<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัดถกคดี &#039;บิ๊ก ป.ป.ช.&#039; ยื่นทรัพย์สินเท็จ 260 ล้าน ยัน &#039;คนใน&#039; ยิ่งต้องตรวจเข้มงวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.62 -&amp;nbsp;ที่เมืองทองธานี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการไต่สวนผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน ป.ป.ช. กรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ควรแสดงต่อ ป.ป.ช. จำนวน 260 ล้านบาท ว่าในกฎหมาย ป.ป.ช.ระบุไว้ชัดเจน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการสำนักขึ้นไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ไต่สวน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน มีหน้าที่ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ซึ่งกรรมการ ป.ป.ช.จะต้องตรวจสอบความถูกต้อง และดูพฤติการณ์อื่นๆ ประกอบในกรณีเข้ารับตำแหน่ง พ้นตำแหน่ง พ้นตำแหน่ง 1 ปี และยื่นทุก 3 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง เหมือนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐรายอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่า การดำเนินการตรวจสอบก็ทำตามกฎหมายที่ระบุว่า การทำงานของ ป.ป.ช.เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาล โดยกลุ่มที่ทำหน้าที่เดียวกันจะตรวจสอบกันเองไม่ได้ เช่น หากเป็นพนักงานไต่สวนจะให้พนักงานไต่สวนมาตรวจสอบกันเองไม่ได้ แต่อาจให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในกลุ่มตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเป็นผู้มาตรวจสอบ เช่นเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินก็จะตรวจสอบกันเองไม่ได้แต่จะมีเจ้าหน้าที่อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ทำหน้าที่เดียวกัน จัดเป็นกลุ่มพิเศษขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบ โดยทำหน้าที่เหมือนๆ กับการตรวจสอบเจ้าพนักงานของรัฐ ทุกคนอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะหากพบว่า เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช.กระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีตรวจสอบพบว่า ผู้บริหารระดับสูงของ ป.ป.ช.ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน นายวรวิทย์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องนี้ต้องบอกก่อนว่า ขั้นตอนการดำเนินการของ ป.ป.ช.นั้นยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ และคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะมีการพิจารณากันในวันอังคารที่ 13 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แล้วต้องดำเนินการขั้นตอนใดอีก คดีจึงจะเสร็จสมบูรณ์ นายวรวิทย์ กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นรายละเอียดของคดี จึงต้องขออนุญาตว่าถ้าพิจารณาเสร็จแล้วจะแถลงให้สังคมทราบต่อไป แต่ขอย้ำว่าถึงแม้จะเป็นคนใน ป.ป.ช.เองเราก็พิจารณาตามกฎหมายเหมือนกัน อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะคนในยิ่งจะต้องเข้มงวดมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นคนของเราเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า บุคคลดังกล่าวจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหรือไม่ในขณะที่ถูกไต่สวน นายวรวิทย์ กล่าวว่า ยังปฏิบัติหน้าที่ปกติ เพราะถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ เมื่อถามย้ำว่า ในเมื่อมีคนใน ป.ป.ช.ที่เป็นองค์กรตรวจสอบ เข้ามามีปัญหาเสียเอง จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือขององค์กรหรือไม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้กังวล เพราะไม่ว่าใครก็แล้วแต่หากมีส่วนเกี่ยวข้องเราก็ทำหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ และถ้าตรวจสอบแล้วพบว่ากระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายกำหนด แต่ถ้าไม่ผิดก็ยุติเรื่องไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีกฎหมายระบุว่า หากเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.กระทำผิดเสียเอง จะมีโทษสองเท่า นายวรวิทย์ กล่าวว่า เรื่องโทษสองเท่าเป็นเรื่องของการกระทำความผิดทุจริต ไม่เกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42987</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย ป.ป.ช., นายวรวิทย์ สุขบุญ, ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน, ผู้บริหารระดับสูง ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4b8c3265641.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
