<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมแบงก์การันตีเงินเยียวยาถึงมือผู้ประกันตน 4 สิงหาคม นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค. 2564 สมาคมธนาคารไทย ประสานธนาคารสมาชิก พร้อมรับโอนเงินเยียวยาประกันสังคมผ่านระบบพร้อมเพย์ ให้ผู้ประกันตน ม.33 &amp;nbsp;ที่ได้รับสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากคำสั่งล็อคดาวน์พื้นที่สีแดงเข้ม รวม 13 จังหวัด &amp;nbsp;9 ประเภทกิจการกว่า 2.87 ล้านราย แนะผู้ได้สิทธิ รีบสมัครพร้อมเพย์ด้วยบัตรประชาชนก่อนวันที่ 4 สิงหาคม นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมธนาคารไทยได้มีการประสานธนาคารสมาชิก เพื่อเตรียมพร้อมดำเนินการรับโอนเงินเยียวยาประกันสังคมเข้าบัญชีธนาคารผ่านระบบพร้อมเพย์ &amp;nbsp;เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้นายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 &amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกปิดกิจการตามประกาศคำสั่งของ ศบค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; โดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะทำการโอนให้ผู้ประกันตนตาม ม.33 &amp;nbsp;ที่ได้รับสิทธิในวันที่
4-6 สิงหาคม 2564 เฉพาะ 10 จังหวัด จำนวนผู้ประกันตนกว่า 2.87 ล้านราย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;นนทบุรี &amp;nbsp;ปทุมธานี &amp;nbsp;นครปฐม &amp;nbsp;สมุทรสาคร &amp;nbsp;สมุทรปราการ นราธิวาส &amp;nbsp;ปัตตานี &amp;nbsp;ยะลา &amp;nbsp;สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; สำหรับ 3 จังหวัดที่เหลือ ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และ พระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;จะแจ้งการโอนเงินให้ทราบ
อีกครั้งในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;นายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือนี้ ต้องเป็นผู้ได้สิทธิตามคุณสมบัติและเงื่อนไข&amp;nbsp;โดย สปส.จะเปิดให้ตรวจสอบสิทธิบนเว็บไซต์ของ สปส. &amp;nbsp;โดยผู้ประกันตนที่มีบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์กับบัตรประชาชนจะได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีโดยอัตโนมัติ &amp;nbsp;ไม่จำเป็นต้องติดต่อธนาคารเพื่อเปิดบัญชีใหม่ หรือลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยบัตรประชาชนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ประกันตนที่ได้สิทธิและมีบัญชีธนาคาร แต่ยังไม่ได้ผูกพร้อมเพย์กับหมายเลขบัตรประชาชน &amp;nbsp;หรือ เดิมผูกด้วยเบอร์โทรศัพท์มือถือ &amp;nbsp;สามารถดำเนินการผูกบัญชีหรือเปลี่ยนพร้อมเพย์จากโทรศัพท์มือถือมาเป็นผูกกับหมายเลขบัตรประชาชนด้วยตนเอง ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารที่มีบัญชีอยู่ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;Mobile &amp;nbsp;Application, Internet Banking และเครื่อง ATM &amp;nbsp;ตามช่องทางที่แต่ละธนาคารให้บริการ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่สาขาธนาคาร เพื่อความสะดวกและลดความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิและยังไม่เคยมีบัญชีเงินฝาก สามารถใช้บริการเปิดบัญชีผ่านช่องทางออนไลน์ จากนั้นค่อยลงทะเบียนผูกพร้อมเพย์ด้วยหมายเลขบัตรประชาชน ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ เพื่อขอรับสิทธิตามมาตรการเยียวยาดังกล่าว หากมีข้อสงสัยเรื่องการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขบัตรประชาชน หรือช่องทาง ที่สามารถทำได้ สามารถศึกษาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ &amp;nbsp;หรือ ติดต่อสอบถามผ่านคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารที่ใช้บริการอยู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ประกันตน ม.33 สามารถตรวจสอบสิทธิโครงการเยียวยาได้ที่ https://www.sso.go.th หรือโทรศัพท์
สายด่วนประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง หากผู้ประกันตนมีความจำเป็นต้องไปทำธุรกรรมที่สาขาของธนาคาร ทางสมาคมธนาคารไทย ขอความร่วมมือผู้ติดต่อใช้บริการ ณ สาขาธนาคาร ในการปฏิบัติตนตามมาตรฐานดูแลความปลอดภัยที่ธนาคารแต่ละแห่งได้กำหนดไว้ เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111630</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคม, ผู้ประกันตน มาตรา 33, สมาคมธนาคารไทย, เงินเยียวยาโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077c3c1972e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หม่อมเต่า&#039; รับคอมพิวเตอร์ฉาวเป็นเหตุจ่ายเงินผู้ประกันตนล่าช้า จ่อชง ครม.เพิ่มเงินเยียวยาเป็น 75% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอมพิวเตอร์ฉาวเป็นเหตุจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนช้า &amp;ldquo;หม่อมเต่า&amp;rdquo;รับจ่ายเงิน สปส.ยากกว่าระบบอื่น เตรียมชง ครม.เพิ่มเงินช่วยเหลือลูกจ้างเพิ่มเป็น 75% &amp;nbsp;แถมลดเก็บเงินสมทบนายจ้างเหลือเพียง 1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.63 - ที่กระทรวงแรงงาน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงข่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของความล่าช้าในการจ่ายเงินกรณีว่างงาน ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.)ได้ทยอยจ่ายเสร็จสิ้นไปกว่าครึ่งจากจำนวนผู้มีสิทธิ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 จำนวน 990,523 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่วินิจฉัยอนุมัติแล้ว จำนวน 492,273 ราย เป็นเงินจำนวน 2,563.612 ล้านบาท ซึ่งตนได้สั่งการให้ดำเนินการจ่ายสิทธิประโยชน์ให้แล้วเสร็จงวดแรก ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวว่า สำหรับในกรณีที่สถานประกอบการที่หยุดประกอบกิจการชั่วคราว และไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน สปส.ขอให้สถานประกอบการกลุ่มดังกล่าวเร่งดำเนินการรับรองการหยุดของลูกจ้าง ซึ่งพบว่ามีผู้ประกันตน จำนวน 289,104 ราย ที่รอนายจ้างเข้ามารับรองสิทธิ สถานประกอบการกลุ่มนี้ จะได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงาน รวมทั้งได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากสปส. เร่งรัดให้เข้ามารับรองการหยุดงานของลูกจ้าง ภายในวันที่ 8 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;งานนี้เป็นงานยากเป็นพิเศษโดยไม่มีข้อแก้ตัว เพราะงานแจกของที่อื่นพอเขียนกฏหมายสำเร็จก็แจกได้เลย แต่งานของเราบังคับลูกจ้างและนายจ้างไม่ได้ นายจ้างก็ไม่ได้มีหน้าที่เอาใจลูกจ้าง เราทำช้าเพราะมีหลายสาเหตุ&amp;rdquo;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงานกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวว่าระบบคอมพิวเตอร์ของ สปส.ต้องรอคน 5,000 คน หรือ 50,000 คนถึงจะทำได้ครั้งหนึ่ง ตอนนี้ได้สั่งการห้ามทำงานอื่น ถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ปรากฏว่าคอมพิวเตอร์ชุดนี้ที่มีมูลค่ากว่า 2,894 ล้านบาท คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติว่าผู้ที่ดำเนินการมีความผิดและต้องคืนเงิน 556 ล้านบาท ซึ่งตนไม่ได้ทราบเรื่องมาก่อน ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของระบบประกันสังคมไม่สามารถทำอะไรได้อย่างที่อยากให้เป็น อย่างไรก็ตามความล่าช้าที่เกิดขึ้นได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเข้าไปช่วยสปส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะฮาร์ดแวร์มันไม่เวิร์ค ที่ซื้อปี 2552 มีการร้องเรียนและป.ป.ช.ตรวจสอบแล้วว่าไม่ถูกต้อง และให้ปรับผู้ดำเนินการ ผมเพิ่งทราบเมื่อเช้านี้เอง เพียงแต่ผมก็สังเกตเห็นว่าทำไมคอมพิวเตอร์ถึงไม่เดิน ทั้งๆที่คอมพิวเตอร์สมัยนี้ทำอะไรได้เยอะแยะ แต่ที่นี่ต้องรอ เป็นเพราะโครงสร้างคอมพิวเตอร์ที่มันไม่เวิร์ค ผมก็ตกใจเหมือนกันว่าข้าราชการถูกปรับ 556 ล้านบาท เมื่ออุทธรณ์ก็แพ้อุทธรณ์ ผมเคยทำข้าราชการมานาน ยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้&amp;rdquo;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.แรงงาน กล่าวว่า ภายในวันที่ 18 พฤษภาคม หากผู้ประกันตนที่ยื่นเรื่องมายังไม่ได้รับเงินขอให้อุทธรณ์มาได้เลย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการพูดกันว่าอาจมีผู้ประกันตนมาใช้สิทธิมากถึง 2 ล้านคนหรือ 5 ล้านคน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น สปส.ก็หน้ามืดเหมือนกัน แต่วันนี้เราเมื่อมีผู้มาขอใช้สิทธิไม่ถึง 1 ล้านคน ทำให้มีเงินจ่ายได้ ยกเว้นสิ้นเมื่อถึงสิ้นปีแล้วสถานการณ์ของอเมริกาและยุโรปยังแย่จนไม่มีใครซื้อของจนทำให้คนตกงานจำนวนมากและมาขอใช้มาตรการนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งหากถึงตรงนั้นก็คงต้องออกมาตรการชุดใหม่ขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้าจะเสนอคณะรัฐมนตรีให้เพิ่มการจ่ายเงินว่างงานจาก 62% ของเงินเดือนเป็น 75% เพื่อให้เท่ากับกรณีที่นายจ้างสั่งให้หยุดงานและจ่ายเงินให้ลูกจ้าง 75% ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือนายจ้างด้วย เพราะหากช่วยเหลือแรงงานอย่างเดียวโดยไม่ช่วยนายจ้างก็จะไปไม่รอด ซึ่งขณะนี้มีนายจ้างกว่า 3 แสนคนที่กำลังจ่ายเงินในลักษณะนี้อยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้เราจะเสนอคณะรัฐมนตรี ให้ลดการจ่ายเงินประกันสังคมให้นายจ้างจาก 5%เหลือ 1% ด้วย คือนายจ้างไม่ต้องเสียเงิน แตกต่างจากลดให้ลูกจ้างซึ่งเท่ากับเป็นการได้เงินเพราะได้เงินชราภาพ จริงๆแล้วผมไม่ต้องการพูดอะไรมาก เพราะต้องให้ผ่านคณะรัฐมนตรีก่อน แต่ผมมั่นใจค่อนข้างมากเพราะมีสัญญาณส่งมาถึงผมด้วย ไม่ใช่ผมคิดเองทำเอง กรณีที่รัฐบาลได้พบนักธุรกิจและแรงงาน เขาส่งสัญญาณให้ผมดูใหม่อีกทีได้หรือไม่ คราวที่แล้วเข้าใจดีเพราะไม่รู้ว่าเราต้องจ่ายเท่าไหร่ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าแค่ 1 ล้านคน ต้องจ่าย 2.5 หมื่นล้านบาท &amp;rdquo;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงแรงงานแจ้งว่า เหตุการณ์ทุจริตคอมพิวเตอร์ 2.8 พันล้านบาทของ สปส.ได้เป็นข่าวโด่งดังเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการล็อคสเปคให้กับบางบริษัทซึ่งมีนักการเมืองใหญ่เป็นผู้สั่งการไปยังผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ดำเนินการ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ได้มีการตรวจสอบและร้องเรียนไปยังป.ป.ช. และในที่สุดป.ป.ช.ได้มีการชี้มูลความผิดไปยังอดีตผู้บริหารของ สปส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่าตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ได้มีความพยายามปรับเปลี่ยนระบบคอมพิวเตอร์ของ สปส.ใหม่เพื่อให้ทันสมัยและรองรับกับฐานผู้ประกันตนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากภายในสำนักงานประกันสังคมได้เกิดความแตกแยก และผู้บริหารระดับสูงต่างสนับสนุนบริษัทที่ใกล้ชิดตัวเอง และเมื่อมีการชงเรื่องเพื่อประมูลระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ก็มีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่า เมื่อเดือนก่อน คณะอนุกรรมการเทคโนโลยีและสารสนเทศ จำนวน 6 คนซึ่งเป็นนักวิชาการด้านไอทีจากสถาบันการศึกษาชื่อดัง ได้พากันลาออกเนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์ชุดใหม่ที่นำเสนอ ซึ่งเป็นระบบแอปพลิเคชั่นที่สามารถเก็บฐานข้อมูลได้มากกว่าระบบเมนเฟรมที่ใช้ในปัจจุบัน ถูกผู้มีอิทธิพลบางรายแทรกแซงกระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ อย่างไรก็ตามได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาแทนและประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าระบบคอมพิวเตอร์ใหม่นี้จะเป็นอย่างไรและให้บริษัทไหนเข้ามาดำเนินการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65223</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ผู้ประกันตน มาตรา 33, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, หม่อมเต่า, เยียวยาลูกจ้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d4a0151312.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
