<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ทบ.จัดพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ5ปีวันคล้ายวันสวรรคตรัชกาลที่9 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก &amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์ &amp;nbsp;จิตต์แก้วแท้ &amp;nbsp;ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธาน พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา และกำลังพลร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศล ครบรอบ 5 ปี วันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยกิจกรรมประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ถวายเป็นพระราชกุศล ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 กองบัญชาการกองทัพบก จากนั้นกระทำพิธีสวดพระพุทธมนต์ ที่ห้องจัดเลี้ยง 221 อาคาร 2 ชั้น 2 และพิธีวางพวงมาลา และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ณ ห้องรับรองพิเศษ 161 อาคาร 1 ชั้น 6&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ณรงค์พันธ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ตนและกำลังพลที่มาพร้อมเพรียง ณ ที่นี้ ต่างน้อมจิตตั้งมั่นเพื่อร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีแห่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปวงพสกนิกรต่างประจักษ์ชัดแจ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม โครงการในพระราชดำริหลายพันโครงการก่อให้เกิดประโยชน์อย่างอเนกอนันต์แก่ประเทศชาติ ทั้งได้พระราชทานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนได้ดำเนินชีวิตโดยใช้ความรู้และสติปัญญาเป็นภูมิคุ้มกันอีกทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนของประเทศต่างๆ ที่ได้น้อมนำแนวทางพระราชทานไปปฏิบัติพระเกียรติคุณแผ่ไพศาลขจรขจายไปทั่วทิศานุทิศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อเหล่าปวงชนชาวไทย ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจะขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี จะยึดมั่นในการปฏิบัติดี รักษาชาติบ้านเมือง และจะน้อมนำแนวทาง ตามที่ได้พระราชทานไว้/ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ในการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติตน เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ และประชาชนสืบไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ณรงค์พันธ์ได้ขอให้ผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง ของปวงชนชาวไทยตราบกาลนิรันดร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากกิจกรรมภายในกองบัญชาการกองทัพบกแล้ว หน่วยขึ้นตรงกองทัพบกต่างพร้อมใจกันจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ร่วมทำความดี สร้างความรักสามัคคีคนในชาติ สืบสานรักษาต่อยอด พระราชปณิธาน&amp;rdquo; ได้แก่ กิจกรรมจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจกิจกรรมปลูกหญ้าแฝก กิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชน เป็นต้น ณ พื้นที่รับผิดชอบของหน่วย ชุมชนใกล้เคียง และพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพบก ยังขอเชิญชวนประชาชนร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119626</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้บัญชาการทหารบก, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร, พล.อ.ณรงค์พันธ์  จิตต์แก้วแท้, วันคล้ายวันสวรรคต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_61666d0309dc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาราชินี43 พรรษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 มิ.ย. 2564 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 43 พรรษา 3 มิถุนายน 2564 ประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จากวัดโสมนัสราชวรวิหาร จำนวน 10 รูป ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5, พิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดี และถวายพระพรชัยมงคล ณ ห้องจัดเลี้ยง 221 อาคาร 2 ชั้น 2, พิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์, พิธีสงฆ์สำหรับการไถ่ชีวิตกระบือ และพิธีมอบบัตรประจำตัวสัตว์ ณ ห้องรับรอง 212 &amp;ndash; 213 อาคาร 2 ชั้น 1 และกิจกรรมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล นอกจากนี้ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ อีกทั้งได้จัดสถานที่ให้กำลังพล รวมถึงประชาชน ได้ลงนามถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างร่วมใจกันจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน กองทัพบกในฐานะหน่วยงานความมั่นคงที่มีภารกิจสำคัญสูงสุด คือ การพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงพร้อมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล อาทิ การบริการทางการแพทย์ การบริจาคโลหิต รวมทั้งการจัดนิทรรศการ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณอย่างสมพระเกียรติและสง่างาม ทั้งในส่วนกลาง และหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสถาปนาพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมราชินี ทรงพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท และทรงแบ่งเบาพระราชภาระ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่สร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการพระราชดำริต่างๆ อีกทั้งทรงเป็นแบบอย่างแก่ทหารในด้านความเข้มแข็ง มีระเบียบวินัย และสง่างาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพบก ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อน้อมถวายพระพรชัยมงคล แสดงพลังแห่งความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105000</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ทบ., ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี, เฉลิมพระเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b6f006c454f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 15:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 15:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ทบ.&#039; เยี่ยมให้กำลังใจทหารผ่านศึก สั่งช่วยผู้ได้ผลกระทบเบี้ยคนชรา ซ่อม-สร้างบ้านพักอาศัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพเร่งช่วยเหลือ &amp;ldquo;ทหารผ่านศึก&amp;rdquo; ผบ.ทบ.เยี่ยมให้กำลังใจทหารบาดเจ็บ สั่งช่วยผู้ได้ผลกระทบเบี้ยคนชรา สร้าง-ซ่อมบ้าน/ เปิดข้อมูลช่วยทหารผ่านศึกพิการกว่า 3 พันนายจาก 6 สมรภูมิ เผยส่วนใหญ่เจอกับระเบิด พิการ ทุพพลภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันทหารผ่านศึกตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ในปีนี้ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ได้งดการจัดกิจกรรมทั้งการวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสวนสนามทหารผ่านศึก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด แต่ได้จัดงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทหารกล้าที่เสียชีวิตทั้ง 6 สมรภูมิรบ ได้แก่ สงครามโลกครั้งที่ 1สงครามโลกครั้งที่ 2 หรือสงครามมหาเอเชียบูรพา สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม สงครามปราบปรามคอมมิวนิสต์ และสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินงานขององค์การฯ ตลอดระยะเวลา 73 ปี ที่ผ่านมา ได้ให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ ตลอดจนผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันประเทศ จำนวน 6 ด้าน ได้แก่ การสงเคราะห์ด้านสวัสดิการและการศึกษา, การสงเคราะห์ด้านอาชีพ, การสงเคราะห์ด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน, การสงเคราะห์ด้าน การให้สินเชื่อ, การสงเคราะห์ด้านการรักษาพยาบาล และการสงเคราะห์ด้านการส่งเสริมสิทธิและเกียรติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในห้วงปี พ.ศ. 2563 องค์การฯ ได้จัดทำโครงการ &amp;ldquo;ปลูกด้วยรัก พักด้วยใจ&amp;rdquo; โดยการปลูกบ้านพักอาศัยให้แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการที่มีฐานะยากจน อัตคัดขัดสน ซึ่งประสบความเดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัย หรือมีบ้านพักอาศัยที่ชำรุดทรุดโทรม หรือประสบภัยพิบัติได้รับความเสียหายจนเป็นอุปสรรคในการพักอาศัย จำนวน 10 หลัง รวมทั้งได้ดำเนินการซ่อมแซมบ้านพักอาศัยให้แก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการ จำนวน 3 หลัง ซึ่งโครงการดังกล่าว ได้สร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารผ่านศึกเป็นอย่างยิ่ง โดยในปี 2564 องค์การฯ มีโครงการที่จะสร้างบ้านพักอาศัยให้กับทหารผ่านศึกอีกจำนวน 10 หลัง และซ่อมแซมบ้านพักอีก จำนวน 20 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามฐานข้อมูล &amp;ldquo;ทหารผ่านศึก&amp;rdquo; พบว่าในปัจจุบันนับแต่มีการจัดตั้ง อผศ.เป็นต้นมา ตั้งแต่ปี 2491 ได้มีการทำบัญชีทหารผ่านศึกไว้หลายประเภท โดยแบ่งเป็น บัตรชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นผู้พิการ ทุพลภาพ จากทุกสมรภูมิ ขณะนี้มีทั้งหมด 3,162 คน บัตรชั้นที่ 2 คือ ทหารผ่านศึกที่ผ่านสมรภูมิ เอเชียบูรพา เกาหลี เวียดนาม ได้รัยเหรียญชัยสมรภูมิ ที่ยังมีชีวิตอยู่ 22,100 คน บัตรชั้นที่ 3 ออกราชการชายแดน ได้รับเหรียญราชการชายแดน เหรียญพิทักษ์เสรีชน 1.2แสนคน ส่วนใหญ่เป็นสงครามตามแนวชายแดน และปฏิบัติรักษาความสงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร และ บัตรชั้นที่ 4 เป็นทหารที่ออกราชการสนาม ปฏิบัติงาน 8 เดือน ยอด 5.6 พันคน ส่วนใหญ่เป็นพลทหาร ที่ได้รับเป็นเงินผดุงเกียรติ 6 พันบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังบัตรครอบครัว (บัตร ค.) ที่มีผู้ได้รับสิทธิ์เป็นครอบครัวของทหารผ่านศึกผู้ล่วงลับ จำนวนทั้งสิ้น 665,000 บัตร โดยให้สิทธิ์ ภริยา มารดา บุตร ธิดา (เลือกสิทธิ์ใดสิทธิหนึ่งที่จะได้รับสิทธิ์สูงสุดตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ) โดยบุตรต้องอายุไม่เกิน20 ส่วนภริยาถ้าสมรสใหม่ก็จะหลุดจากสิทธิ์ เป็นต้น โดยจะมีการจ่ายจาก 2 ส่วน คือ รัฐจ่ายให้เป็นบำนาญพิเศษ 1 หมื่นบาท และ เงินช่วยเหลือรายเดือนจาก อผศ. 4 พันบาท ต่อครอบครัว / บัตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ที่ผ่านช่วงสงครามโลกมาตอนนี้มีชีวิตอยู่เหลือน้อยมาก ส่วนใหญ่ที่มีชีวิตก็จะอายุค่อนข้างมากทั้งเวียดนาม เกาหลี และสถานการณ์สู้รับในการรักษาความมั่นคงภายใน หรือสงครามต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ การรบแรกๆจะมีการใช้กับระเบิดกัน จึงมีผู้พิการ ทุพพลภาพมีจำนวนมาก&amp;quot;&amp;nbsp;แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ในวันนี้ กองทัพบกมอบกองทัพภาคที่ 3 โดย พล.ต. สุปัญญา วิไลรัตน์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 310 เข้าเยี่ยมเยียน นายเอี้ยง นาคสิงห์ อายุ 68 ปี ทหารผ่านศึกนอกประจำการกรณีสงครามที่บาดเจ็บและขาพิการจากสมรภูมิเขาค้อ และเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบในกรณีเรียกคืนเบี้ยคนชรา ที่บ้านเลขที่ 167 ม.14 ต.โพธิ์ทอง อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร โดยมอบผ้าห่ม เครื่องอุปโภคบริโภค รถเข็นนั่ง พร้อมสนับสนุนชุดแพทย์จาก รพ.ค่ายวชิรปราการ เข้าตรวจสุขภาพร่างกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้หารือกับองค์การทหารผ่านศึก ในการเตรียมปรับปรุงบ้านพักอาศัย เพื่อให้เกิดความมั่นคงต่อไป เนื่องจากบ้านที่อยู่อาศัยปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรม การเข้าช่วยเหลือนายเอี้ยงให้บรรเทาความกังวลและความเดือดร้อนในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของกองทัพบก ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลทหารผ่านศึก ที่ถือว่าเป็นผู้ที่เสียสละ ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติจนได้รับบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิต และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารบกที่มีความห่วงใยผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ได้มอบนโยบายให้หน่วยทหารเข้าไปดูแลช่วยเหลือในลักษณะจิตอาสาในรูปแบบต่างๆ บนพื้นฐานของปัจจัยสี่ และเป็นการปลูกฝังให้สังคมไทยมีความเกื้อกูล เอื้ออาทร สร้างความสงบสุขให้สังคมไทยอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เข้าเยี่ยมกำลังพลของกองทัพบกที่ได้รับเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามและพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า ตั้งใจที่จะมาให้กำลังใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บในระหว่างพักรักษาตนเอง พร้อมชื่นชมในความเสียสละ ทุ่มเท ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพื่อแสดงให้เห็นว่ากองทัพบกมีความห่วงใยไม่ทอดทิ้งกำลังพลไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่หรือผู้ที่เสียชีวิตรวมถึงญาติของผู้ที่เสียชีวิต ที่กองทัพบกได้ให้การดูแลอย่างต่อเนื่องล่าสุดคือกรณีของยายบวน โล่ห์สุวรรณ มารดาของกำลังพลที่เสียชีวิต ทาง มณฑลทหารบกที่ 21 ก็เข้าไปช่วยเหลือและวันนี้กรณีนายเอี้ยง นาคสิงห์ อดีตทหารผ่านศึก กองทัพภาคที่ 3 ก็จะไปช่วยเหลือเรื่องที่พักอาศัย ซึ่งก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ให้หน่วยทหารในทุกพื้นที่เข้าไปดูแลกำลังพลหรือทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บ อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ผู้บัญชาการทหารบกเข้าเยี่ยมกำลังพลที่บาดเจ็บจากเหตุการสู้รบในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จชต. 4 รายคือ สิบเอกวัชรา ไชยแก้ว ถูกยิงที่ใบหน้าด้ายซ้ายกระดูกใบหน้าแตก ได้รับการผ่าตัดแล้ว, สิบโทอนุชา ดาลาด ถูกยิงบริเวณกระดูกต้นคอทับเส้นประสาทไม่สามารถขยับร่างกายได้ , สิบโทสุพจน์ เจริญสุข บาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะไม่รู้สึกตัว อยู่ระหว่างการบำบัดฟื้นฟู , จ่าสิบเอกชัยวัตน์ จันทร์เอ้ย กระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขาอ่อนแรงอยู่ระหว่างกายภาพบำบัด โดยอาการบาดเจ็บที่เป็นอยู่ ทางทีมแพทย์จะให้การรักษาพยาบาลให้ทุเลาหรือสามารถกลับมาเป็นปกติและดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่งในระหว่างพักรักษาอาการในโรงพยาบาลได้รับเงิน ช่วยเหลือบำรุงขวัญเป็นรายเดือน และผู้บังคับบัญชาหมุนเวียนกันเข้าเยี่ยมเยียนรวมถึงสมาคมแม่บ้านทหารบก โดยหากแพทย์ลงความเห็นว่าเป็นทหารผ่านศึกที่ปลดพิการ นอกเหนือจากจะได้รับสิทธิเงินช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการและจากมูลนิธิต่างๆ แล้วยังจะได้รับการบรรจุทายาททดแทนเข้ารับราชการอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91886</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ทหารผ่านศึก, ผู้บัญชาการทหารบก, องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a5e22d0897.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ทบ.&#039;แจงทำไมเป็นส.ว.แต่งตั้งไล่ไปถามคนร่างรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 - พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เดินทางมารายงานตัวเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯให้เป็นส.ว.โดยตำแหน่ง โดย พล.อ.ณรงค์พันธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังรายงานตัวว่า การได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น ส.ว.เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่หากถามว่า การเข้ามารับตำแหน่งนี้ของ ผบ.เหล่าทัพต้องไปถามคนร่างรัฐธรรมนูญมีเจตจำนงอย่างไร แต่เมื่อเข้ามาแล้วจะทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ในส่วนของ ผบ.เหล่าทัพจะอาศัยความรู้ด้านความมั่นคงมาใช้ทำงานในสภา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86372</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ทบ., ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, ส.ว., สมาชิกวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd045cb4ecc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กบี้&#039;สั่งคุมเข้มชายแดน24ชม.ป้องกันโควิดโดยเฉพาะทัพภาค3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการของกองทัพบกในการสกัดกั้นผู้ลักลอบเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติเพื่อสกัดเชื้อโควิด-19 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมสั่งการหน่วยทหารทุกหน่วยที่รับผิดชอบด้านชายแดน ทั้งทหาร ตำรวจ กองกำลังต่างๆ ยกระดับมาตรการดำเนินงาน โดยเฉพาะกองทัพภาค 3 ได้เพิ่มเติมกองกำลังชุดปฏิบัติการเข้าไปอีกจำนวนหนึ่ง และเพิ่มเครื่องมือสนับสนุนทั้งลวดหนามหีบเพลงในช่องทางธรรมชาติที่คนมักลักลอบข้ามไปมา รวมถึงเพิ่มการลาดตระเวน การเดินเท้า รถยนต์ การลาดตระเวนด้วยโดรนเฝ้าระวังพื้นที่แนวชายแดน เนื่องจากชายแดนภาคเหนือมีพื้นที่ยาว ต้องทุ่มเทอุทิศตนตลอด 24 ชั่วโมงช่วยกันป้องกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนในพื้นที่ต้องช่วยป้องกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะให้ความมั่นใจประชาชนอย่างไรว่า การลักลอบเข้าประเทศมีการป้องกันไว้แล้ว พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่าขณะนี้กับประเทศเพื่อนบ้านได้ประสานกันทุกระดับ โดยเฉพาะหน่วยป้องกันตามแนวชายแดน 2ประเทศมีการประสานข้อมูลให้ฝั่งตรงข้ามรับทราบว่า ถ้ายังเข้ามาขอให้เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะได้ช่วยกันดูแล ไม่ถูกลงโทษทางกฎหมายในขั้นหนัก ยืนยันทั้งสองประเทศตามแนวชายแดนประสานกันอยู่แล้ว แจ้งข้อมูลให้ผู้ประสงค์จะเข้าประเทศ โดยเฉพาะคนไทยให้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้จะออกไปอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็ตาม แต่ขอให้ไปแจ้งประเทศอีกฝ่ายให้ถูกต้องแล้วกลับเข้าประเทศไทยให้ถูกต้องจะได้เข้าสู่กระบวนการคัดกรอง กักตัวตามขั้นตอน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86369</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ทบ., ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้ลักลอบเข้าเมือง, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd045cb4ecc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 10:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 10:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ทบ.&#039;แสดงตนเป็นสมาชิกวุฒิสภาแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 137 ตอนพิเศษ 287 ง เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ได้เข้าแสดงตนต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 อาคารรัฐสภา (ฝั่งวุฒิสภา) แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86365</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ทบ., ผู้บัญชาการทหารบก, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, ส.ว., สมาชิกวุฒิสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd03df010938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอางัยแน่!เพื่อไทยบอกการเมืองต้องแก้ด้วยการเมืองจี้&#039;กองทัพ&#039;หยุดไอโอแต่กลับหนุน&#039;ม็อบเยาวชน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ระบุถึงการที่โซเชียลมีเดียยังคงเผยแพร่ภาพกำลังพลของ ทบ. เข้าอบรมการทำปฏิบัติการข่าวสาร (ไอโอ) นั้น ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้ ห้ามความคิดคนไม่ได้ ว่าหลักฐานปรากฏชัดขนาดนี้ น่าแปลกใจที่ ผบ.ทบ.ยังคงกล้าปฏิเสธเสียงแข็งและท้าทายประชาชน การนำองค์กรทหารที่ควรปลอดการเมือง และกลับเข้ากรมกองมาปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ด้อยค่าแพร่มลทินประชาชนฝ่ายตรงข้ามและเห็นต่างทางการเมือง ด้วยเงินภาษีอากรของประชาชน เป็นการนำองค์กรทหารเข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองเสียเอง ไม่มีประโยชน์ มีแต่เสียกับเสีย ภารกิจของกองทัพมีมาก ควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก่อน การเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ถ้าทหารเข้ามายุ่งมากๆ อาจจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก โดยเฉพาะการมีทัศนคติว่ากลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นฝ่ายตรงข้าม ต้องด้อยค่าแพร่มลทิน เป็นทัศนคติที่ผิดทิศผิดทาง ต้องปรับทัศนคติใหม่ว่าเขาเหล่านั้นคือลูกหลานคืออนาคตของชาติ กองทัพต้องหยุดการทำไอโอที่สร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระบอบประยุทธ์ มาแล้วก็ไป แต่อนาคตของประเทศต้องฝากไว้ที่ลูกหลานรุ่นต่อไป การทำไอโอด้อยค่าแพร่มลทินคนรุ่นใหม่ เท่ากับทำลายอนาคตของประเทศ&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85689</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, ผบ.ทบ., ผู้บัญชาการทหารบก, พท., พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fae99520b2dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
