<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำท้องถิ่นโวยนายกฯรวมศูนย์อำนาจแก้โควิดไม่ได้ แนะแก้กฎระเบียบที่ติดขัดให้ท้องถิ่นช่วยกันทำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ก.ค.64-นายธนชาติ ไชยทองพันธ์ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และอดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลสว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง&amp;nbsp; ก้าวข้ามกฎระเบียบฝ่าโควิดให้ท้องถิ่นร่วมจัดการปัญหา มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อรัฐเกาไม่ถูกที่คันการแก้ปัญหาโควิดจึงล้มเหลวและลุกลามใหญ่โตเกินกว่าจะแก้ได้ที่ผ่านมามีคนด่านายกมามากรวมทั้งที่ไล่ก็เยอะแนวรบทุกแนวทั้งศึกในศึกนอก แบบนี้เรียกว่าอาการไปไม่เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สำหรับผมเป็นคนคิดบวกเมื่อเกิดปัญหามันต้องมีทางออก ไหนๆก็เป็นวันเข้าพรรษาผมขอเอาสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้มาใช้หน่อย นั้นคืออริยสัจ 4 ท่านให้เราหาสาเหตุแห่งทุกข์ก่อน นั้นก็คือโควิดที่แก้ไม่ได้ทั้งปัญหาการฉีดวัคซีนถ้าไม่มีเส้นมีสังกัดก็ต้องรอก่อน ส่วนการตรวจเมื่อมีอาการก็หาที่ตรวจไม่ได้ ปัญหาการหาเตียงอันนี้ยิ่งหนักกว่ายากมากต้องใช้เส้นใช้สายอันนี้ไม่ได้พูดเกินเลยเพราะประสบพบเจอด้วยตัวเองรวมทั้งการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานหรือโรงพยาบาลที่จะรับรักษา ปัญหาคนป่วยอยากเดินทางกลับบ้านเพราะอยู่ในเมืองแบบไม่มีญาติพี่น้องทุกอย่างเป็นปัญหาไปหมดทั้งที่บางเรื่องแก้ง่ายมาก เช่น การเอาคนป่วยกลับบ้านท้องถิ่นบางจังหวัดอยากส่งรถไปรับก็ติดระเบียบการเบิกจ่ายไม่ได้จนมีนายก อบจ.หลายจังหวัดควักสตางค์เอง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่สุดปัญหาทุกอย่างมันเลยไปสุมรวมที่ศูนย์ที่นายกเป็นผู้สั่งการแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นผลของข้าพเจ้าขอรับผิดชอบเพียงผู้เลยตกกับนายกและถูกด่าจนเละอย่างที่เห็น นี่คือสาเหตุของการรวมศูนย์อำนาจดังนั้นเมื่อเราพบสาเหตุแล้วว่าการรวมศูนย์แก้ไม่ได้ก็ลองกลับหัวกลับหางดูบ้างโดยวิธีการกระจายอำนาจ ผมเองทำงานในท้องถิ่นมายาวนานในหลายสถานะทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร อยู่มาทั้ง อบต.เทศบาล . อบจ. ผมรู้ดีว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นทั้งหลายมีศักยภาพพอที่จะเป็นมือเป็นไม้และงบประมาณ รวมทั้งเป็นสมองในการแก้ไขสถานการณ์นี้ให้ผ่านพ้นไปได้เพียงขอแค่ท่านนายกทำใจยอมเปิดรับการทำงานให้แต่ละท้องถิ่นได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่เท่านั้น อะไรที่ติดปัญหากฎระเบียบท่านก็อำนวยความสะดวกแก้ไขวิธีไม่ยากครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเสนอรูปธรรมเลย โดยส่งการให้ท้องถิ่นจัดทำแผนปฎิบัติการรวมทั้งแผนงบประมาณและให้เสนอปัญหาและอุปสรรคที่ติดขัดเรื่องอะไรมาให้ดูแล้วก็ให้ รมต.มหาดไทย ในฐานะผู้กำกับดูแลอนุมัติให้ทำได้โดยให้ผู้ว่าและนายอำเภอเป็นผู้ประสานแผนและประสานในการปฎิบัติตามแผนถ้าติดขัดก็แก้ไขโดยใช้อำนาจผู้ว่าทันที แค่นี้ท่านก็จะได้ตัวช่วยแบ่งเบาภาระงานไปได้มาก แล้วปัญหาต่างๆจะค่อยผ่อนคลายไปเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องเชื่อในศักยภาพท้องถิ่นครับเรามีคนที่รู้ปัญหาทุกตารางนิ้วรู้จักคนทั้งหมู่บ้านตำบลไม่เชื่อผมทดลองก็ได้ครับให้ผู้ว่าทุกจังหวัดเชิญนายกท้องถิ่นมาช่วยคิดช่วยทำช่วยแก้ครับแต่อย่าเรียกมาสั่งนะครับเพราะการสั่งอาจจะสั่งถูกหรือสั่งผิดก็ได้แล้วการทำสงครามกับเชื้อโรคครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างมากครับที่ผ่านมาท่านสั่งมามากแล้วมันไม่ได้ผลให้เขาทำโดยไม่ต้องสั่งดูว่าผลจะบังเกิดเช่นไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111043</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนชาติ ไชยทองพันธ์, ผู้บริหารท้องถิ่น, แก้โควิดล้มเหลว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd10f58b983.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อบจ.-อบต.&#039;หนาว&#039;ครม.&#039;เคาะแล้วกฎหมายเข้าชื่อยื่นถอดถอนได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 กันยายน 2563 - &amp;nbsp;คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... รวม 2 ฉบับที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป และรับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรองกรอบระยะเวลาและกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติรวม 2 ฉบับที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เป็นการปรับปรุงพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. 2542 โดยปรับปรุงกระบวนการการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นสามารถเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นได้สะดวกและมีความเหมาะสมยิ่งขึ้น และปรับปรุงวิธีการในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นให้สอดคล้องกับมาตรา 254 ของรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แห่งราชอาณาจักรไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ รวม 2 ฉบับ &amp;nbsp;
1. ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... &amp;nbsp;
1.1 กำหนดนิยาม &amp;ldquo;องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น&amp;rdquo; &amp;ldquo;ข้อบัญญัติท้องถิ่น&amp;rdquo; &amp;ldquo;ผู้บริหารท้องถิ่น&amp;rdquo; &amp;ldquo;ประธานสภาท้องถิ่น&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง&amp;rdquo; เพื่อให้เกิดความชัดเจน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
1.2 กำหนดจำนวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่นเป็นไม่น้อยกว่า 5,000 คน หรือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น &amp;nbsp;
1.3 กำหนดให้ผู้เข้าชื่อสามารถยื่นคำร้องขอต่อประธานสภาท้องถิ่น เพื่อดำเนินการจัดทำร่างข้อบัญญัติหรือดำเนินการเชิญชวนให้ร่วมเข้าชื่อหรือขอให้ดำเนินการทั้งสองกรณี และให้ประธานสภาท้องถิ่นตรวจสอบความถูกต้องของคำร้อง หากเห็นว่าไม่ถูกต้อง ให้แจ้งเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง เว้นแต่ความไม่ถูกต้องเกิดจากการปลอมลายมือชื่อให้ยุติการดำเนินการ &amp;nbsp;
1.4 กำหนดให้สภาท้องถิ่นตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นโดยมีผู้แทนของผู้เข้าชื่อไม่น้อยกว่า 2 คน ร่วมเป็นกรรมการวิสามัญ &amp;nbsp;
1.5 กำหนดให้ในกรณีที่ร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นต้องตกไปเพราะเหตุอายุของสภาท้องถิ่นสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาท้องถิ่น ถ้าภายใน 120 วันนับแต่วันที่เรียกประชุมสภาท้องถิ่นครั้งแรก ผู้แทนของผู้เข้าชื่อได้ยืนยันเป็นหนังสือให้พิจารณาร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้นต่อไป &amp;nbsp;ให้ประธานสภาท้องถิ่นดำเนินการเสนอร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้นต่อสภาท้องถิ่นโดยเร็ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... &amp;nbsp;
2.1 กำหนดนิยามผู้กำกับดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภทเพื่อให้ เกิดความคล่องตัวในการดำเนินการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น &amp;nbsp;
2.2 กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นโดยต้องไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือถูกจำกัดสิทธิในการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น &amp;nbsp;
2.3 กำหนดวิธีการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ไว้สองกรณี ดังนี้ (1) การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (2) การเข้าชื่อขอให้มีการสอบสวนเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น &amp;nbsp;
2.4 กำหนดพฤติการณ์ของสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่จะเป็นเหตุให้ถูกเข้าชื่อเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่ง เช่น มีความประพฤติในทางที่จะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียหรือก่อความไม่สงบเรียบร้อย มีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ซึ่งการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นต้องมีจำนวนผู้เข้าชื่อเกินกึ่งหนึ่งของผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สำหรับการเข้าชื่อขอให้มีการสอบสวนเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5,000 คน หรือไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง &amp;nbsp;
2.5 กำหนดให้ในกรณีการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หากมีการถอนชื่อแล้วจำนวนเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ให้ผู้กำกับดูแลยุติเรื่อง หากมีการถอนชื่อหรือไม่ถอนชื่อและมีจำนวนเกินกึ่งหนึ่ง ให้ผู้กำกับดูแลประกาศให้ประชาชนทราบและให้ถือวันประกาศเป็นวันพ้นจากตำแหน่งของผู้ถูกถอดถอน &amp;nbsp;
2.6 กำหนดให้กรณีการเข้าชื่อขอให้มีการสอบสวนเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หากมีการถอนชื่อแล้วจำนวนไม่ถึง 5,000 คน หรือไม่ถึง 1 ใน 5 ให้ผู้กำกับดูแลยุติเรื่อง หากมีการถอนชื่อหรือไม่ถอนชื่อและมีจำนวนเกิน 5,000 คน หรือเกิน 1 ใน 5 ให้ผู้กำกับดูแลตั้งคณะกรรมการสอบสวน และการสอบสวนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนด &amp;nbsp;
2.7 กำหนดฐานความผิดของผู้กระทำความผิดฐานปลอมลายมือชื่อผู้ให้เสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ หรือผู้เรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด เพื่อดำเนินการเข้าชื่อหรือมิให้เข้าชื่อ เพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76165</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, คณะรัฐมนตรี, ครม., บัญญัติท้องถิ่น, ผู้บริหารท้องถิ่น, สมาชิกสภาท้องถิ่น, สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200325/image_big_5e7ad4c63b9a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชช.อยากเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น  ดูผลงานเป็นหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค. 62 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน&amp;nbsp; เรื่อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านอยากไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นหรือยัง&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8 &amp;ndash; 9 กรกฎาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,254 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการอยากไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา) การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; ด้วยวิธีแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified&amp;nbsp; Random Sampling) โดยแบ่งชั้นภูมิตามภูมิภาค จากนั้นในแต่ละภูมิภาค สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ ร้อยละ 95.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความต้องการของประชาชนในการไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น (นายก อบจ. นายกเทศมนตรี นายก อบต. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.29 ระบุว่า อยากไปใช้สิทธิมาก รองลงมา ร้อยละ 18.66 ระบุว่า ค่อนข้างอยากไปใช้สิทธิ ร้อยละ 12.05 ระบุว่า ไม่อยากไปใช้สิทธิเลย ร้อยละ 8.61 ระบุว่า ไม่ค่อยอยากไปใช้สิทธิ และร้อยละ 2.39 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการพิจารณาของประชาชนในการตัดสินใจเลือกผู้บริหารท้องถิ่น (นายก อบจ. นายกเทศมนตรี นายก อบต. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.41 ระบุว่า พิจารณาจากผลงานที่ผ่านมาในการทำประโยชน์เพื่อท้องถิ่น รองลงมา ร้อยละ 33.17 ระบุว่า พิจารณาจากนโยบายการบริหารและการพัฒนาท้องถิ่นของผู้สมัคร ร้อยละ 31.58 ระบุว่า พิจารณาจากประวัติพฤติกรรมส่วนบุคคล ร้อยละ 27.59 ระบุว่า พิจารณาจากคุณสมบัติประวัติส่วนบุคคล เช่น อายุ การศึกษา อาชีพ ร้อยละ 6.70 ระบุว่า พิจารณาจากพรรคการเมืองที่ผู้สมัครสังกัด ร้อยละ 4.23 ระบุว่า พิจารณาจากชื่อเสียงของผู้สมัคร ร้อยละ 3.99 ระบุว่า พิจารณาจากความสัมพันธ์ส่วนบุคคลกับผู้สมัคร เช่น เป็นพ่อ-แม่ ลูก-หลาน ญาติพี่น้อง-เพื่อน ร้อยละ 3.43 ระบุว่า พิจารณาว่าใครเป็นผู้สนับสนุนผู้สมัคร ร้อยละ 0.16 ระบุว่า&amp;nbsp; อื่น ๆ ได้แก่ เลือกตามคนในครอบครัว และไม่พิจารณาจากอะไรเลยเพราะตั้งใจจะกาบัตรให้เสีย และร้อยละ 3.83 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความต้องการของประชาชนในการปรับเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่น (นายก อบจ. นายกเทศมนตรี นายก อบต.&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยา) พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 30.94 ระบุว่า ไม่อยากเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่นทุกตำแหน่ง รองลงมา&amp;nbsp; ร้อยละ 26.48 ระบุว่า อยากเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่นในบางตำแหน่ง ร้อยละ 25.60 ระบุว่า อยากเปลี่ยนผู้บริหารท้องถิ่นทุกตำแหน่ง ร้อยละ 13.64 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ และร้อยละ 3.34 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40591</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, ผู้บริหารท้องถิ่น, เลือกตั้งท้องถิ่น, ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c1656ab53903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
