<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 09:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีพร้อม จับมือ ซีพี ออลล์ เดินเกมส์กระตุ้นเศรษฐกิจ รุกช่วยรายย่อยสู่เส้นทางโมเดิร์นเทรด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 2564 นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) หรือดีพร้อม เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงระยะเวลาเกือบ 2 ปีนี้ ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอีทั่วประเทศ โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้ ดีพร้อม ดำเนินมาตรการเร่งด่วน &amp;ldquo;พร้อมสู้ อยู่ได้ ไปรอด&amp;rdquo; เพื่อแก้ปัญหาหลายด้านของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ผ่านมาตรการต่าง ๆ โดยล่าสุดได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรเอกชน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการความร่วมมือส่งเสริม พัฒนา ต่อยอด ผู้ประกอบการเข้าสู่โมเดิร์น เทรดในรูปแบบการจับคู่ธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อหวังสร้างโอกาสในการจำหน่ายสินค้าให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนผ่านช่องทางร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ทั้งแบบการวางจำหน่ายในร้านและแบบออนไลน์เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างรายได้และขยายฐานผู้บริโภคแม้ในช่วงวิกฤติโควิด - 19 ตลอดจนประสานความร่วมมือจากผู้นำด้านการค้าปลีกในการเปิดพื้นที่ให้สินค้าจากผู้ประกอบการทั่วประเทศได้มีโอกาสทดสอบตลาดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดีพร้อมและซีพี ออลล์ จะร่วมกันพัฒนาสินค้าจากผู้ประกอบการอย่างครบวงจร เพื่อให้สินค้าชุมชนและสินค้าที่ผลิตโดยเอสเอ็มอีได้มีโอกาสวงาจำหน่ายทั้งบนช่องทางออนไลน์ www.shopat24.com และในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ที่มีอยู่กว่า 10,000 สาขาทั่วประเทศ เพื่อให้มีโอกาสเติบโตได้เช่นเดียวกับกลุ่มสินค้าแบรนด์ดังที่เป็นที่นิยมของตลาด โดยดีพร้อมและซีพี ออลล์ จะร่วมกันยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการของตลาด และยังร่วมกันส่งเสริมผู้ประกอบการให้เข้าใจถึงสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป&amp;quot;นายณัฐพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่นและเซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวว่า การผนึกกำลังกับ ดีพร้อม ในการช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของผู้บริโภคให้มีโอกาสในการขายและการสร้างรายได้ โดย เซเว่นฯ เชื่อว่า จุดแข็งในเรื่องช่องทางการขาย ทั้ง Online และ Offline ที่เซเว่นฯ มีอยู่จะสามารถช่วยนำสินค้าที่ผ่านการคัดเลือกจากการแมทชิ่งไปถึงมือลูกค้าทั่วประเทศได้ เพื่อนำพาเอสเอ็มอีก้าวข้ามวิกฤตไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118689</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพล รังสิตพล, ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี, อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.), โมเดิร์นเทรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a61af52e3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธกส.-ออมสินให้กู้5หมื่นล. อุ้ม‘เอสเอ็มอี-ท่องเที่ยว’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครม.ไฟเขียวมาตรการด้านการเงินอุ้มประชาชน-ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤติโควิดเพิ่มเติม สั่งออมสิน-ธ.ก.ส.อัด 4 หมื่นล้านบาทปล่อยกู้อาชีพอิสระ-เกษตรกร พร้อมทุ่ม 1 หมื่นล้านดูแลธุรกิจท่องเที่ยว สศช.เผยเงินกู้ 1 ล้านล้านเหลือใช้สู้โควิดรอบใหม่ 2.8 แสนล้าน&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นอย่าเอาปัญหาโควิดมาโยงการเมือง ชี้ทั่วโลกได้รับผลกระทบหมด หลายอย่างเราดีขึ้นกว่าเขา ย้อน &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; แค่เคารพ กม.ทุกอย่างก็เดินหน้าไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp; (ครม.) เมื่อวันที่ 15 ก.พ.64 มีมติเห็นชอบมาตรการด้านการเงินเพื่อดูแลและเยียวยาผลกระทบจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพิ่มเติม เพื่อบรรเทาภาระหนี้สินของประชาชนและช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การปรับปรุงการดำเนินโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 40,000 ล้านบาท (แห่งละ 20,000 ล้านบาท) ให้แก่ประชาชนที่มีอาชีพอิสระหรือเกษตรกรรายย่อย อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ไม่เกิน 0.10% ต่อเดือน โดยขยายระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยออกไปเป็นไม่เกิน&amp;nbsp; 12 เดือน จากเดิม 6 เดือน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส.กำหนด พร้อมทั้งขยายระยะเวลากู้ออกไปเป็นไม่เกิน 3 ปี จากเดิม 2 ปี 6 เดือน ทั้งนี้ รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 มิ.ย.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเอสเอ็มอี ที่มีเงินสำหรับธุรกิจการท่องเที่ยววงเงินรวม 10,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและ Supply Chain โดยใช้ที่ดินว่างเปล่า และ/หรือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินเป็นหลักประกัน และไม่ต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 70% ของราคาประเมินที่ดินของทางราชการ สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท&amp;nbsp; ระยะเวลากู้ 3 ปี ดอกเบี้ย 0.10% ต่อปีในปีแรก 0.99% ต่อปีในปีที่ 2 และ 5.99% ต่อปีในปีที่ 3 รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่&amp;nbsp; 30 มิ.ย.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คลังมั่นใจว่าการดำเนินมาตรการด้านการเงินดังกล่าว จะมีส่วนช่วยบรรเทาภาระของประชาชน และช่วยแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจและรักษาการจ้างงาน เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกระทรวงการคลังจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมออกมาตรการที่เหมาะสมมาดูแลเศรษฐกิจไทยอย่างทันท่วงทีเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป&amp;quot; นายอาคมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า นายดนุชา&amp;nbsp; พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองแผนงาน ภายใต้แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 เปิดเผยถึงการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทจากสถานการณ์โควิด-19 พบว่าขณะนี้ภาพรวมเบิกจ่ายได้แล้ว 55% เป็นการใช้เงินกู้ในส่วนของการเยียวยาครบวงเงิน 5.5 แสนล้านบาท ส่วนวงเงินเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท เบิกจ่ายได้ประมาณ 30% ส่วนใหญ่นำไปใช้ในโครงการคนละครึ่ง แต่ในส่วนโครงการลงทุนเบิกจ่ายได้เพียง 10% ซึ่งถือว่าน้อยมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คณะกรรมการกลั่นกรองใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่มีสภาพัฒน์เป็นประธาน จะติดตามการใช้จ่ายเงินของทุกหน่วยงานภายในเดือน มี.ค.นี้ หากพบว่ามีหน่วยงานใดเบิกจ่ายได้ไม่เป็นไปตามแผนที่เสนอ ก็จะต้องดึงวงเงินในส่วนที่เบิกจ่ายไม่ทันกลับมาส่วนกลาง เพื่อใช้กับมาตรการเยียวยาอื่นที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อไป โดยโครงการลงทุนตามแผนฟื้นฟูต้องอนุมัติภายในเดือนกันยายน และเบิกจ่ายได้ถึงสิ้นปี 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้วงเงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เหลืออีกแค่&amp;nbsp; 2 แสนล้านบาทในส่วนวงเงินเพื่อใช้ในโครงการฟื้นฟู ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้จะพิจารณาเห็นชอบ มาตรการ ม.33 เรารักกัน จ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตน&amp;nbsp; โดยเสนอขอใช้งบ 3.7 หมื่นล้านบาท ในส่วนนี้จะเป็นการโยกงบจากแผนฟื้นฟูมาใช้ในการเยียวยา 3.5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจะใช้งบจากแผนเยียวยาที่ยังเหลืออยู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำนวนวงเงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท&amp;nbsp; หน้าเว็บไซต์ thaime ล่าสุด สรุปโครงการที่ผ่านการอนุมัติจาก ครม. พบว่าเหลืองบประมาณเงินกู้ทั้งสิ้น 288,391 ล้านบาท จากวงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดว่า&amp;nbsp; ประเทศไทยต้องได้รับผลกระทบอาจจะมากหรือน้อยในบางสาขา สรุปได้รับผลกระทบทั้งหมด เจ็บทั้งหมด รัฐบาลก็ต้องช่วยเหลือดูแลตรงนี้ แม้จะจำเป็นแต่งบประมาณก็มีจำกัด&amp;nbsp; กติกากฎหมายต่างๆ ก็มีรัดกุม ฉะนั้นพยายามจะหามาตรการที่ทำให้ทุกคนได้เข้าถึง และวันนี้ได้มีมาตรการที่เสนอมาในที่ประชุม ครม.ด้วย ในการที่จะปรับวงเงินมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) อะไรต่างๆ เหล่านี้ ขอให้ติดตามเรื่องนี้ต่อไป สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจก็ต้องพิจารณาดูว่าระยะแรกที่มีการแพร่ระบาดเศรษฐกิจเป็นอย่างไร การแพร่ระบาดระลอก 2 เป็นอย่างไร ถ้าดูขณะนี้ด้วยความเป็นธรรมจะเห็นว่าผลกระทบในระลอกที่ 2 น้อยกว่าระลอกที่ 1 และระลอกที่ 2 ถ้าเราคุมได้อีก และเราส่งเสริมไม่ว่าจะเป็นมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือมาตรการช่วยเหลือประชาชน ตนคิดว่าหลายอย่างเศรษฐกิจจะดีขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉะนั้นที่หลายคนกล่าวอ้างว่าผมทำให้เศรษฐกิจแย่ลง ก็ต้องดูด้วยว่าเศรษฐกิจระดับโลกและเศรษฐกิจระดับภูมิภาคเป็นอย่างไร ประเทศรอบบ้านเป็นอย่างไร หลายๆ อย่างเราดีขึ้นกว่าเขา ฉะนั้นอยู่ที่ความร่วมมือของพวกเรา ทั้งประชาชน ส่วนราชการ รวมถึงฝ่ายการเมืองด้วย อย่าเอาปัญหาเหล่านี้มาทำให้เกิดปัญหาการเมือง มันจะทำให้การบริหารเดินไปไม่ได้ และใครจะได้รับผลเสีย ประชาชนประเทศชาติเป็นที่รักของทุกคน และทุกคนอยู่อาศัยบนผืนแผ่นดินนี้จะทำอย่างไรให้แผ่นดินนี้มันสงบ ฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า นโยบายของตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลคือ การแก้ปัญหาประชาชนให้ได้มากที่สุด วันนี้มีหลายมาตรการที่ได้มีการผ่อนคลาย มีการสนับสนุนวงเงินต่างๆ เพื่อให้เข้าถึง ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจต่างๆ เอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ ก็มีการปลดล็อกหลายอย่าง มันต้องทยอยดำเนินการตามข้อมูลที่มีอยู่ ตามความเดือดร้อน ต้องทำอย่างรัดกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แนะนำให้แก้จนด้วยการแก้รัฐธรรมนูญนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนก็ได้ดูบ้าง และถือว่าสิ่งที่กล่าวมาอาจจะไม่ใช่การแก้จนด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ตนคิดว่าแค่เคารพกฎหมายให้มากที่สุดในเวลานี้ ทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ว่ากันไปตามกลไกรัฐสภา มันมีกำหนดการ มีวิธีการ มีกฎหมาย ครบถ้วนทุกประการ ก็อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการต่อไป ซึ่งรัฐบาลก็สนับสนุนให้มีการแก้ไข แต่จะแก้ไขอย่างไรก็สุดแล้วแต่รัฐสภา ซึ่งที่ผ่านมาก็เห็นว่ามีรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับ&amp;nbsp; แล้วได้แก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริตผิดกฎหมายได้บ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้เหมือนกัน วันนี้สิ่งที่ตนขอร้องให้ทุกคนเคารพกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และเข้าใจในเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย ว่าแก้ไขไปเพื่ออะไร เพื่อใคร จะเป็นการแก้ไขอะไรก็ตาม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;\&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93152</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปล่อยกู้อาชีพอิสระ, ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี, ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤติโควิด, มาตรการด้การเงินอุ้มประชาชน, มาตรการด้านการเงิน, สศช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a7a675b674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
