<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23980</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ้าเฮ!&#039;บิ๊กตู่&#039;งัดม.44 ล้างกม.ป.ป.ช.ผู้บริหารมหาวิทยาลัย- บอร์ดกองทุน&quot; ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.61- &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 21/2561 เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยใช้มาตรา 44 ยกเลิกผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและเปิดเผยตามมาตรา 102 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคำสั่งดังกล่าว ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีความเห็นและข้อเสนอแนะมายังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกี่ยวกับประกาศ ป.ป.ช. เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ที่กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานรัฐทุกแห่งต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยเฉพาะการกำหนดตำแหน่งตามมาตรา 102 (7) ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง มีการนิยามความหมายไว้ตามมาตรา 4 ให้ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง หมายความรวมถึง กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐ ส่งผลให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่สามารถใช้ดุลพินิจกำหนดตำแหน่งเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งให้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากประกาศดังกล่าว กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานอื่นของรัฐทุกแห่ง ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งผลให้การบริหารจัดการภายในหน่วยงานบางแห่งประสบปัญหา ดังนั้นเพื่อให้การตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน รวมถึงการป้องกันการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล และเป็นไปตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งควรให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการใช้ดุลพินิจกำหนดตำแหน่งผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.ป.ป.ช. เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเป็นส่วนสำคัญ ของการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 หัวหน้า คสช. โดยความเห็นชอบจาก คสช. จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ให้ยกเลิกความในบทนิยามคำว่า &amp;ldquo;ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง&amp;rdquo; ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช. และให้ใช้ความต่อไปนี้ &amp;ldquo;ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง&amp;rdquo; หมายความว่า ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สำหรับข้าราชการพลเรือน และปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ สำหรับข้าราชการทหาร และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และให้หมายความรวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัด กทม. กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หัวหน้าหน่วยงานขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่รวมถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่กฎหมายกำหนด ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด หรือผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งเทียบเท่าตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ป.ช. &amp;ldquo;ในกรณีที่มีปัญหาการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. นี้ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจในการตีความและวินิจฉัย ทั้งนี้มติในการวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องมีคะแนนเสยงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ให้ยกเลิกข้อ 5 แห่ง ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 แห่ง พ.ร.บ.ป.ป.ช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เพื่อประโยชน์ของการกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ให้สำนักงาน ป.ป.ช. เร่งดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสียใหม่ให้ถูกต้อง และสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ป.ป.ช. ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนี้ เสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อประกาศใช้ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีอาจเสนอให้ คสช. แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ6.คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23980</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งคสช.ที่ 21/2561, ประกาศราชกิจจา, ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแสดงบัญชีทรัพย์สิน, ม.4, ยกเลิกผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56fb8616ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แตะเบรกอย่าเพิ่งออก!&#039;อุดม&#039;เผยให้กก.สภามหาวิทยาลัยรอก่อนอาจไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินก็ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.61- &amp;nbsp;นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ยังมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก แม้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะมีการขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ป.ป.ช. เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินออกไปเป็น 31 ม.ค. 62 ว่า ตนคิดว่าต้องรอประกาศ ป.ป.ช.ฉบับจริงๆ ออกมาก่อนว่าจะเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้เราทราบแต่แนวทางตามที่มีข่าวว่าจะให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ แต่ไม่ต้องเปิดเผย ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่พอใจ และตนยังไม่รู้จะมีทางออกอื่นอีกหรือไม่ ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กำลังเจรจาอยู่ และบอกให้ใจเย็นๆ คงจะมีทางออก แต่จะปรับกระดานโดยใช้มาตรา 44 อย่างที่ทุกคนหวังเลยหรือไม่ ซึ่งมันยังไม่ลงตัว ตนจึงยังพูดไม่ได้ เพราะไม่รู้จะออกมาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรรมการสภามหาวิทยาลัยยังมีเวลาถึง 31 ม.ค.62 ช่วงนี้จึงยังไม่ควรลาออก เพราะถ้าคุณลาออกไป แล้วปรากฏว่าต่อมามีประกาศ ป.ป.ช.ออกมาว่าไม่ต้องยื่น คุณจะกลับมาก็ลำบาก ขอให้ใจเย็นๆ รอให้มันไปไม่ได้จริงๆ แล้วค่อยลาออก และเมื่อถึงตอนั้นถือเป็นสิทธิ์ เราจะไปบังคับจิตใจกันไม่ได้ แต่ตอนนี้ในเมื่อเขายืดให้แล้วควรจะรอ ไม่อยากให้มันขาดตอน ถ้าออกกันเรื่อยๆ มันจะเสียขวัญ และอาจจะมีปัญหาในการทำงานด้วย&amp;rdquo;นพ.อุดม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.ศึกษาการ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นตัวเลขกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ลาออกที่แท้จริงว่ามีจำนวนเท่าไร แต่เท่าที่ทราบยังลาออกกันไม่ถึงครึ่ง ปริมาณเท่านี้ยังถือว่าทำงานได้ แต่อย่าให้ออกไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ทราบว่าส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยพอใจแม้จะมีการยืดระยะเวลาออกไป ส่วนเรื่องการสรรหาแทนบุคคลที่ลาออกไปแล้วนั้น ตามกระบวนการสรรหาจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23425</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฏมายป.ป.ช., กรรมการสภามหาวิทยาลัย, นพ.อุดม คชินทร, ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแสดงบัญชีทรัพย์สิน, รมช.ศึกษาธิการ, ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea7ad9c3da0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แตะเบรกอย่าเพิ่งออก!&#039;อุดม&#039;เผยให้กก.สภามหาวิทยาลัยรอก่อนอาจไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินก็ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ธ.ค.61- &amp;nbsp;นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ยังมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก แม้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะมีการขยายเวลาบังคับใช้ประกาศ ป.ป.ช. เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินออกไปเป็น 31 ม.ค. 62 ว่า ตนคิดว่าต้องรอประกาศ ป.ป.ช.ฉบับจริงๆ ออกมาก่อนว่าจะเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้เราทราบแต่แนวทางตามที่มีข่าวว่าจะให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ แต่ไม่ต้องเปิดเผย ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่พอใจ และตนยังไม่รู้จะมีทางออกอื่นอีกหรือไม่ ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กำลังเจรจาอยู่ และบอกให้ใจเย็นๆ คงจะมีทางออก แต่จะปรับกระดานโดยใช้มาตรา 44 อย่างที่ทุกคนหวังเลยหรือไม่ ซึ่งมันยังไม่ลงตัว ตนจึงยังพูดไม่ได้ เพราะไม่รู้จะออกมาอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรรมการสภามหาวิทยาลัยยังมีเวลาถึง 31 ม.ค.62 ช่วงนี้จึงยังไม่ควรลาออก เพราะถ้าคุณลาออกไป แล้วปรากฏว่าต่อมามีประกาศ ป.ป.ช.ออกมาว่าไม่ต้องยื่น คุณจะกลับมาก็ลำบาก ขอให้ใจเย็นๆ รอให้มันไปไม่ได้จริงๆ แล้วค่อยลาออก และเมื่อถึงตอนั้นถือเป็นสิทธิ์ เราจะไปบังคับจิตใจกันไม่ได้ แต่ตอนนี้ในเมื่อเขายืดให้แล้วควรจะรอ ไม่อยากให้มันขาดตอน ถ้าออกกันเรื่อยๆ มันจะเสียขวัญ และอาจจะมีปัญหาในการทำงานด้วย&amp;rdquo;นพ.อุดม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.ศึกษาการ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นตัวเลขกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ลาออกที่แท้จริงว่ามีจำนวนเท่าไร แต่เท่าที่ทราบยังลาออกกันไม่ถึงครึ่ง ปริมาณเท่านี้ยังถือว่าทำงานได้ แต่อย่าให้ออกไปมากกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ทราบว่าส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยพอใจแม้จะมีการยืดระยะเวลาออกไป ส่วนเรื่องการสรรหาแทนบุคคลที่ลาออกไปแล้วนั้น ตามกระบวนการสรรหาจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23424</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฏมายป.ป.ช., กรรมการสภามหาวิทยาลัย, นพ.อุดม คชินทร, ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแสดงบัญชีทรัพย์สิน, รมช.ศึกษาธิการ, ลาออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea7ad9c3da0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิษณุ-ปปช.ถกแจงทรัพย์สิน แฉมหา’ลัยผลประโยชน์อื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยังไม่ได้คุยกับ ป.ป.ช.ผ่าทางตันประกาศ ป.ป.ช.ให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่คาดสัปดาห์หน้าได้ข้อยุติ &amp;quot;วัชรพล&amp;quot; ยันต้องทำตามกฎหมาย ขณะที่กองเชียร์ยันปัจจุบัน มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งผลประโยชน์ขนาดใหญ่ หากผู้บริหารไม่มีธรรมาภิบาล สามารถคอร์รัปชันได้อย่างง่าย &amp;quot;พิชาย&amp;quot; อึ้ง ผู้บริหารสถานศึกษาแตกตื่นเกินจริง ไล่! ใครลาออกก็ให้ลาออกไปแล้วค่อยสรรหาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ไปหารือกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายหลังเกิดปัญหากรรมการสภามหาวิทยาลัยและอีกหลายองค์กรทยอยลาออก เนื่องจากไม่ต้องการยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามประกาศ ป.ป.ช.ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกับ ป.ป.ช. แต่ได้มีการนัดแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้พบ เพราะทาง ป.ป.ช.ยังไม่สะดวก ต้องเตรียมข้อมูลบางอย่าง ซึ่งไม่ได้เจาะจงว่าจะต้องพูดคุยกับประธาน ป.ป.ช.เท่านั้น แล้วแต่ว่าจะมอบหมายใครมา และกรณีนี้มีคำถามเยอะประมาณ 10 ข้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีพระเถระชั้นผู้ใหญ่และองคมนตรีที่เข้าไปเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยจำเป็นต้องยื่นตามประกาศ ป.ป.ช.นี้ด้วยหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่า ตามในกฎหมายถ้าดำรงตำแหน่งต้องยื่น ต่อข้อถามว่า จะต้องแก้ในส่วนไหนบ้าง นายวิษณุปฏิเสธ โดยบอกว่า ไม่ขอตอบ เพราะเป็นอำนาจของ ป.ป.ช. และเรากำลังจะคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า ได้หาทางออกไว้แล้วใช่หรือไม่ รองนายกฯ กลับตอบว่า &amp;quot;ได้เตรียมทางเข้า&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่า มีแนวโน้มที่จะใช้มาตรา 44 อีกครั้งในการแก้ไขกฎหมายนี้หรือไม่ เขาบอกว่า ไม่เคยคิดเรื่องนั้น เพราะอยู่ที่ ป.ป.ช.จะมีวิธีการอย่างไร อำนาจอยู่ที่ประธาน ป.ป.ช.จะวินิจฉัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช.อยู่ระหว่างรอฟังความเห็นจากที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ (ทปอ.) รวมทั้งรอหารือกับนายวิษณุ ที่กำลังประสานวันเวลากันอยู่ จะพยายามให้ได้ข้อยุติภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยได้มีเวลาตัดสินใจแบบไม่กระชั้นชิด เพราะกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่ ป.ป.ช.ดำเนินการนั้น เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่กำหนดให้ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงที่ใช้อำนาจปกครองทางบริหารต้องแสดงความโปร่งใส ป.ป.ช.จึงดำเนินการไปตามขั้นตอน&amp;quot;
วอนอย่าเพิ่งออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นอกจากตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยแล้ว ยังกระทบถึงมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่มีพระเถระผู้ใหญ่เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย รวมถึงตำแหน่งคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วย พล.ต.อ.วัชรพลแจงว่า ป.ป.ช.กำลังพิจารณาผลกระทบจากประกาศดังกล่าวว่า ส่งผลกระทบกับบุคคลเฉพาะกลุ่ม หรือคนจำนวนมาก เรื่องนี้ต้องดูองค์รวมว่ามีผลกระทบมากน้อยเพียงใด ยืนยัน ป.ป.ช.พร้อมฟังความเห็นทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมองในแง่ดีว่าเราต้องมีกติการ่วมกัน ซึ่ง ป.ป.ช.ทำตามหน้าที่และก็มีความอิสระ แต่เจตนาดีก็ไม่ได้มีผลดีเสมอไปกับทุกภาคส่วน เวลานี้ก็เกิดผลขึ้นทันทีในภาคมหาวิทยาลัย คือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของมหาวิทยาลัยที่เป็นบุคคลภายนอกส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชน ซึ่งแม้จะบอกว่ามีอำนาจทางปกครอง แต่ไม่ใช่อำนาจเฉพาะ เพราะเขาเข้ามาช่วย ไม่ได้มาแสดงอำนาจ และเมื่อมีกฎนี้ออกมา ซึ่งกฎอาจจะชอบด้วยกฎหมาย แต่กรรมการสภาฯ ก็ได้แสดงความจำนงว่าไม่ขอร่วมสังฆกรรมกับกฎนี้และขอลาออก ทั้งนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดผลเสียกับมหาวิทยาลัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมจึงอยากขอร้องว่าอย่าเพิ่งลาออก ตอนนี้รัฐบาลพยายามแก้ปัญหานี้อยู่ ภายใต้กรอบของกฎหมาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า เรื่องนี้มีฝ่ายสนับสนุนว่าดี เพราะจะได้มีการตรวจสอบ เนื่องจากมองว่ากรรมการสภาฯ มีอำนาจหน้าที่ในการถอดถอนใครต่อใครได้ ซึ่งความจริงก็ไม่ได้ทำได้ง่ายๆ แต่ถ้าจะกำกับการให้เขาทำงานได้ดี โดยให้แสดงทรัพย์สินก็เป็นวิธีการหนึ่ง แต่ปัญหานี้ก็ต้องคุยในแง่ของกฎหมายว่าจะดำเนินการเช่นไร โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีจะคุยร่วมกับ ป.ป.ช.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ ทปอ.อยู่ระหว่างร่างหนังสือและตรวจสอบถ้อยคำเพื่อแจ้งมติของ ทปอ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ ทปอ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และอธิการบดีมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ ขอให้ทบทวนการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนายกฯ และกรรมการสภาฯ โดยคาดว่าจะสามารถยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ในวันที่ 9 พ.ย.
แฉผลประโยชน์อื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุธีร์ รัตนะมงคลกุล อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ (CHES) ประจำ มศว เปิดเผยถึงการล่าชื่อสนับสนุนการแสดงบัญชีทรัพย์สินของฝ่ายบริหารและสภามหาวิทยาลัยว่า เนื่องจากความกังวลใจของพวกเราคือปัญหาธรรมาและทุจริตคอร์รัปชันนำมาซึ่งการผูกขาดอำนาจ และนำไปสู่การจัดสรรพวกของตนเองสู่ตำแหน่งบริหาร โดยเฉพาะการสรรหาคณบดี ส่งผลให้ได้คณบดีที่อธิการคุมได้ ไม่ใช่คนที่สามารถพัฒนางานวิชาการอย่างอิสระได้ ทำให้คุณภาพวิชาการสูญเสียไป แม้ว่าจะมีการประกันคุณภาพการศึกษา ก็เป็นการประกันในกระดาษเท่านั้น ไม่ใช่ของจริง ส่งผลให้อุดมศึกษาเราตกต่ำลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การไม่เป็นธรรมาภิบาลทำให้คนทำงานที่ไม่ใช่พวกของฝ่ายบริหารอยู่ไม่ได้ คนที่มีความสามารถจึงต้องจากมหาวิทยาลัยไป ก็ส่งผลต่อความอ่อนแอเช่นกัน ลำพังโกงกินอย่างเดียวมันก็มีทุกที่ แต่การโกงกินที่ในอุดมศึกษา มันส่งผลต่อการศึกษาของเยาวชนไทย และคือการทำลายอนาคตของชาติอย่างนึกไม่ถึง และสถาบันที่เราคิดว่าเป็นเสาหลักของสังคม เมื่อเกิดปัญหาเราก็สูญเสียสถาบันที่จะใช้เป็นที่อ้างอิงเหมือนในอดีตจะไม่มีแล้ว เพราะพวกโกงกินก็จะพึ่งการเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สภามหาวิทยาลัยถืออำนาจนิติบัญญัติ ตุลาการ และบริหาร อยู่ในองค์กรเดียวเลย อำนาจล้นฟ้ามากจะบรรจุใคร จะเอาใครออก จะอุทธรณ์ร้องทุกข์ ก็มาที่นี่ เมื่อมีอำนาจล้นฟ้า แต่ไม่ยอมให้ถูกตรวจสอบหมายความว่าอย่างไร ขนาด สกอ.ก็ยังบอกว่าตัวเองคุมสภามหาลัยไม่ได้ เขาบอกต้องไปศาลปกครองเท่านั้น แต่ก่อนไป กพอ.ได้ แต่พอออกนอกระบบแล้วไม่ได้แล้ว ร้องศาลปกครองก็ 7-8 ปี ถ้าถูกไล่ออกก็หมดอนาคต เลย และยิ่งออกนอกระบบ ให้ออกง่ายมาก แค่ไม่ต่อสัญญาจ้างก็จบ อ้างอะไรไม่ได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นพ.สุธีร์ยังเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงนายกฯ และเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก Suthee Rattanamongkolgul ระบุข้อความว่า ในปัจจุบันมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งผลประโยชน์ขนาดใหญ่ที่สามารถจะทุจริตคอร์รัปชันได้อย่างง่ายดาย เป็นแหล่งผลประโยชน์แหล่งใหญ่ที่สังคมภายนอกมองข้ามไป เพราะอาจจะเห็นว่าเป็นสถาบันการศึกษาระดับสูง เข้าทำนองคนมีการศึกษาจะไม่โกง ที่สำคัญไม่มีใครสามารถเข้าไปตรวจสอบได้เลย การที่ ป.ป.ช.ออกประกาศให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัย และกรรมการสภาฯ ทุกคน ยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สิน จึงอาจพอช่วยป้องปรามการทุจริตคอร์รัปชันได้ทางหนึ่ง ซึ่งความจริงยังต้องหามาตรการอื่นๆ เพิ่มอีกหลายมาตรการ แต่อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ควรสนับสนุนให้เกิดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
อึ้ง! แตกตื่นเกินจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ระบุว่า ความตระหนกตื่นตูมของบรรดาผู้บริหารมหาวิทยาลัยต่างๆ เห็นปรากฏการณ์นี้แล้วก็รู้สึกอึ้งพอสมควร และได้แต่นึกปลงกับพฤติกรรมของบรรดากลุ่มคนที่เป็นผู้บริหารการศึกษาระดับสูงของประเทศเหล่านี้ แทนที่จะให้ความสำคัญและคำนึงถึงการวางบรรทัดฐานหลักการเชิงจริยธรรมและธรรมาภิบาลในการบริหารมหาวิทยาลัยให้เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของประเทศ กลุ่มคนเหล่านี้กลับคิดได้เพียงแค่การมองผลประโยชน์และผลกระทบในการบริหารระยะสั้น แถมยังเป็นการคิดที่ไม่รอบคอบและแตกตื่นเกินจริงอีกด้วย เพราะว่าผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นสามารถแก้ไขได้ไม่ยากนัก หากคนเหล่านั้นมีความสามารถในการบริหารมหาวิทยาลัยดังที่คุยกันนักหนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครลาออกก็ให้ลาออกไป แล้วก็สรรหาและเลือกกันใหม่&amp;quot; รศ.ดร.พิชายระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายเฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะรองประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับประกาศ ป.ป.ช.ที่ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. เพราะกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีอำนาจอนุมัติเกี่ยวกับการเงินน้อยมาก จะประชุมงบประมาณเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น สภามหาวิทยาลัยจึงไม่มีความเกี่ยวข้องหรือสามารถไปล้วงลูกการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่กรรมการมหาวิทยาลัยไม่อยากยื่นบัญชีทรัพย์สิน ไม่ได้เป็นเพราะกลัว ทุกคนไม่กลัว แต่เห็นว่าเป็นการเพิ่มภาระหน้าที่ โดยไม่สมเหตุผลกับตำแหน่งหน้าที่ ส่วน กมธ.ศึกษาและกีฬาของ สนช. คงไม่เข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะขณะนี้ทั้งรัฐบาลและที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยต่างๆ ก็เคลื่อนไหว เพื่อหาทางออกเรื่องร่วมกับ ป.ป.ช.อยู่แล้ว&amp;quot; นายเฉลิมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ สมาชิก สนช. และอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า อยากให้ ป.ป.ช.ทบทวนคำว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ระบุอยู่ในกฎหมายลูกให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินนั้น ไม่ควรรวมถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพราะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นนักธุรกิจเหล่านี้ มีมุมมองประสบการณ์ ให้คำแนะนำด้านการบริหารงานที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนามหาวิทยาลัยมากมาย คนเหล่านี้ไม่มีเงินเดือน มีแค่เบี้ยประชุมเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สมาชิก สนช. กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความคิดเห็นเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 8 พ.ย.ได้เชิญตัวแทนเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.มาชี้แจง จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นเรื่องการเข้าใจผิดคำนิยามของคำว่า &amp;ldquo;ผู้บริหารระดับสูง&amp;rdquo; ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่ง ป.ป.ช.ตีความว่า หมายถึงกรรมการในทุกหน่วยงานของรัฐ รวมถึงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐด้วย ทั้งที่ตามเจตนารมณ์ ตอนที่ สนช.พิจารณา พ.ร.บ.ดังกล่าว ต้องการให้ ป.ป.ช.ไปกำหนดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงว่ามีตำแหน่งใดบ้างที่อยู่ในข่ายต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน ไม่ได้หมายความว่า กรรมการในหน่วยงานรัฐต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ป.ป.ช.จะเลื่อนการประกาศบังคับใช้การแสดงบัญชีทรัพย์สินในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ออกไปก่อน ส่วนการกำหนดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงตำแหน่งใดจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินบ้างนั้น เป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.ต้องนำกลับไปทบทวน และแก้ประกาศ ป.ป.ช.ต่อไป&amp;quot; นายทวีศักดิ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หล่งข่าวจาก ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ที่มี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ทำหน้าที่ประธานการประชุมนั้น ได้หยิบยกกรณี ที่หลายฝ่ายคัดค้านประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ขึ้นมาหารือกัน โดยกรรมการหลายคนยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเกิดปัญหาขึ้นในวงกว้างและต้องรีบแก้ไข เพื่อไม่ให้กระทบต่อกรอบเวลาของการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ที่ประชุมจึงได้มีมติให้สำนักกฎหมายเป็นผู้รวบรวมหนังสือข้อเสนอแนะ หรือข้อท้วงติง ที่ทางสภามหาวิทยาลัย รวมถึงสถาบันต่างๆ ที่จะส่งมาถึง ป.ป.ช.ทั้งหมดเอาไว้แล้วดำเนินการประมวลเหตุผล รวบรวมรายละเอียดต่างๆ แล้วให้นำกลับมารายงานต่อที่ประชุมกรรมการในสัปดาห์หน้าเพื่อพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระบุว่า พล.ต.อ.วัชรพลได้บอกกับที่ประชุมว่า ตนเองจะได้โทรศัพท์ไปหารือกับนายวิษณุ เพื่อสอบถามความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีและ ครม.ตามที่นายกฯ มอบหมายนายวิษณุมา โดยในวันศุกร์ที่ 9 พ.ย.นี้ ทางสำนักงาน ป.ป.ช.ได้มอบหมายให้นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาเลขาธิการ ป.ป.ช. เดินทางมาพบนายวิษณุ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 10.00 น. เพื่อพบและหารือถึงเรื่องดังกล่าวก่อนจะนำกลับไปรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21629</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, ป.ป.ช., ผู้บริหารมหาวิทยาลัยแสดงบัญชีทรัพย์สิน, ผ่าทางตัน, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181108/image_big_5be44224c16d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
