.สำรองยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และทรัพยากรอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นในการจัดบริการ เช่น ระบบไฟฟ้าสำรอง น้ำมัน ออกซิเจน อาหาร เป็นต้น&amp;nbsp;
3. สำรวจผู้ป่วยที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ และไม่สามารถเดินทางมาสถานบริการได้ เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ออกเยี่ยมบ้านและจ่ายยาให้เพียงพอ 4.เตรียมแผนประคองกิจการ ปรับพื้นที่ให้บริการ กรณีไม่สามารถเปิดบริการได้ และแผนการอพยพเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมทั้งประสานโรงพยาบาลข้างเคียงร่วมจัดบริการนอกสถานที่ เตรียมที่พักที่ปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และ5.เตรียมทีมเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือทางการแพทย์ เช่น ทีมปฏิบัติการกู้ชีพฉุกเฉิน (EMS) ชุดปฏิบัติการแพทย์สนามฉุกเฉินในภาวะภัยพิบัติ หรือทีมเมิร์ท (MERT : Medical Emergency Response Team) และทีมมินิ-เมิร์ท ทีมฟื้นฟูเยียวยาทางสุขภาพจิต (MCATT) ทีมอนามัยสิ่งแวดล้อม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ ทุกจังหวัดได้เตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี โดยเปิดศูนย์ EOC ที่จังหวัด สถานบริการที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงได้ขนย้ายยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ต่าง ๆ ไว้ที่สูง สำรองยาเวชภัณฑ์ มีข้อมูลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ข้อมูลผู้ป่วยหนัก มีทีมปฏิบัติการทางการแพทย์ พร้อมให้การดูแลหากเกิดภาวะฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้ให้เขตสุขภาพที่ 3 &amp;ndash; 6 เตรียมพร้อมให้การสนับสนุนจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง และส่วนกลาง โดยกองสาธารณสุขฉุกเฉิน ได้สำรองยาชุดน้ำท่วม 50,000 ชุด ยารักษาโรคน้ำกัดเท้า หน้ากากอนามัย เสื้อชูชีพ พร้อมให้การสนับสนุนพื้นที่ สามารถประสานงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25614</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, ผู้บริหาร16จังหวัด, พายุปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190102/image_big_5c2c9a6dbe73c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
