<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039; ตรีนุช&#039;   สั่งผู้บริหารศธ. ทุกแท่งทำงานโปร่งใส  ไว้วางใจ สอดส่องลูกน้องห้ามทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17ก.ย.64 - นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตนได้ลงนามในบันทึกข้อความแจ้งแนวปฏิบัติการบริหารงานบุคคล เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจ ของหน่วยงาน ส่งไปยังปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) และเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) เพื่อทราบและถือปฏิบัติ โดยบันทึกข้อความดังกล่าวมีสาระสำคัญ มีดังนี้ เมื่อครั้งตนได้รับมอบหมายให้มาดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. ตนได้ประกาศนโยบาย &amp;ldquo;TRUST&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ความเชื่อมั่น ไว้วางใจ&amp;rdquo; โดยให้ความสำคัญในการบริหารงานให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส ที่ทำให้ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ผู้เรียน และประชาชนกลับมาให้ความไว้วางใจในการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งมีรูปแบบการทำงานที่สร้างความไว้วางใจในการทำงานที่มุ่งเน้นความโปร่งใส (T : Transparency) นั้น เพื่อให้การผลักดันแนวนโยบายดังกล่าว บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและป้องกันปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงข้าราชการ ในกระทรวงศึกษาธิการ จึงขอให้หัวหน้าหน่วยราชการกำชับให้ทุกส่วนราชการยึดถือแนวนโยบายเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต และการไม่เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด อันเป็นการสร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งภาพรวมในกระทรวงศึกษาธิการของเรา และเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ มิให้เกิดขึ้น
&amp;ldquo;พร้อมกันนี้ได้กำชับให้ทุกส่วนราชการสอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นไม่ว่าจะเป็น ผู้บริหาร ข้าราชการครู ข้าราชการพลเรือน พนักงานราชการ ลูกจ้าง หรือพนักงานจ้างเหมาบริการ และหากพบว่ามีการกระทำความผิดทุจริตต่อหน้าที่ หรือ เรียกรับผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้ ทั้งในรูปตัวเงินหรือสิทธิหรือประโยชน์อื่นใด จะดำเนินการทางวินัยทั้งผู้กระทำผิด และผู้บังคับบัญชาฐานปล่อยปละ ละเลย ไม่สนองนโยบายของรัฐบาล และ ศธ. โดยพิจารณาโทษอย่างเด็ดขาดสถานหนัก เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น รวมทั้งพิจารณาโทษผู้บังคับบัญชาที่กำกับดูแลและปล่อยประละเลยให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ หรือ ทุจริตต่อหน้าที่ราชการอันสร้างความเสื่อมเสียดังกล่าวด้วย&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117008</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, ผู้บริหารศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_614419ad27627.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้บริหารศธ.ผลัดรุ่น&#039;4 บิ๊กเกษียณ&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&amp;nbsp;

2ส.ค.64- เตรียม ปรับใหญ่ ผู้บริหารระดับสูง ศธ. เกษียณ พรึบ หลายคน ทั้งเลขาสกศ. เลขากช. รองเลขา สพฐ. &amp;quot;ตรีนุช&amp;quot; ขอเวลาคัดเลือก ยังไม่ทีใครในใจ คาด เสนอ ครม.พิจารณา ก่อน ก.ย.นี้

&amp;nbsp;

นางสาวตรีนุช เทียนทอง&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อทดแทนอัตราเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมนี้ ว่า ขณะนี้อัตราเกษียณอายุราชการในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.มีหลายตำแหน่ง เช่น ตำแหน่งเลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) 1 ตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (เลขาฯ กช.) 1 ตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) 2 ตำแหน่ง เป็นต้น ซึ่งตนอยู่ระหว่างการพิจารณา ว่า จะคัดเลือกผู้บริหารคนใดที่เหมาะสมกับตำแหน่งนั้นๆ โดยขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีการปรับหมุนสลับใหญ่ระหว่างผู้บริหารระดับ 11 ด้วยกันเองหรือจะมีการขยับผู้บริหารระดับ 10 ขึ้น 11 ดังนั้นตนจึงขอพิจารณาอย่างรอบด้านก่อนจากนั้นจึงจะมาเคาะรายชื่อทั้งหมด และตอนนี้ตนยังไม่มีใครในใจ แต่ผู้บริหารที่เข้ามาทดแทนอัตราเกษียณอายุราชการในตำแหน่งต่างๆ นั้น จะต้องขับเคลื่อนงานตามนโยบายของตนและรัฐบาลได้ อย่างไรก็ตามอาจจะเสนอรายชื่อผู้บริหารระดับ 11 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาก่อนเดือนกันยายนนี้ &amp;nbsp;

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

ด้านนายสุภัทร&amp;nbsp;จำปาทอง&amp;nbsp;ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;(ปลัด&amp;nbsp;ศธ.) &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;สำหรับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับต้นของ ศธ.นั้น&amp;nbsp;ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสอบสัมภาษณ์&amp;nbsp;ซึ่งไม่ได้มีการชะลอการคัดเลือกแต่อย่างใด&amp;nbsp;เพราะกระบวนการคัดเลือกแต่งตั้งผู้บริหารต้น ศธ.จะต้องดำเนินการให้แล้เสร็จภายในเดือน&amp;nbsp;กรกฎาคมแล้ว&amp;nbsp;แต่เนื่องจากขณะนี้ติดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;โควิด-19&amp;nbsp;และมาตรการของศบค.ที่กำหนดให้พื้นที่สีแดงเข้มไม่สามารถจัดกิจกรรมรวมกลุ่มคนจำนวนมาก&amp;nbsp;ดังนั้นเท่าที่ทราบขณะนี้คณะกรรมการฯคัดเลือกกำลังหารือกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน&amp;nbsp;(ก.พ.)&amp;nbsp;ว่า จะใช้วิธีการสอบสัมภาษณ์ในลักษณะใดได้บ้าง&amp;nbsp;ส่วนที่กรณีเปลี่ยนตัวประธานคณะกรรมการสรรหานั้น&amp;nbsp;ไม่ได้มีการเปลี่ยนตัวประธานแต่อย่างใด&amp;nbsp;&amp;nbsp;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111922</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, ผู้บริหารศธ., เกษียณอายุราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d9947f8fc49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72832</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้บริหารศธ.เกษียณยกกระบิ เกือบเกลี้ยงสำนักปลัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27ก.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเดือนกันยายนปี 2563 นี้ พบว่าในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีข้าราชการระดับ 10 และ 11 ที่เกษียณอายุจำนวนหลายตำแหน่ง ดังนี้ ข้ราชการระดับ 11 มีจำนวน 2 ราย ได้แก่ นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) และนายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ข้าราชการระดับ 10 มีจำนวน 14 ราย มีดังนี้ นายดิสกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาฯ กศน.) นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัด ศธ. นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัด ศธ. นายธีรพงษ์ สารแสน รองปลัด ศธ. นายพีระพล พูลทวี รองเลขาฯ กอศ. นางปัทมา วีระวานิช รองเลขาฯ กอศ. นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา นายเฉลิมชนม์ แน่นหนา ผู้ตรวจราชการ ศธ. นางสาวประดินันท์ สดีวงศ์ ผู้ตรวจราชการ ศธ. นายพีระ รัตนวิจิตร ผู้ตรวจราชการ ศธ. นายประชาคม จันทรชิต ผู้ตรวจราชการ ศธ. นายนิสิต ชายภักตร์ ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) 15 และนายสันติ แสงระวี ศธภ. 7&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72832</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้บริหารศธ., เกษียณอายุราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f213450de1b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2019 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2019 15:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สมคิด&quot;เยี่ยม ศธ.ปลื้มเดินหน้าทำ Bigdata ชี้ผู้บริหารต้องเข้มแข็งเสนอเรื่องที่มีประโยชน์ ไม่ใช่ใช้เวลาส่วนใหญ่เอาใจรัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
23พ.ค.62-นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้เดินทางมาสักการะพระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์สยามิศรจักรี สัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์ พระพุทธรูปประจำ ศธ. สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งได้มอบนโยบายการทำงานให้กับผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดและในกำกับของ ศธ. ตอนหนึ่งว่า ศธ.ถือเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะเป็นหน่วยงานที่สร้างอนาคตของประเทศ ถ้าเราสร้างไม่ดี อนาคตของประเทศก็จะลำบาก เนื่องจากประเทศจะเดินหน้าไปได้เพราะคน ถ้าคนดี ประเทศก็ดี ประเทศไทยจะมีอนาคตหรือไม่ขึ้นอยู่กับการผลิตเด็กสำหรับอนาคต ซึ่งตนได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นกับผู้บริหารของ ศธ. และได้พูดถึงทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคตข้างหน้า ว่า เราต้องการบุคลากรประเภทไหน และได้ย้ำให้ทราบถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรว่า &amp;nbsp;เราไม่ได้เพียงต้องการสร้างทักษะความสามารถในการประกอบอาชีพ แต่เราต้องการสร้างบุคลิก ค่านิยม ที่ถูกต้องให้แก่เด็กในอนาคตข้างหน้า สังคมจึงจะอยู่ได้เด็กมีภูมิต้านทานในการดำรงชีวิต และหากพบว่ามีปัญหาสังคมเยอะเราจะไปโทษที่คนอย่างเดียวไม่ได้ คงต้องโทษที่ระบบการศึกษา ดังนั้นเวลาจะดำเนินการอะไรต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย เพราะทุกคนกว่าจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งต่างๆ ในทุกวันนี้ได้ก็ต้องผ่านระบบการศึกษาไทยมาก่อน ดังนั้นสิ่งต่างๆ ที่มองว่ามันไม่ดี หรือล้าสมัยก็จำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยน อย่าไปยึดกฎเกณฑ์วิธีกรรม ให้ยึดในสาระสำคัญมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวต่อว่า ตนยังได้พูดถึงการบูรณาการการเชื่อมต่อระหว่างการศึกษาขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษา ว่า บุคลากรในระดับมหาวิทยาลัยนั้นจะไม่มีทางผลิตได้เลย ถ้าบุคลากรในระดับพื้นฐานไม่สอดรับกับทิศทางการผลิตได้ และอาชีวศึกษาเป็นการศึกษาที่สำคัญมากสำหรับอนาคตประเทศไทย อีกทั้งการศึกษาของประเทศในอนาคตข้างหน้า ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องไปหาปริญญาตรีปริญญาโท บุคคลใดก็ได้ ถ้าต้องการมีวิชาชีพ ประกอบธุรกิจด้วยตนเอง ก็สามารถศึกษาด้านอาชีวะได้ ซึ่งการพัฒนาด้านอาชีวศึกษา หลักสูตรต่างๆ ก็เป็นสิ่งจำเป็น และการที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีในอนาคตข้างหน้านั้น ศธ.ต้องมีแนวร่วม ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน สถาบันที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ ให้เข้ามาช่วยแนะนำ และจะต้องให้รู้จักการใช้เทคโนโลยีในการการเรียนการสอนและทำให้การศึกษาเข้าถึงชนบท เพื่อให้คนที่ยากไร้ คนในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงข้อมูลและการศึกษาบางอย่างที่เป็นประโยชน์ เพราะวิชาชีพบางอย่างอาจจะไม่จำเป็นต้องมีอาจารย์ หากข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งถึงประชากรทุกคน เช่น การทำการเกษตร ปลูกพืชชนิดต่างๆ วิธีการปลูก เป็นต้น ซึ่งอินเตอร์เน็ตหมู่ก็มีแล้วดังนั้นการศึกษาต้องมีการประยุกต์ให้ชาวบ้านสามารถเข้าถึงให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการพัฒนาบุคลากรครูเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ตนได้แนะนำว่าควรพัฒนาครู เพื่อเพิ่มความสามารถ เพิ่มทักษะ โดยดึงเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้วย และก็ยกระดับสภาพความเป็นอยู่ของครูให้ดีขึ้น ต้องดูแลจริงๆ เพราะทุกวันนี้ครูก็เป็นหนี้เยอะอยู่แล้ว ตนเคยหารือกับธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาหนี้ครูด้วย เพราะตนมองว่าหากครูเป็นหนี้คงไม่มีจิตใจในการสอน ถ้าครูไม่ดีเด็กก็ไม่มีทางดี ดังนั้นตนจะพยายามเต็มที่เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ อีกทั้งกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ต้องกลับไปเน้นเรื่องการผลิตครูจริงๆ และต้องเป็นการผลิตครูที่มีความสามารถแห่งอนาคต และการฝึกสอนจะต้องรับใช้ชนบทและในส่วนภูมิภาค สุดท้ายตนก็ได้เน้นเรื่องการสร้างระบบฐานข้อมูล หรือ Bigdata เพราะข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเป็น ศธ.และไม่มีข้อมูลอะไรเลยนโยบายการศึกษาก็ได้แต่เกิดจะการเดา ผิดพลาดหรือถูกต้องก็ไม่มีใครรู้ ก็เป็นที่น่ายินดีที่ได้ทราบว่า ขณะนี้ ศธ.กำลังเดินหน้าทำ Bigdata อยู่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี อย่างไรก็ตาม ผมหวังที่จะเป็นการทำงานของทั้ง 4 แท่ง เป็นแท่งที่จะต้องบรรจบ สามัคคี ร่วมกันทำงาน ไม่ใช่เป็นแท่งขนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยากให้เด็กรุ่นใหม่ของเรามีค่านิยมที่ดี รู้ความสำคัญของครอบครัว สังคม ครู อาจารย์ เชื่อมมั่นในค่านิยมที่ถูกต้อง รู้ประวัติศาสตร์ของประเทศ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้เราได้ยึดเหนี่ยวและเป็นคนที่อยู่ในกรอบได้ อีกทั้งก็อยากให้ผู้บริหารของ ศธ.ต้องเข้มแข็งมีสมองเป็นของตัวเอง ใช้ความสามารของตัวเอง ในการเสนอเรื่องที่มีประโยชน์ให้รัฐมนตรีได้เป็นผู้สั่งการ ไม่ใช่ใช้เวลาส่วนใหญ่เอาใจรัฐมนตรี&amp;rdquo;ปฏิบัติหน้าที่ รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36616</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ผู้บริหารศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd1cb2b0da8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอธี&quot;ย้ำผลคะแนนสอบโอเน็ต ผู้บริหารต้องรับผิดชอบร่วมกันเชื่อนำไปสู่ปฎิรูปการศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก winnews-tv&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หมอธี&amp;quot; ยกผลสอบโอเน็ต เป็นประเด็นที่ผู้บริหารทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ&amp;nbsp; เชื่อการสอบโอเน็ตจะนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาในอนาคต ด้าน &amp;quot;เลขาฯ กอศ.&amp;quot; ปลื้ม ผลคะแนนวีเน็ตของ ปวช. เพิ่ม กว่า 3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ประชุมได้หารือถึงผลการวิเคราะห์คะแนนทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ที่จัดสอบในระดับประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 &amp;nbsp;ของปีการศึกษา 2560 &amp;nbsp;โดยสภาการศึกษา (สกศ.) และ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้ร่วมกันวิเคราะห์ และพบว่า ปัญหาใหญ่ที่คะแนนโอเน็ตต่ำมาจากกลุ่มโรงเรียนด้อยโอกาส แต่ก็พบโรงเรียนด้อยโอกาสบางแห่งจัดการศึกษาได้ดีเช่นกัน ดังนั้นเพราะการสอบโอเน็ตจะนำไปสู่การปฎิรูปการศึกษา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ศธ. จึงได้ยกให้ประเด็นนี้เป็นเรื่องหลักสำคัญที่ผู้บริหารทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ เพราะเท่ากับว่าเรายังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอยู่และการสอบโอเน็ตจะนำไปสู่การปฏิรูปการศึกษาในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า ในส่วนของการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา หรือ วีเน็ต ปีการศึกษา 2560 ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ผู้เข้าสอบจำนวน 133,243 คน และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 120,817 คน โดยพบว่า ผลคะแนนวีเน็ตของ ปวช. อยู่ที่ 41.60 เพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2559 อยู่ที่ร้อยละ 3.67 โดยมีนักศึกษาทำคะแนนเฉลี่ยดีเยี่ยม 254 คน &amp;nbsp;ขณะที่ระดับปวส.คะแนนวีเน็ตร้อยละ 37.11 ลดลงจากปีการศึกษา 2559 ร้อยละ 0.24 มีนักศึกษาที่ทำคะแนนได้ดีเยี่ยม 21 คน ทั้งนี้ตนมีแนวทางยกระดับคะแนนวีเน็ต โดยต้องการให้วิทยาลัยและนักศึกษาเห็นความสำคัญของการทดสอบนี้ ซึ่งตนจะให้เป็นแนวปฎิบัติแก่ทุกวิทยาลัยได้นำคะแนนวีเน็ตมาใส่ไว้ในใบจบการศึกษาของผู้เรียนด้วย เพราะแนวทางนี้จะเป็นผลดีต่อผู้เรียนเมื่อไปทำงานในสถานประกอบการจะได้เห็นว่านักศึกษาอาชีวะมีทักษวิชาชีพที่เก่งแล้วยังมีความโดดเด่นในด้านวิชาการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นอกจากเราจะส่งเสริมทักษะวิชาชีพเด็กอาชีวะแล้ว ในด้านวิชาการก็มีความจำเป็นเช่นกันและทิ้งไม่ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่านักศึกษาเมื่อเข้าทำงานไม่สามารถเป็นหัวหน้างานได้ เพราะยังขาดทักษะด้านการสื่อสาร ทักษะการคิดและการแก้ปัญหา ซึ่งการส่งเสริมให้เด็กเห็นความสำคัญของการสอบวีเน็ตจะทำให้เด็กตั้งใจเรียนตั้งแต่ในห้องเรียนในวิชาทฤษฎีและยกระดับความสารมารถของตนเองได้ ขณะเดียวกัน รมว.ศธ.ยังได้ย้ำให้นำผลคะแนนโอเน็ตและวีเน็ตไปใช้ประโยชน์และสู่การปฏิบัติ ดังนั้นผมจึงได้ตั้งคณะทำงานวิเคราะห์จุดอ่อนเป็นรายวิทยาลัย เพื่อยกระดับผลคะแนนทั้งระบบต่อไป&amp;rdquo; เลขาฯ กอศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7775</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โอเน็ต, นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, ปฎิรูปการศึกษา, ผู้บริหารศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adf13ca6d414.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
